Table of Contents
Table of Contents

Credit Spread คืออะไร? ดัชนีวัดความเสี่ยงเศรษฐกิจที่นักเทรดต้องรู้

Credit Spread คืออะไร — สัญลักษณ์ตราชั่งวัดความเสี่ยงการลงทุน

Credit Spread คือ เครื่องมือทางการเงินที่ใช้วัดความต่างของอัตราผลตอบแทน (Yield) ระหว่างตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงด้านการผิดนัดชำระหนี้ เช่น หุ้นกู้ภาคเอกชน (Corporate Bond) กับตราสารหนี้ที่ปราศความเสี่ยงอย่างพันธบัตรรัฐบาล (Government Bond) ที่มีระยะเวลาไถ่ถอนเท่ากัน

ในการลงทุนจริง ค่า Credit Spread ทำหน้าที่เป็นเหมือน “ดัชนีวัดความเสี่ยง” ของเศรษฐกิจและตราสารหนี้รายบริษัท ยิ่งส่วนต่างนี้กว้างขึ้นเท่าใด แปลว่านักลงทุนยิ่งต้องการผลตอบแทนชดเชยความเสี่ยงที่สูงขึ้น บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกกลไก การคำนวณ ตลอดจนการนำ Credit Spread ไปประยุกต์ใช้ในตลาด Forex และ Options ครับ


Credit Spread คืออะไร?

Credit Spread คือ ส่วนต่างของอัตราผลตอบแทน (Yield Difference) ระหว่างตราสารหนี้ 2 ฉบับที่มีอายุคงเหลือเท่ากัน แต่มีระดับความเสี่ยงทางการเงิน (Credit Risk) ไม่เท่ากัน โดยหลักการแล้ว พันธบัตรรัฐบาลจะถูกใช้เป็นฐานเปรียบเทียบในฐานะสินทรัพย์ไร้ความเสี่ยง (Risk-free Rate) เนื่องจากมีรัฐบาลค้ำประกันการชำระหนี้

ในทางกลับกัน หุ้นกู้ที่ออกโดยบริษัทเอกชน ย่อมมีความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระหนี้ (Default Risk) มากกว่าพันธบัตรรัฐบาล นักลงทุนจึงเรียกร้องอัตราผลตอบแทนส่วนเพิ่มเพื่อชดเชยความเสี่ยงดังกล่าว เรียกว่า Bond yield ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนต่างตรงนี้นี่เองคือค่า Credit Spread

Credit Spread = อัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้เอกชน (Corporate Bond Yield) – อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาล (Government Bond Yield)

กลไกการทำงานและหลักการพื้นฐานของ Credit Spread

กลไกของ Credit Spread ผูกติดอยู่กับความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อสภาวะเศรษฐกิจและความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกหุ้นกู้ เมื่อเศรษฐกิจเติบโตดี ผลประกอบการของบริษัทเอกชนแข็งแกร่ง ความเสี่ยงในการล้มละลายจะลดต่ำลง นักลงทุนจะยอมรับผลตอบแทนที่ต่ำลงได้ ทำให้ Credit Spread แคบลง

ทว่าเมื่อสภาวะเศรษฐกิจเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว หรือเกิดความผันผวนในระบบการเงิน นักลงทุนจะเริ่มกังวลเรื่องการผิดนัดชำระหนี้ ส่งผลให้เกิดแรงขายหุ้นกู้เอกชนเพื่อย้ายเงินเข้าสู่พันธบัตรรัฐบาล แรงขายนี้กดดันให้ราคาหุ้นกู้ตก และดันให้ Yield ของหุ้นกู้สูงขึ้น ทำให้ Credit Spread ขยายกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว

Credit Spread คำนวณยังไง?

การคำนวณ Credit Spread ใช้สูตรง่าย ๆ โดยนำ Yield ของหุ้นกู้มาลบด้วย Yield ของพันธบัตรรัฐบาลที่มีอายุไถ่ถอนเท่ากัน หน่วยที่ได้นิยมคิดเป็น Percentage Point หรือ Basis Points (bps) โดยที่ 1% เท่ากับ 100 bps


ความแตกต่างระหว่าง Credit Spread และ Yield Spread คืออะไร?

