Harmonic Pattern คือ รูปแบบแพทเทิร์นการเคลื่อนที่ของราคา (Price Pattern) ที่มีลักษณะเป็นรูปทรงเรขาคณิต โดยใช้อัตราส่วนทางคณิตศาสตร์ของ Fibonacci มากำหนดระดับการเคลื่อนที่ของราคา การเทรดด้วย Harmonic Pattern ช่วยให้เทรดเดอร์คาดการณ์จุดกลับตัวของราคาได้อย่างมีระบบ บทความนี้อธิบายโครงสร้างเรขาคณิต หลักการทำงาน และวิธีใช้ Harmonic Pattern ในการเทรดจริงครับ
⚠️ ข้อควรระวัง: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลสำหรับการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่การชี้แนะหรือแนะนำลงทุนครับ
Harmonic Pattern คืออะไร ?
Harmonic Pattern คือ รูปแบบการเคลื่อนที่ของราคาที่เกิดขึ้นในตลาดการเงิน โดยมีลักษณะโครงสร้างเป็นรูปทรงเรขาคณิต เช่น รูปสามเหลี่ยม รูปตัว W หรือรูปตัว M ซึ่งอาศัยอัตราส่วนทางคณิตศาสตร์ของ Fibonacci Ratio มาเป็นตัวกำหนดระยะการพักตัวและการขยายตัวของราคา
แนวคิดพื้นฐานของ Harmonic Pattern เชื่อว่า ตลาดการเงินไม่ได้เคลื่อนไหวอย่างกระจัดกระจายโดยไร้ทิศทาง แต่จะมีจังหวะและสัดส่วนที่เป็นระบบระเบียบตามธรรมชาติ เช่นเดียวกับสัดส่วนตัวเลขทองคำ (Golden Ratio)
การวิเคราะห์กราฟด้วย Harmonic Pattern อาจช่วยให้เทรดเดอร์ประเมินทิศทางการเคลื่อนไหวของราคา และค้นหาบริเวณที่มีโอกาสเกิดการกลับตัวได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น โดยนำไปประยุกต์ใช้กับสินทรัพย์ที่มีกราฟราคาได้ เช่น ตลาด Forex ตลาดหุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ หรือคริปโตเคอร์เรนซี แต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและการตีความของผู้ใช้งานแต่ละคนครับ
หลักการทำงานของ Harmonic Pattern
หลักการทำงานของ Harmonic Pattern จะมุ่งเน้นไปที่การระบุโครงสร้างราคาที่ประกอบด้วยจุดสำคัญ 5 จุด ซึ่งแต่ละจุดจะมีความสัมพันธ์เชิงสัดส่วนผ่านการวัดด้วย Fibonacci Retracement และ Fibonacci Extension เพื่อค้นหาโซนที่ราคามีแนวโน้มจะหยุดพักหรือเปลี่ยนทิศทาง
ก่อนที่จะเจาะลึกโครงสร้าง 5 จุด การทำความเข้าใจเกี่ยวกับเครื่องมือ Fibonacci ถือเป็นหัวใจสำคัญในการใช้วิเคราะห์ Harmonic Pattern ได้อย่างถูกต้องครับ
Fibonacci คืออะไร ?
