Block Trade คือ เครื่องมือการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอ้างอิงหุ้นรายตัว (Single Stock Futures หรือ SSF) ในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) หรือ TFEX ที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถทำรายการซื้อขายหุ้นรายใหญ่จำนวนมากผ่านการตกลงราคาล่วงหน้าระหว่างนักลงทุนกับโบรกเกอร์ โดยใช้วิธีจับคู่คำสั่งบนกระดาน Big Lot (กระดานซื้อขายรายใหญ่) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
กลไกนี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยลดผลกระทบต่อราคาหุ้นบนกระดานหลัก (Main Board) เมื่อมีการส่งคำสั่งซื้อขายปริมาณมาก พร้อมทั้งให้ประโยชน์ในเรื่องของ Leverage ที่ช่วยให้ใช้เงินวางหลักประกันน้อยกว่าการซื้อหุ้นจริงเต็มจำนวนครับ
หมายเหตุ: การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นได้ และผลงานหรือแนวทางในอดีตไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันหรือรับประกันผลลัพธ์ในอนาคต บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลสำหรับการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่การชี้แนะหรือแนะนำการลงทุนครับ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน
Block Trade คืออะไร?
Block Trade คือ วิธีการซื้อขาย Single Stock Futures (SSF) ในตลาด TFEX ผ่านข้อตกลงขั้นต่ำตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนด โดยโบรกเกอร์จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นคู่สัญญา (Counterparty) ฝั่งตรงข้ามเพื่อรับซื้อหรือขายสัญญา SSF กับนักลงทุนโดยตรง จากนั้นโบรกเกอร์จะไปดำเนินการซื้อหรือขายหุ้นอ้างอิงจริงบนกระดาน Big Lot ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เพื่อบริหารความเสี่ยง
กลไกการทำงานของ Block Trade ในตลาด TFEX และ Single Stock Futures
กลไกการทำ Block Trade คือ กระบวนการที่เริ่มต้นเมื่อนักลงทุนต้องการซื้อหรือขายหุ้นรายตัวจำนวนมาก แต่ไม่ต้องการส่งคำสั่งทีละนิดบนกระดานหลัก นักลงทุนจะแจ้งความประสงค์ไปยังโบรกเกอร์เพื่อขอกำหนดราคาและจำนวนสัญญา
เมื่อตกลงราคากันได้ โบรกเกอร์จะทำการส่งคำสั่งซื้อขาย SSF ฝั่งตรงข้ามกับนักลงทุนในตลาด TFEX และในเวลาเดียวกัน โบรกเกอร์จะไปส่งคำสั่งซื้อขายหุ้นจริงบนกระดาน Big Lot เพื่อครอบคลุมความเสี่ยง (Hedging) ทำให้กระบวนการทั้งหมดเสร็จสิ้นได้อย่างรวดเร็วโดยไม่รบกวนราคาตลาด
ทำไมผู้ลงทุนรายใหญ่และสถาบันถึงนิยมใช้ Block Trade
เหตุผลหลักที่นักลงทุนรายใหญ่และนักลงทุนสถาบันเลือกใช้ Block Trade คือความสามารถในการบริหารสภาพคล่อง (Liquidity) และการใช้ประโยชน์จาก Leverage การซื้อหุ้นจำนวนมากบนกระดานหลักพร้อมกันอาจทำให้ราคาหุ้นพุ่งสูงขึ้นหรือดิ่งลงอย่างรวดเร็ว (Slippage)
อย่างไรก็ตาม การใช้ Leverage ใน Block Trade ก็มาพร้อมความเสี่ยงในระดับเดียวกัน หากทิศทางราคาหุ้นเคลื่อนไหวผิดจากที่คาดการณ์ ผู้ลงทุนอาจขาดทุนเกินกว่าเงินหลักประกันที่วางไว้ และอาจถูกเรียกวางหลักประกันเพิ่ม (Margin Call) หรือถูกบังคับปิดสถานะ (Force Close) ได้เช่นกัน
นอกจากนี้ การใช้ Single Stock Futures ผ่าน Block Trade ยังช่วยประหยัดเงินทุนเนื่องจากวางเงินหลักประกันเพียงส่วนหนึ่ง (Initial Margin) ของมูลค่าสัญญาจริง ทำให้เพิ่มอัตราผลตอบแทนต่อเงินทุน (Return on Equity) ได้สูงขึ้น
🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere: แม้ Block Trade จะให้ Leverage ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน แต่นักลงทุนต้องคำนึงถึง “อัตราดอกเบี้ย” หรือค่าธรรมเนียมการเงิน (Financing Cost) ที่โบรกเกอร์คิดจากระยะเวลาในการถือครองตำแหน่งด้วย รวมถึงความเสี่ยงในการถูกเรียกวางหลักประกันเพิ่ม (Margin Call) หากราคาเคลื่อนไหวผิดทาง
Big Lot Board คืออะไร และเกี่ยวข้องกับ Block Trade อย่างไร?
