Table of Contents
Table of Contents

ตราสารหนี้ คืออะไร? มีกี่ประเภท ความเสี่ยงต่ำจริงไหม?

ตราสารหนี้ คืออะไร อธิบายความหมายและการทำงานของตราสารหนี้เบื้องต้น

ตราสารหนี้ คือ เครื่องมือทางการเงินประเภทหนึ่งที่ผู้ลงทุนมีสถานะเป็น “เจ้าหนี้” และผู้ออกตราสารมีสถานะเป็น “ลูกหนี้” โดยลูกหนี้สัญญากับเจ้าหนี้ว่าจะจ่ายดอกเบี้ยให้ตามระยะเวลาที่กำหนด และจะคืนเงินต้นทั้งหมดเมื่อครบกำหนดอายุสัญญาครับ

สำหรับผู้ที่เริ่มต้นศึกษาตลาดการเงิน ตราสารหนี้มักถูกพูดถึงในฐานะสินทรัพย์ที่มีความผันผวนต่ำและช่วยกระจายความเสี่ยงให้พอร์ตการลงทุนได้เป็นอย่างดี บทความนี้ทีมงาน Gotradehere จะพาไปทำความรู้จักว่าตราสารหนี้คืออะไร ทำงานอย่างไร มีกี่ประเภท และความเสี่ยงต่ำจริงอย่างที่หลายคนเข้าใจหรือไม่ครับ

ตราสารหนี้ คืออะไร?

ตราสารหนี้ (Bond) คือ ตราสารทางการเงินที่ผู้ถือ (นักลงทุน) มีสถานะเป็นเจ้าหนี้ และผู้ออกมีสถานะเป็นลูกหนี้ โดยเจ้าหนี้จะได้รับผลตอบแทนในรูปของ “ดอกเบี้ย” อย่างสม่ำเสมอตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ และจะได้รับ “เงินต้น” คืนเมื่อครบกำหนดอายุนั่นเองครับ 

อธิบายกลไกการทำงานของ Bond ให้เข้าใจง่าย ๆ

กลไกของตราสารหนี้ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่ “เงินต้น” (Face Value) คือจำนวนเงินที่เราให้กู้ยืม “ดอกเบี้ย” (Coupon Rate) คือผลตอบแทนที่เราจะได้รับเป็นรอบ ๆ เช่น ทุก 6 เดือน และ “วันครบกำหนด” (Maturity Date) คือวันที่เราจะได้เงินต้นก้อนแรกคืนกลับมาทั้งหมดครับ

สถานะระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้

เมื่อคุณซื้อตราสารหนี้ คุณจะมีสถานะเป็น “เจ้าหนี้” ทันที ไม่ใช่ “เจ้าของกิจการ” เหมือนการซื้อหุ้นครับ ข้อดีของสถานะนี้คือ หากบริษัทที่ออกตราสารหนี้เกิดล้มละลายหรือต้องปิดกิจการ เจ้าหนี้จะได้รับสิทธิในการขอรับเงินคืนก่อนผู้ถือหุ้นเสมอครับ

ประเภทของตราสารหนี้ มีอะไรบ้าง?

จากที่ได้ทราบความหมายกันไปแล้วว่าตราสารหนี้คืออะไร ต่อไปเรามาดูกันว่าตราสารหนี้สามารถแบ่งออกตาม “ผู้ออก” เป็นประเภทหลัก ๆ ได้ดังนี้ครับ

พันธบัตรรัฐบาล (Government Bond)

พันธบัตรรัฐบาลออกโดยหน่วยงานภาครัฐ เช่น กระทรวงการคลัง หรือธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ถือเป็นตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุดในประเทศ เพราะมีรัฐบาลเป็นผู้ค้ำประกัน ทำให้มีโอกาสผิดนัดชำระหนี้ต่ำมาก แต่แลกมากับผลตอบแทนที่ค่อนข้างต่ำครับ

หุ้นกู้เอกชน (Corporate Bond)

หุ้นกู้คือตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทเอกชน เพื่อนำเงินไปขยายกิจการหรือใช้หมุนเวียนในธุรกิจ หุ้นกู้เอกชนมักจะให้ผลตอบแทนหรือดอกเบี้ยที่สูงกว่าพันธบัตรรัฐบาล เพื่อดึงดูดให้นักลงทุนนำเงินมาปล่อยกู้ครับ

