Crypto Fear and Greed Index คืออะไร? และสำคัญอย่างไร?

List of Contents

Crypto Fear and Greed Index

Crypto Fear and Greed Index คืออะไร?

Crypto Fear and Greed Index ถูกคิดค้นขึ้นโดยสำนักข่าวอย่าง CNN เพื่อใช้วัดสภาพตลาดของดัชนี S&P 500 เป็นเครื่องมือแสดงอารมณ์ที่ชี้ให้เห็นถึงระดับ “ความกลัว” และ “ความโลภ” ของนักลงทุนและตลาด ภายหลังได้รับความนิยมและถูกนำไปใช้กับตลาดการลงทุนหลายแห่ง รวมไปถึงตลาดคริปโตเคอร์เรนซีเช่นกัน

ซึ่งดัชนีวัดความกลัวและความโลภในตลาดคริปโต จะมีค่าความกลัวและความโลภอยู่ระหว่าง 0-100 แบ่งเป็นระดับได้ดังนี้

  • 0-25 (Extreme Fear) หมายถึง สภาวะที่นักลงทุนหรือตลาดมีความกลัวขั้นสุด
  • 26-49 (Fear) หมายถึง สภาวะที่นักลงทุนหรือตลาดยังมีความกลัวอยู่
  • 50 (Neutral) หมายถึง สภาวะที่นักลงทุนหรือตลาดอยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • 51-74 (Greed) หมายถึง สภาวะที่นักลงทุนหรือตลาดมีความโลภ
  • 75-100 (Extreme Greed) หมายถึง สภาวะที่นักลงทุนหรือตลาดมีความโลภขั้นสุด
Crypto Fear and Greed Index

ระดับเหล่านี้สามารถสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมของนักเทรดและสภาพตลาดได้เป็นอย่างดี
ช่วยให้นักลงทุนตัดสินใจในการซื้อขายอย่างมีประสิทธิภาพได้มากขึ้น

Crypto Fear and Greed Index วัดจากอะไร?

การคำนวณดัชนีความกลัวและความโลภ จะวัดจาก Bitcoin เพียงตัวเดียวเท่านั้น ซึ่งมี 6 ปัจจัยในการคำนวณ ดังนี้

1. ความผันผวน (Volatility) 25%

หากราคามีความผันผวนมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้เข็มชี้วัดวิ่งเข้าสู่ระดับความกลัว (Fear) และความกลัวขั้นสุด (Extreme Fear) มากขึ้นเท่านั้น บ่งบอกถึงความกังวลของตลาด โดยคำนวณจากความผันผวนในอดีต 30 และ 90 วัน

2. โมเมนตั้มและวอลุ่ม (Market Momentum and Volume) 25%

หากมีปริมาณการซื้อขายมากเท่าไหร ก็จะยิ่งทำให้เข็มชี้วัดวิ่งเข้าสู่ระดับความโลภ (Greed) และความโลภขั้นสุด (Extreme Greed) มากขึ้นเท่านั้น บ่งบอกถึงความนิยมในตลาด โดยคำนวณจากความผันผวนในอดีต 30 วันและ 90 วัน

3. โซเชียลมีเดีย (Social Media) 15%

ปัจจัยนี้จะอาศัยการเก็บข้อมูลจาก Twitter ในการพูดถึง Bitcoin เมื่อมีความสนใจและการกล่าวถึง Bitcoin มากขึ้น ค่าความโลภ (Greed) ก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นแสดงให้เห็นถึงกระแสที่มาแรง

4. ผลสำรวจ (Survey) 15%

เป็นการร่วมมือกับ Strawpoll.com ทำแบบสำรวจสอบถามไปยังนักเทรดและบุคคลทั่วไปในรอบสัปดาห์ แต่ปัจจุบันปัจจัยที่นำมาใช้ในการคำนวณนี้ถูกระงับชั่วคราวเนื่องจากไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร

5. ส่วนแบ่งตลาด (Dominance) 10%

เมื่อส่วนแบ่งตลาดของ Bitcoin เพิ่มขึ้น ความเป็นไปได้ที่สภาพตลาดจะเข้าสู่ระดับความกลัว (Fear) ก็จะมีมากขึ้น และเมื่อส่วนแบ่งตลาดของ Bitcoin ลดลง ความเป็นไปได้ที่สภาพตลาดจะเข้าสู่ระดับความโลภ (Greed) ก็จะมีมากขึ้น

6. เทรนด์ (Trend) 10%

อาศัยข้อมูลจาก Google สำหรับคำค้นหาที่เกี่ยวข้อง ยิ่งมีการค้นหาที่เกี่ยวข้องมากเท่าไหร่ ยิ่งนำไปสู่ระดับความโลภ (Greed) มากเท่านั้น

Extreme Greed ให้ขาย Extreme Fear ให้ซื้อ จริงหรือไม่?

