พันธบัตรรัฐบาลจีน (China Government Bond: CGB) คือตราสารหนี้ระยะยาวและระยะสั้นที่ออกโดย Ministry of Finance of the People’s Republic of China เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการระดมทุนสำหรับบริหารประเทศ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และดำเนินนโยบายทางการเงิน โดยผู้ถือจะได้รับดอกเบี้ยตามกำหนดและเงินต้นคืนเมื่อครบกำหนดสัญญา
บทบาทของตลาดตราสารหนี้จีนในปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในตลาดตราสารหนี้ที่มีมูลค่าและสภาพคล่องสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก โดยมีมูลค่าตลาดรวมใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากตลาดตราสารหนี้สหรัฐฯ (ข้อมูลจาก Cbonds) การทำความเข้าใจโครงสร้าง ผลตอบแทน และช่องทางการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลจีน จึงกลายเป็นหัวข้อสำคัญสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงพอร์ตการลงทุนในระดับสากลครับ
⚠️ ข้อควรระวัง: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลสำหรับการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่การชี้แนะหรือแนะนำลงทุนครับ
พันธบัตรรัฐบาลจีน คืออะไร?
พันธบัตรรัฐบาลจีน คือ ตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาลกลางของประเทศจีนผ่านกระทรวงการคลัง โดยมีสัญญากับนักลงทุนว่าจะชำระดอกเบี้ยตามอัตราและระยะเวลาที่กำหนด (Coupon Payment) พร้อมทั้งคืนเงินต้นเต็มจำนวนเมื่อครบกำหนดอายุตราสาร (Maturity)
ในตลาดการเงินจีน พันธบัตรรัฐบาลจีนทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์อ้างอิงความเสี่ยงต่ำที่สุด (Risk-free Asset Benchmark) สำหรับการกำหนดอัตราดอกเบี้ยและผลตอบแทนของตราสารหนี้ภาคเอกชนหรือหุ้นกู้ในประเทศ โดยตราสารแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักตามอายุสัญญา:
- ตราสารระยะสั้น (Short-term Treasury Bills): อายุไม่เกิน 1 ปี เน้นบริหารสภาพคล่องระยะสั้น
- พันธบัตรระยะกลาง (Medium-term Government Bonds): อายุ 2 ถึง 10 ปี เป็นประเภทที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในกลุ่มนักลงทุนสถาบันต่างชาติ
- พันธบัตรระยะยาว (Ultra-long Government Bonds): อายุ 20 ถึง 50 ปี ออกเพื่อใช้ระดมทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานระยะยาวของรัฐบาล
🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere: ในมิติของความเสี่ยงด้านการผิดนัดชำระหนี้ (Credit Risk) พันธบัตรรัฐบาลจีนได้รับการอุดหนุนความน่าเชื่อถือจากรัฐบาลกลางจีนโดยตรง จึงมีความน่าเชื่อถือสูงสุดในกลุ่มตราสารหนี้สกุลเงินหยวน (RMB) อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต่างชาติจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยด้านนโยบายการเงินและความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนควบคู่กันด้วยครับ
พันธบัตรรัฐบาลจีนตอบแทนเท่าไหร่และมีกลไกอย่างไร?