Fibonacci คือ เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่นำสัดส่วนอนุกรมตัวเลขธรรมชาติมาใช้หาแนวรับ แนวต้าน หรือจุดกลับตัวสำคัญบนกราฟราคา โดยสัดส่วนสำคัญที่นิยมนำมาใช้วิเคราะห์ ประกอบด้วย
- 0.618 (61.8%)
- 1.618 (161.8%)
- 0.382 (38.2%)
Fibonacci Retracement คือ การวัดระยะที่ราคาย่อตัวกลับมาจากขาที่เพิ่งเคลื่อนที่ไป ส่วน Fibonacci Extension คือ การวัดระยะที่ราคาขยายต่อออกไปเกินจุดเดิมครับ
Swing High คือ จุดสูงสุดของคลื่นราคาที่ราคากลับตัวลง ส่วน Swing Low คือ จุดต่ำสุดของคลื่นราคาที่ราคากลับตัวขึ้นครับ
วิธีการใช้งาน Fibonacci เบื้องต้น
หลักการใช้วัดระยะการย่อตัวและการขยายตัวของราคา มีขั้นตอนพื้นฐาน ดังนี้
- ตลาดเทรนด์ขาขึ้น (Uptrend): ลากเส้น Fibonacci จากจุดต่ำสุด (Swing Low) ไปยังจุดสูงสุด (Swing High)
- ตลาดเทรนด์ขาลง (Downtrend): ลากเส้น Fibonacci จากจุดสูงสุด (Swing High) ไปยังจุดต่ำสุด (Swing Low)
เมื่อลากเส้นเรียบร้อยแล้ว ระดับ Fibonacci ต่าง ๆ จะปรากฏบนกราฟ ซึ่งสามารถตีความความหมายทางการเทรดได้ดังตารางต่อไปนี้
| ระดับ Fibonacci | ความหมาย | การใช้งานทางการเทรด |
| 23.6% | การพักตัวเล็กน้อย | มักเกิดในเทรนด์ที่แข็งแกร่ง รอดูจังหวะดีดตัวต่อ |
| 38.2% | การพักตัวปานกลาง | ราคามักดีดตัวกลับจากระดับนี้ ถือว่าเทรนด์ยังแข็งแกร่ง |
| 50.0% (Psychological level) | จุดพักตัวระดับจิตวิทยา | นิยมใช้เป็นจุดพิจารณาเข้าออเดอร์แรกตามเทรนด์ |
| 61.8% | การพักตัวลึก (จุดกลับตัวหลัก) | โซนยอดนิยมสำหรับการเข้าเทรดเมื่อราคาส่งสัญญาณกลับตัว |
| 78.6% | การพักตัวลึกมาก | เป็นระดับสุดท้ายที่ราคามักตอบสนองก่อนที่โครงสร้างเทรนด์เดิมจะสิ้นสุดลง |
| 100.0% | สิ้นสุดระยะการพักตัว | หากราคาทะลุผ่านระดับนี้ได้ อาจเป็นสัญญาณว่าเทรนด์เดิมกำลังเปลี่ยนทิศทาง |
🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere: หากต้องการศึกษาเทคนิคการลากและวัดค่าสัดส่วน Fibonacci ในการวิเคราะห์ขั้นสูง สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ เทคนิคใช้ Fibonacci Extension ในการวิเคราะห์ขั้นสูง
Harmonic Pattern ใช้ยังไง ?
วิธีเทรด Harmonic Pattern เริ่มจากการระบุโครงสร้างจุด X → A → B → C → D ให้ครบ แล้วรอสัญญาณยืนยันในโซน PRZ ก่อนพิจารณาเปิดออเดอร์ครับ การนำ Harmonic Pattern มาใช้งาน มีเป้าหมายหลักเพื่อค้นหา “จุดกลับตัวของราคา (Reversal Zone)” โดยอาศัยสัดส่วนของ Fibonacci Retracement และ Fibonacci Extension เข้ามาคำนวณ เพื่อให้เทรดเดอร์ทราบว่าราคามีแนวโน้มจะชะลอตัวหรือเปลี่ยนทิศทาง ณ บริเวณใด
ส่วนประกอบและโครงสร้างสำคัญของ Harmonic Pattern
Harmonic Pattern ทั่วไปจะประกอบไปด้วยจุดโครงสร้างเรขาคณิต 5 จุดที่เรียงต่อกันเป็นลำดับ ได้แก่ X → A → B → C → D

| จุด | ความหมาย | ลักษณะการเกิดบนกราฟ |
| X | จุดเริ่มต้นโครงสร้าง | จุดเริ่มต้นของเทรนด์ก่อนจะเริ่มก่อตัวเป็นรูปแบบแพทเทิร์น |
| A | จุดสิ้นสุดรอบแรก | จุดที่ราคาเคลื่อนที่จากจุด X อย่างชัดเจน เปรียบเป็นแรงเคลื่อนที่ขาแรก |
