5 อันดับ “โบรกเกอร์” ยอดนิยม ปี 2022

List of Contents

รีวิวโบรกเกอร์

หากเราจะเริ่มเทรด สิ่งแรกที่ควรคำนึงถึงเลยคือการเลือก โบรกเกอร์ ซึ่งการเลือกโบรกเกอร์ที่ดีส่วนหนึ่งเลยก็จะทำให้เราประหยัดต้นทุนการเทรดมากขึ้น แล้วยังมีในส่วนของการบริการต่าง ๆ รวมถึงระบบของโบรกเกอร์นั้นๆอีกด้วย ว่าซัพพอร์ตกับเรามากน้อยแค่ไหน เราจึงจำเป็นต้องเลือกให้เหมาะสมกับตัวเรามากที่สุด

วิธีเลือก โบรกเกอร์

  1. ค่า Spread ซึ่งถ้า Spread ยิ่งต่ำ ก็ยิ่งทำให้เราได้ออเดอร์ตามเป้าหมายเรามากขึ้น และช่วยลดต้นทุนการเทรดอีกด้วย เนื่องจากค่า Spread เป็นเหมือนค่าธรรมเนียมที่ทางโบรกหักไปนั่นเอง
  2. ค่า Swap ถ้าโบรกเกอร์ไหนที่ค่า Swap ต่ำหรือ Free Swap ก็มีประโยชน์เวลาเราถือข้ามคืนเป็นอย่างมาก
  3. ค่า Commission ยิ่งค่า Commission ต่ำก็แสดงว่า เราจะใช้ต้นทุนได้ถูกลงครับ
  4. Promotion ถ้าโบรกเกอร์ไหนมีโปรโมชั่นดีๆ เช่น ฟรีโบนัสแรกเข้า ก็ยิ่งทำให้เราได้รับประโยชน์มากขึ้นนั่นเอง
  5. Live chat ถ้าโบรกไหนมีบริการทุกวัน 24 ชม. ถือว่าดีเลย เพราะถ้าหากเรามีปัญหาขึ้นมาเราก็ย่อมอยากให้ทางโบรกเกอร์ช่วยแก้ปัญหาให้เรา และการที่ตอบแชทไวนั้น จะยิ่งทำให้เราอุ่นใจมากขึ้นว่า เงินของเราจะไม่หายไปไหน กรณีที่เกิดปัญหาในการเทรด 
  6. การ-ฝากถอน บางทีการรอเงินเป็นวันคงไม่ใช่ผลดีสักเท่าไหร่ เพราะเมื่อเราเทรดได้กำไรแล้วเราก็อยากจะได้เงินไวๆ ถูกต้องไหมครับ?

โดยวันนี้ทางเราได้เลือก 5 โบรกเกอร์ที่ถือว่าเป็นที่นิยม และน่าจับตามองที่สุดในปี 2022 มาจัดอันดับ จะเป็นโบรกไหนกันบ้างไปชมกันเลยครับ

อันดับที่ 1 – IUX Markets

IUX markets

IUX Markets เป็นโบรกเกอร์สัญชาติอังกฤษ-สิงคโปร์ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2016 ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ และมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สาธารณรัฐไซปรัส ดำเนินงานโดย IUX Markets Limited. ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการควบคุมและได้รับอนุญาตด้านหลักทรัพย์การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โดยคณะกรรมการบริการทางการเงิน โดยมีเลขทะเบียน 26183 BC ที่อยู่จดทะเบียนอาคาร Suite 305, Griffith Corporate Centre,Kingstown St.Vincent and the Grenadines. นอกจากนี้ IUX Markets Limited. ได้รับการลงทะเบียนกับหน่วยงานกำกับดูแลซื้อขาย National Futures Association (NFA) ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งทำหน้าที่กำกับดูแลโบรกเกอร์ตลาดอนุพันธ์และตลาดฟิวเจอร์ หมายเลขลงทะเบียน ID: 0549829

