การจัดพอร์ตการลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยงและหาแหล่งพักเงินที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ ถือเป็นเป้าหมายหลักของนักลงทุนในทุกสภาวะตลาด ซึ่ง “กองทุนรวมตราสารหนี้” เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ตอบโจทย์เรื่องสภาพคล่องและความผันผวนที่ต่ำกว่าหุ้น แต่ด้วยจำนวนกองทุนที่มีให้เลือกมากมาย นักลงทุนหลายท่านจึงมักเกิดข้อสงสัยว่าควรเลือกกองทุนไหนที่เหมาะสมกับพอร์ตของตัวเองที่สุด
บทความนี้ทีมงาน Gotradehere จะมาเปรียบเทียบและจัดอันดับ 5 กองทุนตราสารหนี้ที่โดดเด่น โดยอ้างอิงรายชื่อและข้อมูลผลตอบแทนจากเครื่องมือคัดกรองของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (Settrade) เพื่อช่วยให้คุณเห็นภาพรวมและตัดสินใจเลือกแหล่งพักเงินได้ง่ายขึ้นครับ
หมายเหตุ: การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ซึ่งคุณควรศึกษาเงื่อนไขและรายละเอียดอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนครับ
กองทุนตราสารหนี้ ตัวไหนดี มีเกณฑ์การคัดเลือกยังไง?
ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจเกณฑ์พื้นฐานที่ใช้ในการคัดกรอง เพื่อให้ได้กองทุนที่มีความเหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่คุณรับได้และระยะเวลาในการถือครองครับ
ชี้แจงเกณฑ์ที่ใช้อย่างโปร่งใส
จากการเปรียบเทียบข้อมูลจริงบนแพลตฟอร์ม Settrade ทีมงาน Gotradehere ได้ใช้เกณฑ์หลัก 3 ด้านในการคัดเลือก 5 กองทุนชั้นนำสำหรับบทความนี้ ได้แก่:
- ผลตอบแทนย้อนหลัง (Historical Yield): เราพิจารณาอัตราผลตอบแทนย้อนหลังในกรอบ 1 ปี เพื่อประเมินความสามารถในการบริหารพอร์ตของผู้จัดการกองทุนในสภาวะดอกเบี้ยปัจจุบัน
- นโยบายการลงทุนและระดับความเสี่ยง: เราเน้นกลุ่มกองทุนที่มีความผันผวนต่ำถึงปานกลาง (ระดับความเสี่ยง 4) ซึ่งมักลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้เอกชนระดับ Investment Grade เป็นหลัก
- ค่าธรรมเนียมรวม (TER): กองทุนที่ดีควรมีค่าธรรมเนียมที่สมเหตุสมผลและไม่กระทบต่อผลตอบแทนสุทธิของนักลงทุนมากเกินไป
เปรียบเทียบกองทุนตราสารหนี้ แนะนำ ตัวไหนดี 2569
เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจน ทีมงานได้รวบรวม 5 กองทุนตราสารหนี้ที่ได้รับความนิยมและมีผลงานโดดเด่นบนหน้ากระดาน Settrade มาเปรียบเทียบกันครับ
| ชื่อกองทุน / บลจ. | ระดับความเสี่ยง | ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี | ระยะเวลาแนะนำถือครอง | ค่าธรรมเนียมรวมต่อปี |
| KTSTPLUS-A (กรุงไทย) | 4 (ปานกลางค่อนข้างต่ำ) | +1.15% | 1-3 เดือนขึ้นไป | 0.32% |
| K-SF-A (กสิกรไทย) | 4 (ปานกลางค่อนข้างต่ำ) | +0.97% | 1-3 เดือนขึ้นไป | 0.32% |
| SCBRF (ไทยพาณิชย์) | 4 (ปานกลางค่อนข้างต่ำ) | +1.74% | 1 ปีขึ้นไป | 0.41% |
| ONE-DI (วรรณ) | 4 (ปานกลางค่อนข้างต่ำ) | +2.02% | 1 เดือนขึ้นไป | 0.37% |
| SCBSFFPLUS-B (ไทยพาณิชย์) | 4 (ปานกลางค่อนข้างต่ำ) | +0.94% | 1-3 เดือนขึ้นไป | 0.44% |
หมายเหตุ: บทความนี้นำเสนอเฉพาะผลตอบแทนย้อนหลังรอบ 1 ปีเพื่อการเปรียบเทียบเบื้องต้นเท่านั้น แนะนำให้ผู้ลงทุนตรวจสอบผลตอบแทนย้อนหลังแบบครบทุกช่วงเวลา (3 เดือน, 6 เดือน, 1 ปี และตั้งแต่จัดตั้งกองทุน) จากหนังสือชี้ชวนหรือ Fund Fact Sheet ของแต่ละกองทุนก่อนตัดสินใจลงทุนเสมอ (ข้อมูลตัวเลขข้างต้นเป็นข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2569 ผู้ลงทุนควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหนังสือชี้ชวนก่อนตัดสินใจเสมอ อ้างอิงข้อมูลจาก: Settrade)
กองทุนระยะสั้นที่โดดเด่น
