การเลือกลงทุนในตลาดการเงินช่วงที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายมีความผันผวน การมองหาสินทรัพย์ที่ช่วยพักเงินและสร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอถือเป็นกลยุทธ์สำคัญ หนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมสำหรับนักลงทุนไทยคือ กองทุนตราสารหนี้ SCB ซึ่งบริหารจัดการโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBAM)
บทความนี้จะเจาะลึกนโยบายการลงทุน ประเภทของกองทุนรวมตราสารหนี้ SCB เปรียบเทียบผลตอบแทนและความเสี่ยง รวมถึงแนะนำแนวทางการเลือกลงทุนให้เหมาะสมกับเป้าหมายทางการเงินของคุณครับ
หมายเหตุ: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลสำหรับการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่การชี้แนะหรือแนะนำลงทุนครับ
กองทุนตราสารหนี้ SCB คืออะไร?
กองทุนประเภทนี้คือ กองทุนรวมที่นำเงินจากนักลงทุนไปลงทุนในกลุ่มตราสารหนี้ประเภทต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยมีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพจาก SCBAM ทำหน้าที่คัดสรรและบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนตามนโยบายของแต่ละกองทุน
กลไกการนำเงินไปลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐและภาคเอกชนของ SCBAM
สินทรัพย์ที่กองทุนชนิดนี้เข้าไปลงทุนประกอบด้วยตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย และหุ้นกู้ภาคเอกชนที่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) อยู่ในระดับที่น่าลงทุน (Investment Grade) ขึ้นไป ผลตอบแทนของกองทุนจะมาจากดอกเบี้ยรับ (Coupon) ของตราสารที่ถือครอง และกำไรจากการเปลี่ยนแปลงของราคาตราสาร (Capital Gain)
ทำไมกองทุนตราสารหนี้ถึงเหมาะเป็นพักเงินและพักความเสี่ยง
การลงทุนในตราสารหนี้ช่วยลดความผันผวนเมื่อเทียบกับพอร์ตการลงทุนในหุ้นหรือสินทรัพย์เสี่ยงสูง นอกจากนี้ยังให้ผลตอบแทนที่เสถียรกว่าการฝากเงินในบัญชีออมทรัพย์ทั่วไป และยังคงสภาพคล่องที่สูงพอสำหรับการหมุนเวียนเงินทุนในระยะสั้นถึงระยะกลาง
🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere: จุดเด่นของการลงทุนในตราสารหนี้ผ่าน SCBAM คือการกระจายความเสี่ยงไปในตราสารหนี้หลายสิบรายการพร้อมกัน ช่วยลดผลกระทบหากมีตราสารตัวใดตัวหนึ่งเกิดปัญหาผิดนัดชำระหนี้ (Default Risk) ซึ่งการซื้อหุ้นกู้รายตัวด้วยตนเองทำได้ยากกว่าเนื่องจากต้องใช้เงินทุนจำนวนมากครับ
กองทุนตราสารหนี้ SCB ตัวไหนน่าลงทุน? แนะนำกองทุนน่าสนใจตามระดับความเสี่ยง
การเลือกลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่คุณสามารถถือครองเงินลงทุนได้ และระดับความผันผวนที่ยอมรับได้
กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น SCB
เน้นลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอายุคงเหลือเฉลี่ยไม่เกิน 1 ปี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักเงินในระยะสั้น ตราบใดที่ต้องการความเสี่ยงต่ำและมีสภาพคล่องสูง
- SCBSFF (กองทุนรวมเปิดไทยพาณิชย์ตราสารหนี้ระยะสั้น): เน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐและตั๋วเงินคลัง มีความเสี่ยงต่ำมาก สภาพคล่องสูง ซื้อขายได้ทุกวันทำการ (รอบขายคืน T+1)
- SCBTMF (กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารรัฐตลาดเงิน): มุ่งเน้นการรักษาเงินต้นโดยการลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐระยะสั้นที่สุด มีความผันผวนของราคาต่ำมาก
กองทุนตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาว SCB
ปรับระยะเวลาการถือครองขึ้นเป็น 1–3 ปีขึ้นไป เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้นจากดอกเบี้ยของตราสารหนี้ระยะยาว
