Table of Contents
Table of Contents

CRS คืออะไร? ทำความเข้าใจมาตรฐานภาษีสากลฉบับเข้าใจง่าย

CRS คืออะไร แผนภาพอธิบายระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลภาษีสากล CRS

CRS (Common Reporting Standard) คือ มาตรฐานสากลสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลบัญชีทางการเงินแบบอัตโนมัติระหว่างประเทศ ที่ริเริ่มและพัฒนาโดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เพื่อช่วยให้หน่วยงานจัดเก็บภาษีทั่วโลกสามารถตรวจสอบทรัพย์สินและรายได้ของผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ถือครองอยู่นอกประเทศได้อย่างโปร่งใสครับ

ในยุคที่คนไทยสามารถ เปิดพอร์ตหุ้นต่างประเทศ และกระจายการลงทุนไปทั่วโลกได้สะดวกขึ้น ความเข้าใจเรื่องระบบภาษีระหว่างประเทศจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ระบบนี้ออกแบบมาเพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษีข้ามพรมแดนอย่างมีระบบ บทความนี้อธิบายว่า CRS คืออะไร มีกลไกทำงานอย่างไร และส่งผลต่อผู้มีเงินฝากหรือพอร์ตลงทุนในต่างประเทศอย่างไรบ้างครับ

CRS คืออะไร?

CRS ย่อมาจาก Common Reporting Standard คือ เกณฑ์มาตรฐานการรายงานข้อมูลทางการเงินแบบอัตโนมัติระหว่างประเทศ ที่กำหนดให้สถาบันการเงินรายงานข้อมูลบัญชีของบุคคลหรือนิติบุคคลที่ไม่ได้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีในประเทศนั้น กลับไปยังกรมสรรพากรของประเทศที่บุคคลผู้นั้นมีถิ่นที่อยู่ทางภาษีตัวจริงครับ

ระบบนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของกลุ่มประเทศสมาชิก OECD เพื่ออุดช่องโหว่การซุกซ่อนทรัพย์สินในต่างแดน โดยการทำงานจะใช้ระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลอัตโนมัติ หรือที่เรียกว่า Automatic Exchange of Information (AEOI) ซึ่งสถาบันการเงินจะส่งข้อมูลให้สรรพากรท้องถิ่น จากนั้นสรรพากรของแต่ละประเทศคู่สัญญาจะส่งต่อข้อมูลระหว่างกันเป็นประจำทุกปีโดยไม่ต้องรอให้มีการร้องขอเป็นรายคดีเหมือนในอดีตครับ

กฎหมาย CRS ไทย บังคับใช้อย่างไรและส่งผลกระทบต่อใครบ้าง?

เมื่อเข้าใจแล้วว่า CRS คืออะไรในระดับสากล ลำดับถัดไปคือกฎหมาย CRS ไทย ซึ่งได้มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการผ่านพระราชกำหนดการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับภาษีอากร ตามประกาศของกรมสรรพากร ทำให้สถาบันการเงินในไทยต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดระดับสากลครับ

เมื่อไทยเข้าร่วมเป็นภาคีในข้อตกลงพหุภาคี สถาบันการเงินในไทย เช่น ธนาคารพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์ และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน จะมีหน้าที่ตรวจสอบสถานะทางภาษีของลูกค้า (Due Diligence) หากพบว่าลูกค้ามีสถานะเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีในต่างประเทศ ข้อมูลบัญชีจะถูกนำส่งให้แก่ กรมสรรพากร (การแลกเปลี่ยนข้อมูลภาษี) เพื่อส่งต่อให้ประเทศคู่สัญญา ในทางกลับกัน กรมสรรพากรไทยก็จะได้รับข้อมูลของคนไทยที่มีบัญชีทางการเงินอยู่ในต่างประเทศเช่นเดียวกันครับ

ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเกณฑ์นี้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ บุคคลธรรมดาที่ไปเปิดบัญชีเงินฝากหรือพอร์ตหุ้นในต่างประเทศ และนิติบุคคลที่มีโครงสร้างการถือหุ้นหรือดำเนินธุรกิจข้ามชาติ โดยเฉพาะบริษัทที่ถือครองสินทรัพย์เพื่อรับรายได้แบบ Passive Income (รายได้ที่เกิดขึ้นเองโดยไม่ต้องลงแรงทำงานโดยตรง) ครับ

ประเภทข้อมูลรายละเอียดที่ถูกส่งรายงานภายใต้ระบบ CRS
ข้อมูลระบุตัวตนชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่, ประเทศถิ่นที่อยู่ทางภาษี, เลขประจำตัวผู้เสียภาษี (TIN)
ข้อมูลบัญชีการเงินชื่อสถาบันการเงิน, เลขที่บัญชีเงินฝาก, บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์
ข้อมูลยอดเงินคงเหลือยอดเงินคงเหลือในบัญชี หรือมูลค่าทางบัญชี ณ สิ้นปีปฏิทิน
ข้อมูลรายได้ทางการเงินดอกเบี้ยรับ, เงินปันผล, รายได้จากสัญญาประกันภัย, รายรับจากการขายหลักทรัพย์

CRS ภาษี มีผลต่อนักลงทุนและคนที่มีพอร์ตต่างประเทศอย่างไร?

