พันธบัตรรัฐบาลถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ทางการเงินที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุดในตลาด เนื่องจากมีรัฐบาลเป็นผู้ออกตราสารและรับประกันการชำระคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย ในสภาวะที่ตลาดการเงินมีความผันผวนสูง หรือทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายเริ่มเปลี่ยนผ่าน การเลือกลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลล่าสุดจึงเป็นทางเลือกในการสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงและช่วยปกป้องเงินต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การติดตามรอบการออกจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์รุ่นล่าสุดถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะช่วยให้สามารถล็อคผลตอบแทนในระดับที่เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจในแต่ละช่วงเวลาได้ครับ
⚠️ ข้อควรระวัง: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลสำหรับการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่การชี้แนะหรือแนะนำลงทุนครับ
พันธบัตรรัฐบาลล่าสุด มีรุ่นไหนน่าสนใจบ้าง?
การออกจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาลออมทรัพย์ของกระทรวงการคลังและ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ในปีงบประมาณล่าสุด ได้มีการแบ่งการจำหน่ายออกเป็นหลายรุ่นเพื่อรองรับความต้องการของนักลงทุนบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่ไม่แสวงหากำไร โดยแต่ละรุ่นจะมีอายุสัญญาและรูปแบบอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันออกไป
หรือพันธบัตรออมทรัพย์บนวอลเล็ต สบม. (สะสมบอนด์มั่งคั่ง) ซึ่งเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงได้ด้วยวงเงินเริ่มต้นเพียงไม่กี่บาท
รายละเอียดอัตราดอกเบี้ยและอายุสัญญาของแต่ละรุ่น
โดยทั่วไป พันธบัตรรัฐบาลที่เปิดจำหน่ายล่าสุดจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงอายุหลัก คือ รุ่นอายุ 5 ปี และรุ่นอายุ 10 ปี ซึ่งอัตราดอกเบี้ยอาจกำหนดเป็นแบบคงที่ตลอดอายุสัญญา หรือแบบขั้นบันได (Step-up) ที่ปรับเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาการถือครอง
| ชื่อรุ่นพันธบัตรรัฐบาล | อายุสัญญา | อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยต่อปี | การจ่ายดอกเบี้ย | วงเงินซื้อขั้นต่ำ |
| วอลเล็ต สบม. (รุ่นออมพลัส) | 5 ปี | 3.00% ต่อปี | ทุก 3 เดือน | 100 บาท |
| วอลเล็ต สบม. (รุ่นออมพลัส) | 10 ปี | 3.40% ต่อปี | ทุก 3 เดือน | 100 บาท |
| ช่องทางธนาคารตัวแทน (รุ่นทั่วไป) | 5 ปี | 3.00% ต่อปี | ทุก 3 เดือน | 1,000 บาท |
| ช่องทางธนาคารตัวแทน (รุ่นทั่วไป) | 10 ปี | 3.40% ต่อปี | ทุก 3 เดือน | 1,000 บาท |
🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere: ในช่วงที่ทิศทางดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในช่วงขาลง การเลือกล็อกอัตราดอกเบี้ยกับพันธบัตรรัฐบาลรุ่นอายุ 10 ปี จะช่วยให้คุณได้รับผลตอบแทนในระดับสูงยาวนานขึ้น แต่หากคุณคาดว่าอาจต้องใช้เงินก้อนในอีก 3–5 ปีข้างหน้า การเลือกพันธบัตรรัฐบาลรุ่นอายุ 5 ปี จะช่วยลดความเสี่ยงด้านสภาพคล่องได้ดีกว่าครับ
ดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลล่าสุดเท่าไหร่ และคำนวณผลตอบแทนอย่างไร?
