Carbon Credit คือ สิทธิที่เกิดจากการดำเนินโครงการลดหรือดูดซับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากลหรือมาตรฐานภายในประเทศ โดย 1 คาร์บอนเครดิต จะมีค่าเท่ากับการลดหรือดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (หรือก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ เทียบเท่า) ปริมาณ 1 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
ในปัจจุบัน ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ได้กลายมาเป็นวาระสำคัญระดับโลก ทำให้ภาคธุรกิจและองค์กรต่าง ๆ จำเป็นต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน การทำความเข้าใจกลไกคาร์บอนเครดิตจึงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่เพียงแต่ในมิติของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับโอกาสทางธุรกิจ มาตรการทางการค้าระหว่างประเทศ และมิติการลงทุนเพื่อความยั่งยืน (ESG) อีกด้วยครับ
⚠️ ข้อควรระวัง: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลสำหรับการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่การชี้แนะหรือแนะนำลงทุนครับ
Carbon Credit คืออะไร?
Carbon Credit คือ สินทรัพย์รูปแบบหนึ่งที่เกิดจากการประเมินและรับรอง ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่สามารถลดหรือกักเก็บได้ จากการดำเนินโครงการสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ โดยผ่านกระบวนการตรวจสอบจากองค์กรกลางที่น่าเชื่อถือ
องค์กรหรือบริษัทที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกินกว่าเป้าหมายที่กำหนด สามารถทำการ “ซื้อ” คาร์บอนเครดิตจากผู้ดำเนินโครงการที่มีเครดิตเหลือ เพื่อนำไปใช้ชดเชย (Carbon Offset) ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตนเองให้ลดลงตามเป้าหมาย
ทำความเข้าใจกลไกคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) และก๊าซเรือนกระจก
กลไกของคาร์บอนเครดิตตั้งอยู่บนหลักการสร้างแรงจูงใจทางการเงิน (Financial Incentive) เพื่อกระตุ้นให้เกิดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ก๊าซเรือนกระจกหลัก ได้แก่ คาร์บอนไดออกไซด์ ($CO_2$), มีเทน ($CH_4$), ไนตรัสออกไซด์ ($N_2O$), และก๊าซเรือนกระจกกลุ่มอื่น ๆ ซึ่งในการคำนวณคาร์บอนเครดิตจะใช้หน่วยวัดสากลเป็น “ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า” ($tCO_2e$) เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบและซื้อขายบนมาตรฐานเดียวกันได้
Carbon Credit เกิดจากอะไร?
คาร์บอนเครดิตไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ แต่เกิดจากการพัฒนาโครงการที่ช่วยลด ชดเชย หรือดูดกลับก๊าซเรือนกระจกออกจากชั้นบรรยากาศ เช่น โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โครงการเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน หรือโครงการปลูกป่าไม้เพื่อดูดซับคาร์บอน
🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere: คาร์บอนเครดิตต่างจาก “สิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon Allowance)” เพราะ Allowance ถูกจัดสรรโดยรัฐบาลภายใต้ระบบบังคับ (Cap-and-Trade) แต่ Carbon Credit เกิดจากการทำโครงการที่สามารถลดหรือดูดซับคาร์บอนได้จริงนอกเหนือจากการดำเนินงานตามปกติ (Additionality) ครับ
ประเภทของคาร์บอนเครดิต และที่มาของสิทธิ
การแบ่งประเภทของคาร์บอนเครดิตสามารถพิจารณาได้จากลักษณะของโครงการลดก๊าซเรือนกระจก โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่:
โครงการประเภทการลดการปล่อย (Reduction/Avoidance)
เป็นโครงการที่มุ่งเน้นการลด หรือป้องกันไม่ให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเข้าสู่ชั้นบรรยากาศตั้งแต่ต้นทาง ตัวอย่างเช่น โครงการพลังงานหมุนเวียน (พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์) โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในโรงงานอุตสาหกรรม หรือโครงการการจัดการขยะและน้ำเสียเพื่อลดก๊าซมีเทน
โครงการประเภทการดูดซับ/กักเก็บ (Removal/Sequestration)
เป็นโครงการที่ดึงก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากชั้นบรรยากาศมาดูดซับหรือกักเก็บไว้ ได้แก่ โครงการปลูกป่าธรรมชาติ โครงการฟื้นฟูป่าชายเลน หรือเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอนขั้นสูง (Direct Air Capture & Carbon Capture and Storage)
| ประเภทคาร์บอนเครดิต | ลักษณะการทำงาน | ตัวอย่างโครงการ |
| Reduction / Avoidance | ป้องกันไม่ให้เกิดการปล่อยก๊าซใหม่เข้าสู่บรรยากาศ | พลังงานชีวมวล, พลังงานแสงอาทิตย์, การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน |
| Removal / Sequestration | ดึงคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีอยู่เดิมในบรรยากาศกลับมากักเก็บ | การปลูกป่าใหม่, การฟื้นฟูพื้นที่ป่าชายเลน, เทคโนโลยี ดักจับคาร์บอน (CCS) |
ตลาด Carbon Credit ในไทย ซื้อขายที่ไหนและทำอย่างไร?