ภาพรวมโบรกเกอร์ IUX Markets

  • จัดตั้งขึ้นเมื่อ : ปี 2016
  • สถานที่จัดตั้ง : London, United Kingdom
  • ประเภท Broker : Dealing Desks (DD) หรือ Market Makers
  • มี Leverage สูงสุดที่ 1:2000
  • เริ่มต้นเงินฝากที่ : ขั้นต่ำ 3 ดอลลาร์หรือ 90 บาทไทย
  • Spread เริ่มต้น : 0.0-0.5 Pips
  • รูปแบบ Platform การเทรด : Metatrader 4, Metatrader 5 Web trader
  • โบนัส : ฝากครั้งแรกได้ $30 และรับเพิ่มอีก 35% จากยอดฝาก

ประเภทของบัญชี  

บัญชีในการเทรดมีทั้งหมด 5 บัญชี โดยบัญชีจริง 4 ประเภท ได้แก่ StandardStandard (Bonus)ECN, Cent และบัญชีทดลอง 1 ประเภท คือ Demo

ประเภทบัญชี IUX

การฝาก-ถอน

ช่องทางการฝากเงินและถอนเงิน ในปัจจุบันนี้ ทาง IUX Markets ก็ได้อัพเกรดเพิ่มช่องทางให้หลากหลายมากขึ้น ซึ่งมีมากถึง 19 ช่องทาง ดังรูปด้านล่าง

ช่องทางการฝากถอน IUX
ช่องทางการฝากถอน IUX

แต่ช่องทางการฝากเงินที่สะดวกสำหรับประเทศไทยเห็นจะเป็น QR Payment ส่วนการถอนเงิน ให้เราทำการยืนยันบัญชีธนาคารให้เรียบร้อยก่อน แล้วจะพบกับช่องใส่จำนวนเงินที่จะถอน โดยจะเป็นในรูปแบบสกุลเงินดอลลาร์ ซึ่งระบบจะเปลี่ยนเป็นเงินบาทโดยอัตโนมัติ และใช้ระยะเวลาในการถอนเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น 

ข้อดี

  • การบริการฝาก-ถอน ไม่มีค่าธรรมเนียมและฝาก-ถอนได้ทันที 
  •  มีหลายช่องทางในการฝากถอน
  • Spread ต่ำ
  • ไม่เรียกเก็บค่า Swap หรือ Free Swap

ข้อเสีย

  • เป็นโบรกเกอร์ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก เนื่องจากทางโบรกนั้นไม่เน้นทำการตลาดแบบ IB

อันดับที่ 2 – XM

XM

โบรกเกอร์ XM (XM Group) โบรกเกอร์ Forex สัญชาติออสเตรเลีย จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2009 ถือเป็นอีกโบรกเกอร์ที่คุณภาพสูง ซึ่งได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ International Financial Services Commission (IFSC) และ Cyprus Securities and Exchange Commission (CySEC) เป็นบริษัทในเครือ Trading Point Group จุดเด่นที่สุดของ XM คือ โบนัส โปรโมชั่น และการให้บริการที่รวดเร็ว

ภาพรวมโบรกเกอร์ XM

  • จัดตั้งขึ้นเมื่อ : ปี 2009
  • สถานที่จัดตั้ง : ออสเตรเลีย
  • ประเภท Broker : Dealing Desks (DD) หรือ Market Makers
  • มี Leverage สูงสุดที่ 1:888
  • เริ่มต้นเงินฝากที่ : ขั้นต่ำ 5 ดอลลาร์หรือ 150 บาทไทย
  • Spread เริ่มต้น : 0.6 Pips
  • รูปแบบ Platform การเทรด : MetaTrader5, MetaTrader4, WebTerminal
  • โบนัส : แรกเข้า $30 และรับเพิ่ม 50% จากยอดฝาก

