Table of Contents
Table of Contents

DSCR คืออะไร? ทำความรู้จักอัตราส่วนวัดความสามารถชำระหนี้

DSCR คือ อัตราส่วนวัดความสามารถในการชำระหนี้ของธุรกิจ

DSCR (Debt Service Coverage Ratio) คือ อัตราส่วนทางการเงินที่ใช้วัดความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจว่าเพียงพอต่อการจ่ายคืนภาระหนี้สินทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยหรือไม่ เครื่องมือนี้ทำหน้าที่สะท้อนสภาพคล่องทางการเงินที่แท้จริงของกิจการได้อย่างแม่นยำครับ

ในโลกการเงินและการลงทุน DSCR คือตัวชี้วัดสำคัญที่ทั้งสถาบันการเงินและนักลงทุนใช้ตรวจสอบสุขภาพทางการเงิน เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ บทความนี้อธิบายว่า DSCR คืออะไร วิธีคำนวณ เกณฑ์ตัวเลขที่ปลอดภัย และแนวทางการนำไปประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนครับ

DSCR คืออะไร?

DSCR ย่อมาจาก Debt Service Coverage Ratio คือ อัตราส่วนความสามารถในการชำระหนี้สิน ซึ่งคำนวณจากการนำกระแสเงินสดจากการดำเนินงานหรือกำไรจากการดำเนินงานมาเปรียบเทียบกับภาระหนี้ทั้งหมดที่ต้องจ่ายชำระในรอบระยะเวลานั้น

สำหรับนักลงทุนมือใหม่ อัตราส่วน DSCR Ratio คือ ตัวช่วยประเมินความเสี่ยงแบบเข้าใจง่าย คล้ายกับการตรวจดูว่าเงินเดือนในแต่ละเดือนของเราหลังจากหักค่าใช้จ่ายที่จำเป็นแล้ว เหลือเพียงพอสำหรับจ่ายค่างวดผ่อนบ้านและผ่อนรถหรือไม่ หากมีเงินเหลือมากกว่าค่างวด ย่อมแสดงว่าสุขภาพทางการเงินของเรามีความปลอดภัยสูง

การวิเคราะห์ตัวเลขนี้ช่วยให้นักลงทุนมองเห็นภาพรวมของกิจการได้ชัดเจนกว่าการดูกำไรสุทธิเพียงอย่างเดียว เพราะบริษัทที่มีกำไรทางบัญชีสูงอาจประสบปัญหาสภาพคล่องจนจ่ายหนี้ไม่ได้ หากเงินสดจริงยังไม่ถูกโอนเข้าบัญชีบริษัทครับ กล่าวอีกนัยหนึ่ง DSCR คือ ตัวเลขที่สะท้อนสุขภาพทางการเงินของธุรกิจได้ชัดเจนกว่าตัวเลขกำไรทางบัญชีเพียงอย่างเดียวครับ

ทำไมนักลงทุนและธนาคารต้องใช้ DSCR ในการวิเคราะห์?

เมื่อเข้าใจแล้วว่า DSCR คือ อะไร ขั้นตอนต่อไปคือการนำไปใช้ประเมินความเสี่ยงจริงครับ สถาบันการเงินและนักลงทุนให้ความสำคัญกับ DSCR ในฐานะเครื่องมือคัดกรองความเสี่ยงทางการเงินชั้นแรก เพื่อให้มั่นใจว่าเงินต้นที่ปล่อยกู้หรือเงินลงทุนจะไม่กลายเป็นหนี้เสีย

ในมุมมองของธนาคารพาณิชย์ DSCR เป็นเงื่อนไขหลักในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อธุรกิจ หากบริษัทมีตัวเลขความสามารถในการชำระหนี้อยู่ในระดับต่ำ ธนาคารอาจปฏิเสธการให้สินเชื่อ หรือกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเพื่อชดเชยความเสี่ยง

สำหรับฝั่งนักลงทุนในตลาดทุน ตัวเลขนี้ช่วยประเมินความมั่นคงก่อนตัดสินใจซื้อ หุ้นกู้ เพราะหากบริษัทมีภาระหนี้สินก้อนใหญ่ที่ต้องจ่ายคืนในระยะสั้น แต่กระแสเงินสดเข้ามาไม่ทัน โอกาสที่ราคาหุ้นจะปรับตัวลงหรือเกิดความเสี่ยงหุ้นกู้ก็มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นครับ

