Table of Contents
Table of Contents

เจาะลึกหุ้น NVIDIA ผู้นำชิประดับโลกกับโอกาสเติบโตในยุค AI

เจาะลึกหุ้น NVIDIA ผู้นำชิประดับโลกกับโอกาสเติบโตในยุค AI


ถ้าพูดถึงหุ้นสหรัฐฯ คงหนีไม่พ้นหุ้น NVIDIA หรือ NVDA ที่เป็นหนึ่งในหุ้นที่นักลงทุนคุ้นเคยกันดี โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ หรือดัชนี S&P 500 

ในบทความนี้ทีมงาน Gotradehere จะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับหุ้น NVDA ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจากบริษัทผลิตชิปเล็ก ๆ ในเมืองซานโฮเซ สู่การเป็นผู้นำระดับโลกด้านชิป GPU หรือการ์ดจอเกม รวมถึงยังมีการขยายธุรกิจกลายเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรม Data Center ที่มีมูลค่าในตลาดทะลุ 4 ล้านล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน แล้วทำไมหุ้น NVDA จึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในหุ้นแห่งยุค AI ไปหาคำตอบในบทความนี้กันครับ


สำหรับนักลงทุนที่สนใจวิเคราะห์งบการเงินล่าสุดของ NVIDIA สามารถคลิกอ่านได้ทันทีที่
จะลงทุนหุ้น NVIDIA ต้องดูตัวเลขอะไรบ้าง



NVIDIA มีจุดเริ่มต้นจาก Jensen Huang และเพื่อนร่วมก่อตั้งอีก 2 คน ได้แก่ Chris Malachowsky และ Curtis Priem โดยทั้งสามคนได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัทผลิตชิปประมวลผลกราฟิก (GPU) ขึ้นในร้านอาหารเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในเมืองซานโฮเซ รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อปี 1993

โดย NVIDIA เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในช่วงปลายทศวรรษ 1990 จากการพัฒนาชิปประมวลผลกราฟิก (GPU) ภายใต้แบรนด์ GeForce ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 1999 และกลายเป็นมาตรฐานสำคัญของอุตสาหกรรมการ์ดจอเกม

จุดเริ่มต้นของ NVIDIA
เจาะลึกหุ้น NVIDIA ผู้นำชิประดับโลกกับโอกาสเติบโตในยุค AI 3


ต่อมาในปี 2006 บริษัท NVIDIA ได้สร้างจุดเปลี่ยนสำคัญด้วยการเปิดตัว CUDA (Compute Unified Device Architecture) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มและโมเดลการเขียนโปรแกรมสำหรับการประมวลผลแบบขนาน ทำให้ GPU ไม่ได้ถูกใช้เพียงแค่การประมวลผลกราฟิกเท่านั้น แต่สามารถนำไปใช้ในงานคำนวณขั้นสูงได้ ซึ่งหนึ่งในอุตสาหกรรมแรก ๆ ที่นำ GPU ไปใช้งานนอกเหนือจากงานกราฟิก คือ ธุรกิจสำรวจแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โดยใช้ในการประมวลผลข้อมูลทางธรณีวิทยาที่มีความซับซ้อน

หลังจากนั้นก็เกิดจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของ NVIDIA อีกครั้ง ในปี 2010 เมื่อบริษัทเริ่มมุ่งพัฒนาเทคโนโลยี AI และ Machine Learning ด้วยชิป GPU ของตนเอง จนทำให้ชิปนี้กลายเป็นรากฐานสำคัญของ NVIDIA ในปัจจุบัน 

ปัจจุบัน AI มีบทบาทมากขึ้นในชีวิตประจำวัน ทำให้ความต้องการชิปที่มีพลังประมวลผลสูงสำหรับ Data Center จึงเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้ NVIDIA กลายเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรม AI ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทพุ่งขึ้นอย่างโดดเด่นในปี 2024 จนมีมูลค่าตลาดอยู่ในระดับเดียวกับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft และ Google ครับ

NVIDIA (NVDA) คือ บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่เริ่มต้นจากการเป็นผู้พัฒนาชิปประมวลผลกราฟิก (GPU) สำหรับเกมเมอร์ ก่อนจะขยายธุรกิจไปสู่เทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง AI, Machine Learning และระบบ Data Center

ปัจจุบัน NVIDIA มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการประมวลผลขั้นสูงและโครงสร้างพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์ โดยสามารถแบ่งกลุ่มธุรกิจหลักออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ Data Center, Gaming, Professional Visualization และ Automotive ครับ

NVIDIA มีคู่แข่งสำคัญในตลาดอย่าง AMD ซึ่งโดดเด่นในด้านราคาและประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ประหยัดพลังงาน แต่ NVIDIA ได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากกว่า เนื่องจากบริษัทไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การพัฒนาการ์ดจอสำหรับเกมเท่านั้น แต่ยังมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง AI, Machine Learning และโครงสร้างพื้นฐานด้าน Data Center อย่างต่อเนื่อง