โครงสร้างการซื้อขายคาร์บอนเครดิตในประเทศไทย มีความพร้อมและเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องผ่านกลไกและแพลตฟอร์มที่เป็นทางการ
ตลาดคาร์บอนเครดิตในไทย (T-VER โดย อบก.)
ในประเทศไทย หน่วยงานหลักที่ทำหน้าที่กำกับดูแลและรับรองโครงการลดก๊าซเรือนกระจกคือ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. (TGO) (https://www.tgo.or.th/) ผ่านระบบโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER)
Carbon Credit ซื้อขายที่ไหนในไทย?
การซื้อขายคาร์บอนเครดิตในประเทศไทยในปัจจุบันสามารถทำได้ผ่าน 2 ช่องทางหลัก:
- ผ่านแพลตฟอร์มกระดานซื้อขาย FTIX(https://www.fti.or.th/) : แพลตฟอร์มซื้อขายคาร์บอนเครดิตและพลังงานสะอาดที่พัฒนาขึ้นโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมกับ อบก. เพื่อเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนแบบดิจิทัล ปัจจุบัน T-VER มีโครงการขึ้นทะเบียนแล้วกว่า [ระบุจำนวนจริง] โครงการ (ข้อมูล ณ [ระบุวันที่], อ้างอิง: เว็บไซต์ อบก. tgo.or.th)
- การซื้อขายโดยตรง (Over-The-Counter: OTC): การเจรจาตกลงซื้อขายและทำสัญญาโดยตรงระหว่างผู้พัฒนาโครงการ (ขาย) และบริษัทที่ต้องการนำเครดิตไปใช้ชดเชย (ซื้อ)
🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere: ภาคธุรกิจไทยกำลังตื่นตัวเรื่องคาร์บอนเครดิตอย่างมาก เนื่องจากมาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) ของสหภาพยุโรป รวมถึงมาตรการภาษีคาร์บอน ทำให้คาร์บอนเครดิตกลายเป็นต้นทุนและความได้เปรียบทางการแข่งขันที่สำคัญในการส่งออกครับ
คำถามที่พบบ่อย
Carbon Credit คืออะไร และช่วยสร้างรายได้ได้อย่างไร?
หลายคนสงสัยว่าคาร์บอนเครดิต คืออะไร และเชื่อมโยงกับการลงทุนเพื่อความยั่งยืนอย่างไร
Carbon Credit คือสิทธิที่ได้รับการรับรองจากการลดก๊าซเรือนกระจก สำหรับผู้พัฒนาโครงการ (เช่น เจ้าของฟาร์มโซลาร์เซลล์ หรือผู้ปลูกป่า) สามารถนำปริมาณการลดก๊าซที่ได้รับรองไปขึ้นทะเบียนเป็นคาร์บอนเครดิตเพื่อขายให้กับองค์กรที่ต้องการชดเชยคาร์บอน ทำให้เกิดเป็นรายได้ทางตรงจากการทำกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมครับ
Carbon Credit ซื้อขายที่ไหนในไทยสำหรับองค์กรหรือบุคคลทั่วไป?
องค์กรและบริษัทสามารถเข้าซื้อขายได้ผ่านแพลตฟอร์ม FTIX ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือติดต่อแลกเปลี่ยนผ่านการตกลงซื้อขายโดยตรง (OTC) กับผู้พัฒนาโครงการ T-VER ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ อบก. ครับ
1 คาร์บอนเครดิต เท่ากับปริมาณก๊าซเรือนกระจกเท่าไหร่?
1 คาร์บอนเครดิต เท่ากับการลดหรือกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (หรือก๊าซเรือนกระจกชนิดอื่นที่คำนวณเทียบเท่า) ปริมาณ 1 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ($1 tCO_2e$) ครับ
สรุป Carbon Credit
Carbon Credit คือกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Economy) ซึ่งเปิดโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขณะเดียวกันก็สร้างแรงจูงใจทางการเงินให้กับผู้ลงทุนในโครงการพลังงานสะอาดและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
การทำความเข้าใจเรื่องคาร์บอนเครดิต ตลาด T-VER และช่องทางการซื้อขายในไทย จะช่วยให้ทั้งนักลงทุนและภาคธุรกิจเตรียมความพร้อมรับมือกับเทรนด์การลงทุนยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ ESG ได้อย่างมั่นใจครับ
⚠️ คำเตือนความเสี่ยง: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลสำหรับการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนส่วนบุคคล
บทความนี้จัดทำโดยทีมงานร่วมกับเครื่องมือ AI เพื่อช่วยเรียบเรียงเนื้อหา

