Big Lot Board คือ กระดานซื้อขายรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ที่จัดทำขึ้นแยกต่างหากจากกระดานซื้อขายปกติ (Main Board) เพื่อรองรับการจับคู่คำสั่งซื้อขายหุ้นที่มีปริมาณและมูลค่าสูงเป็นพิเศษ โดยการซื้อขายบนกระดานนี้ต้องผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนด
- กระดานหลัก (Main Board): ซื้อขายจับคู่จับคู่อัตโนมัติ (Automated Order Matching)
- กระดานรายใหญ่ (Big Lot Board): ซื้อขายตกลงราคากันก่อน (Put-Through) สำหรับ Block Trade
ทำความเข้าใจ Big Lot Board (กระดานซื้อขายรายใหญ่)
กระดาน Big Lot มีไว้เพื่อรองรับการส่งคำสั่งซื้อขายแบบ Put-Through หรือการที่ผู้ซื้อและผู้ขายได้ทำการตกลงราคาและจำนวนหุ้นไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว การซื้อขายบนกระดาน Big Lot จะไม่นำราคาไปคำนวณเป็นราคาเปิด/ปิด หรือดัชนีราคาหุ้นในช่วงเวลานั้นๆ ส่งผลให้การซื้อขายหุ้นปริมาณมหาศาลไม่กระทบต่อความผันผวนของราคาหุ้นบนกระดานหลัก
ขั้นตอนการจับคู่คำสั่งบนกระดาน Big Lot ของ Block Trade ตลาดหลักทรัพย์
การทำ Block Trade จะใช้กระดาน Big Lot เป็นเครื่องมือหลักในฝั่งของโบรกเกอร์ โดยมีขั้นตอนดังนี้:
- นักลงทุนและโบรกเกอร์ตกลงเงื่อนไขการทำ Block Trade ในสัญญา SSF
- โบรกเกอร์ทำการตั้งรับหรือเสนอขายหุ้นอ้างอิงบนกระดาน Big Lot ของตลาดหลักทรัพย์ฯ
- คำสั่งซื้อขายหุ้นจริงถูกจับคู่บน Big Lot Board ตามเกณฑ์จำนวนขั้นต่ำที่กำหนด
- โบรกเกอร์เปิดสถานะ SSF ให้แก่นักลงทุนในตลาด TFEX เพื่อจับคู่สัญญาครบถ้วน
หมายเหตุ: เกณฑ์จำนวนขั้นต่ำสัญญา SSF สำหรับทำ Block Trade จะขึ้นอยู่กับกลุ่มหุ้นอ้างอิงที่ TFEX กำหนด โดยทั่วไปอยู่ที่ 20, 100, 500 หรือ 1,000 สัญญา ขึ้นอยู่กับหลักทรัพย์อ้างอิง (อ้างอิงจากเงื่อนไขที่ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) หรือ TFEX ประกาศกำหนด)
Block Trade ต่างจากการซื้อขายปกติอย่างไร?