นักลงทุนหลายคนมักสับสนระหว่างสองคำนี้ แม้จะมีลักษณะเป็นส่วนต่างของ Yield เหมือนกัน แต่บริบทการนำไปใช้งานมีความแตกต่างกันดังนี้ครับ

หัวข้อCredit SpreadYield Spread
นิยามหลักวัดส่วนต่าง Yield ระหว่างตราสารหนี้ 2 ฉบับที่มี ความเสี่ยงต่างกันวัดส่วนต่าง Yield ระหว่างตราสารหนี้ 2 ฉบับในภาพรวม
ปัจจัยเปรียบเทียบความเสี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ (Credit Risk / Rating)อาจเปรียบเทียบต่างอายุ (Term Spread) หรือต่างประเทศก็ได้
ตัวอย่างการใช้งานหุ้นกู้เอกชน Rating BBB vs พันธบัตรรัฐบาลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี vs อายุ 2 ปี (Yield Curve)


Credit Spread บอกอะไรนักลงทุน และส่งผลต่อสภาวะตลาดยังไง?

Credit Spread ทำหน้าที่เป็นดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ (Leading Indicator) ที่แม่นยำ เพราะการเคลื่อนไหวของ Credit Spread สะท้อนความคิดเห็นและ Sentiment ของนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ในตลาดตราสารหนี้ก่อนที่ผลกระทบจะลามไปยังตลาดหุ้น

+——————————————————-+

|                สภาวะ Credit Spread                    |

+—————————+—————————+

|   Credit Spread กว้างขึ้น   |    Credit Spread แคบลง    |

|   (Spread Widening)       |    (Spread Narrowing)     |

+—————————+—————————+

| • ความเสี่ยงเศรษฐกิจสูงขึ้น | • เศรษฐกิจเติบโตแข็งแกร่ง   |

| • นักลงทุนเทขายหุ้นกู้    | • นักลงทุนมั่นใจในภาคธุรกิจ |

| • สภาวะ Risk-off          | • สภาวะ Risk-on           |

| • ตลาดหุ้นผันผวน/พักตัว   | • ตลาดหุ้นเป็นแนวโน้มขาขึ้น |

+—————————+—————————+


Credit Spread กว้างขึ้นหมายความว่าอย่างไร?

เมื่อ Credit Spread ปรับตัวกว้างขึ้น (Spread Widening) หมายความว่าส่วนต่างผลตอบแทนระหว่างหุ้นกู้เอกชนกับพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มสูงขึ้น นี่คือสัญญาณเตือนว่าตลาดกำลังเข้าสู่ภาวะ Risk-off นักลงทุนเริ่มไม่มั่นใจในเสถียรภาพทางการเงินของภาคเอกชน และต้องการ Yield ชดเชยความเสี่ยงที่สูงขึ้น

เมื่อค่า Credit Spread พุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มักเป็นสัญญาณนำก่อนเกิด Recession หรือวิกฤตการณ์ทางการเงิน เนื่องจากต้นทุนการกู้ยืมเงินของภาคเอกชนจะสูงขึ้น ทำให้บริษัทต่าง ๆ ขยายการลงทุนได้ยากขึ้น และมีโอกาสผิดนัดชำระหนี้สูงขึ้น

Credit Spread แคบลงหมายความว่าอย่างไร?

ในทางตรงกันข้าม หาก Credit Spread ปรับตัวแคบลง (Spread Narrowing) แสดงว่าความต่างของ Yield ระหว่างหุ้นกู้เอกชนและพันธบัตรรัฐบาลลดน้อยลง สะท้อนถึงสภาวะ Risk-on นักลงทุนมีความเชื่อมั่นสูงต่อเศรษฐกิจ มองว่าบริษัทเอกชนมีความเสี่ยงล้มละลายต่ำ จึงแย่งกันเข้าซื้อหุ้นกู้เอกชนเพื่อแสวงหาผลตอบแทนที่สูงกว่าพันธบัตรรัฐบาล ส่งผลให้ราคาหุ้นกู้สูงขึ้นและ Yield ปรับตัวลดลงมาใกล้เคียงกับพันธบัตรรัฐบาล