โครงสร้างผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลจีนประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก คือ อัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋ว (Coupon Rate) ซึ่งมักจ่ายเป็นรายปีหรือครึ่งปี และส่วนต่างของราคาซื้อขายในตลาดรอง (Capital Gain/Loss) เมื่อคำนวณรวมกันจะได้เป็น อัตราผลตอบแทนเมื่อถือจนครบกำหนด (Yield to Maturity: YTM)
ทิศทางของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจีน (China Bond Yield) ถูกขับเคลื่อนหลักโดยนโยบายการเงินของธนาคารกลางจีน หรือ People’s Bank of China (PBOC) ซึ่งเมื่อ PBOC ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายหรืออัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ จะส่งผลให้ราคา CGB ปรับตัวสูงขึ้น
| ประเภทอายุพันธบัตร | วัตถุประสงค์หลักในการถือครอง | ลักษณะอัตราผลตอบแทนอ้างอิง |
| 2 ปี – 5 ปี | บริหารสภาพคล่องและลดความผันผวน | เช่น อัตราดอกเบี้ย LPR (Loan Prime Rate) ระยะ 1 ปีและ 5 ปี |
| 10 ปี (Benchmark) | อ้างอิงทิศทางเศรษฐกิจและกระจายความเสี่ยง | อ้างอิงการเติบโตเศรษฐกิจจีนระยะยาว โดยมีอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจีนอายุ 10 ปีเป็นตัวชี้วัดหลัก |
| 30 ปี – 50 ปี | ลงทุนระยะยาวเพื่อผลตอบแทนสม่ำเสมอ | มีความไวต่อทิศทางดอกเบี้ยสูง (High Duration) โดยมีอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 30 ปีอยู่ที่ประมาณ 2.17% (ข้อมูลจาก Trading Economics ณ เดือนสิงหาคม 2026) |
เปรียบเทียบพันธบัตรรัฐบาลจีน vs US Treasury 10 Year Yield vs Japan Bond Yield
เมื่อพิจารณาการจัดสรรพอร์ตการลงทุนในระดับสากล การเปรียบเทียบอัตราผลตอบแทนระหว่างพันธบัตรรัฐบาลจีนกับตลาดตราสารหนี้หลักอย่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่น ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการวิเคราะห์ความคุ้มค่าเทียบกับความเสี่ยง (Risk-Reward Ratio)
- พันธบัตรรัฐบาลจีน vs บอนด์ยีดสหรัฐ: ในช่วงที่นโยบายการเงินของสองประเทศเดินหน้าไปคนละทิศทาง (Divergence) โดยสหรัฐฯ ค่านิยมอัตราดอกเบี้ยสูงเพื่อสู้เงินเฟ้อ ขณะที่จีนผ่อนคลายนโยบายการเงิน จะส่งผลให้ บอนด์ยีดสหรัฐปรับตัวสูงกว่าจีน ทำให้เกิดส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Yield Differential) ที่นักลงทุนต้องบริหารจัดการ
- พันธบัตรรัฐบาลจีน vs japan bond yield พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) ให้ผลตอบแทนในระดับต่ำมาอย่างยาวนานจากนโยบายดอกเบี้ยติดลบในอดีต แม้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะเริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ย แต่พันธบัตรรัฐบาลจีนยังคงให้ระดับผลตอบแทนที่จูงใจกว่าในแง่ Nominal Yield
| มิติการเปรียบเทียบ | พันธบัตรรัฐบาลจีน (CGB 10Y) | US Treasury 10 Year Yield | Japan Bond Yield (JGB 10Y) |
| Yield ปัจจุบัน (ส.ค. 2026) | 1.70% | 4.72% | 2.84% |
| สกุลเงินหลัก | หยวน (CNY/RMB) | ดอลลาร์สหรัฐ (USD) | เยน (JPY) |
| ปัจจัยขับเคลื่อนหลัก | นโยบาย PBOC & เศรษฐกิจจีน | นโยบาย FED & เงินเฟ้อสหรัฐฯ | นโยบาย BOJ & ค่าเงินเยน |
| ความสัมพันธ์กับตลาดโลก | Correlation ต่ำกับตราสารหนี้ตะวันตก | มี Correlation สูงกับตลาดโลก | Correlation ปานกลาง |
| จุดเด่นหลัก | ประโยชน์ด้านการกระจายความเสี่ยง | สภาพคล่องสูงสุดในโลก | ความเสี่ยงผิดนัดชำระต่ำมาก |
🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere: จุดเด่นที่สำคัญที่สุดของพันธบัตรรัฐบาลจีน ไม่ใช่การให้ผลตอบแทนที่สูงที่สุดในโลก แต่คือคุณสมบัติความสัมพันธ์ของผลตอบแทนที่ต่ำ (Low Correlation) กับตราสารหนี้ฝั่งตะวันตก การเพิ่มพันธบัตรรัฐบาลจีนเข้าในพอร์ตจะช่วยลดความผันผวนรวมของพอร์ตการลงทุนลงได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ
พันธบัตรรัฐบาลจีนซื้อยังไง? ช่องทางการลงทุนสำหรับนักลงทุนไทย
สำหรับนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบันในประเทศไทย การเข้าถึงตลาดหุ้นกู้ พันธบัตรรัฐบาลจีนสามารถทำได้ผ่านหลายช่องทางหลักตามระดับความสะดวกและวัตถุประสงค์การลงทุน:
- การลงทุนผ่านโครงการ Bond Connect และ QFII / RQFII (Qualified Foreign Institutional Investor / RMB QFII):
โครงการ Bond Connect เป็นช่องทางหลักที่เปิดให้สถาบันการเงินต่างชาติสามารถซื้อขายพันธบัตรรัฐบาลจีนในตลาด Onshore ได้อย่างสะดวก โดยมี (suspicious link removed] ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการฝากถอนและรับฝากหลักทรัพย์ของตลาดตราสารหนี้จีน เพื่อสร้างความมั่นใจในความคุ้มครองสินทรัพย์ - การลงทุนผ่านกองทุนรวมต่างประเทศ (Foreign Investment Fund: FIF):
วิธีที่สะดวกที่สุดสำหรับนักลงทุนบุคคลธรรมดาในไทย คือการซื้อกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐของจีน ทั้งแบบลงทุนตรง หรือลงทุนผ่านกองทุน Master Fund ต่างประเทศ (เช่น iShares China CNB ETF หรือ Exchange Traded Funds อื่น ๆ) - การถือครอง ETF ตราสารหนี้จีน:
นักลงทุนที่มีบัญชีเทรดหุ้นต่างประเทศ สามารถเลือกซื้อ ETF ตราสารหนี้รัฐบาลจีนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สากล เช่น ฮ่องกง หรือ สิงคโปร์ ได้เช่นกัน
🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere: หากเลือกลงทุนผ่านกองทุนรวม FIF แนะนำให้ตรวจสอบนโยบายการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX Hedging) ของกองทุน ว่ามีการ Hedging ค่าเงินหยวนเทียบกับบาท (RMB/THB) ในสัดส่วนเท่าใด เนื่องจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนมีผลกระทบโดยตรงต่อผลตอบแทนสุทธิครับ
ข้อดีและความเสี่ยงที่ควรรู้ก่อนลงทุนพันธบัตรรัฐบาลจีน
ข้อดีของการลงทุน
- กระจายความเสี่ยงพอร์ตได้อย่างดีเยี่ยม: ดำเนินตามวัฏจักรเศรษฐกิจเฉพาะตัวของจีน ซึ่งบางช่วงเวลาเคลื่อนไหวสวนทางกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ และยุโรป
- ความเสี่ยงด้านเครดิตต่ำ: หนุนหลังโดยรัฐบาลจีน ซึ่งมีทุนสำรองเงินตราต่างประเทศขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
- ได้รับการยอมรับในดัชนีระดับโลก: พันธบัตรรัฐบาลจีนถูกรวมอยู่ในดัชนีสำคัญ เช่น Bloomberg Global Aggregate Index และ J.P. Morgan GBI-EM Index ส่งผลให้มีเม็ดเงินสถาบันไหลเข้าสะสมต่อเนื่อง
ความเสี่ยงและข้อควรระวัง
- ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (Currency Risk): ความผันผวนของค่าเงินหยวนเมื่อเทียบกับเงินบาท หากค่าเงินหยวนอ่อนค่าลง อาจกัดกร่อนผลตอบแทนจากดอกเบี้ยที่ได้รับ
- นโยบายการเงินและนโยบายควบคุมเงินทุน (Capital Controls): รัฐบาลจีนมีการกำกับดูแลการไหลเข้าออกของเงินทุนอย่างเข้มงวด แม้ตลาดพันธบัตรจะเปิดกว้างขึ้นมาก แต่ปัจจัยด้านนโยบายภาครัฐยังเป็นสิ่งที่ต้องติดตามใกล้ชิด
- สภาพคล่องในบางช่วงเวลา: แม้ตราสารหนี้ระยะ 10 ปีจะมีสภาพคล่องสูงมาก แต่ตราสารบางรุ่นอาจมีสภาพคล่องในตลาดรองลดลงในสภาวะตลาดตื่นตระหนก
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพันธบัตรรัฐบาลจีน
พันธบัตรรัฐบาลจีนน่าลงทุนไหม?