ประเภทของบัญชี

ประเภทของบัญชีเทรด จะมีทั้งหมด 5 ประเภท ได้แก่ Micro, Standard, XM Swap free, XM Ultra low, บัญชี shares ซึ่งการเลือกบัญชี เราจะต้องเลือกตั้งแต่ขั้นตอนการสมัครแล้ว

ประเภทของบัญชี XM

การฝาก-ถอน

ใช้เวลา 10 นาที-48 ชม. สำหรับช่องทางการฝากเงินก็มีให้เลือกหลายช่องทางไม่ว่าจะเป็น VISA/Mastercard, Skrill, Netteller, Online Banking และ Mobile Banking หรือ Webmoney นั่นเอง

ช่องทางการฝากถอน XM

แต่การถอนนั้น จะมีแค่ 4 ช่องทาง ดังนี้

ช่องทางการฝากถอน XM

ข้อดี

  • มีโปรโมชั่นเยอะ มีโบนัสให้เทรดฟรี ไม่ต้องฝากเงิน 
  • รองรับการฝากถอนผ่านธนาคารไทย
  • เทรดได้หลายรูปแบบ ทั้งสั้น กลาง ยาว และเฮดจิ้ง
  • ถอนกำไรได้ไม่จำกัดจำนวน หรือหากเราฝากเงินเยอะก็จะมีโบนัสให้

ข้อเสีย

  • ถอนใช้เวลา 30 นาที สูงสุด 48 ชั่วโมง
  • มีค่า Swap 
  • Spread สูง
  • ถ้าเป็น MQL5 ไม่สามารถที่จะ coprytrade ได้
  • ค่าสเปรดไม่ได้ถูกสักทีเดียว

อันดับที่ 3 – FBS

FBS

FBS เป็น โบรกเกอร์ จากสหภาพยุโรป (EU) จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2009 ซึ่งได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ International Financial Services Commission (IFSC) ซึ่งเป็นโบรกเกอร์ที่มีรางวัลการันตีมากมายพร้อมกับการมีระบบเทรดที่ค่อนข้างเสถียร มาพร้อมกับโบนัสอีกมากให้เลือกสรรกัน

ภาพรวมโบรกเกอร์ FBS

  • จัดตั้งขึ้นเมื่อ : ปี 2009
  • สถานที่จัดตั้ง : สหภาพยุโรป (EU)
  • ประเภท Broker : Dealing Desks (DD) หรือ Market Makers
  • Leverage สูงสุดที่ 1:3000 
  • เริ่มต้นเงินฝากที่: ขั้นต่ำ 1 ดอลลาร์หรือ 30 บาท
  • Spread เริ่มต้น : 0.5 Pips
  • รูปแบบ Platform การเทรด : Metatrader 4, Metatrader 5, WebTrader และ FBS Trader
  • โบนัส : เงินฝาก 100% และรับเงินคืน 20% 

ประเภทบัญชี

ประเภทบัญชี FBS

ช่องทางการฝาก-ถอน

มีรองรับการฝากเงินหลากหลายช่องทางมากเลยทีเดียว อย่าง ระบบอิเล็กทรอนิกส์, บัตรเครดิต และเดบิต, ผ่านธนาคารของ และ exchangers FBS ถือว่ามีความสะดวกอย่างมาก

การฝาก

จำนวนเงินฝากขั้นต่ำ : จะเริ่มต้นที่ $1 ในบัญชี Cent แต่ก็จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเภทบัญชีที่เราเลือก ขณะที่เงินฝากขั้นต่ำในการเปิดบัญชี ECN คือ $1,000 เป็นต้น และความเร็วของการฝากเงิน :  เฉลี่ย 15-30 นาที

ช่องทางการฝากถอน FBS

การถอน

จำนวนการถอนขั้นต่ำ: การถอนเงินผ่านช่องทางธนาคารจะมีค่าธรรมเนียม 1.5% หรือขั้นต่ำ 20 บาท และความเร็วของการถอนเงิน : เฉลี่ย 15-20 นาที และ สูงสุด 48 ชั่วโมง กรณีที่เป็นวันหยุด

