กองทุนพันธบัตรรัฐบาล คือ กองทุนรวมประเภทหนึ่งที่นำเงินของผู้ลงทุนหลาย ๆ คนไปรวมกันเป็นก้อนใหญ่ แล้วนำไปปล่อยกู้ให้กับ “รัฐบาล” โดยรัฐบาลจะให้สัญญาว่าจะจ่ายดอกเบี้ยคืนเป็นงวด ๆ และคืนเงินต้นทั้งหมดเมื่อครบกำหนดเวลาครับ
สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มศึกษาตลาดการเงิน หรือคนที่ต้องการหาที่ “พักเงิน” รอจังหวะไปลงทุนอย่างอื่น กองทุนประเภทนี้ถือเป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่ได้รับความนิยมมาก เพราะมีความเสี่ยงต่ำและมีโอกาสได้ผลตอบแทนดีกว่าการฝากเงินทิ้งไว้ในบัญชีออมทรัพย์เฉย ๆ บทความนี้ทีมงาน Gotradehere จะพาไปทำความรู้จักแบบเข้าใจง่ายใน 5 นาทีครับ
⚠️ ข้อควรระวัง: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลสำหรับการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่การชี้แนะหรือแนะนำลงทุนครับ
กองทุนพันธบัตรรัฐบาล คืออะไร?
ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจคำว่า กองทุนรวม ก่อนครับ กองทุนรวมก็เหมือนการที่เราเอาเงินไปฝากให้ “ผู้จัดการกองทุน” ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญช่วยนำเงินไปลงทุนให้ตามนโยบายที่ตกลงกันไว้
ส่วน “พันธบัตรรัฐบาล” คือใบรับสภาพหนี้ที่ออกโดยรัฐบาล หรือที่เรียกกันว่า ตราสารหนี้ อธิบายง่าย ๆ คือรัฐบาลต้องการขอยืมเงินประชาชนไปพัฒนาประเทศ จึงออกกระดาษใบหนึ่งมาให้เราถือไว้เพื่อเป็นหลักฐานว่ารัฐบาลเป็นหนี้เรานั่นเองครับ
กลไกการทำงานของ กองทุนรวมพันธบัตรรัฐบาล
เมื่อเรารวมสองคำนี้เข้าด้วยกัน กองทุนรวมพันธบัตรรัฐบาล จึงทำงานโดยการระดมทุนจากนักลงทุนรายย่อยอย่างพวกเรา แล้วนำเงินก้อนนั้นไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลหลาย ๆ รุ่นกระจายกันไป เมื่อรัฐบาลจ่ายดอกเบี้ยออกมา ผู้จัดการกองทุนก็จะนำดอกเบี้ยนั้นมาสะสมไว้ในกองทุน ทำให้มูลค่าของกองทุน (NAV) ค่อย ๆ เติบโตขึ้นครับ
ทำไมถึงจัดเป็นสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำ?
เหตุผลหลักคือ “ลูกหนี้” ของเราคือรัฐบาลครับ ในโลกของการลงทุน รัฐบาลของประเทศนั้น ๆ ถือเป็นลูกหนี้ที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด โอกาสที่รัฐบาลจะไม่มีเงินมาคืน (เบี้ยวหนี้) นั้นต่ำมาก ๆ เมื่อเทียบกับการไปปล่อยกู้ให้บริษัทเอกชนหรือการลงทุนในตลาดหุ้นที่มีความผันผวนสูง
🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere: ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพ การซื้อหุ้นคือการที่เราเข้าไปเป็น “เจ้าของร่วม” ในบริษัท ถ้าบริษัทกำไรเราก็ได้ส่วนแบ่ง แต่ถ้าขาดทุนเราก็เจ็บตัว ส่วนการซื้อกองทุนประเภทนี้ เราอยู่ในฐานะ “เจ้าหนี้” ไม่ว่ารัฐบาลจะบริหารประเทศกำไรหรือขาดทุน ก็ต้องหาเงินมาจ่ายดอกเบี้ยและคืนเงินต้นให้เราตามสัญญาครับ ทำให้เงินต้นของเราค่อนข้างปลอดภัย
ทำไมต้องลงทุนใน กองทุนพันธบัตรรัฐบาลไทย?
