Table of Contents
Table of Contents

Securitization คืออะไร? กลไกสำคัญที่นักลงทุนควรรู้

Securitization คือ — กระบวนการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ในตลาดการเงิน

Securitization คือ กระบวนการทางการเงินที่นำสินทรัพย์ที่ขาดสภาพคล่อง (เช่น สินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อรถยนต์ หรือยอดค้างชำระบัตรเครดิต) มามัดรวมกัน แล้วนำมาแปลงเป็นหลักทรัพย์รูปแบบใหม่เพื่อเสนอขายให้กับนักลงทุนในตลาดทุน

กระบวนการนี้เปรียบเสมือนเครื่องมือที่ช่วยให้สถาบันการเงินสามารถเปลี่ยนกระแสเงินสดในอนาคตให้กลายเป็นเงินก้อนในปัจจุบัน เพื่อนำไปหมุนเวียนและปล่อยสินเชื่อต่อได้ บทความนี้จะอธิบายว่าการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์มีกระบวนการอย่างไร รวมถึงข้อดีและข้อควรระวังที่คุณควรรู้ก่อนตัดสินใจลงทุนครับ


Securitization คืออะไร?

Securitization คือ นวัตกรรมทางการเงินที่เปลี่ยนกระแสเงินสดที่คาดว่าจะได้รับในอนาคตจากลูกหนี้ ให้กลายเป็นตราสารหนี้หรือหลักทรัพย์ที่สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือได้

แนวคิดของการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์

ปกติแล้ว เมื่อธนาคารปล่อยสินเชื่อบ้าน ธนาคารจะต้องรอรับเงินต้นและดอกเบี้ยคืนเป็นระยะเวลา 20-30 ปี ซึ่งทำให้เงินทุนส่วนนั้นจมและขาดสภาพคล่อง แนวคิดของการทำ Securitization จึงเกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหานี้ โดยการนำสัญญาเงินกู้หลาย ๆ ฉบับมารวมเป็นกองเดียว (Pool) แล้วออกตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อเหล่านั้นเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อระดมทุนจากนักลงทุนแทน

ทำไมสถาบันการเงินถึงต้องทำ Securitization?

เหตุผลหลักคือการบริหารสภาพคล่องและการจัดการความเสี่ยง เมื่อธนาคารแปลงสินเชื่อเป็นหลักทรัพย์และขายออกไป ธนาคารจะได้เงินสดกลับมาทันที ทำให้มีเงินไปปล่อยกู้รอบใหม่ได้ นอกจากนี้ยังเป็นการโอนความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ (Default Risk) ของลูกหนี้ ไปยังนักลงทุนที่เข้ามาซื้อหลักทรัพย์นั้นแทน


Securitization มีกระบวนการอย่างไร?

กระบวนการ Securitization เริ่มต้นจากการรวบรวมสินทรัพย์ จัดตั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจ และนำไปให้สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือก่อนออกเสนอขาย โดยมีขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้

การรวบรวมสินทรัพย์ (Pooling)

ผู้ริเริ่มโครงการ (Originator) ซึ่งมักจะเป็นธนาคารหรือสถาบันการเงิน จะทำการคัดเลือกและรวบรวมสินทรัพย์ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เช่น สินเชื่อบ้านที่มีระยะเวลาและอัตราดอกเบี้ยใกล้เคียงกัน มารวมไว้เป็นกองเดียวกัน เพื่อให้ง่ายต่อการคำนวณกระแสเงินสด

การจัดตั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจ (SPV)

ธนาคารจะจัดตั้ง Special Purpose Vehicle (SPV) ซึ่งเป็นนิติบุคคลเฉพาะกิจขึ้นมา เพื่อรับโอนสินทรัพย์จากกองที่รวบรวมไว้ การทำเช่นนี้เรียกว่า Bankruptcy Remote คือเป็นการแยกความเสี่ยงของสินทรัพย์ออกจากธนาคารต้นทาง หากธนาคารล้มละลาย สินทรัพย์ใน SPV จะไม่ได้รับผลกระทบ

การจัดอันดับความน่าเชื่อถือและการออกหลักทรัพย์ (Credit Rating & Issuance)

SPV จะนำหลักทรัพย์ที่จะออกเสนอขายไปให้สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating Agency) เช่น TRIS Rating ทำการประเมินความเสี่ยง เพื่อแบ่งเกรดความเสี่ยงและผลตอบแทนเป็นลำดับชั้น (Tranche) เพื่อแบ่งเกรดความเสี่ยงและผลตอบแทนเป็นลำดับชั้น (Tranche) ก่อนนำไปเสนอขายให้นักลงทุนสถาบันหรือรายย่อยต่อไป


ข้อดีและข้อเสียของ Securitization

ข้อดีหลักของการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์คือการเพิ่มสภาพคล่องให้ระบบการเงิน แต่ข้อเสียคือความซับซ้อนที่อาจบดบังความเสี่ยงที่แท้จริง

ข้อดีของการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ต่อระบบเศรษฐกิจ

กระบวนการนี้ช่วยให้สถาบันการเงินมีต้นทุนทางการเงินที่ต่ำลง และสามารถปล่อยสินเชื่อเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้มากขึ้น ในขณะเดียวกัน นักลงทุนก็มีทางเลือกในการลงทุนที่หลากหลายขึ้น โดยสามารถเลือกระดับความเสี่ยงและผลตอบแทน (Tranche) ที่ตรงกับความต้องการของตนเองได้

