Credit Rating คือ อันดับความน่าเชื่อถือที่ใช้ประเมินความสามารถในการชำระหนี้และความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ (Default Risk) ของผู้ออกตราสารหนี้หรือหุ้นกู้ เครื่องมือนี้ช่วยให้นักลงทุนใช้เปรียบเทียบระดับความเสี่ยงทางการเงินขององค์กรต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจนำเงินไปลงทุน
สำหรับการลงทุนในหุ้นกู้ การเข้าใจเรื่องอันดับความน่าเชื่อถือ หุ้นกู้ ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญอย่างยิ่งในการประเมินความเสี่ยงและเลือกตราสารหนี้ให้เหมาะกับระดับความเสี่ยงที่ตนเองยอมรับได้ บทความนี้จะสรุปภาพรวมว่า Credit Rating คืออะไร มีกี่ระดับ ดูตรงไหน และมีข้อจำกัดอย่างไรบ้าง
⚠️ หมายเหตุ: การลงทุนมีความเสี่ยงและอาจสูญเสียเงินต้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลสำหรับการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่การชี้แนะหรือแนะนำลงทุนครับ
Credit Rating คืออะไร? ทำความรู้จักอันดับความน่าเชื่อถือหุ้นกู้
Credit Rating หรือ อันดับความน่าเชื่อถือ คือ ผลการประเมินวิเคราะห์สถานะทางการเงิน ความสามารถในการชำระหนี้ และความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทหรือหน่วยงานที่ออกหุ้นกู้ โดยผลการประเมินจะถูกสรุปออกมาเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษสัญลักษณ์ต่าง ๆ เพื่อให้นักลงทุนเข้าใจได้ง่ายขึ้น
กลไกการประเมิน Credit Rating
การจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ได้เกิดขึ้นโดยการคาดเดา แต่ดำเนินการโดยสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating Agency) ซึ่งมีหน้าที่วิเคราะห์ปัจจัยทางการเงินและปัจจัยเชิงคุณภาพของผู้ออกหุ้นกู้ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างงบการเงิน อัตราส่วนหนี้สิน กระแสเงินสด ตลอดจนภาวะอุตสาหกรรม การแข่งขัน และการบริหารจัดการองค์กร เพื่อกำหนดเป็นอันดับความน่าเชื่อถือออกมา
สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือในไทยและสากล
ในประเทศไทย สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating Agency) หลักที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตามประกาศสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ สจ. 7/2555 (ข้อมูล ณ ปี 2568) ได้แก่ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด (TRIS Rating) และ บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด (Fitch Ratings Thailand) นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังให้ความเห็นชอบสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากต่างประเทศเพิ่มเติมสำหรับตราสารบางประเภท และในระดับสากลยังมีสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำระดับโลก เช่น S&P, Moody’s และ Fitch Ratings ที่ทำหน้าที่ประเมินตราสารหนี้ทั่วโลก
Credit Rating มีกี่ระดับ? เจาะลึกการจัดกลุ่มหุ้นกู้
การแบ่งอันดับความน่าเชื่อถือ หุ้นกู้ โดยทั่วไปสเกลของการจัดอันดับจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก รวมทั้งสิ้น 8 ระดับสเกลใหญ่ (ตั้งแต่ AAA ไปจนถึง D) ซึ่งช่วยให้นักลงทุนจำแนกความเสี่ยงได้อย่างชัดเจน ดังนี้
กลุ่มน่าลงทุน (Investment Grade)
กลุ่มน่าลงทุน หรือ Investment Grade คือ หุ้นกู้ที่มีความน่าเชื่อถือในระดับสูงไปจนถึงระดับปานกลางค่อนข้างดี มีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ต่ำถึงปานกลาง โดยครอบคลุมอันดับความน่าเชื่อถือตั้งแต่ AAA, AA, A จนถึง BBB- หุ้นกู้ในกลุ่มนี้จึงมักให้ผลตอบแทนหรือดอกเบี้ยที่ไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่น เนื่องจากความเสี่ยงต่ำกว่า