หลายคนอาจสงสัยว่า ถ้ามันปลอดภัยมาก ทำไมเราไม่เอาเงินไปฝากธนาคารไว้เฉย ๆ ดีกว่า? การเลือกลงทุนในกองทุนพันธบัตรรัฐบาลไทยมีจุดเด่นที่น่าสนใจกว่าเงินฝากอยู่ 2 เรื่องหลัก ๆ ครับ
ข้อดีเมื่อเทียบกับการฝากเงินในธนาคาร
โดยปกติแล้ว อัตราผลตอบแทนหรือดอกเบี้ยที่เราได้จากกองทุนพันธบัตรรัฐบาล มักจะ “สูงกว่า” ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ทั่วไปของธนาคารพาณิชย์ครับ แม้จะไม่ได้สูงปรี๊ดเหมือนกำไรจากการเล่นหุ้น แต่ก็ช่วยให้เงินของเราชนะเงินเฟ้อขั้นพื้นฐานได้ดีกว่าการแช่เงินทิ้งไว้เฉย ๆ
ตัวอย่างเช่น กองทุนตราสารรัฐระยะสั้นอย่าง K-TREASURY ให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีที่ประมาณ 0.85% และเฉลี่ย 3 ปีที่ 1.42% ต่อปี ในขณะที่ดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 3-12 เดือนของธนาคารพาณิชย์หลักอยู่ที่ราว 0.65-0.95% ต่อปี ส่วนเงินฝากออมทรัพย์ทั่วไปมักให้ดอกเบี้ยต่ำกว่านี้อีกครับ
สภาพคล่องที่สูงกว่าการไปซื้อพันธบัตรด้วยตัวเอง
ถ้าเราเดินไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลด้วยตัวเองโดยตรง (เช่น ซื้อผ่านแอปเป๋าตัง) เรามักจะต้องถือพันธบัตรนั้นยาวไปจนครบกำหนด เช่น 3 ปี หรือ 5 ปี ถึงจะได้เงินต้นคืนเต็มจำนวน
แต่ถ้าเราซื้อผ่านกองทุนนี้ เราสามารถสั่ง “ขาย” กองทุนเพื่อเอาเงินสดออกมาใช้ได้ทุกวันทำการ (วันจันทร์-ศุกร์) โดยไม่ต้องรอให้ครบ 3 ปีหรือ 5 ปีครับ ทำให้เรามี “สภาพคล่อง” หรือความคล่องตัวในการใช้เงินที่สูงกว่ามาก
กองทุนพันธบัตรรัฐบาล ดีไหม? เหมาะกับใครที่สุด
จากการทดลองจัดพอร์ตลงทุนโดยทีมงาน Gotradehere กองทุนประเภทนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกคน แต่จะมีประโยชน์มากที่สุดสำหรับคน 2 กลุ่มนี้ครับ
ผู้ที่ต้องการที่พักเงินรอจังหวะลงทุน
สำหรับนักลงทุนที่เพิ่งขายหุ้นได้กำไรมา หรือกำลังรอดูสถานการณ์ตลาดโลกที่ยังไม่แน่นอน การเอาเงินก้อนนั้นมาพักไว้ในกองทุนนี้ จะช่วยให้เงินก้อนนั้นยังคงงอกเงยจากการรับดอกเบี้ยไปเรื่อย ๆ อย่างปลอดภัย ระหว่างรอจังหวะซื้อสินทรัพย์อื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า
สิ่งที่ต้องระวังก่อนลงทุน
แม้จะบอกว่าความเสี่ยงต่ำ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีความเสี่ยงเลยนะครับ สิ่งที่เทรดเดอร์ต้องระวังที่สุดคือ ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Interest Rate Risk)
อธิบายง่าย ๆ คือ ถ้าระหว่างที่เราถือลงทุนอยู่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศ “ขึ้น” ดอกเบี้ยนโยบาย พันธบัตรรุ่นใหม่ ๆ ที่กำลังจะออกสู่ตลาดก็จะให้ดอกเบี้ยที่สูงกว่าพันธบัตรรุ่นเก่าที่กองทุนของเราถืออยู่ ส่งผลให้พันธบัตรรุ่นเก่าของเราความน่าสนใจลดลง และอาจทำให้มูลค่าของกองทุน (NAV) ปรับตัวลดลงได้เล็กน้อยในระยะสั้นครับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ กองทุนพันธบัตรรัฐบาล
ซื้อ กองทุน พันธบัตรรัฐบาล ขั้นต่ำใช้เงินเท่าไหร่?