ผลกระทบของ CRS ภาษี ต่อนักลงทุนไทยมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับเกณฑ์การจัดเก็บ ภาษีหุ้นต่างประเทศ ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่กำหนดให้บุคคลที่มีเงินได้พึงประเมินจากแหล่งเงินได้นอกประเทศในปีภาษีใด และนำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทย ต้องนำมารวมคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีภาษีที่นำเข้ามาครับ

เมื่อมีระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลอัตโนมัติ ทำให้กรมสรรพากรสามารถเห็นข้อมูลกระแสเงินสดและกำไรจากการลงทุนต่างประเทศได้อย่างละเอียด การบริหารจัดการเอกสารจึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ นักลงทุนต้องตรวจสอบ Tax Residency หรือสถานะการเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีของตนเองให้ชัดเจน โดยทั่วไปตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร หากคุณอาศัยอยู่ในประเทศไทยรวมกันถึง 180 วันในปีภาษีใด คุณจะถือเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีในประเทศไทยครับ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ CRS

CRS ตรวจสอบบัญชีอะไรบ้าง?

หากถามว่า CRS คืออะไรในแง่ขอบเขตการตรวจสอบ คำตอบคือ CRS ครอบคลุมการตรวจสอบบัญชีทางการเงิน 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ บัญชีเงินฝากกระแสรายวันและออมทรัพย์, บัญชีรับฝากหลักทรัพย์และพอร์ตหุ้น, บัญชีกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีมูลค่าสะสมเงินสด, และบัญชีผลประโยชน์ในทรัสต์หรือกองทุนรวมต่างประเทศครับ

เงินฝากต่างประเทศโดนส่งข้อมูล CRS ไหม?

โดนส่งข้อมูลครับ หากคุณเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีในประเทศไทย แล้วไปเปิดบัญชีเงินฝากในสถาบันการเงินของประเทศที่เป็นภาคีสมาชิก CRS สถาบันการเงินแห่งนั้นจะส่งข้อมูลยอดเงินคงเหลือและดอกเบี้ยรับกลับมายังกรมสรรพากรไทยโดยอัตโนมัติครับ

CRS กับ FATCA ต่างกันอย่างไร?

ความแตกต่างสำคัญคือ FATCA (Foreign Account Tax Compliance Act) เป็นกฎหมายภาษีของสหรัฐอเมริกาที่เน้นตรวจสอบเฉพาะพลเมืองและผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีของสหรัฐฯ โดยส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรสหรัฐฯ (IRS) ฝ่ายเดียว ส่วน CRS เป็นมาตรฐานสากลของ OECD ที่มีภาคีสมาชิกร่วมกันกว่า 100 ประเทศทั่วโลก (ข้อมูล ณ ปีที่เผยแพร่บทความนี้) และเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบสองทางระหว่างประเทศสมาชิกทั้งหมดครับ

สรุป CRS คืออะไร?

CRS คือเครื่องมือที่ช่วยยกระดับความโปร่งใสทางการเงินระดับโลก ทำให้นักลงทุนไทยที่มีสินทรัพย์ในต่างประเทศต้องให้ความสำคัญกับการวางแผนภาษีอย่างถูกต้อง สำหรับผู้ที่สนใจเริ่มต้นซื้อหุ้นต่างประเทศ การเข้าใจโครงสร้างภาษีและเตรียมเอกสารประกอบการยื่นแบบประเมินภาษีอย่างครบถ้วน จะช่วยให้คุณลงทุนได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยจากภาระทางกฎหมายครับ

บทความนี้จัดทำโดยทีมงาน Gotradehere โดยใช้เครื่องมือ AI ช่วยร่างและตรวจสอบเนื้อหา ก่อนผ่านการตรวจทานและอนุมัติจากทีมงานมนุษย์ก่อนเผยแพร่


อ่านบทความเพิ่มเติม: Knowledge

อ่านรีวิวโบรกเกอร์อื่น ๆ ได้ที่: Review Broker

Table of Contents
TOP FOREX BROKERS
1
5/5

IUX

5/5
2
3/5
IC Markets
IC Markets-top-forex-brokers
IC Markets
4/5
3
4/5
FXGT.com
FXGT.com
4/5
4
3/5
Hantec Markets
Hantec Markets
3/5
5
4/5
Eightcap
Eightcap
3/5

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

– Advertisement –

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

FOLLOW US
บทความที่เกี่ยวข้อง

– Advertisement –