⚠️ ข้อควรระวัง: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลสำหรับการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่การชี้แนะหรือแนะนำลงทุนครับ
Breakeven คืออะไรในตลาดการเงิน?
Breakeven คือ จุดเท่าทุน หรือระดับราคาที่ทำให้ออเดอร์การเทรดนั้นไม่มีผลกำไรและไม่มีผลขาดทุน (สามารถศึกษานิยามและกลไกของ Breakeven Point ตามมาตรฐานสากลเพิ่มเติมได้ที่ Investopedia) เมื่อปิดสถานะการเทรด ณ ระดับราคานี้ นักลงทุนจะได้รับเงินทุนกลับคืนมาเต็มจำนวนโดยไม่เสียเงินต้นครับ
ในการเทรดตลาดการเงินและการเทรด Forex คำว่า Breakeven มักจะถูกใช้อยู่ 2 บริบทหลัก ๆ คือการพูดถึง “จุดเท่าทุนของออเดอร์” และการใช้เป็นกลยุทธ์ “เลื่อน Stop Loss มากันทุน” เพื่อเปลี่ยนออเดอร์ที่มีความเสี่ยงให้กลายเป็นการเทรดที่ไม่เสี่ยงต่อการเสียเงินต้นอีกต่อไปครับ
🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere: จากภาพตัวอย่างจะเห็นว่าเมื่อราคาเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ถูกต้องจนได้กำไรระดับหนึ่ง นักเทรดจะทำการขยับเส้น Stop Loss จากจุดตัดขาดทุนเดิมขึ้นมาวางไว้ที่จุดเปิดออเดอร์ (Entry Price) เพื่อล็อคไม่ให้พอร์ตกลับมาขาดทุน
กลไกการทำงานของจุดคุ้มทุน (Breakeven Point)
กลไกของ Breakeven เกิดขึ้นเมื่อนักเทรดส่งคำสั่งซื้อขายเข้าสู่ตลาด แล้วราคาเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่คาดหวังจนเกิดกำไรทางบัญชี (Unrealized Profit) จากนั้นนักเทรดจะทำการปรับเปลี่ยนตำแหน่งของ Stop Loss (ระดับราคาตัดขาดทุนอัตโนมัติ) ย้ายมาตั้งไว้ที่ระดับราคาเดียวกับราคาที่เปิดออเดอร์ไว้
หากในเวลาต่อมา ราคาเกิดการย่อตัวหรือพลิกกลับทิศทางลงมาชนเส้น Stop Loss ใหม่นี้ คำสั่งจะถูกปิดอัตโนมัติที่ราคาเปิดพอดี ส่งผลให้พอร์ตของคุณไม่เกิดการขาดทุนแม้แต่เหรียญเดียวครับ
ความแตกต่างระหว่าง Breakeven ในธุรกิจและ Breakeven Forex
ในโลกธุรกิจทั่วไป Breakeven Point คือจุดที่รายได้รวมเท่ากับต้นทุนรวมทั้งหมด (กี่ชิ้นถึงจะคุ้มทุน) แต่สำหรับ Breakeven Forex จะหมายถึง “ระดับราคาบนกราฟ” ที่ทำให้ออเดอร์นั้น ๆ สรุปผลลัพธ์สุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งเน้นเรื่องการบริหารความเสี่ยงรายออเดอร์เป็นหลักครับ
🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere: การมอง Breakeven เป็นเครื่องมือปกป้องเงินทุน (Capital Preservation) ช่วยลดภาวะทางอารมณ์และความเครียดของนักเทรดได้อย่างมีนัยสำคัญ เพราะเมื่อคุณเลื่อน SL มาบังทุนได้สำเร็จ คุณจะสามารถมองกราฟด้วยใจที่สงบขึ้น เนื่องจากไม่มีความเสี่ยงที่จะเสียเงินในไม้นั้นแล้วครับ