ข้อดี

  • สมัครเปิดบัญชีง่าย ไม่ยุ่งยาก
  • มีโปรโมชั่นโบนัสให้ลูกค้าเยอะ
  • มีประเภทบัญชีให้เลือกหลากหลาย
  • ไม่คิดค่าธรรมเนียมในการฝาก-ถอน

ข้อเสีย

  • การฝากขั้นต่ำค่อนข้างสูง ($200)
  • เก็บค่าคอมมิชชั่นในบัญชี Zero Spread และบัญชี ECN ค่อนข้างสูง โดยอยู่ที่ $20/Lot
  • เงื่อนไขการรับโปรโมชั่นมีความยุ่งยาก

อันดับที่ 4 – IC Markets

IC Markets

IC Markets โบรกเกอร์ชั้นนำจากประเทศออสเตรียเลีย จัดตั้งเมื่อปี 2007 ที่มีทั้งต้นทุนด้านการเทรดและเทคโนโลยีที่ดี  ซึ่งได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Australian Securities and Investment Commission (ASIC) ซึ่งถือว่าเป็นโบรกเกอร์ที่มีความน่าเชื่อถือสูงเนื่องจากมีการแยกบัญชีลูกค้าต่างหากเพื่อความปลอดภัย

ภาพรวมโบรกเกอร์ IC Markets

  • จัดตั้งขึ้นเมื่อ : ปี 2007
  • สถานที่จัดตั้ง : เมืองซิดนีย์, ประเทศออสเตรียเลีย
  • ประเภท Broker : Dealing Desks (DD) หรือ Market Makers
  • Leverage สูงสุดที่ 1:500
  • เริ่มต้นเงินฝากที่ : ขั้นต่ำ 200 ดอลลาร์หรือ 6,000 บาท
  • Spread เริ่มต้น : 0.0 Pips
  • รูปแบบ Platform การเทรด : Metatrader 4, Metatrader 5 และ cTrader
  • โบนัส : ไม่มี

ประเภทบัญชี 

มีอยู่ทั้งหมด 3 ประเภทบัญชี ได้แก่ 1. บัญชี Raw Spread (cTrader) 2. บัญชีRaw Spread (Meta Trader) และบัญชี Standard

ประเภทบัญชี IC Markets

การฝากและถอน 

ในช่องทางการฝากและถอนมี 4 รูปแบบ คือ บัตรเครดิต, Neteller, Skrill, Internet Banking และ QR Code 

การฝากถอน ic markets

ส่วนการฝากและถอนผ่านธนาคารในประเทศไทยในระบบ Internet Banking ได้เพียง 4 ธนาคารหลัก คือ ธนาคารกรุงเทพ, ไทยพาณิชย์, กรุงไทย และกรุงศรี ส่วนการฝากขั้นต่ำคือ $200 แต่สามารถถอนได้โดยไม่จำกัดจำนวน และใช้ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 1-2 วัน

ข้อดี

  • มีความน่าเชื่อถือสูง
  • เป็นโบรกเกอร์ True ECN
  • เทรดได้หลากหลายตลาด
  • ระบบมีความเสถียรสูง ส่งคำสั่งซื้อได้เร็ว

ข้อเสีย

  • การฝากขั้นต่ำค่อนข้างสูง ($200)
  • มีตัวเลือกในการฝากเงินไม่มาก (4ธนาคารหลัก)
  • ไม่มีโปรโมชั่นใดๆ

