Table of Contents
Table of Contents

สแกนหุ้น มือใหม่เริ่มยังไง? ตั้งค่าเงื่อนไขสแกนหุ้นให้แม่นยำ

สแกนหุ้น คือ โปรแกรมคัดกรองหุ้นตามเงื่อนไข

การสแกนหุ้น (Stock Screening) คือกระบวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมคัดกรองหุ้น เพื่อประมวลผลและคัดเลือกหุ้นจากทั้งตลาดที่มีจำนวนหลายร้อยหลายพันตัว ให้เหลือเพียงรายชื่อหุ้นที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่นักลงทุนกำหนด ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยทางด้านการเงิน สถิติราคา หรือสัญญาณทางเทคนิคครับ

ตามข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ณ ปี 2024 ตลาดหุ้นไทย (SET และ mai) มีบริษัทจดทะเบียนมากกว่า 800 บริษัท การนั่งอ่านงบการเงินหรือเปิดดูกราฟทีละตัวเป็นเรื่องที่ใช้เวลานานและเสี่ยงต่ออคติทางอารมณ์ บทความนี้ทีมงาน Gotradehere จะพาคุณไปทำความเข้าใจกลไกการสแกนหุ้น วิธีการเลือกใช้ Indicator และการตั้งค่าสูตรคัดกรองอย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปทดลองและปรับใช้ตามเป้าหมายการลงทุนของแต่ละคนครับ

สแกนหุ้น คืออะไร? ช่วยนักลงทุนคัดกรองหุ้นได้อย่างไร

การสแกนหุ้น คือการสร้างกรอบเงื่อนไข (Criteria) ทางคณิตศาสตร์หรือสถิติขึ้นมา แล้วสั่งให้โปรแกรมคัดกรองข้อมูลหุ้นในตลาดในขณะนั้น หากหุ้นตัวใดมีค่าตัวเลขหรือคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ทั้งหมด ระบบจะรวบรวมรายชื่อออกมาเป็น List หุ้นเป้าหมายที่พร้อมให้นักลงทุนนำไปวิเคราะห์หุ้นเชิงลึกต่อครับ

กลไกการทำงานของระบบสแกนหุ้น (Stock Screener)

ระบบ Stock Screener จะดึงข้อมูลราคา ปริมาณการซื้อขาย (Volume) และงบการเงินล่าสุดจากฐานข้อมูลกลางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมาเปรียบเทียบกับเงื่อนไขที่กำหนดแบบ Real-time หรือ End-of-Day โดยประมวลผลข้อมูลผ่าน 3 หมวดหลัก ดังนี้:

  1. ข้อมูลด้านราคาและปริมาณ: เช่น ราคาปิด, อัตราการเปลี่ยนแปลง (Change %), ปริมาณการซื้อขายหนาแน่น (Volume Breakout)
  2. ข้อมูลปัจจัยพื้นฐาน: เช่น อัตราส่วน P/E, P/BV, อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E), อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield)
  3. ข้อมูลสัญญาณทางเทคนิค: เช่น จุดตัดของเส้นเฉลี่ย Moving Average, ค่า RSI, MACD (Moving Average Convergence Divergence) หรือ Bollinger Bands

ประโยชน์ของการสแกนหุ้นในการประหยัดเวลาและลดอคติทางอารมณ์

  • ประหยัดเวลา: ช่วยลดเวลาในการคัดเลือกหุ้นเบื้องต้นจากหลายชั่วโมงเหลือเพียงไม่กี่วินาที
  • ช่วยลดอคติทางอารมณ์ (Emotional Bias): ระบบคัดกรองด้วยตัวเลขสถิติ ช่วยลดโอกาสที่นักลงทุนจะเลือกหุ้นเพียงเพราะความชอบส่วนตัวหรือกระแสข่าวลือครับ
  • ติดตามโอกาสได้สะดวกขึ้น: ช่วยตรวจหาหุ้นที่มีวอลุ่มผิดปกติหรือเกิดสัญญาณ Breakout ได้รวดเร็วขึ้น แต่สัญญาณเหล่านี้ไม่ได้ยืนยันว่าราคาจะเคลื่อนไหวต่อเนื่องครับ