นอกจากจะแบ่งตามผู้ออกแล้ว เรายังสามารถแบ่งตราสารหนี้ตาม “ระยะเวลาการกู้ยืม” ได้ด้วยครับ:

  • ตราสารหนี้ระยะสั้น: มีอายุไม่เกิน 1 ปี เหมาะสำหรับพักเงินระยะสั้น
  • ตราสารหนี้ระยะกลาง: มีอายุตั้งแต่ 1 ปี ถึง 5 ปี เหมาะกับการออมเงินระยะปานกลาง
  • ตราสารหนี้ระยะยาว: มีอายุเกิน 5 ปีขึ้นไป มักให้ดอกเบี้ยสูงที่สุดแต่ก็มีความผันผวนด้านราคามากกว่าครับ
หัวข้อเปรียบเทียบพันธบัตรรัฐบาลหุ้นกู้เอกชน
ผู้ออกตราสารรัฐบาล หรือ กระทรวงการคลังบริษัทเอกชน
ระดับความเสี่ยงต่ำมาก (โอกาสเบี้ยวหนี้น้อย)ปานกลางถึงสูง (ขึ้นอยู่กับเครดิตบริษัท)
ผลตอบแทน (ดอกเบี้ย)ค่อนข้างต่ำปานกลางถึงสูง
ความน่าเชื่อถือสูงที่สุดในประเทศต้องประเมินจาก Credit Rating (ตรวจสอบ Rating จากสถาบันจัดอันดับเสมอ)

ตราสารหนี้ ความเสี่ยงต่ำจริงไหม? ข้อควรรู้ก่อนลงทุน

แม้ตราสารหนี้จะได้ชื่อว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ “ความเสี่ยงต่ำ” ไม่ได้แปลว่า “ไม่มีความเสี่ยง” ครับ นี่คือสิ่งที่คุณต้องพิจารณาครับ

ความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ (Default Risk)

นี่คือความเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุดของการลงทุนในตราสารหนี้ครับ หมายความว่าบริษัทที่ออกหุ้นกู้ขาดสภาพคล่องหรือล้มละลาย ทำให้ไม่มีเงินมาจ่ายดอกเบี้ยหรือคืนเงินต้นให้เราตามสัญญา

ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk)

ตราสารหนี้ไม่ได้ซื้อง่ายขายคล่องเหมือนตลาดหุ้นครับ หากคุณต้องการใช้เงินด่วนและอยากขายตราสารหนี้ก่อนวันครบกำหนด คุณอาจจะหาคนซื้อต่อได้ยาก หรืออาจต้องยอมขายในราคาที่ขาดทุนครับ

ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย

ราคาของตราสารหนี้และอัตราดอกเบี้ยในตลาดมักจะสวนทางกันครับ ถ้าระหว่างที่เราถือตราสารหนี้อยู่ แล้วธนาคารกลางประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย ตราสารหนี้รุ่นใหม่ ๆ ก็จะให้ดอกเบี้ยสูงกว่า ทำให้ตราสารหนี้รุ่นเก่าที่เราถืออยู่มีราคาลดลงครับ

ผลตอบแทนจากดอกเบี้ย

นี่คือผลตอบแทนหลักที่นักลงทุนคาดหวังครับ โดยจะได้รับเป็นเปอร์เซ็นต์ที่แน่นอนตามที่ระบุไว้ในหน้าสัญญา และจ่ายอย่างสม่ำเสมอ เช่น ทุก ๆ 6 เดือน

ผลตอบแทนจากส่วนต่างราคา

หากคุณนำตราสารหนี้ไปขายในตลาดรอง (Secondary Market) ก่อนครบกำหนด และขายได้ในราคาที่สูงกว่าตอนที่ซื้อมา คุณก็จะได้กำไรจากส่วนต่างราคานี้ด้วยครับ

มือใหม่ซื้อตราสารหนี้ได้ที่ไหนบ้าง?