ความแตกต่างสำคัญที่ต้องเข้าใจก่อนคือ Block Trade คือ การซื้อขายผ่านสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ไม่ใช่การซื้อขายหุ้นจริงบนกระดานหลัก ซึ่งความแตกต่างนี้ส่งผลต่อลักษณะเครื่องมือที่ใช้, การใช้เงินทุน (Leverage), และผลกระทบต่อราคาตลาด
- การซื้อขายปกติ (Main Board): ใช้เงินเต็มจำนวน 100% —> ซื้อหุ้นจริงส่งผลต่อกระดานหลัก
- การซื้อขายแบบ Block Trade: วางเงินประกัน (Leverage) —> จับคู่บน Big Lot ไม่กระทบกระดานหลัก
ความแตกต่างด้านการใช้เงินทุน (Leverage vs เงินเต็มจำนวน)
ในการซื้อขายหุ้นปกติ หากคุณต้องการซื้อหุ้นมูลค่า 1,000,000 บาท คุณจำเป็นต้องใช้เงินสดเต็มจำนวน 1,000,000 บาท (กรณีบัญชี Cash Balance) หรือวางหลักประกันตามเกณฑ์บัญชี Margin
แต่สำหรับการทำ Block Trade นักลงทุนซื้อขายผ่าน Single Stock Futures ทำให้วางเงินหลักประกันเพียงบางส่วนของมูลค่าสัญญาจริงเท่านั้น โดยอัตราหลักประกันขั้นต่ำจะแตกต่างกันไปตามหลักทรัพย์อ้างอิงและประกาศล่าสุดของบริษัท สำนักหักบัญชี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ลงทุนควรตรวจสอบอัตราที่ใช้จริงกับโบรกเกอร์หรือเว็บไซต์ TFEX ก่อนทำรายการ ส่งผลให้นักลงทุนใช้เงินทุนเริ่มต้นน้อยกว่ามากแต่สามารถบริหารพอร์ตหุ้นที่มีมูลค่าสูงได้
ความแตกต่างด้านผลกระทบต่อราคาบนกระดานหลัก (Main Board)
การกว้านซื้อหรือเทขายหุ้นจำนวนมากบนกระดานหลักจะส่งผลให้ราคาหุ้นเคลื่อนไหวผันผวนอย่างรุนแรงทันทีเนื่องจากปริมาณการเสนอซื้อเสนอขาย (Bid/Offer) มีจำกัด แต่การทำ Block Trade จะไปจับคู่คำสั่งซื้อขายหุ้นอ้างอิงบนกระดาน Big Lot ทำให้ราคาหุ้นบนกระดานหลักไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงรุนแรงจากคำสั่งขนาดใหญ่นั้น
เปรียบเทียบ Block Trade VS การซื้อขายหุ้นปกติบนกระดานหลัก
| หัวข้อเปรียบเทียบ | การซื้อขายหุ้นปกติ (Main Board) | Block Trade (ผ่าน TFEX & Big Lot) |
| สินทรัพย์ที่เทรด | หุ้นสามัญ (Equity) | สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Single Stock Futures) |
| การใช้เงินทุน | เงินเต็มจำนวน 100% | วางเงินหลักประกัน (Margin) บางส่วน (แตกต่างกันตามหลักทรัพย์อ้างอิง) |
| อัตราคูณ (Leverage) | ไม่มี (1:1) | มี Leverage ช่วยเพิ่มอำนาจซื้อ |
| กระดานที่จับคู่ | กระดานหลัก (Main Board) | กระดาน Big Lot (สำหรับหุ้นจริง) และ TFEX (สำหรับ SSF) |
| ผลกระทบต่อราคาตลาด | มีผลกระทบต่อราคา Bid/Offer บนกระดานหลัก | ไม่กระทบต่อราคาบนกระดานหลักโดยตรง |
| ดอกเบี้ย/ค่าธรรมเนียม | ค่าธรรมเนียมซื้อขายปกติ (Commission) | ค่าธรรมเนียม + ค่าดอกเบี้ยการถือครอง (Financing Cost) |
| การฝั่งทำกำไร | เน้นซื้อเพื่อมองขาขึ้น (Long) เป็นหลัก | ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้น (Long) และขาลง (Short) |
🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere: ข้อควรระวังที่สุดของการใช้ Block Trade คือเรื่องของ Leverage ครับ หากราคาหุ้นเคลื่อนไหวผิดไปจากที่คาดการณ์ ผลขาดทุนจะถูกคิดคำนวณจากมูลค่าสัญญาเต็ม ไม่ใช่คิดจากเงินหลักประกันที่วางไว้ ทำให้พอร์ตมีโอกาสถูกเรียกวางเงินเพิ่ม (Margin Call) หรือถูกบังคับปิดสถานะ (Force Close) ได้อย่างรวดเร็ว
คำถามที่พบบ่อย
Block Trade ต่างจากซื้อขายปกติยังไง?