จุด Breakeven ใน Forex คำนวณยังไง? (Point Breakeven คือ)
ข้อผิดพลาดที่มักพบในนักเทรดมือใหม่คือการคิดว่า Point Breakeven คือ ระดับราคาเปิดออเดอร์ (Entry Price) เพียงอย่างเดียว ทั้งที่ในความเป็นจริง ตลาด Forex มีต้นทุนการออกออเดอร์ซ่อนอยู่เสมอ ดังนั้นการคำนวณจุด Breakeven สุทธิให้ไร้ขาดทุนจริง ๆ จำเป็นต้องนำค่าธรรมเนียมทั้งหมดมารวมด้วยครับ
สมการคำนวณ Point Breakeven ที่แท้จริง
การหาจุดคุ้มทุนสุทธิของออเดอร์ สามารถคำนวณได้จากสูตรพื้นฐานดังนี้ครับ:
- สำหรับฝั่ง Buy: จุด Breakeven = ราคาเปิดออเดอร์ + ค่า Spread + ค่า Commission + ค่า Swap (ถ้ามี)
- สำหรับฝั่ง Sell: จุด Breakeven = ราคาเปิดออเดอร์ – ค่า Spread – ค่า Commission – ค่า Swap (ถ้ามี)
ตัวอย่างการคำนวณ Breakeven สำหรับออเดอร์ Buy และ Sell
สมมติว่าคุณเปิดออเดอร์ Buy คู่เงิน EUR/USD ที่ราคา 1.08000 โดยมีค่า Spread forex และค่าธรรมเนียมรวมกันเท่ากับ 1.5 pips (หรือ 15 จุด)
หากคุณเลื่อน Stop Loss มาไว้ที่ราคา 1.08000 พอดี แล้วราคาถอยกลับมาชน คุณจะยังคงขาดทุนสุทธิเท่ากับ 1.5 pips จากค่าธรรมเนียมดังกล่าว ดังนั้น จุด Breakeven ที่แท้จริงที่คุณควรตั้ง Stop Loss คือราคา 1.08015 เพื่อให้ครอบคลุมต้นทุนทั้งหมดครับ
| ประเภทออเดอร์ | ราคาเปิด (Entry) | ค่าธรรมเนียมรวม (Spread + Comm) | จุด Breakeven สุทธิ |
| Buy EUR/USD | 1.08000 | 1.5 pips (15 จุด) | 1.08015 |
| Sell XAUUSD | 2,400.00 | $0.50 (50 จุด) | 2,399.50 |
🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere: หากคุณเลื่อน SL มาไว้ที่จุด Entry Price พอดีโดยไม่บวกเผื่อค่า Spread หรือค่า Commission ของโบรกเกอร์ เมื่อราคาถอยกลับมาชน คุณจะพบว่าบัญชีของคุณยังคงมีผลขาดทุนติดลบเล็กน้อยจากค่าธรรมเนียมเสมอ ดังนั้นควรคำนวณเผื่อระยะ Spread ไว้ประมาณ 2–3 จุดเสมอครับ
เทคนิคการตั้ง Breakeven Stop Loss และประโยชน์ที่ได้รับ
การใช้กลยุทธ์ Breakeven Stop Loss ถือเป็นเทคนิคสำคัญที่นักเทรดมืออาชีพใช้ในการรักษาวินัยและบริหารพอร์ตการลงทุนอย่างยั่งยืนครับ
ประโยชน์ของการเลื่อน SL มา Breakeven
- ล็อคความเสี่ยงให้เป็นศูนย์ (Zero Risk Trade): เปลี่ยนการเทรดที่มีความเสี่ยงให้กลายเป็นการเทรดที่ปลอดภัย 100% ทันที
- ช่วยรักษาสภาพจิตใจในการเทรด (Trading Psychology): ขจัดความกลัวที่จะสูญเสียเงินทุน ทำให้ตัดสินใจถือออเดอร์ตามแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ช่วยเปิดโอกาสให้รันเทรนด์ระยะยาว (Let Profits Run): เมื่อไม่มีความเสี่ยงเรื่องการขาดทุน คุณจะสามารถปล่อยให้ออเดอร์วิ่งทำกำไรไปตามแนวโน้มใหญ่ได้โดยไม่ตื่นตระหนก
🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere: การเลื่อน SL มา Breakeven ควรทำอย่างมีเงื่อนไขและมีหลักการ เช่น รอให้ราคาทำ New High/Low หรือวิ่งพ้นแนวรับแนวต้านสำคัญไปก่อน ไม่ควรตั้งทันทีที่เห็นกราฟบวกเล็กน้อย
จังหวะเวลาที่เหมาะสมในการเลื่อน SL สู่ Breakeven
- เมื่อราคาวิ่งถึงระดับ Risk-to-Reward Ratio (R:R) ที่ 1:1 หรือ 1:1.5: เป็นระยะปลอดภัยที่แสดงว่าราคามีแรงส่งมากพอ
- เมื่อราคาทำ Market Structure Shift (MSS): หรือเมื่อราคาสามารถทะลุผ่านแนวรับ-แนวต้านสำคัญ และสร้างจุดสูงสุดใหม่ (Higher High) ได้สำเร็จ
- หลังจากการแบ่งปิดทำกำไรบางส่วน (Partial Take Profit): ปิดทำกำไรเข้าพอร์ตไปแล้ว 50% แล้วเลื่อน SL ของออเดอร์ที่เหลือมาที่จุดเท่าทุนเพื่อรันเทรนด์ต่อ
ข้อเสียและข้อควรระวังของการเลื่อน SL มา Breakeven
แม้ว่า Breakeven จะเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่ดีเยี่ยม แต่การนำมาใช้อย่างไม่ถูกต้องก็อาจส่งผลเสียต่อผลการเทรดในระยะยาวได้เช่นกันครับ
เลื่อน SL มา Breakeven มีข้อเสียไหม?
- โดน Stop Out จาก Market Noise: ตลาด Forex มีความผันผวนและเสียงรบกวน (Noise) อยู่ตลอดเวลา การเลื่อน SL มาชิดราคาเกินไปจะทำให้ถูกปิดออเดอร์ง่ายขึ้น จากการย่อตัวปกติของราคา (Market Retracement)
- ตกรถและเสียโอกาสทำกำไรก้อนใหญ่: หลายครั้งที่ราคาถอยกลับมาชนจุด Breakeven แล้ววิ่งต่อไปตามทิศทางเดิมที่คุณวิเคราะห์ไว้ ทำให้นักเทรดพลาดโอกาสทำกำไรระยะยาวไปอย่างน่าเสียดาย
- Win Rate อาจลดลง: การถูกปิดออเดอร์ที่จุด Breakeven บ่อยครั้ง อาจส่งผลให้อัตราการชนะ (Win Rate) ของระบบเทรดปรับตัวลดลงในเชิงสถิติ แม้จะสามารถรักษาสภาพเงินต้นไว้ได้ก็ตาม แม้จะไม่ขาดทุนเงินต้นแต่ก็เสียโอกาสในเรื่องเวลาและต้นทุนค่าเสียโอกาสครับ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการใช้ Breakeven Stop Loss
- เลื่อน SL มาบังทุนเร็วเกินไป: เกิดจากความกลัวขาดทุน ทันทีที่ราคาบวกเพียงเล็กน้อยก็รีบขยับ SL ทันที ทำให้ถูกปิดออเดอร์ออกจากการเทรดก่อนที่ราคาจะได้เริ่มวิ่งจริง
- ไม่เผื่อระยะความผันผวนช่วงตลาดเปิด-ปิด: ช่วงเวลาเปลี่ยนช่วงตลาด หรือช่วงเปิดตลาดนิวยอร์ก ค่า Spread มักจะขยายตัวกว้างขึ้น หากตั้ง SL ไว้พอดีเกินไป อาจโดนสเปรดถ่างมาชนได้ง่ายครับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Breakeven
เลื่อน SL มา Breakeven เสียค่าธรรมเนียมไหม?