กลุ่มสเปกคิวเลทีฟ หรือ หุ้นกู้ไฮยิลด์ (High Yield / Speculative Grade)
กลุ่มสเปกคิวเลทีฟ หรือที่นิยมเรียกว่า หุ้นกู้ High Yield คือ หุ้นกู้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือตั้งแต่ BB+ ลงไปจนถึง C และระดับ D (Default) ซึ่งหมายถึงหุ้นกู้ที่เกิดการผิดนัดชำระหนี้แล้ว หุ้นกู้ในกลุ่มนี้มีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้สูงกว่า ผู้ออกตราสารจึงมักต้องเสนอ อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น เพื่อชดเชยความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องแบกรับ
สรุปสัญลักษณ์อันดับความน่าเชื่อถือ และระดับความเสี่ยง
| กลุ่มระดับหุ้นกู้ | อันดับความน่าเชื่อถือ | ความหมายและระดับความเสี่ยง |
| Investment Grade | AAA | ความน่าเชื่อถือสูงสุด ความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ต่ำที่สุด |
| Investment Grade | AA, A | ความน่าเชื่อถือสูงถึงปานกลางค่อนข้างสูง ความเสี่ยงต่ำ |
| Investment Grade | BBB (BBB-, BBB+) | ความน่าเชื่อถือปานกลาง ความเสี่ยงปานกลาง (ระดับต่ำสุดที่ยังลงทุนได้) |
| High Yield / Non-Investment Grade | BB, B | ความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้สูง มีปัจจัยไม่แน่นอนทางการเงิน |
| High Yield / Non-Investment Grade | CCC, CC, C | ความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้สูงมาก ใกล้ผิดนัดชำระหนี้ |
| Default | D | เกิดการผิดนัดชำระหนี้ หรือไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ย/เงินต้นตามกำหนด |
หมายเหตุ: สถาบันจัดอันดับอาจใช้เครื่องหมายบวก (+) หรือ ลบ (-) ร่วมด้วย เช่น AA+ หรือ A- เพื่อระบุความแข็งแกร่งย่อยในระดับเดียวกัน
🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere: แม้หุ้นกู้ในกลุ่ม Investment Grade (ตั้งแต่ AAA ถึง BBB-) จะขึ้นชื่อว่าเป็นกลุ่มน่าลงทุน แต่โปรดจำไว้ว่าคำว่า “น่าลงทุน” ไม่ได้หมายความว่า “ไร้ความเสี่ยง” หรือปลอดภัย 100% เพราะ Credit Rating สามารถถูกปรับลดอันดับ (Downgrade) ได้หากสถานะทางการเงินของบริษัทแย่ลง นักลงทุนจึงควรกระจายความเสี่ยงเสมอ และไม่ควรอัดเงินลงทุนไว้ในหุ้นกู้ตัวใดตัวหนึ่งเพียงตัวเดียวครับ
Credit Rating ดูตรงไหน และใช้งานอย่างไรในการลงทุน?
การตรวจเช็ก Credit Rating ก่อนตัดสินใจซื้อหุ้นกู้ถือเป็นขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม นักลงทุนสามารถศึกษาและนำข้อมูลไปประยุกต์ใช้เพื่อความปลอดภัยในการลงทุนได้ดังนี้
ช่องทางการเช็ก Credit Rating หุ้นกู้
นักลงทุนสามารถดูอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ได้จากหลายช่องทาง เช่น
- หนังสือชี้ชวน (Filing) หรือ สรุปข้อมูลสำคัญของตราสารหนี้ (Factsheet): จะระบุอันดับความน่าเชื่อถือไว้อย่างชัดเจนในส่วนสรุปข้อมูล
- เว็บไซต์สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA): เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลตราสารหนี้และ Credit Rating ของหุ้นกู้ทุกตัวในไทย
- เว็บไซต์สถาบันจัดอันดับ: เช่น เว็บไซต์ของ TRIS Rating หรือ Fitch Ratings Thailand
- แอปพลิเคชันจองซื้อหุ้นกู้ของธนาคาร: ผู้จัดจำหน่ายมักแสดง Credit Rating ให้เห็นก่อนกดจองซื้อ
ข้อจำกัดของ Credit Rating ที่นักลงทุนควรรู้
แม้ Credit Rating จะเป็นตัวช่วยกรองความเสี่ยงที่ดี แต่ก็มีข้อจำกัดเนื่องจากอันดับที่จัดทำขึ้นเป็นการสะท้อนข้อมูลในอดีตและปัจจุบัน หากในอนาคตบริษัทประสบภาวะวิกฤตทางธุรกิจ อันดับความน่าเชื่อถือก็อาจถูกทบทวนและปรับลดลงได้ นักลงทุนจึงควรใช้อัตราส่วนทางการเงินอื่น ๆ หรือความสามารถในการชำระดอกเบี้ยมาวิเคราะห์เพิ่มเติมด้วยเสมอ
คำถามที่พบบ่อย
Credit Rating หุ้นกู้ระดับไหนถือว่าปลอดภัย?