เปรียบเทียบมุมมองของธนาคาร (เจ้าหนี้)มุมมองของนักลงทุน (หุ้นและหุ้นกู้)
วัตถุประสงค์หลักป้องกันการผิดนัดชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยประเมินความมั่นคงของกระแสเงินสดและเงินปันผล
ผลกระทบหากค่าต่ำปฏิเสธสินเชื่อ หรือขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้หลีกเลี่ยงการลงทุน หรือเรียกร้องผลตอบแทนส่วนเพิ่ม
แหล่งข้อมูลสำคัญกระแสเงินสดจากการดำเนินงานของธุรกิจงบการเงินรวมและการวิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงิน

DSCR สูตรการคำนวณและวิธีคิดแบบเข้าใจง่าย

DSCR สูตร มาตรฐานที่นิยมใช้งานทั่วไปในตลาดการเงิน คำนวณได้จากการนำกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน มาหารด้วยภาระหนี้สินรวมที่ต้องชำระในรอบปี

DSCR = กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (หรือ EBITDA) / ภาระหนี้สินรวมที่ต้องชำระ (เงินต้น + ดอกเบี้ยจ่าย)

หากสงสัยว่า DSCR คิดยังไง ลองดูตัวอย่างจำลองสถานการณ์จริงเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นครับ บริษัทแห่งหนึ่งมีรายได้และผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาดังนี้:

  1. บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงาน EBITDA จำนวน 15,000,000 บาท
  2. มีภาระต้องจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ธนาคาร 2,000,000 บาท
  3. มีภาระต้องชำระคืนเงินต้นตามสัญญาเงินกู้ 8,000,000 บาท

ภาระหนี้สินรวมที่ต้องจ่ายในปีนี้จะเท่ากับ 10,000,000 บาท เมื่อนำตัวเลขมาคำนวณตามสูตร จะได้ 15,000,000 / 10,000,000 = 1.5 เท่า หมายความว่าบริษัทมีกระแสเงินสดเป็น 1.5 เท่าของภาระหนี้ที่ต้องจ่าย จึงมีความสามารถในการชำระหนี้ได้อย่างสบายครับ

DSCR ควรมีค่าเท่าไหร่ถึงจะปลอดภัยต่อการลงทุน?

โดยทั่วไป นักวิเคราะห์และสถาบันการเงินส่วนใหญ่มักยึดเกณฑ์ว่าค่า DSCR ควรมีค่าไม่ต่ำกว่า 1.2 ถึง 1.5 เท่าขึ้นไป เพื่อให้มีส่วนต่างความปลอดภัยรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจครับ

การแปลผลตัวเลขของ DSCR สามารถแบ่งออกเป็นระดับความปลอดภัยเพื่อช่วยในการตัดสินใจลงทุนได้ชัดเจน:

  • DSCR ต่ำกว่า 1.0 เท่า: สัญญาณอันตราย กระแสเงินสดของกิจการไม่เพียงพอต่อการจ่ายหนี้ มีความเสี่ยงล้มละลายสูง
  • DSCR เท่ากับ 1.0 เท่า: พอดีตัว กระแสเงินสดพอจ่ายหนี้ครบแต่ไม่มีเงินเหลือสำรอง หากรายได้ลดลงเพียงเล็กน้อยจะขาดสภาพคล่องทันที
  • ค่า DSCR ควรมีค่าไม่ต่ำกว่า 1.2 ถึง 1.5 เท่าขึ้นไป: เพื่อให้มีส่วนต่างความปลอดภัยรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจครับ
  • DSCR มากกว่า 2.0 เท่าขึ้นไป: ระดับแข็งแกร่งมาก กิจการมีสภาพคล่องส่วนเกินสูง มีศักยภาพในการขยายการลงทุนเพิ่มเติม

ค่า DSCR คือ ตัวบ่งชี้ที่ควรติดตามอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่ดูครั้งเดียวแล้วจบ อย่างไรก็ตาม การประเมินต้องดูแนวโน้มย้อนหลังควบคู่กัน หากค่า DSCR ปรับตัวลดลงต่อเนื่องหลายปี แม้ตัวเลขปัจจุบันจะยังมากกว่า 1.5 เท่า แต่นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าว่าธุรกิจเริ่มมีปัญหาในการสร้างกระแสเงินสดครับ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ DSCR

พูดง่ายๆ คือ DSCR คือ เกราะป้องกันความเสี่ยงให้นักลงทุนตัดสินใจได้มั่นใจขึ้น ต่อไปนี้คือคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการนำ DSCR ไปใช้งานจริงครับ

ถ้า DSCR ต่ำกว่า 1 หมายความว่าอะไร?

