⚠️ ข้อควรระวัง: สินทรัพย์ดิจิทัลและคริปโตเคอร์เรนซีมีความผันผวนสูง การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ราคาคริปโตเคอร์เรนซีผันผวนได้รวดเร็ว และอารมณ์ของตลาดอาจมีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุน ดัชนีความกลัวและความโลภในตลาดคริปโตจึงเป็นตัวชี้วัดที่นักลงทุนบางส่วนใช้ติดตามอารมณ์ตลาด บทความนี้อธิบายว่าดัชนีนี้คืออะไร วัดจากปัจจัยใดบ้าง และมีข้อจำกัดอย่างไรเมื่อนำมาใช้ประกอบการวางกลยุทธ์
Crypto Fear and Greed Index: คืออะไร?
ดัชนีความกลัวและความโลภ (Fear and Greed Index) เป็นที่รู้จักจากดัชนีของ CNN ที่ใช้วัดอารมณ์ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ส่วนดัชนีฝั่งคริปโตเป็นของ Alternative.me ที่พัฒนาขึ้นเพื่อวัดอารมณ์ของตลาดคริปโตโดยเฉพาะ ดัชนีลักษณะนี้เป็นเครื่องมือแสดงอารมณ์ที่ชี้ให้เห็นถึงระดับ “ความกลัว” และ “ความโลภ” ของนักลงทุนและตลาด
ดัชนีวัดความกลัวและความโลภในตลาดคริปโตมีค่าตั้งแต่ 0 ถึง 100 โดยแบ่งเป็นระดับได้ดังนี้ เพื่อให้เห็นภาพรวมอารมณ์ของนักลงทุนและตลาดในแต่ละช่วง
| ระดับ | ช่วงค่า | ความหมายโดยสรุป |
| Extreme Fear | 0-24 | สภาวะที่นักลงทุนหรือตลาดมีความกลัวขั้นสุด |
| Fear | 25-49 | สภาวะที่นักลงทุนหรือตลาดยังมีความกลัวอยู่ |
| Neutral | 50 | สภาวะที่นักลงทุนหรือตลาดอยู่ในเกณฑ์ปกติ |
| Greed | 51-74 | สภาวะที่นักลงทุนหรือตลาดมีความโลภ |
| Extreme Greed | 75-100 | สภาวะที่นักลงทุนหรือตลาดมีความโลภขั้นสุด |
ผู้ลงทุนสามารถตรวจดูค่าดัชนีล่าสุดและกราฟย้อนหลังได้ที่เว็บไซต์ Alternative.me ซึ่งอัปเดตค่าเป็นรายวัน
ระดับเหล่านี้อาจช่วยสะท้อนอารมณ์ของนักลงทุนและสภาพตลาดในช่วงเวลานั้นได้ แต่เป็นเพียงตัวชี้วัดเชิงความรู้สึก ไม่ใช่สัญญาณซื้อขายที่แม่นยำ จึงควรใช้ประกอบกับข้อมูลอื่นก่อนตัดสินใจครับ
Crypto Fear and Greed Index วัดจากอะไร?
ตามที่ Alternative.me ผู้พัฒนาดัชนีเปิดเผย (ข้อมูล ณ ตุลาคม 2569) ค่าดัชนีคำนวณจาก 6 ปัจจัย โดยอิงข้อมูลของ Bitcoin เป็นหลัก ดังนี้
1. ความผันผวน (Volatility) 25%
หากราคามีความผันผวนมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้เข็มชี้วัดวิ่งเข้าสู่ระดับความกลัว (Fear) และความกลัวขั้นสุด (Extreme Fear) มากขึ้นเท่านั้น บ่งบอกถึงความกังวลของตลาด โดยคำนวณจากความผันผวนในอดีต 30 และ 90 วัน
2. โมเมนตัมและวอลุ่ม (Market Momentum and Volume) 25%
หากปริมาณการซื้อขายและโมเมนตัมของ Bitcoin สูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงที่ราคาปรับตัวขึ้น ค่าดัชนีจะมีแนวโน้มขยับเข้าสู่ระดับความโลภ (Greed) และความโลภขั้นสุด (Extreme Greed) บ่งบอกถึงความนิยมในตลาด โดยเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 30 วันและ 90 วัน
3. โซเชียลมีเดีย (Social Media) 15%
ปัจจัยนี้อาศัยการเก็บข้อมูลการพูดถึง Bitcoin จากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง X (Twitter เดิม) เมื่อมีความสนใจและการกล่าวถึง Bitcoin มากขึ้น ค่าความโลภ (Greed) ก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น แสดงให้เห็นถึงกระแสที่มาแรง
4. ผลสำรวจ (Survey) 15% (ถูกระงับชั่วคราว ณ ตุลาคม 2569)
เป็นการทำแบบสำรวจความเห็นจากนักเทรดร่วมกับ Strawpoll.com อย่างไรก็ตาม ปัจจัยนี้ถูกระงับการใช้งานชั่วคราว (Pause) ในระบบคำนวณปัจจุบัน
5. ส่วนแบ่งตลาด (Dominance) 10%
เมื่อส่วนแบ่งตลาดของ Bitcoin เพิ่มขึ้น ความเป็นไปได้ที่สภาพตลาดจะเข้าสู่ระดับความกลัว (Fear) ก็จะมีมากขึ้น และเมื่อส่วนแบ่งตลาดของ Bitcoin ลดลง ความเป็นไปได้ที่สภาพตลาดจะเข้าสู่ระดับความโลภ (Greed) ก็จะมีมากขึ้น
6. เทรนด์ (Trend) 10%
อาศัยข้อมูลจาก Google สำหรับคำค้นหาที่เกี่ยวข้อง ยิ่งมีการค้นหาที่เกี่ยวข้องมากเท่าไหร่ ยิ่งนำไปสู่ระดับความโลภ (Greed) มากเท่านั้น
Extreme Greed ให้ขาย Extreme Fear ให้ซื้อ จริงหรือไม่?