ถอดบทเรียนกรณีศึกษาจากวิกฤตเศรษฐกิจในอดีต

หากเราย้อนกลับไปดูสถิติประวัติศาสตร์ผ่านข้อมูล FRED Credit Spread Data (BofA US High Yield Index Option-Adjusted Spread) จะพบว่า ก่อนเกิดวิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์ปี 2008 ค่า Credit Spread ของหุ้นกู้กลุ่ม High Yield พุ่งสูงเกิน 2,000 bps (20%) สะท้อนว่าสภาพคล่องในระบบตึงตัวอย่างหนัก และเช่นเดียวกันในช่วงวิกฤต COVID-19 ต้นปี 2020 ค่า Spread ก็ได้พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วแตะระดับเกือบ 1,000 bps ก่อนที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะเข้ามากระตุ้นสภาพคล่อง


การนำ Credit Spread ไปประยุกต์ใช้ในตลาด Forex และ Options

นอกเหนือจากการวิเคราะห์ตราสารหนี้แล้ว แนวคิดเรื่อง Credit Spread ยังถูกนำไปประยุกต์ใช้ในตลาดการเงินอื่น ๆ อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะ Credit Spread Forex และ Option Credit Spread ครับ

ความสัมพันธ์ของ Credit Spread Forex และการเคลื่อนไหวของค่าเงิน

ในตลาด Forex คำว่า Credit Spread มักถูกนำมาเชื่อมโยงกับการวิเคราะห์ Sentiment ความเสี่ยงของโลก (Risk Sentiment) และการประเมินทิศทางของดัชนีดอลลาร์ (DXY) รวมไปถึงสกุลเงินปลอดภัย (Safe-haven Currencies) เช่น JPY และ CHF

เมื่อค่า Credit Spread ในฝั่งสหรัฐฯ ปรับตัวกว้างขึ้น แสดงถึงความกังวลในระบบการเงิน ตลาดจะเกิดสภาวะ Risk-off เงินทุนจะไหลออกจากสกุลเงินฝั่งประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) และสินทรัพย์เสี่ยง กลับเข้าสู่ดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ในฐานะแหล่งพักเงินที่ปลอดภัย ดันให้ดัชนี DXY หรือเงินเยนปรับตัวแข็งค่าขึ้น ในทางกลับกัน หาก Credit Spread แคบลง เงินทุนจะไหลออกจาก Safe-haven ไปสู่สกุลเงินที่มีผลตอบแทนสูงกว่า (Carry Trade)

ทำความรู้จัก Option Credit Spread

ในตลาด Options คำว่า Option Credit Spread มีความหมายที่แตกต่างออกไปจากตลาดตราสารหนี้ โดยในบริบทของ Options จะหมายถึง กลยุทธ์การเทรดที่ได้เงินรับสุทธิ (Net Credit) เข้าพอร์ตทันทีเมื่อเปิดสถานะ เกิดจากการขาย Option ตัวหนึ่ง และซื้อ Option อีกตัวหนึ่งในสินทรัพย์เดียวกันและวันหมดอายุเดียวกัน แต่ต่างราคาใช้สิทธิ (Strike Price)

กลยุทธ์ Option Credit Spread ที่ได้รับความนิยม ได้แก่:

  1. Bull Put Spread: ใช้เมื่อมองว่าราคาจะขึ้นหรือทรงตัว โดยการขาย Put Option ที่ Strike Price สูงกว่า และซื้อ Put Option ที่ Strike Price ต่ำกว่าเพื่อจำกัดความเสี่ยง
  2. Bear Call Spread: ใช้เมื่อมองว่าราคาจะลงหรือทรงตัว โดยการขาย Call Option ที่ Strike Price ต่ำกว่า และซื้อ Call Option ที่ Strike Price สูงกว่าเพื่อจำกัดความเสี่ยง