ที่สำคัญยังเป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทที่มีความโดดเด่นด้านระบบการประมวลผลแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบและผลิตชิป ไปจนถึงผลิตแพลตฟอร์ม, ซอฟต์แวร์ และโมเดลการคำนวณ ช่วยให้บริษัทสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาวได้ ซึ่งการวางกลยุทธ์ธุรกิจที่เชื่อมโยงทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ไว้ ส่งผลให้ NVIDIA สามารถครองความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม AI ได้ครับ

NVIDIA วางโมเดลธุรกิจครอบคลุมทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ทำให้บริษัทมีแหล่งรายได้จากหลายกลุ่มธุรกิจ โดยรายได้หลักมาจากกลุ่ม Data Center ขณะที่กลุ่ม Gaming เป็นแหล่งรายได้รองลงมา นอกจากนี้ ยังมีรายได้จากกลุ่ม Professional Visualization และ Automotive ซึ่งถือว่าเป็นการช่วยเสริมความหลากหลายและลดการพึ่งพารายได้จากธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งมากเกินไป

ข้อมูลรายได้สะสมแยกตามกลุ่มธุรกิจของ NVIDIA ในช่วง Q3 ของปีงบประมาณ 2026 (Fiscal Year 2026) ซึ่งสิ้นสุด ณ เดือนตุลาคม 2025

กลุ่มธุรกิจรายได้ (ล้านดอลลาร์)สัดส่วน (%)
Data Center51,20089.8%
Gaming4,3007.5%
Professional Visualization8001.4%
Automotive6001.1%
OEM & Other2000.4%
รายได้รวม (ล้านดอลลาร์)57,000100%

แหล่งที่มาของข้อมูล : App Economy Insights

ดังนั้น ทางทีมงาน Gotradehere จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจว่า แต่ละกลุ่มธุรกิจของ NVIDIA สร้างรายได้จากสินค้าและบริการประเภทใดกันบ้างครับ

🐔 สรุปจากทีมงาน Gotradehere: NVIDIA ใช้ระบบปีงบประมาณ (Fiscal Year) ในการรายงานผลประกอบการ ซึ่งอาจไม่ตรงกับปีปฏิทิน นักลงทุนจึงควรพิจารณาข้อมูลรายได้และงบการเงินโดยอ้างอิงตามปีงบประมาณของบริษัทเป็นหลัก เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนระหว่างปีปฏิทินและปีงบประมาณครับ


ธุรกิจ Data Center

มุ่งเน้นการพัฒนาและจำหน่ายชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูงสำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) ถือเป็นแหล่งรายได้หลักของ NVIDIA โดยมีสินค้าสำคัญ ได้แก่ ชิปสำหรับงาน AI และการประมวลผลขั้นสูง เช่น NVIDIA H100/H200 (Hopper), Grace CPU รวมถึงสถาปัตยกรรม B200/GB200 (Blackwell)

ธุรกิจนี้มีแนวโน้มการเติบโตสูงที่สุดในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยมีจุดแข็งจากซอฟต์แวร์และแพลตฟอร์มอย่าง CUDA กับ NVIDIA AI Enterprise ที่ช่วยสร้างระบบที่ทำให้ลูกค้าใช้งานซอฟต์แวร์และแพลตฟอร์มได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ลูกค้าหลักของกลุ่มธุรกิจ Data Center ส่วนใหญ่เป็นบริษัทคลาวด์ยักษ์ใหญ่ (Hyperscalers) เช่น Google Cloud, Meta และ OpenAI

ธุรกิจ Gaming

มุ่งเน้นการพัฒนาและจำหน่ายการ์ดจอสำหรับการเล่นเกม ช่วยยกระดับคุณภาพของภาพให้สวยงามและสมจริงขึ้น โดย NVIDIA มีเทคโนโลยีเฉพาะอย่าง Deep Learning Super Sampling (DLSS) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ในการเล่นเกมให้ดียิ่งขึ้น

สินค้าหลักของกลุ่มธุรกิจนี้ ได้แก่ GeForce RTX สำหรับเดสก์ท็อปและโน้ตบุ๊ก รวมถึงให้บริการเกมสตรีมมิงอย่าง GeForce NOW ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม Cloud Gaming ที่ช่วยให้ผู้เล่นสามารถเข้าถึงเกมคุณภาพสูงได้โดยไม่ต้องใช้ฮาร์ดแวร์ประสิทธิภาพสูง NVIDIA สร้างรายได้ทั้งจากผู้ใช้งานโดยตรงและจากพันธมิตรผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ (OEM) เช่น ASUS และ MSI