- Extreme Fear (0-24): สภาวะที่ตลาดเกิดความกลัวขั้นสุด นักลงทุนแห่เทขายอย่างหนัก ราคาอาจต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง ผู้ลงทุนบางส่วนอาจมองว่าเป็นช่วงที่ราคาถูกกดดัน และใช้เป็นจังหวะพิจารณาทยอยสะสมแบบเฉลี่ยต้นทุนเป็นงวดๆ (Dollar-Cost Averaging หรือ DCA) แต่ราคายังอาจปรับตัวลงต่อได้
- Fear (25-49): สภาวะที่ตลาดยังคงมีความกังวล บางช่วงอาจเริ่มมีความเสถียรมากขึ้น ผู้ลงทุนบางส่วนอาจใช้ช่วงนี้ประเมินแนวรับ (ระดับราคาที่มักมีแรงซื้อเข้ามา) ร่วมกับเครื่องมืออื่น
- Neutral (50): สภาพตลาดอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไร้ปัจจัยกระตุ้นฝั่งซื้อหรือขาย
- Greed (51-74): นักลงทุนเริ่มมีความโลภ ตลาดอาจเริ่มปรับตัวขึ้นแรง จึงควรระมัดระวังการซื้อตามกระแสเพราะกลัวพลาดโอกาส (FOMO)
- Extreme Greed (75-100): สภาวะที่ตลาดมีความโลภขั้นสุด สินทรัพย์อาจเข้าสู่ภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) และเสี่ยงต่อการปรับฐาน (ราคาปรับตัวลงหลังขึ้นมามาก) ผู้ลงทุนบางส่วนอาจใช้เป็นสัญญาณเตือนให้ทบทวนความเสี่ยงของพอร์ต เช่น พิจารณาทยอยขายทำกำไร แต่ดัชนีอาจอยู่ในระดับนี้ต่อเนื่องได้เป็นเวลานาน
แนวคิด “Extreme Greed ให้ขาย Extreme Fear ให้ซื้อ” คือการทยอยขายในช่วงที่ตลาดมีความโลภจากการทำกำไร และกลับมาซื้อใหม่ในช่วงที่ตลาดเกิดความกลัว ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงจากการตัดสินใจตามอารมณ์ได้ อย่างไรก็ตาม Fear and Greed Index เป็นเพียงตัวชี้วัดอารมณ์ตลาด ดัชนีอาจอยู่ในโซน Extreme Fear หรือ Extreme Greed ต่อเนื่องเป็นเวลานาน และราคายังอาจเคลื่อนไหวสวนทางกับสัญญาณได้ จึงไม่ควรใช้เป็นเกณฑ์ซื้อหรือขายเพียงอย่างเดียว ควรใช้ร่วมกับการวิเคราะห์อื่นและการบริหารความเสี่ยงครับ
แนวคิดนี้ใกล้เคียงกับคำกล่าวของวอร์เรน บัฟเฟตต์ ที่ว่า “Be Fearful When Others are Greedy and Greedy When Others are Fearful” หรือ “จงกลัวในวันที่คนอื่นโลภ และจงโลภในวันที่คนอื่นกลัว”
🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere: ควรใช้ Fear and Greed Index เป็นเครื่องเตือนสติ เพื่อไม่ให้ซื้อตามกระแสในจุด Extreme Greed หรือเทขายด้วยความตกใจในจุด Extreme Fear
⚠️ ข้อควรระวัง: การลงทุนและการเทรดคริปโตเคอร์เรนซีมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือสูญเสียเงินต้นได้ ผลงานในอดีตหรือสัญญาณจากตัวชี้วัดไม่ได้การันตีผลลัพธ์ในอนาคต เนื้อหาในเว็บไซต์ Gotradehere จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือการซื้อขายสินทรัพย์ใด ๆ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
บทความบางส่วนอาจมีการเรียบเรียงหรือสนับสนุนข้อมูลด้วยเทคโนโลยี AI เพื่อความสมบูรณ์และถูกต้องของข้อมูลครับ

