พันธบัตรรัฐบาลจีนน่าลงทุนสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงออกจากตราสารหนี้ฝั่งตะวันตก และมองหาความผันผวนของราคาที่ค่อนข้างต่ำ สินทรัพย์นี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำหน้าที่เป็นตัวลดความผันผวนในพอร์ตการลงทุนรวม (Portfolio Diversifier) แต่สำหรับผู้ที่คาดหวังผลตอบแทนสูงในระยะสั้น อาจไม่ตอบโจทย์เท่ากับสินทรัพย์เสี่ยงสูงประเภทอื่นครับ
พันธบัตรรัฐบาลจีนซื้อยังไงสำหรับนักลงทุนรายย่อย?
นักลงทุนรายย่อยในไทยสามารถซื้อพันธบัตรรัฐบาลจีนได้ง่ายที่สุดผ่านกองทุนรวมตราสารหนี้ต่างประเทศ (FIF) ที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐจีน โดยสามารถซื้อขายผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารพาณิชย์ หรือบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ชั้นนำในไทยได้ทันที โดยไม่ต้องเปิดบัญชีต่างประเทศครับ
พันธบัตรรัฐบาลจีนเสียภาษีอย่างไร?
กรณีลงทุนผ่านกองทุนรวมตราสารหนี้ต่างประเทศ (FIF) ในไทย กำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุน (Capital Gain) ของบุคคลธรรมดาได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ ส่วนเงินปันผล (ถ้ามี) จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ตามประมวลรัษฎากรของกรมสรรพากรครับ
สรุปพันธบัตรรัฐบาลจีน
พันธบัตรรัฐบาลจีน (CGB) ถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ปลอดภัยหลักของฝั่งเอเชียที่มีบทบาทสำคัญมากขึ้นในตลาดการเงินโลก การเข้าถึงตลาดตราสารหนี้จีนช่วยให้นักลงทุนสามารถกระจายความเสี่ยงจากตลาดฝั่งสหรัฐฯ และยุโรปได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรประเมินสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสม ร่วมกับการเลือกกองทุนรวมที่มีนโยบายบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนที่ชัดเจนเพิ่มเติมได้ที่ หุ้นกู้ Bond Yield เพื่อการจัดสรรพอร์ต
⚠️ ข้อควรระวัง: การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นทั้งหมดได้ บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนส่วนบุคคล ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต การลงทุนในตราสารหนี้และกองทุนต่างประเทศมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน และนโยบายทางการเงินของต่างประเทศการเทรด Forex และ CFD มีความเสี่ยงสูง และนักลงทุนรายย่อยส่วนใหญ่มีความเสี่ยงที่จะขาดทุนจากผลิตภัณฑ์เหล่า ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
บทความนี้จัดทำโดยทีมงาน Gotradehere โดยใช้เครื่องมือ AI ช่วยร่างและตรวจสอบเนื้อหา ก่อนผ่านการตรวจทานและอนุมัติจากทีมงานมนุษย์ก่อนเผยแพร่

