ปัจจุบันแอปพลิเคชันของธนาคารและบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ส่วนใหญ่ เปิดให้เราสามารถเริ่มต้นซื้อกองทุนรวมพันธบัตรรัฐบาลได้ด้วยเงินเพียง 1 บาท หรือบางที่อาจจะกำหนดขั้นต่ำไว้ที่ 100 – 500 บาทครับ ถือว่าเริ่มต้นได้ง่ายมากสำหรับมือใหม่
ใช้เวลาขายคืนกี่วันถึงจะได้เงิน?
โดยปกติ เมื่อเรากดสั่งขายกองทุนพันธบัตรรัฐบาลในวันทำการ (ก่อนเวลาที่กองทุนกำหนด) เราจะได้รับเงินโอนเข้าบัญชีธนาคารในวันทำการถัดไป (T+1) หรืออย่างช้าคือ 2 วันทำการ (T+2) ครับ จะไม่ได้เงินเข้าบัญชีทันทีในวินาทีที่กดขายเหมือนการขายหุ้นนะครับ
กองทุนพันธบัตรรัฐบาล เสียภาษีไหม?
สำหรับนักลงทุนบุคคลธรรมดาอย่างเรา เวลาที่กดขายกองทุนแล้วได้ “กำไรส่วนต่าง (Capital Gain)” จะ ได้รับยกเว้นภาษี ไม่ต้องนำไปคำนวณเสียภาษีเงินได้ครับ แต่ตัวกองทุนเองจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% จากรายได้ดอกเบี้ยที่กองทุนได้รับจากรัฐบาล ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 52) พ.ศ. 2562 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2562 เป็นต้นมาครับ โดยตัวเลขภาษีนี้ได้ถูกหักออกไปก่อนที่จะสะท้อนมาเป็นมูลค่า (NAV) ให้เราเห็นแล้วครับ
สรุป กองทุนพันธบัตรรัฐบาล
กองทุนพันธบัตรรัฐบาล คือเครื่องมือที่ช่วยให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงการปล่อยกู้ให้รัฐบาลได้อย่างสะดวกสบาย มีสภาพคล่องสูง ซื้อขายง่าย และให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจกว่าเงินฝากออมทรัพย์ทั่วไป ถือเป็น “หลุมหลบภัย” ชั้นดีในช่วงที่เศรษฐกิจผันผวนครับ
🐔 Recommend by ไก่: สำหรับใครที่เริ่มสนใจอยากรู้ว่าตัวกระดาษสัญญากู้เงินของรัฐบาล หรือพันธบัตรแบบซื้อตรง ๆ นั้นมีรายละเอียดอย่างไร แตกต่างจากกองทุนแค่ไหน สามารถเข้าไปอ่านต่อยอดได้ที่บทความ พันธบัตรรัฐบาล ได้เลยครับ
⚠️ ข้อควรระวัง: การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นทั้งหมดได้ บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนส่วนบุคคล ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต มูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) ของกองทุนตราสารหนี้อาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ตามความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยและความเสี่ยงด้านเครดิตของผู้ออกตราสาร ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ
บทความนี้จัดทำโดยทีมงาน Gotradehere โดยใช้เครื่องมือ AI ช่วยร่างและตรวจสอบเนื้อหา ก่อนผ่านการตรวจทานและอนุมัติจากทีมงานมนุษย์ก่อนเผยแพร่

