ตารางสรุปเปรียบเทียบการตีความ Credit Spread ในแต่ละตลาด

มิติการใช้งานตลาดตราสารหนี้ (Bonds)ตลาด Options
ลักษณะส่วนต่าง Yield ระหว่างหุ้นกู้เอกชนกับพันธบัตรรัฐบาลกลยุทธ์การจับคู่ซื้อ-ขาย Options ให้ได้เงินเข้าพอร์ตสุทธิ
วัตถุประสงค์วัดระดับความเสี่ยงเศรษฐกิจและความเสี่ยงการผิดนัดชำระหนี้สร้างรายได้จากค่า Premium และจำกัดความเสี่ยงขาดทุนสูงสุด
ตัวชี้วัดสำคัญSpread กว้างขึ้น = ความเสี่ยงสูง / Spread แคบลง = ปลอดภัยNet Credit สุทธิที่ได้รับ และราคา Strike Price ที่เลือกใช้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Credit Spread คืออะไร

Credit Spread กว้างขึ้นหมายความว่าอย่างไรสำหรับนักลงทุนหุ้น?

Credit Spread กว้างขึ้นเป็นสัญญาณเตือนว่าต้นทุนทางการเงินของบริษัทเอกชนกำลังสูงขึ้น หากบริษัทมีภาระหนี้สินสูง การกู้ยืมเงินใหม่หรือต่ออายุหนี้ (Refinancing) จะมีดอกเบี้ยที่แพงขึ้น กระทบต่อกำไรสุทธิของบริษัท ส่งผลให้ราคาหุ้นมีแนวโน้มปรับตัวลดลงตามความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นครับ

Credit Spread ใช้ดูความเสี่ยงของหุ้นกู้รายบริษัทได้ไหม?

สามารถใช้ดูได้ครับ โดยเปรียบเทียบ Yield ของหุ้นกู้บริษัทนั้น ๆ กับพันธบัตรรัฐบาลที่มีอายุเท่ากัน หากหุ้นกู้บริษัทใดมีค่า Credit Spread สูงกว่าบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน สะท้อนว่าตลาดมองว่าบริษัทนั้นมีความเสี่ยงทางการเงินหรือมีโอกาสผิดนัดชำระหนี้สูงกว่าคู่แข่ง

เราสามารถติดตามค่า Credit Spread ได้จากช่องทางไหนบ้าง?

นักลงทุนสามารถติดตามข้อมูล Credit Spread ของสหรัฐฯ และทั่วโลกได้จากเว็บไซต์ FRED (Federal Reserve Bank of St. Louis) โดยค้นหาดัชนีอย่าง “BofA US High Yield Index Option-Adjusted Spread” หรือติดตามข้อมูลสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) สำหรับข้อมูล Credit Spread ของหุ้นกู้ในประเทศไทยครับ


สรุป Credit Spread คืออะไร

Credit Spread คือ เครื่องมือสำคัญในการวัดส่วนต่างอัตราผลตอบแทนระหว่างหุ้นกู้ที่มีความเสี่ยงกับพันธบัตรรัฐบาลไร้ความเสี่ยง ซึ่งสะท้อนถึงมุมมองของนักลงทุนที่มีต่อความเสี่ยงในระบบเศรษฐกิจ การติดตามความเคลื่อนไหวของ Credit Spread ว่ากำลังกว้างขึ้นหรือแคบลง จะช่วยให้นักเทรดประเมินสภาวะ Risk-on หรือ Risk-off ได้แม่นยำยิ่งขึ้น

บทความนี้จัดทำโดยทีมงาน Gotradehere โดยใช้เครื่องมือ AI ช่วยร่างและตรวจสอบเนื้อหา ก่อนผ่านการตรวจทานและอนุมัติจากทีมงานมนุษย์ก่อนเผยแพร่


อ่านบทความเพิ่มเติม: Knowledge

อ่านรีวิวโบรกเกอร์อื่น ๆ ได้ที่: Review Broker

Table of Contents
TOP FOREX BROKERS
1
5/5

IUX

5/5
2
3/5
IC Markets
IC Markets-top-forex-brokers
IC Markets
4/5
3
4/5
FXGT.com
FXGT.com
4/5
4
3/5
Hantec Markets
Hantec Markets
3/5
5
4/5
Eightcap
Eightcap
3/5

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

– Advertisement –

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

FOLLOW US
บทความที่เกี่ยวข้อง

– Advertisement –