ในปัจจุบัน การเข้าถึงตราสารหนี้ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับนักลงทุนรายย่อยอีกต่อไปครับ

ซื้อผ่านแอปพลิเคชันหรือธนาคาร

คุณสามารถซื้อพันธบัตรรัฐบาลหรือหุ้นกู้เอกชนได้โดยตรงผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารพาณิชย์ หรือแอปพลิเคชันของรัฐ เช่น แอปเป๋าตัง (วอลเล็ต สบม.) ซึ่งมักจะเปิดให้จองซื้อเป็นรอบ ๆ และใช้เงินเริ่มต้นเพียง 100 บาทเท่านั้นครับ

ซื้อผ่านกองทุนรวมตราสารหนี้ (Mutual Fund)

สำหรับคนที่ไม่มีเวลาเลือกซื้อเอง กองทุนรวมตราสารหนี้เป็นทางเลือกที่ดีมากครับ เพราะมีผู้จัดการกองทุนคอยคัดเลือกและกระจายเงินไปซื้อตราสารหนี้หลาย ๆ ตัวให้เรา ช่วยลดความเสี่ยงจากการที่บริษัทใดบริษัทหนึ่งเบี้ยวหนี้ได้ดีมากครับ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ตราสารหนี้ (Bond)

ถือตราสารหนี้ยังไม่ครบกำหนด สามารถขายก่อนได้ไหม?

สามารถขายก่อนได้ครับ โดยนำไปขายในตลาดรอง (Secondary Market) แต่ต้องระวังว่าราคาที่ขายได้อาจจะสูงหรือต่ำกว่าเงินต้นที่คุณซื้อมา ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยในตลาด ณ เวลานั้น และสภาพคล่องของตราสารหนี้รุ่นนั้น ๆ ด้วยครับ

ตราสารหนี้มีความเสี่ยงที่เงินต้นจะหายไหม?

มีโอกาสครับ หากคุณลงทุนในหุ้นกู้เอกชนแล้วบริษัทนั้นเกิดล้มละลายหรือผิดนัดชำระหนี้ คุณอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ ดังนั้นการกระจายความเสี่ยงและการเลือกลงทุนในบริษัทที่มี Credit Rating สูงจึงสำคัญมากครับ

พันธบัตรรัฐบาลกับหุ้นกู้ แบบไหนเสี่ยงน้อยกว่ากัน?

พันธบัตรรัฐบาลมีความเสี่ยงน้อยกว่าหุ้นกู้เอกชนมากครับ เพราะได้รับการค้ำประกันจากรัฐบาล โอกาสที่จะเบี้ยวหนี้นั้นแทบจะเป็นศูนย์ ในขณะที่หุ้นกู้เอกชนขึ้นอยู่กับความมั่นคงและผลกำไรของบริษัทนั้น ๆ ครับ


สรุปเกี่ยวกับตราสารหนี้ คืออะไร?

ตราสารหนี้ คือ สินทรัพย์ที่เปลี่ยนสถานะของเราให้กลายเป็น “เจ้าหนี้” เพื่อรับผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ยอย่างสม่ำเสมอ แม้จะมีความเสี่ยงที่ต่ำกว่าหุ้น แต่การทำความเข้าใจความเสี่ยงเรื่องการผิดนัดชำระหนี้และสภาพคล่องก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยครับ

หากคุณสนใจศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดพอร์ตลงทุนและการเลือกซื้อตราสารหนี้ให้ปลอดภัย สามารถอ่านเจาะลึกต่อได้ที่บทความ วิธีซื้อตราสารหนี้ คู่มือสอนลงทุนง่าย ๆ เพื่อเตรียมพร้อมก่อนเริ่มลงทุนจริงครับ

บทความนี้จัดทำโดยทีมงาน Gotradehere โดยใช้เครื่องมือ AI ช่วยร่างและตรวจสอบเนื้อหา ก่อนผ่านการตรวจทานและอนุมัติจากทีมงานมนุษย์ก่อนเผยแพร่


อ่านบทความเพิ่มเติม: Knowledge

อ่านรีวิวโบรกเกอร์อื่น ๆ ได้ที่: Review Broker

Table of Contents
TOP FOREX BROKERS
1
5/5

IUX

5/5
2
3/5
IC Markets
IC Markets-top-forex-brokers
IC Markets
4/5
3
4/5
FXGT.com
FXGT.com
4/5
4
3/5
Hantec Markets
Hantec Markets
3/5
5
4/5
Eightcap
Eightcap
3/5

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

– Advertisement –

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

FOLLOW US
บทความที่เกี่ยวข้อง

– Advertisement –