- SCBFP (กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ตราสารหนี้ พลัส): บริหารจัดการแบบเชิงรุก (Active Management) ลงทุนทั้งตราสารหนี้ภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่ม
กองทุนตราสารหนี้เพื่อการลดหย่อนภาษี SCB (RMF / ThaiESG)
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการสิทธิประโยชน์ทางภาษีพร้อมความปลอดภัยของเงินทุน เช่น กองทุน RMF ตราสารหนี้ของ SCB ที่ช่วยสะสมความมั่งคั่งระยะยาว
| ประเภทกองทุน | กองทุนแนะนำ | อายุตราสารเฉลี่ย | สภาพคล่อง (Settlement) | เหมาะกับใคร |
| ระยะสั้น / ตลาดเงิน | SCBSFF / SCBTMF | < 1 ปี | T+1 | พักเงินระยะสั้น สภาพคล่องสูง |
| ระยะกลาง-ยาว | SCBFP | 1–3 ปีขึ้นไป | T+2 | ต้องการสร้างผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อ |
| ลดหย่อนภาษี | SCBRM1 / ThaiESG Bond | ยาวนาน (ตามเงื่อนไขภาษี) | ตามเงื่อนไขกองทุน | ผู้ต้องการลดหย่อนภาษีความเสี่ยงต่ำ |
กองทุนตราสารหนี้ SCB ผลตอบแทนและความเสี่ยงที่ควรรู้
ก่อนเลือกลงทุน ควรทำความเข้าใจว่าผลตอบแทนของกองทุนตราสารหนี้ไม่ได้ตรึงคงที่เหมือนเงินฝากประจำ แต่จะปรับเปลี่ยนตามสภาวะตลาด
ปัจจัยที่มีผลต่อผลตอบแทน
- ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย: เมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดปรับลดลง ราคาตราสารหนี้เดิมที่ถือครองจะมีมูลค่าสูงขึ้น (Capital Gain) ส่งผลให้ NAV ของกองทุนเพิ่มขึ้น ในทางกลับกันหากดอกเบี้ยเป็นขาขึ้น ราคาตราสารหนี้จะปรับตัวลง
- อันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating): ตราสารหนี้เอกชนที่มีอันดับความน่าเชื่อถือระดับ BBB ขึ้นไป จะให้ผลตอบแทนดอกเบี้ยสูงกว่าตราสารหนี้ภาครัฐ เพื่อชดเชยความเสี่ยง
ความเสี่ยงของ กองทุนรวมตราสารหนี้ SCB
- ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Risk): ความผันผวนของ NAV เมื่อดอกเบี้ยนโยบายเปลี่ยนแปลง กองทุนระยะยาวจะได้รับผลกระทบมากกว่ากองทุนระยะสั้น
- ความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ (Credit / Default Risk): ความเสี่ยงที่ผู้ออกหุ้นกู้ภาคเอกชนไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ยหรือคืนเงินต้นได้ตามกำหนด
🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere: หากคุณตั้งใจพักเงินสั้นกว่า 6 เดือน ควรเลือกกองทุนระยะสั้นอย่าง SCBSFF เพื่อหลีกเลี่ยงความผันผวนของราคา NAV แต่หากมีเงินเย็นที่ถือได้มากกว่า 1–2 ปีขึ้นไป การขยับไปลงทุนในกองทุนระยะกลาง-ยาวจะช่วยเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนเฉลี่ยที่สูงกว่าครับ
กองทุนตราสารหนี้ SCB ซื้อยังไง? ขั้นตอนการลงทุนผ่านแอป SCB EASY
การซื้อขายกองทุนตราสารหนี้กับ SCBAM ทำได้ง่ายดายผ่านช่องทางดิจิทัลโดยไม่ต้องเดินทางไปสาขา
ขั้นตอนการซื้อผ่านแอปพลิเคชัน SCB EASY
- เปิดแอปพลิเคชัน SCB EASY และไปที่เมนู “การลงทุน” (Investment)
- เลือก “กองทุนรวม” และทำการเปิดบัญชีกองทุนรวม (หากยังไม่มีบัญชี)
- ค้นหาชื่อกองทุนที่ต้องการ เช่น SCBSFF หรือ SCBFST
- กด “ซื้อ” ใส่จำนวนเงินที่ต้องการลงทุน (เริ่มต้นเพียง 1 บาทขึ้นอยู่กับเงื่อนไขกองทุน)
- กดยืนยันการชำระเงิน ตรวจสอบรายการ และรับ e-Slip เป็นหลักฐาน
ข้อควรรู้เรื่องวันทำการซื้อขายและระยะเวลาการรับเงินคืน
การส่งคำสั่งขายคืนกองทุนดังกล่าวมีระยะเวลาได้รับเงินคืนแตกต่างกันไปตามประเภทกองทุน โดยทั่วไปกองทุนระยะสั้นจะได้เงินคืนภายใน T+1 (1 วันทำการหลังวันขาย) ส่วนกองทุนที่มีการลงทุนต่างประเทศหรือระยะยาวอาจใช้เวลา T+2 ถึง T+4
คำถามที่พบบ่อย
กองทุนตราสารหนี้ SCB เสี่ยงขาดทุนหรือล้างพอร์ตได้ไหม?