คำถามที่นักลงทุนมักสงสัยคือ ดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลล่าสุดเท่าไหร่ และได้รับผลตอบแทนสุทธิจริงหลังหักค่าใช้จ่ายเท่าใด รูปแบบการจ่ายดอกเบี้ยของพันธบัตรรัฐบาลไทยมักจ่ายเป็นรายงวด (เช่น ทุก 3 เดือน หรือ ทุก 6 เดือน) เข้าบัญชีธนาคารหรือวอลเล็ตที่ผูกไว้โดยอัตโนมัติ
การเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% จากดอกเบี้ยพันธบัตร
ผลตอบแทนจากดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตรา 15% โดยอัตโนมัติ ตามประมวลรัษฎากรของกรมสรรพากร เช่นเดียวกับดอกเบี้ยหุ้นกู้และตราสารหนี้ทั่วไป
🐔 ตัวอย่างการคำนวณผลตอบแทนสุทธิ:
หากคุณลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลล่าสุด จำนวนเงิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.00% ต่อปี:
- ดอกเบี้ยรับก่อนภาษี = 100,000 × 3.00% = 3,000 บาท/ปี
- ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% = 3,000 × 15% = 450 บาท
- ดอกเบี้ยรับสุทธิที่จะได้รับจริง = 2,550 บาท/ปี (คิดเป็นผลตอบแทนสุทธิประมาณ 2.55% ต่อปี)
กรณีที่พันธบัตรจ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน คุณจะได้รับเงินโอนเข้าบัญชีงวดละประมาณ 637.50 บาทครับ
พันธบัตรรัฐบาลล่าสุดซื้อที่ไหน และเตรียมตัวอย่างไร?
ช่องทางการจัดจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาลออมทรัพย์ในปัจจุบันมีความสะดวกและหลากหลายมากขึ้น โดยแบ่งออกเป็น 2 ช่องทางหลัก ดังนี้ครับ
1. ช่องทางแอปพลิเคชัน (วอลเล็ต สบม. บนแอปเป๋าตัง)
เป็นการซื้อขายผ่านระบบดิจิทัลที่อำนวยความสะดวกให้ผู้ลงทุนรายย่อย
- จุดเด่น: เริ่มต้นลงทุนขั้นต่ำเพียง 100 บาท ซื้อขายได้รวดเร็วแบบ Real-time
- ขั้นตอน: เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเป๋าตัง สมัครใช้งาน วอลเล็ต สบม ยืนยันตัวตน และเติมเงินเข้าวอลเล็ตก็สามารถกดจองซื้อได้ทันที
2. ช่องทางการซื้อขายผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่าย
สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนจำนวนมาก หรือสะดวกรับบริการผ่านสาขา/แอปพลิเคชันของธนาคาร
- ธนาคารตัวแทนหลัก: ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์
- เงื่อนไข: ขั้นต่ำการจองซื้อเริ่มต้นที่ 1,000 บาท โดยมักเปิดจำหน่ายหลังจากรอบวอลเล็ต สบม. เสร็จสิ้น
ผู้ซื้อครั้งแรกต้องเตรียมบัตรประชาชน บัญชีธนาคารสำหรับรับโอนดอกเบี้ยและเงินต้น และลงทะเบียนโปรไฟล์ผู้ลงทุนให้เรียบร้อยก่อนวันเปิดจำหน่ายจริงครับ
เปรียบเทียบพันธบัตรรัฐบาล 2568 ล่าสุด กับ พันธบัตรรัฐบาล 2569 ล่าสุด
หากเปรียบเทียบแนวโน้มของพันธบัตรรัฐบาลแต่ละรอบ จะเห็นทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่สะท้อนภาวะเศรษฐกิจมหภาคและการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งส่งผลต่ออัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลในตลาด
- ด้านอัตราดอกเบี้ย: ในช่วงปี 2568 อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลอยู่ในระดับค่อนข้างสูงตามอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ค้างสูง ขณะที่รุ่นปี 2569 อัตราผลตอบแทนเริ่มทรงตัวและมีแนวโน้มปรับลดลงเล็กน้อยตามทิศทางดอกเบี้ยโลก
- ด้านสภาพคล่องและการจองซื้อ: พันธบัตรรัฐบาลออมทรัพย์ยังคงได้รับความสนใจสูงจากนักลงทุนที่ต้องการความปลอดภัย ส่งผลให้ยอดจำหน่ายเต็มวงเงินอย่างรวดเร็วในทุกรอบ
การทำความเข้าใจความแตกต่างของแต่ละรอบจำหน่าย จะช่วยให้นักลงทุนประเมินได้ว่าควรสับเปลี่ยนการถือครองตราสารหนี้ หรือควรถือพันธบัตรรัฐบาลเดิมจนครบกำหนดอายุครับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพันธบัตรรัฐบาลล่าสุด
พันธบัตรรัฐบาลล่าสุดซื้อที่ไหนสะดวกที่สุด?