ในรายชื่อ 5 กองทุนข้างต้น กองทุนอย่าง KTSTPLUS-A, K-SF-A, ONE-DI และ SCBSFFPLUS-B จัดอยู่ในกลุ่มกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น (Short-term Fixed Income) ที่เน้นรักษาเงินต้นและมีสภาพคล่องสูงมาก โดยมักจะลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้เอกชนที่มีอายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี กองทุนกลุ่มนี้มีจุดเด่นคือความผันผวนของราคา (NAV) ที่ต่ำมาก เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการพักเงินรอจังหวะเข้าซื้อสินทรัพย์อื่น หรือใช้เป็นแหล่งเก็บเงินสำรองฉุกเฉินที่มีโอกาสรับผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์ทั่วไปครับ
กองทุนระยะกลาง-ยาวที่ให้ผลตอบแทนน่าสนใจ
แม้รายชื่อส่วนใหญ่ในตารางจะเป็นกองทุนระยะสั้น แต่สำหรับผู้ที่สามารถล็อคเงินลงทุนไว้ได้นานขึ้น กองทุนอย่าง SCBRF ซึ่งมีการกระจายการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลที่มีอายุยาวขึ้น ถือเป็นทางเลือกที่น่าพิจารณาครับ กองทุนระยะกลาง-ยาวจะมีความอ่อนไหวต่อทิศทางดอกเบี้ยมากกว่า (Interest Rate Risk) แต่ก็แลกมาด้วยโอกาสรับอัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋วที่สูงขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีเงินเย็นและต้องการผลตอบแทนที่ชนะเงินเฟ้อในระยะเวลา 1-3 ปีขึ้นไปครับ
กองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ (ทางเลือกเสริม)
หากคุณต้องการกระจายความเสี่ยงออกนอกประเทศ กองทุนรวมตราสารหนี้ต่างประเทศ (Global Bond Fund) ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกเสริมที่ช่วยยกระดับผลตอบแทนของพอร์ตได้ แม้จะไม่ได้อยู่ใน 5 อันดับข้างต้น แต่กองทุนกลุ่มนี้มักจะไปลงทุนผ่านกองทุนหลักระดับโลก (Feeder Fund) จุดเด่นคือการเข้าถึงตราสารหนี้หลากหลายประเทศ แต่ก็ต้องระวังเรื่องความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (FX Risk) เหมาะกับนักลงทุนที่มีประสบการณ์และรับความผันผวนได้สูงขึ้นเล็กน้อยครับ
🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere: ในช่วงที่ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายมีความไม่แน่นอน กองทุนระยะสั้นอย่าง ONE-DI หรือ K-SF-A จะช่วยปกป้องพอร์ตจากความผันผวนได้ดี แต่หากดอกเบี้ยเริ่มเข้าสู่เทรนด์ขาลง กองทุนตราสารหนี้ระยะกลางถึงยาวมักจะมีโอกาสสร้างกำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Gain) ได้น่าสนใจกว่าครับ
กองทุนรวมตราสารหนี้ แนะนํา เลือกแบบไหนให้เหมาะกับคุณ?
การเลือกกองทุนไม่ได้วัดกันที่ผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสอดคล้องกับเป้าหมายการเงินของคุณด้วยครับ
เหมาะกับมือใหม่ที่ต้องการพักเงินระยะสั้น
หากคุณเพิ่งเริ่มต้นลงทุนหรือมีเป้าหมายในการเก็บเงินไว้ใช้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้ากองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นถือเป็นคำตอบที่ปลอดภัยที่สุดครับ เน้นดูกองทุนที่มีอายุเฉลี่ยของตราสารในพอร์ตต่ำกว่า 1 ปี และมีนโยบายรับเงินค่าขายคืนที่รวดเร็ว (เช่น T+1) เพื่อให้ดึงเงินมาใช้ได้ทันทีเมื่อฉุกเฉิน
เหมาะกับนักลงทุนที่มองหาผลตอบแทนสม่ำเสมอในระยะกลาง
สำหรับนักเทรดหรือนักลงทุนที่มีพอร์ตหลักอยู่ในตลาดหุ้นหรือ Forex การแบ่งสัดส่วนกำไรมาเก็บไว้ในกองทุนตราสารหนี้ระยะกลาง จะช่วยสร้างสมดุลให้พอร์ตโดยรวมมีความเสถียรมากขึ้น ทั้งนี้ควรจัดสรรสัดส่วนอย่างรอบคอบและเลือกกองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดีระดับ Investment Grade เป็นหลักครับ
🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere: สำหรับผู้ที่อยากวิเคราะห์โครงสร้างความเสี่ยงของตราสารหนี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อใช้อ่าน Fund Fact Sheet ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง แนะนำให้ศึกษาพื้นฐานเพิ่มเติมที่บทความกองทุนตราสารหนี้ คืออะไร? ครับ
คำถามที่พบบ่อย
กองทุนตราสารหนี้ปีนี้ตัวไหนน่าลงทุน?
