ทำความรู้จัก Solana บล็อกเชนที่ทำธุรกรรมได้เร็วที่สุด

List of Contents
Solana

Solana กลายเป็นเหรียญที่น่าจับตามองมากที่สุดในตอนนี้ โดยเติมโตมากกว่า 10 เด้ง จากปีที่แล้ว มีนักลงทุนบางกลุ่มถึงกับกล่าวว่า Solana อาจกลายเป็น Visa ของโลกคริปโต เนื่องจากสามารถทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้เพียงเสี้ยววินาที และยังมี Smart Contract ซึ่งเป็นโปรแกรมที่จะมีความซับซ้อนขึ้น ถ้าเทียบกับการทำธุรกรรมโอนโทเคนธรรมดา สามารถรองรับธุรกรรมได้สูงถึง 50,000 ธุรกรรมต่อวินาที

Solana คืออะไร ?

จุดเริ่มต้นของ Solana เกิดขึ้นในปี 2017 หากมองภาพรวมของ Solana เป็นเหมือนบล็อกเชนตัวหนึ่งที่สามารถนำ Application มารันบนเชนด้วย Smart Contract ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับ Ethereum แต่ Ethereum นั้นมีค่าแก๊ส หรือค่าทำธุรกรรมที่แพง และประมวลผลช้า ทำให้ Solana ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้ โดยใช้ระบบฉันทามติ (Consensus Algorithm) แบบ Proof-of-Stake ผสมกับ Proof-of-History ซึ่งแตกต่างไปจากเครือข่าย Proof-of-Stake ตัวอื่น ๆ และถูกขนานนามว่า เป็นเครือข่ายบล็อกเชนที่เร็วที่สุดในปัจจุบัน โดยมีเป้าหมายระยะยาว  คือ การทำให้ตัวบล็อกเชนสามารถประมวลผลธุรกรรมได้ในความเร็วเท่าการซื้อขายหุ้นใตลาด NASDAQ

Anatoly Yakovenko (CEO ของ Solana Labs) กล่าวว่า “Solana นั้นสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับอุตสาหกรรมคริปโตได้ และในอนาคตเขาจะมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มความเร็วในการทำธุรกรรมเพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่จะนำคริปโตไปใช้อย่างแพร่หลาย “

การทำงานของบล็อกเชน Solana 

อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่า Solana ทำงานโดยใช้ระบบฉันทามติ แบบ Proof-of-Stake ในการตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของธุรกรรรม อีกทั้งยังได้นำระบบ Proof-of-History มาใช้ร่วมด้วย ซึ่ง Proof-of-History นี่แหละเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ Solana เหนือกว่าบล็อกเชนอื่น ๆ

Solana

หลักการทำงานของ Proof of History คือ การนำเรื่องของเวลาหรือ Timestamp มาใส่ไว้ในข้อมูลธุรกรรมที่เกิดขึ้น และสร้างเอกลักษณ์ในแต่ละ Block ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์หรือโหนด (Nodes) ในเครือข่ายไม่จำเป็นต้องสื่อสารกันเรื่องของเวลา วิธีนี้จะช่วยให้ระบบประมวลได้เร็วขึ้นประหยัดเวลาการทำงานมากขึ้น Solana จึงสามารถลดระยะเวลาในการสร้างบล็อกและธุรกรรมลงได้อย่างมากเมื่อเทียบกับกลไกอื่น ๆ

นอกจากนี้ Solana ยังเป็น Partner กับ Circle USDC ในปลายปี 2020 ที่ผ่านมา โดย Circle USDC คือ บริษัทเทคโนโลยีที่ทำระบบการจ่ายเงินแบบ Peer-to-Peer และเป็นผู้ออก USDC ซึ่งเป็นโทเคนที่ถูกตรึงกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแบบ 1:1 การร่วมมือในครั้งนี้ ช่วยให้การโอน USDC ผ่านแอปพลิเคชันของ Circle ได้รับความเร็วและค่าแก๊สที่ถูกลง


อย่างไรก็ตาม Solana Blockchain ยังไม่มีการเปิดให้ใช้งานจริง แต่เป็นเพียงการทดลองใช้เท่านั้น เนื่องจากถูกโจมตีแบบ DDOS และการแ​ฮกสินทรัพย์หลายครั้ง ซึ่งส่งผลลบต่อภาพลักษณ์ แต่ด้วยศักยภาพทำให้มีฐานผู้ใช้งานสูงขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น ในอนาคตเราคงต้องติดตามกันต่อไปว่า Solana จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้หรือไม่ 

อ่านบทความเพิ่มเติม: Knowledge

อ่านรีวิวโบรกเกอร์อื่น ๆ ได้ที่: Review Broker

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม: News

blockfi

BlockFi ยื่นฟ้อง SBF ในข้อหาพยายามขายหุ้น Robinhood หลังยื่นล้มละลาย

มีรายงานเผยว่า ทาง BlockFi ได้ทำการยื่นฟ้องล้มละลายเมื่อวานนี้ พร้อมทั้งยื่นฟ้อง Sam Bankman-Fried ในศาลเดียวกันอีกด้วย ซึ่งการยื่นฟ้องครั้งนี้ของ BlockFi