ซื้อผ่านวอลเล็ต สบม. บนแอปพลิเคชันเป๋าตังสะดวกและรวดเร็วที่สุดครับ เพราะสามารถทำรายการได้ด้วยตนเองผ่านสมาร์ทโฟน เริ่มต้นเพียง 100 บาท และทราบผลการจัดสรรทันที
ดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลล่าสุดเท่าไหร่ และจ่ายวันไหนบ้าง?
อัตราดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับรุ่นและอายุสัญญา โดยรุ่นล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 3.00% – 3.40% ต่อปี กำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน หรือ ทุก 6 เดือน โดยโอนตรงเข้าบัญชีธนาคารที่ลงทะเบียนไว้ครับ
พันธบัตรรัฐบาลล่าสุดหมดหรือยัง เช็กได้อย่างไร?
สามารถเช็กสถานะวงเงินคงเหลือได้Real-time ผ่านหน้าแอปพลิเคชันเป๋าตัง (เมนูล่าสุดของวอลเล็ต สบม.) หรือสอบถามได้ที่ธนาคารตัวแทนจำหน่ายทั้ง 4 แห่งในช่วงระยะเวลาเปิดขายครับ
สามารถขายพันธบัตรรัฐบาลก่อนครบกำหนดอายุได้หรือไม่?
ทำได้ครับ โดยสามารถขายคืนผ่านตลาดรอง (Secondary Market) บนแอปเป๋าตังหลังจากถือครองครบกำหนดเงื่อนไข (ปกติคือ 3–6 เดือนหลังวันจัดจำหน่าย) ทั้งนี้ ราคาขายคืนอาจสูงกว่าหรือต่ำกว่าตราสารหนี้เดิมขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยในตลาดขณะนั้น
สรุปพันธบัตรรัฐบาลล่าสุด คุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่?
พันธบัตรรัฐบาลล่าสุดยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ตอบโจทย์อย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนที่เน้นความปลอดภัยของเงินต้น ต้องการสร้างรายได้แบบ Passive Income จากดอกเบี้ยที่แน่นอน และลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุนโดยรวม
แม้ผลตอบแทนอาจจะไม่สูงเท่าสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นหรือคริปโตเคอร์เรนซี แต่เมื่อเปรียบเทียบความเสี่ยงระดับต่ำที่สุด การแบ่งเงินลงทุนบางส่วนมาไว้ใน พันธบัตรออมทรัพย์ หรือตราสารหนี้ภาครัฐ ถือเป็นกลยุทธ์ Asset Allocation ที่นักลงทุนไม่ควรละเลยครับ สำหรับผู้ที่สนใจเปรียบเทียบทางเลือกเพิ่มเติม สามารถศึกษาบทความ หุ้นกู้คืออะไร บนเว็บไซต์ของเราครับ
⚠️ ข้อควรระวัง: การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นทั้งหมดได้ บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนส่วนบุคคล ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต การลงทุนในตราสารหนี้และพันธบัตรรัฐบาลมีความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยและสภาพคล่องในตลาดรอง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
บทความนี้จัดทำโดยทีมงาน Gotradehere โดยใช้เครื่องมือ AI ช่วยร่างและตรวจสอบเนื้อหา ก่อนผ่านการตรวจทานและอนุมัติจากทีมงานมนุษย์ก่อนเผยแพร่

