| B | จุดพักตัวรอบแรก | จุดที่ราคาย่อตัวกลับมาจากจุด A โดยสัดส่วนขึ้นอยู่กับแต่ละรูปแบบ เช่น 38.2%–50.0% ใน Bat, 61.8% ใน Gartley และ 78.6% ใน Butterfly ของเส้น XA |
| C | การดีดตัวรอบที่สอง | ราคาย้อนกลับไปทิศทางเดียวกับขา XA โดยส่วนใหญ่ไม่ทะลุจุด A ยกเว้น Cypher Pattern ที่จุด C ขยายเกินจุด A มักอยู่ที่ Fibonacci 38.2%–88.6% ของเส้น AB |
| D | จุดกลับตัวสำคัญ | จุดสุดท้ายของโครงสร้าง เป็นจุดที่ราคามักหยุดเคลื่อนที่และเกิดการกลับทิศทาง ใช้เป็นโซนเข้าออเดอร์หลัก |
การใช้ Fibonacci วัดสัดส่วนในแต่ละช่วงของ Harmonic Pattern
การอ่าน Harmonic Pattern จำเป็นต้องวัดสัดส่วนของแต่ละขาด้วย Fibonacci ให้ตรงตามเงื่อนไขของแต่ละรูปแบบ โดยสัดส่วนสำคัญที่นิยมสังเกต มีดังนี้
| ช่วงการวัด | จุดสังเกต | สัดส่วน Fibonacci ที่พบบ่อย |
| ช่วง XA → AB | วัดการย่อตัวของช่วง AB จากระยะ XA | มักย่อตัวอยู่ระหว่าง 38.2%–78.6% ของเส้น XA ขึ้นอยู่กับแต่ละรูปแบบ |
| ช่วง AB → BC | วัดการดีดตัวของช่วง BC จากระยะ AB | มักอยู่ระหว่าง 38.2%–88.6% ของเส้น AB |
| ช่วง BC → CD | วัดการขยายตัวของขา CD จากระยะ BC | ขึ้นอยู่กับแต่ละรูปแบบ เช่น 127.2%–161.8% ใน Gartley Pattern และ 224%–361.8% ใน Crab Pattern ของเส้น BC |
| ช่วง XA → AD | วัดความยาวรวมจากจุด X ถึงจุด D | ระดับสัดส่วนจะแตกต่างกันไปตามโครงสร้างของแต่ละ Pattern |
หาโซนกลับตัว (PRZ: Potential Reversal Zone) บน Harmonic Pattern
PRZ หรือ Potential Reversal Zone คือ บริเวณที่ราคามีโอกาสกลับตัวสูง ซึ่งเกิดจากการบรรจบกันของสัดส่วน Fibonacci ในตำแหน่งจุด D (หรือจุด C ในบางรูปแบบ เช่น Shark Pattern) เทรดเดอร์จะใช้โซน PRZ นี้เป็นบริเวณหลักในการวางแผนเปิดออเดอร์ พร้อมกำหนดจุด Stop Loss และ Take Profit อย่างชัดเจนครับ
Stop Loss คือ คำสั่งตัดขาดทุนเมื่อราคาไปในทิศทางตรงข้ามกับที่คาด ส่วน Take Profit คือ คำสั่งปิดออเดอร์เพื่อล็อกกำไรเมื่อราคาถึงเป้าหมายที่กำหนดครับ
ทำไมเทรดเดอร์ควรใช้งาน Harmonic Pattern ในการเทรด Forex
Harmonic Pattern คือ เครื่องมือที่ช่วยให้เทรดเดอร์วางแผนเข้าออเดอร์ตามเงื่อนไขสัดส่วนที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ซึ่งเป็นเหตุผลที่เทรดเดอร์บางส่วนนำมาใช้ร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์อื่นครับ
- ช่วยให้เทรดเดอร์ระบุบริเวณที่ราคาอาจกลับตัวได้อย่างเป็นระบบ โดยมีเกณฑ์สัดส่วนที่ชัดเจนกว่าการประเมินด้วยสายตา
- นำไปประยุกต์ใช้กับสินทรัพย์ที่มีกราฟราคา เช่น Forex ทองคำ หุ้น และคริปโตเคอร์เรนซี โดยความน่าเชื่อถือของสัญญาณอาจแตกต่างกันตาม Time Frame
- อาจช่วยให้เทรดเดอร์หาจังหวะเข้าเทรดใกล้จุดเริ่มต้นของเทรนด์ใหม่ ซึ่งอาจให้อัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (Risk to Reward Ratio) ที่เหมาะสมขึ้น หากสัญญาณเป็นไปตามที่คาด
- เป็นกลยุทธ์ที่มีกฎเกณฑ์ชัดเจน (Rule-Based Strategy) ช่วยลดการใช้อารมณ์ในการตัดสินใจเทรด
Harmonic Pattern แบ่งตามทิศทางได้กี่ประเภท ?