Block Trade ต่างจากการซื้อขายปกติหลัก ๆ 2 ด้าน คือ การใช้เงินทุนและกระดานซื้อขาย การซื้อขายปกติบนกระดานหลักต้องใช้เงินเต็มจำนวนและส่งผลต่อราคา Bid/Offer ทันที ขณะที่ Block Trade คือการเทรด Single Stock Futures ใน TFEX โดยวางเงินหลักประกันเพียงส่วนหนึ่ง (มี Leverage) และโบรกเกอร์จะไปทำรายการจับคู่ซื้อขายหุ้นจริงบนกระดาน Big Lot ทำให้ไม่ส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นบนกระดานหลัก
มือใหม่สามารถเทรด Block Trade ได้หรือไม่?
นักลงทุนมือใหม่สามารถทำ Block Trade ได้ แต่ไม่แนะนำสำหรับผู้ที่ยังขาดประสบการณ์ครับ เนื่องจาก Block Trade มีอัตราทวีคูณ (Leverage) สูง หากวิเคราะห์ทิศทางราคาผิดพลาดอาจเกิดผลขาดทุนอย่างรวดเร็ว มือใหม่ควรเริ่มต้นศึกษาการซื้อขายหุ้นปกติบนกระดานหลัก หรือทดลองเปิดบัญชี TFEX เพื่อทำความเข้าใจระบบวางเงินหลักประกันก่อนตัดสินใจลงทุนจริง
การทำ Block Trade บนกระดาน Big Lot มีค่าธรรมเนียมอย่างไร?
เนื่องจาก Block Trade คือ การซื้อขายผ่าน Single Stock Futures การทำ Block Trade จึงมีค่าธรรมเนียม 2 ส่วนหลัก คือ 1. ค่าธรรมเนียมการซื้อขายสัญญา Futures (Commission) ที่จ่ายให้โบรกเกอร์และตลาด TFEX และ 2. อัตราดอกเบี้ยการถือครองสถานะ (Financing Cost) ซึ่งคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อปีตามจำนวนวันที่ถือครองสถานะ โดยคิดคำนวณจากมูลค่าสัญญาอ้างอิงจริง
สรุป Block Trade คืออะไร?
Block Trade คือ เครื่องมือการลงทุนที่รวมจุดเด่นของการเทรด Single Stock Futures ในตลาด TFEX เข้ากับการจับคู่คำสั่งบนกระดาน Big Lot ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ช่วยให้นักลงทุนรายใหญ่สามารถซื้อขายหุ้นปริมาณมากได้โดยไม่กระทบต่อราคาบนกระดานหลัก พร้อมประโยชน์จากอัตราทวีคูณ (Leverage) อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต้องบริหารความเสี่ยงเรื่องเงินหลักประกันและดอกเบี้ยการถือครองให้ดีครับ
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวางกลยุทธ์ในตลาดหุ้นไทย สามารถอ่านบทความให้ความรู้พื้นฐานการลงทุนเพิ่มเติมได้ที่ หุ้นไทยน่าลงทุน เพื่อเสริมความเข้าใจก่อนเริ่มเทรดจริงครับ
⚠️ คำเตือนความเสี่ยง: การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยงและผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นได้ Block Trade ผ่าน Single Stock Futures มี Leverage สูง หากราคาเคลื่อนไหวผิดทาง ผู้ลงทุนอาจขาดทุนเกินกว่าเงินหลักประกันที่วางไว้ และอาจถูกเรียกวางหลักประกันเพิ่ม (Margin Call) หรือถูกบังคับปิดสถานะ (Force Close) รวมถึงมีภาระดอกเบี้ยการถือครองสถานะ (Financing Cost) เพิ่มเติมจากค่าธรรมเนียมปกติ
เครื่องมือนี้จึงไม่เหมาะกับผู้ที่ยังไม่มีประสบการณ์บริหารความเสี่ยงด้าน Leverage มาก่อน บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนส่วนบุคคล และผลงานหรือข้อมูลในอดีตไม่ได้เป็นเครื่องรับประกันผลลัพธ์ในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำโดยทีมงาน Gotradehere โดยมีการใช้เครื่องมือ AI ช่วยในการค้นคว้าและเรียบเรียงเนื้อหา และผ่านการตรวจทานจากผู้เชี่ยวชาญก่อนเผยแพร่

