ระดับที่ถือว่าเป็นกลุ่มน่าลงทุนและมีความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ต่ำคือระดับ AAA ถึง BBB- (Investment Grade) อย่างไรก็ตาม ไม่มีระดับใดที่ปลอดภัย 100% หรือไร้ความเสี่ยงโดยสิ้นเชิง นักลงทุนควรติดตามข่าวสารทางการเงินของบริษัทอยู่อย่างสม่ำเสมอ
Credit Rating มีกี่ระดับ?
Credit Rating แบ่งสเกลหลักออกเป็น 8 ระดับ (AAA, AA, A, BBB, BB, B, C, D) โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มน่าลงทุน (AAA ถึง BBB-) และ กลุ่มสเปกคิวเลทีฟ / High Yield (BB+ ลงมาจนถึง D)
Credit Rating ดูตรงไหน ก่อนซื้อหุ้นกู้?
สามารถดูได้จาก Factsheet สรุปข้อมูลสำคัญของหุ้นกู้, หนังสือชี้ชวนการเสนอขาย, เว็บไซต์สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA), เว็บไซต์สถาบันจัดอันดับ (เช่น TRIS Rating) หรือบนแอปพลิเคชันของธนาคารที่เปิดให้จองซื้อหุ้นกู้
Credit Rating หุ้นกู้ เสี่ยงแค่ไหน หากเลือกหุ้นกู้ระดับ Non-Investment Grade?
หุ้นกู้ระดับ Non-Investment Grade (BB+ ลงไป) มีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้สูงกว่ากลุ่ม Investment Grade อย่างมีนัยสำคัญ แม้จะเสนออัตราดอกเบี้ยตอบแทนที่สูง แต่หากเกิดวิกฤต ผู้ถือหุ้นกู้อาจเสี่ยงต่อการไม่ได้รับดอกเบี้ยหรือเสียเงินต้นได้
สรุป Credit Rating คืออะไร และแนวทางสำหรับมือใหม่
สรุปแล้ว Credit Rating คือ อันดับความน่าเชื่อถือที่เป็นเครื่องมือช่วยประเมินความสามารถในการชำระหนี้และความเสี่ยงของผู้ออกหุ้นกู้ ซึ่งช่วยให้นักลงทุนสามารถคัดกรองตราสารหนี้ที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของตนเองได้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนไม่ควรอิง Credit Rating เพียงอย่างเดียว แต่ควรศึกษาปัจจัยพื้นฐานอื่น ๆ ประกอบการตัดสินใจเสมอ
สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงสร้างและประเภทของตราสารหนี้ สามารถอ่านต่อได้ที่ หุ้นกู้คืออะไร เพื่อสร้างความเข้าใจที่ครอบคลุมก่อนเริ่มลงทุนจริงครับ
⚠️ คำเตือนความเสี่ยง: การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยงและอาจทำให้สูญเสียเงินต้น ผลการดำเนินงานหรือข้อมูลในอดีตไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันผลลัพธ์ในอนาคต บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนส่วนบุคคล ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
บทความนี้จัดทำโดยทีมงาน Gotradehere โดยใช้เครื่องมือ AI ช่วยประมวลผลข้อมูลและร่างเนื้อหาเบื้องต้น และผ่านการตรวจทานความถูกต้องโดยทีมบรรณาธิการก่อนเผยแพร่

