กองทุนตราสารหนี้ไม่มีโอกาสล้างพอร์ตเหมือนการเทรดด้วย Leverage แต่ราคา NAV สามารถปรับตัวลดลงชั่วคราวได้หากอัตราดอกเบี้ยนโยบายปรับตัวขึ้นแรง หรือมีตราสารหนี้ในพอร์ตถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตาม หากถือครองจนตราสารครบกำหนด มูลค่าจะฟื้นตัวกลับมาตามดอกเบี้ยรับครับ
ซื้อกองทุนตราสารหนี้ SCB มีค่าธรรมเนียมอะไรบ้าง?
ค่าธรรมเนียมหลักแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุน (เช่น ค่าบริหารจัดการ ค่าดูแลรักษาทรัพย์สิน ซึ่งตัดจาก NAV โดยอัตโนมัติ) และ ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้ซื้อขาย (เช่น ค่าธรรมเนียมการซื้อ/ขายคืน Front-end / Back-end fee ซึ่งกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นส่วนใหญ่มักยกเว้นค่าธรรมเนียมส่วนนี้)
ขายคืนกองทุนตราสารหนี้ SCB กี่วันได้เงิน?
ขึ้นอยู่กับประเภทกองทุน หากเป็นกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นอย่าง SCBSFF เมื่อส่งคำสั่งขายก่อนเวลาตัดรอบ (Cut-off time) จะได้รับเงินเข้าบัญชีในวันทำการถัดไป (T+1) เวลาประมาณ 09:00–10:00 น. ครับ
สรุปเกี่ยวกับกองทุนตราสารหนี้ SCB
กองทุนประเภทนี้เป็นเครื่องมือการลงทุนที่ตอบโจทย์ทั้งการพักเงิน การบริหารสภาพคล่อง และการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน การเลือกกองทุนที่เหมาะสมควรพิจารณาจากระยะเวลาการลงทุนที่ต้องการ หากต้องการสภาพคล่องสูงเลือกกองทุนระยะสั้น แต่หากต้องการผลตอบแทนที่ชนะเงินเฟ้อการเลือกกองทุนระยะกลาง-ยาวจะตอบโจทย์ได้มากกว่า
หากต้องการศึกษาโครงสร้างตราสารหนี้เพิ่มเติม สามารถอ่านต่อได้ที่ ตราสารหนี้ คืออะไร? เพื่อวางแผนพอร์ตการลงทุนของคุณอย่างมีประสิทธิภาพครับ
คำเตือนความเสี่ยง: การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นทั้งหมดได้ บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนส่วนบุคคล ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงของกองทุนตราสารหนี้ก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
บทความนี้จัดทำโดยทีมงาน Gotradehere โดยใช้เครื่องมือ AI ช่วยร่างและตรวจสอบเนื้อหา ก่อนผ่านการตรวจทานและอนุมัติจากทีมงานมนุษย์ก่อนเผยแพร่

