ธุรกิจ Professional Visualization 

มุ่งเน้นการพัฒนาและจำหน่ายชิปประมวลผลกราฟิกสำหรับการใช้งานกราฟิกขั้นสูง เช่น ภาพนิ่ง, ภาพจำลองสามมิติ (3D) และวิดีโอ สินค้าหลักของกลุ่มธุรกิจนี้ ได้แก่ NVIDIA RTX สำหรับ Workstation รวมถึงแพลตฟอร์มอย่าง NVIDIA Omniverse ซึ่งถูกนำไปใช้งานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น งานออกแบบ CAD, Animation, Simulation, AR/VR และ Metaverse

ธุรกิจ Automotive

มุ่งเน้นการจำหน่ายชิปและแพลตฟอร์มสำหรับยานยนต์อัจฉริยะ ที่ครอบคลุมตั้งแต่ระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง (ADAS) รถยนต์ไร้คนขับ (Autonomous Vehicles) ไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยโซลูชันของ NVIDIA จะช่วยประมวลผลข้อมูลจากเซนเซอร์ต่าง ๆ แบบเรียลไทม์ เพื่อให้รถสามารถรับรู้สภาพแวดล้อมและตัดสินใจขณะขับขี่ได้อย่างแม่นยำ สินค้าหลักของกลุ่มธุรกิจนี้ ได้แก่ NVIDIA DRIVE ที่รองรับทั้งระบบ ADAS/AV และ In-car AI



NVIDIA มีคู่แข่งหลักในอุตสาหกรรมชิปประมวลผลหลายราย โดยคู่แข่งสำคัญ ได้แก่ AMD, Intel และ Google TPU ซึ่งแต่ละรายมีจุดแข็งที่แตกต่างกัน

AMD และ Intel เป็นคู่แข่งโดยตรงในการพัฒนาชิปประมวลผลที่เน้นด้านประสิทธิภาพและการแข่งขันด้านราคา ในขณะที่ Google TPU เป็นชิปที่พัฒนาเพื่อใช้งานภายในศูนย์ข้อมูลของ Google โดยเฉพาะ แม้จะไม่ได้จำหน่ายในเชิงพาณิชย์เหมือน NVIDIA แต่ก็ถือเป็นคู่แข่งทางอ้อมในตลาด AI และ Data Center

อย่างไรก็ตาม NVIDIA ยังคงได้เปรียบคู่แข่งในด้านโซลูชันที่ครอบคลุมทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ เช่น CUDA และแพลตฟอร์ม AI ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ลูกค้าใช้งานโซลูชัน ได้อย่างครบวงจร ด้วยเหตุนี้ NVIDIA จึงรักษาความเป็นผู้นำในตลาดชิป AI และ Data Center ได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะต้องเผชิญการแข่งขันจากคู่แข่งรายใหญ่ก็ตาม


ผลประกอบการของ NVDA
เจาะลึกหุ้น NVIDIA ผู้นำชิประดับโลกกับโอกาสเติบโตในยุค AI 4

หากคุณต้องการลงทุนในหุ้น NVIDIA คุณควรศึกษาข้อมูลพื้นฐานของบริษัทควบคู่กับตัวเลขทางการเงินจากงบกำไรขาดทุนหรือรายงานสรุปงบการเงิน เพื่อประเมินแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจ โดยตัวเลขสำคัญที่นักลงทุนควรพิจารณา ได้แก่ รายได้และอัตราการเติบโตของรายได้ รวมถึงสัดส่วนรายได้จากกลุ่มธุรกิจหลักอย่าง Data Center และ Gaming ที่สะท้อนถึงทิศทางการเติบโตของ NVIDIA ในระยะยาวด้วยครับ


FY26 (Q1)FY26 (Q2)FY26 (Q3)
รายได้รวม44,06246,74357,006
การเติบโตของรายได้รวม+12.03%+6.08%+21.96%
ต้นทุนที่ก่อให้เกิดรายรับ17,39412,89015,157
รายได้จาก Data Center (ล้านดอลลาร์)39,10041,10051,200
รายได้จาก Gaming (ล้านดอลลาร์)3,8004,3004,300
กำไรขั้นต้น26,66833,85341,849
การเติบโตของกำไรขั้นต้น-7.15%+26.94%+23.62%
รายจ่ายการดำเนินงานอื่น ๆ รวม5,0305,4135,839
รายจ่ายการดำเนินงานอื่น ๆ , การเติบโตรวม+7.27%+7.61%+7.87%

แหล่งที่มาของข้อมูล : Investing

NVIDIA มีการเติบโตสูงจากธุรกิจ AI ดังนั้น นักลงทุนมือใหม่ควรติดตามตัวเลขรายได้จากกลุ่ม Data Center และอัตราการเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินว่าการเติบโตของรายได้หลักยังคงเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในแต่ละไตรมาสหรือไม่