อันดับที่ 5 – Pepperstone

Pepperstone

Pepperstone ก่อตั้งขึ้นในปี 2010 ในเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย โดยทีมเทรดเดอร์ผู้มีประสบการณ์ที่มีความมุ่งมั่นร่วมกันเพื่อพัฒนาโลกของการเทรดออนไลน์ โดยมีความมุ่งมั่นที่จะให้บริการแก่เทรดเดอร์ทั่วโลกด้วยเทคโนโลยีที่เหนือชั้น ซึ่งได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Australian Securities and Investments Commission (ASIC) ซึ่งความน่าใช้ของเป็นโบรกเกอร์นี้อยู่ที่ค่า Spread ที่ถือว่าต่ำในระดับนึงเลย

ภาพรวมโบรกเกอร์ Pepperstone

  • จัดตั้งขึ้นเมื่อ : ปี 2010
  • สถานที่จัดตั้ง : ออสเตรเลีย
  • ประเภท Broker : Dealing Desks (DD) หรือ Market Makers
  • มี Leverage สูงสุดที่ 1 : 200
  • เริ่มต้นเงินฝากที่ : ขั้นต่ำ 200 ดอลล่าร์หรือประมาณ 6,000 บาทไทย
  • Spread เริ่มต้น : 0.6 Pips
  • รูปแบบ Platform การเทรด : Metatrader 4, Metatrader 5, cTrader
  • โบนัส : ไม่มี

ประเภทบัญชี

Pepperstone

การฝากถอน

ฝาก 10-15 นาที ถอน 1-2 วัน และการฝากถอนจะมีทั้งหมด 6 ช่องทางดังนี้ 

ช่องทางการฝากถอน Pepperstone

ข้อดี

  • มีแพลตฟอร์มการเทรดรองรับที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น  MT5, MT4, บนเว็บ 
  • ส่งคำสั่งซื้อได้รวดเร็ว
  • ระบบมีความสเถียรสูง

ข้อเสีย

  • ระยะเวลาการถอนค่อนข้างช้า
  • ไม่มีโปรโมชั่น 
  • การเปิดบัญชีขั้นต่ำใช้ต้นทุนที่สูง

เป็นยังไงกันบ้างครับ สำหรับการจัดอันดับโบรกเกอร์ยอดนิยมในวันนี้ ซึ่งในแต่ละโบรกเกอร์ก็มีทั้งข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกันไป และทางเราก็ได้คัดเลือกโบรกเกอร์พร้อมข้อมูลมาให้เพื่อนๆได้ดูกัน หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆเหล่านักเทรดนะครับ และหากมีข้อสงสัยก็สามารถคอมเม้นท์หรือสอบถามพูดคุยกันได้ทางเพจ Facebook โดนไล่มาเทรดตรงนี้ กันได้นะครับ

———————————————————————————————————————————————————————————————

อ่านรีวิวโบรกเกอร์อื่น ๆ ได้ที่: โดนไล่มารีวิวตรงนี้

อ่านบทความเพิ่มเติม: GoTradeHere
nasdaq

Nasdaq เตรียมเปิดศูนย์ซื้อขายคริปโตเป็นของตัวเอง

ตลาดหลักทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของประเทศสหรัฐอเมริกา Nasdaq ออกมาประกาศว่า จะมีการเปิดตัวศูนย์บริการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นของตัวเอง! โดยเหตุผลที่ Nasdaq ต้องเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการให้บริการซื้อขายคริปโต เพราะทางตลาดหลักทรัพย์อ้างว่า ต้องการที่จะซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนสถาบัน

binance

Binance จดทะเบียนและเปิดตัวสำนักงานในนิวซีแลนด์แล้ว!

Binance บริษัทซื้อขายคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้เข้าจดทะเบียนเป็นผู้ให้บริการทางการเงินในประเทศนิวซีแลนด์กับกระทรวงธุรกิจ นวัตกรรม และการจ้างงาน (MBIE) ของประเทศเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งยังได้รับอนุญาตให้ดำเนินการจัดตั้งสำนักงานในพื้นที่เรียบร้อยแล้ว CZ ที่เป็น