ค่า DSCR ต่ำกว่า 1 หมายความว่าธุรกิจมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานไม่เพียงพอที่จะจ่ายคืนเงินต้นและดอกเบี้ยตามกำหนด หากไม่มีการเพิ่มทุน กู้ยืมเงินก้อนใหม่มาหมุนเวียน หรือขายทรัพย์สินเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ กิจการจะเข้าสู่ภาวะผิดนัดชำระหนี้ทันที ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาหุ้นและความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้นกู้ครับ

DSCR ต่างจาก ICR อย่างไร?

DSCR (Debt Service Coverage Ratio) แตกต่างจาก ICR (Interest Coverage Ratio) ตรงที่ภาระหนี้สินที่นำมาคำนวณ โดย ICR จะวัดเฉพาะความสามารถในการจ่าย “ดอกเบี้ย” เท่านั้น ขณะที่ DSCR จะรวมภาระการจ่าย “เงินต้น” ที่ครบกำหนดชำระเข้าไปด้วย ทำให้ DSCR สะท้อนสภาพคล่องและความเสี่ยงที่แท้จริงของกิจการได้ครอบคลุมและเข้มงวดกว่าครับ

DSCR สูงเกินไปมีข้อเสียอะไรบ้างหรือไม่?

แม้ว่า DSCR ที่สูงมากจะสะท้อนความปลอดภัยขั้นสูง แต่ในมุมมองด้านประสิทธิภาพทางการเงิน การที่ค่านี้สูงเกินไปอาจหมายความว่าผู้บริหารดำเนินธุรกิจแบบระมัดระวังตัวมากเกินไป ไม่ได้นำกระแสเงินสดส่วนเกินไปขยายกิจการเพื่อสร้างผลตอบแทนสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้น หรือใช้ประโยชน์จากโครงสร้างเงินทุนที่มีต้นทุนต่ำไม่เต็มที่ครับ

สรุป DSCR คืออะไร?

สรุปแล้ว DSCR คือ เครื่องมือพื้นฐานที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม อัตราส่วน DSCR เป็นเครื่องมือทางการเงินพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพสูงในการวัดสภาพคล่องและความปลอดภัยของธุรกิจ การทำความเข้าใจโครงสร้างหนี้สินและกระแสเงินสดช่วยให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงการถือครองสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ได้อย่างแม่นยำ

ก่อนการตัดสินใจซื้อหุ้นหรือหุ้นกู้ในแต่ละครั้ง นักลงทุนควรตรวจสอบแนวโน้มของ DSCR ร่วมกับอัตราส่วนสภาพคล่องอื่นๆ เพื่อประเมินความเสี่ยงอย่างรอบด้าน โดยสามารถศึกษาการอ่านงบการเงินเพิ่มเติมได้ใน อัตราส่วนทางการเงิน เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการลงทุนระยะยาวครับ

บทความนี้จัดทำโดยทีมงาน Gotradehere โดยใช้เครื่องมือ AI ช่วยร่างและตรวจสอบเนื้อหา ก่อนผ่านการตรวจทานและอนุมัติจากทีมงานมนุษย์ก่อนเผยแพร่


อ่านบทความเพิ่มเติม: Knowledge

อ่านรีวิวโบรกเกอร์อื่น ๆ ได้ที่: Review Broker

Table of Contents
TOP FOREX BROKERS
1
5/5

IUX

5/5
2
3/5
IC Markets
IC Markets-top-forex-brokers
IC Markets
4/5
3
4/5
FXGT.com
FXGT.com
4/5
4
3/5
Hantec Markets
Hantec Markets
3/5
5
4/5
Eightcap
Eightcap
3/5

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

– Advertisement –

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

FOLLOW US
บทความที่เกี่ยวข้อง

– Advertisement –