เครื่องมือและ Indicator หุ้น ที่นิยมใช้ในการสแกนหุ้น

การกำหนดเงื่อนไขการคัดกรองที่แม่นยำ จำเป็นต้องเลือกใช้ตัวแปรให้เหมาะสมกับเป้าหมายการลงทุน โดยสามารถแบ่งประเภทการตั้งค่าได้เป็น 2 สายหลัก ได้แก่ ปัจจัยพื้นฐานและสัญญาณทางเทคนิคครับ

การตั้งค่าสแกนด้วยปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Screener)

เป็นการสแกนเพื่อหาบริษัทที่มีสุขภาพทางการเงินแข็งแกร่ง ราคาถูก หรือมีความสามารถในการจ่ายปันผลสูง ตัวแปรที่นิยมใช้ ได้แก่:

  • P/E Ratio (Price to Earnings): คัดกรองหุ้นที่ราคาไม่แพงเกินไปเทียบกับกำไร เช่น กำหนดให้ P/E < 15 เท่า
  • D/E Ratio (Debt to Equity): กรองบริษัทที่มีภาระหนี้สินต่ำ เช่น กำหนดให้ D/E < 1.0 เท่า เพื่อลดความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง
  • Dividend Yield (%): กรองหุ้นที่จ่ายเงินปันผลตอบแทนสูง เช่น กำหนดให้ Dividend Yield > 5% ต่อปี

การตั้งค่าสแกนด้วย Indicator หุ้น เชิงเทคนิค

เป็นการสแกนหาจังหวะการเทรด (Timing) หรือโมเมนตัมของราคาที่กำลังเคลื่อนไหว ตัวแปรและ Indicator หุ้นที่นิยมใช้ ได้แก่:

  • EMA Crossover: สแกนหากราฟที่เส้นเคลื่อนที่เร็วตัดเส้นเคลื่อนที่ช้าขึ้น เช่น EMA 10 ตัด EMA 50 ขึ้น ซึ่งนักวิเคราะห์เทคนิคบางกลุ่มมองว่าอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นเทรนด์ขาขึ้น แต่สัญญาณนี้อาจคลาดเคลื่อนได้ครับ
  • RSI (Relative Strength Index): สแกนหาหุ้นที่เกิดภาวะ Oversold (RSI < 30) เพื่อหาจุดกลับตัว หรือสแกนหาหุ้นโมเมนตัมแรง (RSI อยู่ระหว่าง 50–70)
  • Volume Breakout: กรองหุ้นที่มีปริมาณการซื้อขายในวันมากกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5–10 วันอย่างน้อย 200% ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่ามีผู้ซื้อขายรายใหญ่เข้ามา แต่ก็อาจเกิดจากข่าวชั่วคราวหรือการเก็งกำไรระยะสั้นได้เช่นกันครับ

เปรียบเทียบ Indicator หุ้น ยอดนิยมสำหรับสแกนสายเก็งกำไร VS สายรันเทรนด์

คุณลักษณะสแกนหุ้นสายเก็งกำไร (Momentum / Scalping)สแกนหุ้นสายรันเทรนด์ (Trend Following)
Indicator หลักVolume, Relative Volume, RSI (14), StochasticEMA 20/50/200, MACD, ADX (Average Directional Index)
เงื่อนไขสำคัญVolume มากกว่าปกติ 2–3 เท่า, ราคาเบรกทับแนวต้านราคายืนเหนือเส้น EMA 200, EMA 50 ตัด EMA 200 ขึ้น (Golden Cross)
กรอบเวลาที่ใช้Intraday (5m, 15m), Daily ChartDaily Chart, Weekly Chart
เป้าหมายจับหุ้นที่มีการเคลื่อนไหวแรงในระยะสั้น 1–3 วันจับหุ้นที่เป็นเทรนด์ขาขึ้นระยะยาว 3–12 เดือน

สูตรตั้งค่าสแกนหุ้นยอดนิยม แยกตามกลยุทธ์การลงทุน

เพื่อให้สามารถนำไปใช้งานได้ทันที ทีมงานได้รวบรวมเงื่อนไขการคัดกรองที่ออกแบบตามกลยุทธ์ยอดนิยมในตลาด ดังนี้ครับ

1. สูตรสแกนหุ้นปันผลสูง (High Dividend Yield)

เหมาะสำหรับนักลงทุนที่สนใจหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ ทั้งนี้เงินปันผลและราคาหุ้นอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา และเงินต้นอาจลดลงได้ครับ