การพิจารณาว่า กองทุนตราสารหนี้ ตัวไหนดี 2569 ต้องดูทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางครับ หากดอกเบี้ยอยู่ในเทรนด์ขาลง กองทุนตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาว จะมีโอกาสทำกำไรจากราคาตราสารที่ปรับตัวสูงขึ้นได้ดี แต่หากต้องการความแน่นอน การพักเงินใน 5 กองทุนระยะสั้นที่แนะนำไปข้างต้นก็ถือเป็นทางเลือกที่มั่นคงครับ
กองทุนรวมตราสารหนี้ ผลตอบแทนดีไหม?
ผลตอบแทนจะแปรผันตามระดับความเสี่ยงและอายุของตราสารในพอร์ตครับ โดยปกติกองทุนระยะสั้นอาจให้ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่ใกล้เคียงหรือสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากประจำเล็กน้อย ขณะที่กองทุนระยะกลาง-ยาวอาจให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า แต่อย่าลืมว่าผลตอบแทนเหล่านี้ไม่ได้มีการรับประกันและอาจได้รับผลกระทบจากสภาวะตลาดในช่วงนั้นๆ ครับ
ซื้อกองทุนตราสารหนี้ ธนาคารไหนดี?
ปัจจุบันแพลตฟอร์มการลงทุนและแอปพลิเคชันของธนาคารชั้นนำส่วนใหญ่ มีระบบสถาปัตยกรรมเปิด (Open Architecture) ที่ให้นักลงทุนสามารถซื้อกองทุนข้าม บลจ. ได้อย่างอิสระครับ ดังนั้น การเลือกซื้อผ่านแอปพลิเคชันที่คุณใช้งานอยู่เป็นประจำ หรือแอปที่มีเครื่องมือช่วยวิเคราะห์พอร์ตที่ใช้งานง่าย จึงเป็นทางเลือกที่สะดวกที่สุดครับ
สรุปเกี่ยวกับกองทุนตราสารหนี้ ตัวไหนดี ปี 2569
การตอบคำถามว่า กองทุนตราสารหนี้ ตัวไหนดี ไม่ได้มีสูตรสำเร็จเพียงหนึ่งเดียวครับ จาก 5 กองทุนชั้นนำที่เราอ้างอิงจาก Settrade จะเห็นได้ว่าแต่ละกองทุนมีจุดเด่นและนโยบายที่แตกต่างกัน กองทุนที่ดีที่สุดคือกองทุนที่สอดคล้องกับระยะเวลาเป้าหมายและสภาพคล่องที่คุณต้องการ หากเน้นปลอดภัยพักเงินสั้น KTSTPLUS-A หรือ K-SF-A ย่อมตอบโจทย์ แต่หากถือยาวได้ก็อาจมองหากองทุนที่มีอายุตราสารนานขึ้นครับ
🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere: ท้ายที่สุดนี้ การจัดพอร์ตให้สมดุลและหมั่นตรวจสอบผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ คือหัวใจสำคัญของการลงทุนที่ยั่งยืน สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาวิธีซื้อตราสารหนี้เพิ่มเติม สามารถเข้าไปอ่านบทความ วิธีซื้อตราสารหนี้ คู่มือสอนลงทุนง่าย ๆ ได้เลยครับ
⚠️ คำเตือนความเสี่ยง: การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นทั้งหมดได้ บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนส่วนบุคคล ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต การลงทุนในตราสารหนี้และกองทุนรวมมีความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยและเครดิต ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
บทความนี้จัดทำโดยทีมงาน Gotradehere โดยใช้เครื่องมือ AI ช่วยร่างและตรวจสอบเนื้อหา ก่อนผ่านการตรวจทานและอนุมัติจากทีมงานมนุษย์ก่อนเผยแพร่

