การแก้ไขตำแหน่ง Stop Loss บนโปรแกรมเทรดอย่าง MT4 หรือ MT5 ไม่มีค่าธรรมเนียมในการส่งคำสั่งครับ แต่การปิดออเดอร์ที่จุด Breakeven คุณจะยังคงต้องจ่ายค่า Spread และค่า Commission ตามเงื่อนไขปกติของโบรกเกอร์ ดังนั้นจึงต้องตั้งราคา SL เผื่อค่าธรรมเนียมเหล่านี้ไว้ด้วยครับ
ควรเลื่อน SL มา Breakeven ทันทีที่บวกเลยไหม?
ไม่ควรเลื่อนทันทีครับ เพราะราคาในตลาดมักจะมีการย่อตัวหรือทดสอบราคาเปิดอยู่เสมอ การเลื่อน SL เร็วเกินไปจะทำให้ออเดอร์โดนปิดก่อนที่ราคาจะวิ่งไปถึงเป้าหมาย แนะนำให้รอจนกว่าราคาจะวิ่งไปถึงระยะกำไรอย่างน้อย 1 เท่าของความเสี่ยง (1R) หรือทำโครงสร้างราคาใหม่สำเร็จก่อนครับ
Breakeven ต่างจากการทำ Partial Take Profit อย่างไร?
Breakeven คือการขยับเส้นตัดขาดทุน (SL) มาไว้ที่ราคาเท่าทุนเพื่อล็อคความเสี่ยง ส่วน Partial Take Profit คือการแบ่งปิดออเดอร์บางส่วน (เช่น ปิด 50% ของ Lot Size) เพื่อเก็บกำไรเข้าพอร์ตก่อน ทั้งสองเทคนิคนี้สามารถใช้ร่วมกันได้เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการบริหารความเสี่ยงครับ
สรุป Breakeven คืออะไร และการนำไปปรับใช้จริง
Breakeven คือ เครื่องมือและกลยุทธ์สำคัญในการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ที่ช่วยเปลี่ยนการเทรดให้กลายเป็นความเสี่ยงระดับศูนย์ (Zero Risk) การเข้าใจจุด Breakeven สุทธิที่รวมค่า Spread และค่าธรรมเนียมอย่างถูกต้อง รวมถึงการเลื่อน Stop Loss ในจังหวะเวลาที่เหมาะสม จะช่วยให้นักเทรดสามารถปกป้องเงินทุนและอยู่ในตลาดได้อย่างยั่งยืนครับ
หากคุณต้องการพัฒนาทักษะการบริหารความเสี่ยงและศึกษาเทคนิคการเทรดเพิ่มเติม สามารถอ่านคู่มือการเทรดฉบับสมบูรณ์ได้ที่ การเทรด Forex คืออะไร
⚠️ ข้อควรระวัง: การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นทั้งหมดได้ บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนส่วนบุคคล ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต การเทรด Forex และ CFD มีความเสี่ยงสูง และนักลงทุนรายย่อยส่วนใหญ่ขาดทุนจากการเทรดผลิตภัณฑ์เหล่านี้ (สามารถอ่านข้อมูลคำเตือนความเสี่ยงและแนวทางการคุ้มครองนักลงทุนเพิ่มเติมได้ที่ CFTC Financial Market Education) ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
บทความนี้จัดทำโดยทีมงาน Gotradehere โดยใช้เครื่องมือ AI ช่วยร่างและตรวจสอบเนื้อหา ก่อนผ่านการตรวจทานและอนุมัติจากทีมงานมนุษย์ก่อนเผยแพร่

