Harmonic Pattern สามารถแบ่งตามทิศทางการเก็งกำไรได้เป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่
- Bullish Harmonic Pattern
- Bearish Harmonic Pattern
Bullish Harmonic Pattern
Bullish Harmonic Pattern เป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นเมื่อราคาปรับตัวลงมาถึงจุด D (โซน PRZ) เพื่อส่งสัญญาณว่าแรงขายเริ่มชะลอตัว และราคามีโอกาสกลับตัวขึ้น เทรดเดอร์อาจพิจารณาเปิดออเดอร์ Buy ณ บริเวณจุด D โดยรอสัญญาณยืนยันตามแผนการเทรดที่วางไว้ครับ
Bearish Harmonic Pattern
Bearish Harmonic Pattern เป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นเมื่อราคาปรับตัวขึ้นไปถึงจุด D (โซน PRZ) เพื่อส่งสัญญาณว่าแรงซื้อเริ่มหมด และราคามีโอกาสกลับตัวลง เทรดเดอร์อาจพิจารณาเปิดออเดอร์ Sell ณ บริเวณจุด D โดยรอสัญญาณยืนยันตามแผนการเทรดที่วางไว้ครับ
รูปแบบการเกิด Harmonic Pattern มีกี่แบบ ?
ทั้ง 6 รูปแบบนี้ใช้หลักการเดียวกัน โดย Harmonic Pattern คือ โครงสร้างราคาที่อาศัยสัดส่วน Fibonacci และแต่ละรูปแบบต่างกันที่เงื่อนไขของแต่ละจุด ดังตารางเปรียบเทียบต่อไปนี้ครับ
| รูปแบบ | จุด B | จุดกลับตัว (PRZ) |
| Gartley | 61.8% ของ XA | จุด D ที่ 78.6% ของ XA |
| Bat | 38.2%–50.0% ของ XA | จุด D ที่ 88.6% ของ XA |
| Butterfly | 78.6% ของ XA | จุด D ที่ Extension 127.2%–161.8% ของ XA |
| Crab | 38.2%–61.8% ของ XA | จุด D ที่ Extension 161.8% ของ XA |
| Shark | Extension 113.0%–161.8% ของ OX | จุด C ที่ Extension 161.8%–224.0% ของ AB หรือ Retracement 88.6%–113.0% ของ OX |
| Cypher | 38.2%–61.8% ของ XA | จุด D ที่ Retracement 78.6% ของ XC |
รูปแบบ Gartley Pattern
Gartley Pattern คืออะไร ?
Gartley Pattern คือ รูปแบบ Harmonic Pattern ดั้งเดิม คิดค้นโดย H.M. Gartley ในปี ค.ศ. 1935 จุดเด่นของ Gartley Pattern คือการหาจุดกลับตัวในสภาวะที่ตลาดพักตัวตามเทรนด์หลัก โดยจุด B จะย่อตัวลึกที่ระดับ 61.8% ของขา XA และจุด D จะกลับตัวที่ระดับ 78.6% ของขา XA
วิธีใช้ Gartley Pattern ในการเทรด Forex
Bullish Gartley Pattern
- ระบุจุด X (Swing Low) ไปยังจุด A (Swing High) โดยสังเกตแรงขับเคลื่อนขาแรก
- ระบุจุด B โดยราคาย่อตัวลงมาอยู่ที่ระดับ Fibonacci Retracement 61.8% ของเส้น XA
- ระบุจุด C โดยราคาดีดตัวกลับขึ้นไปอยู่ที่ระดับ Fibonacci Retracement 38.2%–88.6% ของเส้น AB
- ระบุจุด D โดยราคาปรับตัวลงมาที่ระดับ Fibonacci Retracement 78.6% ของเส้น XA ซึ่งเป็นโซน PRZ พิจารณาเปิดออเดอร์ Buy และวาง Stop Loss ไว้ใต้จุด X