ในปีนี้ที่เป็นปีทองของตลาดคริปโต ดัชนีชี้วัดความกลัวและความโลภได้พุ่งแตะจุดสูงสุดที่ระดับความโลภขั้นสุด (Extreme Greed) อยู่หลายครั้งและพุ่งแตะจุดต่ำสุดที่ระดับความกลัวขั้นสุด (Extreme Fear) อยู่หลายครั้งอีกเช่นกัน

อ้างอิงกราฟจาก Alternative.me จะพบว่าช่วงต้นปีในไตรมาสที่ 1-2 เป็นช่วงที่นักลงทุนและตลาดอยู่ในระดับความโลภขั้นสุด (Extreme Greed) จากการพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงของราคา Bitcoin ในขณะนั้นแตะจุดสูงสุดตลอดกาลที่ระดับ $64,000 และหลังจากการปรับฐานครั้งใหญ่ในเดือนพฤษภาคม ทำให้ดัชนีชี้วัดร่วงแตะระดับความกลัวขั้นสุด (Extreme Fear) ซึ่งราคา Bitcoin อยู่ที่ระดับ $30,000

Crypto Fear and Greed Index

หากใช้แนวคิด “Extreme Greed ให้ขาย Extreme Fear ให้ซื้อ” เราก็จะเห็นได้ว่า มีความเป็นไปได้ที่จะป้องกันอาการบาดเจ็บของนักลงทุน ซึ่งแนวคิดนี้เป็นการขายในช่วงที่นักลงทุนทั่วโลกและตลาดกำลังมีความโลภจากการทำกำไรของ Bitcoin และค่อยกลับมาซื้อใหม่ในช่วงที่นักลงทุนและตลาดเกิดความกลัว

หากนักลงทุนเข้าซื้อ Bitcoin ในช่วงที่ดัชนีชี้ให้เห็นถึงความกลัวที่ระดับ Extreme Fear ซึ่งราคา Bitcoin อยู่ที่ราว $30,000 – $35,000 เมื่อเดือนก่อน จะทำให้ปัจจุบันนักลงทุนอาจมีกำไรจากการเข้าซื้อครั้งนั้นเกือบ 40% เลยทีเดียว แม้ดัชนีในปัจจุบันจะอยู่แค่ในระดับ Greed ก็ตาม

Crypto Fear and Greed Index

สรุป

นี่อาจเป็นแนวทางง่าย ๆ สำหรับการคาดการณ์และประเมินสถานการณ์ตลาดคริปโต โดยทั่วไปแล้วเมื่อดัชนีความกลัวและความโลภเข้าสู่พื้นที่ความกลัวขั้นสุด (Extreme Fear) อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงโอกาสในการเข้าซื้อ และเมื่อดัชนีเข้าสู่พื้นที่ความโลภขั้นสุด (Extreme Greed) อาจเป็นสัญญาณในการขายเพื่อป้องกันการสูญเสียกำไรจากการร่วงลงของราคาสินทรัพย์

สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความกลัวของนักลงทุนที่แห่เทขายสินทรัพย์ แต่ในอีกมุมหนึ่งอาจเป็นช่วงเวลาที่ใครอีกหลายคนมองเห็นเป็นโอกาสและเข้าซื้อสินทรัพย์เหล่านั้น ดังคำกล่าวที่นักลงทุนระดับตำนาน Warren Buffet กล่าวไว้ว่า “Be Fearful When Others are Greedy and Greedy When Others are Fearful” จงกลัวในวันที่คนอื่นโลภ และจงโลภในวันที่คนอื่นกลัว

อย่างไรก็ตาม ดัชนีความกลัวและความโลภ เป็นเพียงเครื่องมือประกอบการตัดสินใจที่แสดงให้เห็นถึงสภาพความกลัวและความโลภของนักลงทุนและตลาดเท่านั้น มิได้รับประกันถึงความปลอดภัยในการลงทุน นักลงทุนควรใช้วิจารณญานและศึกษาทำความเข้าใจปัจจัยอื่น ๆ ประกอบการตัดสินใจ

———————————————————————————————————————————————————————————————

อ่านบทความเพิ่มเติม: GoTradeHere

nasdaq

Nasdaq เตรียมเปิดศูนย์ซื้อขายคริปโตเป็นของตัวเอง

ตลาดหลักทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของประเทศสหรัฐอเมริกา Nasdaq ออกมาประกาศว่า จะมีการเปิดตัวศูนย์บริการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นของตัวเอง! โดยเหตุผลที่ Nasdaq ต้องเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการให้บริการซื้อขายคริปโต เพราะทางตลาดหลักทรัพย์อ้างว่า ต้องการที่จะซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนสถาบัน

binance

Binance จดทะเบียนและเปิดตัวสำนักงานในนิวซีแลนด์แล้ว!

Binance บริษัทซื้อขายคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้เข้าจดทะเบียนเป็นผู้ให้บริการทางการเงินในประเทศนิวซีแลนด์กับกระทรวงธุรกิจ นวัตกรรม และการจ้างงาน (MBIE) ของประเทศเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งยังได้รับอนุญาตให้ดำเนินการจัดตั้งสำนักงานในพื้นที่เรียบร้อยแล้ว CZ ที่เป็น