ความเสี่ยงและข้อควรระวังสำหรับนักลงทุน

ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดคือความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk) ของสินทรัพย์อ้างอิง หากลูกหนี้ในกองสินทรัพย์พร้อมใจกันเบี้ยวหนี้ กระแสเงินสดที่จะนำมาจ่ายดอกเบี้ยและคืนเงินต้นให้นักลงทุนก็จะสะดุด นอกจากนี้ ความซับซ้อนของโครงสร้างหลักทรัพย์ยังทำให้นักลงทุนทั่วไปประเมินความเสี่ยงที่แท้จริงได้ยาก

ตารางเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์

ประเด็นข้อดีข้อเสียและข้อควรระวัง
สำหรับสถาบันการเงินเพิ่มสภาพคล่อง, กระจายความเสี่ยงให้พ้นจากงบดุลมีต้นทุนในการจัดตั้ง SPV และค่าธรรมเนียมประเมิน Rating
สำหรับนักลงทุนมีทางเลือกรับผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝาก, เลือกระดับความเสี่ยงได้โครงสร้างซับซ้อน, อาจสูญเสียเงินต้นหากลูกหนี้อ้างอิงผิดนัดชำระ
สำหรับระบบเศรษฐกิจกระตุ้นการปล่อยสินเชื่อ, ทำให้เงินทุนหมุนเวียนดีขึ้นหากกำกับดูแลไม่ดี อาจนำไปสู่ฟองสบู่และวิกฤตเศรษฐกิจได้

คำถามที่พบบ่อย

Tokenization ต่างจาก Securitization แบบดั้งเดิมยังไง?

แม้ทั้งสองจะเป็นการแบ่งสินทรัพย์ออกเป็นส่วนย่อย ๆ แต่ Securitization เป็นการมัดรวมกระแสเงินสดในอนาคต (เช่น สินเชื่อ) ออกเป็นหลักทรัพย์ในตลาดทุนดั้งเดิม ส่วน Tokenization คือการแปลงมูลค่าสินทรัพย์ (เช่น อสังหาริมทรัพย์ หรือศิลปะ) ให้อยู่ในรูปแบบของ Digital Token บนระบบ Blockchain ซึ่งมีความยืดหยุ่น โปร่งใส และเข้าถึงรายย่อยได้ง่ายกว่า

ตราสารหนี้ทั่วไปกับตราสารที่เกิดจาก Securitization ต่างกันไหม?

แตกต่างกันครับ แตกต่างกันครับ ตราสารหนี้ทั่วไป (เช่น หุ้นกู้) คือการที่คุณให้บริษัทกู้เงินโดยตรง โดยอิงจากความน่าเชื่อถือของบริษัทนั้น แต่ตราสารที่เกิดจาก Securitization (เช่น MBS หรือ Asset-Backed Securities (ABS)) จะอิงจากกระแสเงินสดของ “กองสินทรัพย์” ที่ถูกโอนมายัง SPV ไม่ได้อิงจากบริษัทที่ปล่อยกู้ตั้งแต่แรก โดยอิงจากความน่าเชื่อถือของบริษัทนั้น แต่ตราสารที่เกิดจาก Securitization (เช่น MBS, ABS) จะอิงจากกระแสเงินสดของ “กองสินทรัพย์” ที่ถูกโอนมายัง SPV ไม่ได้อิงจากบริษัทที่ปล่อยกู้ตั้งแต่แรก

นักลงทุนรายย่อยสามารถซื้อหลักทรัพย์ประเภทนี้ได้หรือไม่?

ส่วนใหญ่หลักทรัพย์ประเภทนี้มักเสนอขายให้กับนักลงทุนสถาบัน (Institutional Investors) หรือนักลงทุนรายใหญ่ เนื่องจากมีความซับซ้อนและต้องใช้เงินลงทุนสูง แต่นักลงทุนรายย่อยก็สามารถเข้าถึงได้ผ่านการซื้อกองทุนรวม (Mutual Fund) ที่มีนโยบายเข้าไปลงทุนในตราสารหนี้เหล่านี้ครับ


สรุป Securitization คือ

Securitization คือ กลไกที่เปลี่ยนสินทรัพย์ที่ขายยากหรือเงินจมอย่างสัญญาเงินกู้ ให้กลายเป็นหลักทรัพย์ที่ซื้อง่ายขายคล่องในตลาดทุน ผ่านกระบวนการรวบรวมสินทรัพย์ จัดตั้ง SPV และออกหลักทรัพย์ใหม่ กลไกนี้มีประโยชน์มหาศาลในการหมุนเวียนเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ แต่ก็แฝงมาด้วยโครงสร้างที่ซับซ้อนซึ่งเรียกร้องให้นักลงทุนต้องทำความเข้าใจถึงที่มาของกระแสเงินสดอย่างถ่องแท้

บทความนี้จัดทำโดยทีมงานร่วมกับเครื่องมือ AI เพื่อช่วยเรียบเรียงเนื้อหา


อ่านบทความเพิ่มเติม: Knowledge

อ่านรีวิวโบรกเกอร์อื่น ๆ ได้ที่: Review Broker

Table of Contents
TOP FOREX BROKERS
1
5/5

IUX

5/5
2
3/5
IC Markets
IC Markets-top-forex-brokers
IC Markets
4/5
3
4/5
FXGT.com
FXGT.com
4/5
4
3/5
Hantec Markets
Hantec Markets
3/5
5
4/5
Eightcap
Eightcap
3/5

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

– Advertisement –

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

FOLLOW US
บทความที่เกี่ยวข้อง

– Advertisement –