  • Dividend Yield: > 5%
  • ROE (Return on Equity): > 10% (สะท้อนถึงการบริหารเงินทุนที่มีประสิทธิภาพ)
  • D/E Ratio: < 1.0 เท่า (ช่วยลดความเสี่ยงด้านภาระหนี้ แต่ไม่ได้รับประกันว่าบริษัทจะไม่ประสบปัญหาทางการเงิน)
  • Net Profit Margin: > 10% (มีอัตราทำกำไรสุทธิที่ดี)

2. สูตรสแกนหุ้น Breakout เก็งกำไรระยะสั้น (Momentum Trading)

เหมาะสำหรับเทรดเดอร์สายเก็งกำไรที่ต้องการหาหุ้นที่เกิดสัญญาณเบรกเอาต์ในจังหวะที่ราคากำลังพุ่งออกจากกรอบสะสม

  • Volume: > 200% ของค่าเฉลี่ย Volume 5 วันย้อนหลัง
  • Close Price: สูงสุดในรอบ 20 วัน (20-Day High Breakout)
  • RSI (14): > 55 แต่ไม่เกิน 70 (เริ่มมีโมเมนตัมแรง แต่ยังไม่เข้าเขต Overbought)
  • EMA: ราคาปิดอยู่เหนือเส้น EMA 20 และ EMA 50

3. สูตรสแกนหุ้นคุณค่าราคาถูก (Value Investor – VI)

เหมาะสำหรับการค้นหาบริษัทพื้นฐานดีแต่ราคาตลาดยังตอบรับต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง

  • P/E Ratio: ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมนั้น ๆ
  • P/BV Ratio: < 1.2 เท่า
  • Net Margin: มีกำไรสุทธิเป็นบวกติดต่อกันอย่างน้อย 3 ปี
  • Free Cash Flow: เป็นบวกต่อเนื่อง

สแกนหุ้น VS บทวิเคราะห์หุ้น และการวิเคราะห์หุ้นเชิงลึก

แม้โปรแกรมคัดกรองหุ้นจะมีความรวดเร็ว แต่การพึ่งพาผลสแกนเพียงอย่างเดียวอาจทำให้เทรดเดอร์ตกหล่นปัจจัยสำคัญบางประการไปครับ

ข้อจำกัดของการสแกนหุ้นที่ต้องรู้ก่อนลงมือเทรด

  1. ไม่สามารถประเมินปัจจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Factors): โปรแกรมไม่รู้ว่าผู้บริหารมีธรรมาภิบาลหรือไม่ หรือบริษัทกำลังถูกฟ้องร้องอยู่หรือไม่
  2. เกิดสัญญาณหลอก (False Signals): หุ้นที่ Volume พุ่งสูงอาจเกิดจากการทำราคาของรายย่อย หรือข่าวด่วนชั่วคราวที่ไม่ยั่งยืน
  3. Lagging ของข้อมูลการเงิน: งบการเงินที่นำมาคำนวณถูกอัปเดตทุกไตรมาส ซึ่งอาจไม่สะท้อนเหตุการณ์ปัจจุบันทันที

การนำผลสแกนหุ้นไปต่อยอดด้วยการอ่านบทวิเคราะห์หุ้น

แนวทางหนึ่งที่ช่วยให้การคัดเลือกหุ้นเป็นระบบมากขึ้น คือการใช้การสแกนหุ้นเป็น “ตัวกรองด่านแรก” เพื่อประหยัดเวลาครับ จากนั้นนำรายชื่อหุ้นที่ผ่านเกณฑ์ 3–5 ตัวไปอ่านบทวิเคราะห์หุ้น จากบทวิเคราะห์ของโบรกเกอร์หรือศูนย์วิจัยชั้นนำ เพื่อตรวจเช็กทิศทางอุตสาหกรรม คาดการณ์กำไรในอนาคต และราคาเป้าหมาย (Target Price) ที่ประเมินโดยนักวิเคราะห์ครับ

ขั้นตอนการวิเคราะห์หุ้นเชิงลึก (Deep Dive) หลังได้ List จากการสแกน

  1. ตรวจสอบข่าวสารและงบการเงินล่าสุด: เช็กผ่านระบบ SETSMART หรือเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ว่าไม่มีรายการพิเศษที่ทำให้ตัวเลขกำไรโตผิดปกติ
  2. ประเมินแนวโน้มอุตสาหกรรม: ตรวจสอบว่าธุรกิจอยู่ในเทรนด์ขาขึ้นหรือขาลง
  3. วางกลยุทธ์การเทรด (Trade Plan): กำหนดจุดเข้าซื้อ (Entry Point), จุดตัดขาดทุน (Stop Loss) และจุดทำกำไร (Take Profit) บนกราฟเทคนิคอย่างชัดเจนก่อนส่งคำสั่งซื้อขายจริง พร้อมกำหนดขนาดสถานะ (Position Sizing) ให้ความเสี่ยงต่อการเทรดแต่ละครั้งอยู่ในระดับที่รับได้ และกระจายความเสี่ยงไม่ให้กระจุกตัวในหุ้นตัวเดียวหรืออุตสาหกรรมเดียวครับ