จากข้อมูลในตารางจะเห็นว่า รายได้รวมของ NVIDIA มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะใน Q3 FY26 ที่รายได้รวมและอัตราการเติบโตเร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจน สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้จากกลุ่ม Data Center ที่ยังคงเป็นแหล่งรายได้หลักของบริษัท ส่วนกำไรขั้นต้องก็มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุน แม้ว่ารายจ่ายการดำเนินงานจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องก็ตาม

ดังนั้น นักลงทุนควรติดตามความต่อเนื่องของการเติบโตในกลุ่ม Data Center ควบคู่กับการควบคุมต้นทุนและรายจ่ายการดำเนินงาน เพื่อประเมินความแข็งแกร่งของผลประกอบการ NVIDIA ในระยะถัดไป


🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere: นักลงทุนชาวไทยสามารถลงทุนในหุ้นต่างประเทศได้ง่ายและสะดวกขึ้น ผ่านการลงทุนในแอพเทรดหุ้นที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลจาก ก.ล.ต. แต่อย่าลืมว่าการลงทุนในหุ้นต้องเสียภาษีเมื่อขายทำกำไรด้วยนะครับ ดังนั้น คุณจำเป็นต้องวางแผนการเสียภาษีด้วยเช่นกันครับ


1. ระบบนิเวศของซอฟต์แวร์ที่แข็งแกร่งและยากต่อการลอกเลียนแบบ: NVIDIA มีความได้เปรียบเชิงการแข่งขันที่สำคัญจากระบบนิเวศของซอฟต์แวร์อย่าง CUDA ยังคงเลือกใช้โซลูชันของ NVIDIA ต่อเนื่อง เพราะหากต้องการย้ายไปใช้แพลตฟอร์มอื่นจะมีต้นทุนค่อนข้างสูง

2. ความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม: NVIDIA พัฒนาเทคโนโลยีใหม่อย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว เช่น การเปลี่ยนผ่านจาก Hopper สู่ Blackwell ซึ่งตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดชิป AI และ Data Center ได้อย่างชัดเจนครับ

3. กลยุทธ์แพลตฟอร์มครบวงจร (Full-Stack Platform): NVIDIA ไม่ได้จำหน่ายเพียงชิปประมวลผล แต่ให้บริการโซลูชันแบบครบวงจร ตั้งแต่ฮาร์ดแวร์, ซอฟต์แวร์ ไปจนถึงระบบเครือข่ายครับ


แม้ NVIDIA จะเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมชิปประมวลผล แต่บริษัทยังต้องเผชิญกับการแข่งขันจากคู่แข่งรายสำคัญอย่าง AMD และ Intel รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว และภาวะเศรษฐกิจโลก อาจส่งผลต่อแนวโน้มการเติบโตของบริษัทในอนาคตได้

นอกจากนี้ ราคาหุ้น NVIDIA ที่อยู่ในระดับค่อนข้างสูง สะท้อนถึงความคาดหวังต่อการเติบโตในระยะยาว อาจทำให้ราคาหุ้นมีความผันผวนหรือมีแรงปรับฐานอย่างรุนแรงได้ หากผลประกอบการในอนาคตไม่เป็นไปตามที่ตลาดคาดหวัง


NVIDIA ไม่ได้เป็นเพียงบริษัทผลิตชิปเท่านั้น แต่ยังเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่มีโซลูชันครอบคลุมตั้งแต่ ฮาร์ดแวร์, ซอฟต์แวร์ ไปจนถึงระบบเครือข่าย ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญในยุคของ AI ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วเลยครับ

สำหรับนักลงทุนที่สนใจการลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยี หุ้น NVDA ถือเป็นหนึ่งในบริษัทที่น่าจับตามอง แม้ว่าผลประกอบการของบริษัทจะเติบโตอย่างโดดเด่นในปัจจุบัน แต่ไม่ได้รับประกันว่าการเติบโตดังกล่าวจะดำเนินต่อไปในอนาคต ดังนั้น นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลพื้นฐานและประเมินความเสี่ยงอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน



อ่านบทความเพิ่มเติม: Knowledge

อ่านรีวิวโบรกเกอร์อื่น ๆ ได้ที่: Review Broker

Table of Contents
TOP FOREX BROKERS
1
5/5

IUX

5/5
2
3/5
IC Markets
IC Markets-top-forex-brokers
IC Markets
4/5
3
4/5
FXGT.com
FXGT.com
4/5
4
3/5
Hantec Markets
Hantec Markets
3/5
5
4/5
Eightcap
Eightcap
3/5

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

– Advertisement –

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

FOLLOW US
บทความที่เกี่ยวข้อง

– Advertisement –