คำถามที่พบบ่อย

สแกนหุ้นใช้เครื่องมืออะไรบ้าง?

การสแกนหุ้นสามารถใช้โปรแกรมและแอปพลิเคชันได้หลายค่าย เช่น Settrade Streaming (เมนู Stock Screener), TradingView, Aspen (ฟังก์ชัน Market Screener) และ Finansia HERO (ฟีเจอร์ Finansia Scanner) โดยแต่ละโปรแกรมจะมีจุดเด่นและเงื่อนไขตัวแปรให้เลือกใช้แตกต่างกันไปครับ

สแกนหุ้นมือใหม่เริ่มยังไง?

มือใหม่ควรเริ่มต้นด้วยการกำหนดกลยุทธ์ของตัวเองให้ชัดเจนก่อนว่าจะลงทุนยาวหรือเก็งกำไร จากนั้นเลือกใช้สูตรสแกนพื้นฐานที่ไม่ซับซ้อน เช่น สแกนหาหุ้น P/E ต่ำ ร่วมกับ Dividend Yield สูง หรือสแกนหาหุ้นที่ราคาอยู่เหนือเส้น EMA 200 เมื่อได้รายชื่อหุ้นแล้ว ให้ฝึกทดลองวิเคราะห์งบการเงินและกราฟก่อนตัดสินใจซื้อขายด้วยเงินจริงครับ

โปรแกรมสแกนหุ้นฟรีมีอะไรบ้าง?

สำหรับนักลงทุนไทย สามารถใช้ฟังก์ชันคัดกรองหุ้นผ่านแอปพลิเคชัน Settrade Streaming (เมนู Stock Screener) หรือเมนู Stock Screening บนเว็บไซต์ SETTRADE.com ซึ่งเป็นบริการของบริษัทในเครือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึง TradingView (เวอร์ชันฟรีมีฟีเจอร์ Stock Screener พื้นฐาน) ทั้งนี้เงื่อนไขการใช้งานและค่าบริการของแต่ละแพลตฟอร์มอาจแตกต่างกัน ควรตรวจสอบกับผู้ให้บริการโดยตรงครับ

สรุปการสแกนหุ้นคืออะไร?

การสแกนหุ้นเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้นักลงทุนคัดกรองหุ้นเป้าหมายจากทั้งตลาดได้รวดเร็วและเป็นระบบมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ได้จากการสแกนเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเฟ้นหาโอกาสเท่านั้น นักลงทุนยังคงต้องนำรายชื่อหุ้นดังกล่าวไปวิเคราะห์เชิงลึก ทั้งด้านปัจจัยพื้นฐาน ข่าวสาร และการตั้งจุดตัดขาดทุนบนกราฟเทคนิค เพื่อวางแผนการเทรดที่มีกรอบบริหารความเสี่ยงชัดเจนมากขึ้น แม้จะไม่สามารถขจัดความเสี่ยงจากการลงทุนได้ทั้งหมดครับ

บทความนี้จัดทำโดยทีมงาน Gotradehere โดยใช้เครื่องมือ AI ช่วยร่างและตรวจสอบเนื้อหา ก่อนผ่านการตรวจทานและอนุมัติจากทีมงานมนุษย์ก่อนเผยแพร่


อ่านบทความเพิ่มเติม: Knowledge

อ่านรีวิวโบรกเกอร์อื่น ๆ ได้ที่: Review Broker

Table of Contents
TOP FOREX BROKERS
1
5/5

IUX

5/5
2
3/5
IC Markets
IC Markets-top-forex-brokers
IC Markets
4/5
3
4/5
FXGT.com
FXGT.com
4/5
4
3/5
Hantec Markets
Hantec Markets
3/5
5
4/5
Eightcap
Eightcap
3/5

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

– Advertisement –

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

FOLLOW US
บทความที่เกี่ยวข้อง

– Advertisement –