ตัวอย่างตัวเลขสมมติเพื่อการอธิบายเท่านั้น: ให้จุด X อยู่ที่ 1.1000 และจุด A อยู่ที่ 1.1200 (ขา XA = 200 pips) จุด B ที่ย่อตัว 61.8% จะอยู่ราว 1.1076 จุด C ดีดกลับไปราว 1.1150 (ประมาณ 59.5% ของขา AB ซึ่งอยู่ในช่วง 38.2%–88.6%) และโซน PRZ ที่จุด D ที่ระดับ 78.6% ของขา XA จะอยู่ราว 1.1043 โดยอาจวาง Stop Loss ไว้ใต้จุด X ที่ 1.1000 ตัวเลขนี้ไม่ได้บ่งชี้ผลลัพธ์ในตลาดจริงครับ
Bearish Gartley Pattern
- ระบุจุด X (Swing High) ไปยังจุด A (Swing Low) โดยสังเกตแรงขับเคลื่อนขาแรก
- ระบุจุด B โดยราคาปรับตัวขึ้นไปอยู่ที่ระดับ Fibonacci Retracement 61.8% ของเส้น XA
- ระบุจุด C โดยราคาย่อตัวลงมาอยู่ที่ระดับ Fibonacci Retracement 38.2%–88.6% ของเส้น AB
- ระบุจุด D โดยราคาปรับตัวขึ้นไปที่ระดับ Fibonacci Retracement 78.6% ของเส้น XA ซึ่งเป็นโซน PRZ พิจารณาเปิดออเดอร์ Sell และวาง Stop Loss ไว้เหนือจุด X
รูปแบบ Bat Pattern

Bat Pattern คืออะไร ?
Bat Pattern ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อปรับปรุงความแม่นยำจาก Gartley Pattern โดยมีจุดเด่นคือ จุด B จะย่อตัวไม่ลึกมาก (อยู่ที่ระดับ 38.2%–50.0% ของขา XA) แต่จุด D จะพักตัวลงมาลึกถึงระดับ 88.6% ของขา XA ซึ่งใกล้กับจุด X มาก ทำให้วางจุด Stop Loss ได้แคบ ซึ่งอาจส่งผลให้มีอัตรา Risk to Reward Ratio ที่เหมาะสมขึ้นครับ
วิธีใช้ Bat Pattern ในการเทรด Forex
Bullish Bat Pattern
- ระบุจุด X (Swing Low) ไปยังจุด A (Swing High)
- ระบุจุด B โดยราคาย่อตัวลงมาที่ระดับ Fibonacci Retracement 38.2%–50.0% ของเส้น XA
- ระบุจุด C โดยราคาดีดตัวขึ้นไปที่ระดับ Fibonacci Retracement 38.2%–88.6% ของเส้น AB
- ระบุจุด D โดยราคาปรับตัวลงมาถึงระดับ Fibonacci Retracement 88.6% ของเส้น XA พิจารณาเปิดออเดอร์ Buy และวาง Stop Loss ไว้ใต้จุด X
Bearish Bat Pattern
- ระบุจุด X (Swing High) ไปยังจุด A (Swing Low)
- ระบุจุด B โดยราคาปรับตัวขึ้นไปที่ระดับ Fibonacci Retracement 38.2%–50.0% ของเส้น XA
- ระบุจุด C โดยราคาย่อตัวลงมาที่ระดับ Fibonacci Retracement 38.2%–88.6% ของเส้น AB
- ระบุจุด D โดยราคาปรับตัวขึ้นไปถึงระดับ Fibonacci Retracement 88.6% ของเส้น XA พิจารณาเปิดออเดอร์ Sell และวาง Stop Loss ไว้เหนือจุด X
รูปแบบ Butterfly Pattern

Butterfly Pattern คืออะไร ?
Butterfly Pattern เป็นรูปแบบขยายตัว (Extension Pattern) โดยมีเอกลักษณ์สำคัญคือ “จุด D จะทะลุยื่นออกไปเกินกว่าจุดเริ่มต้น X” โดยจุด B จะย่อตัวลึกที่ระดับ 78.6% ของขา XA และจุด D จะขยายตัวไปสิ้นสุดที่ระดับ 127.2%–161.8% ของขา XA
วิธีใช้ Butterfly Pattern ในการเทรด Forex
การใช้ Butterfly Pattern เทรด Forex ควรรอให้ราคาเข้าโซน PRZ ที่จุด D และมีสัญญาณยืนยันก่อนพิจารณาเปิดออเดอร์ครับ
Bullish Butterfly Pattern
- ระบุจุด X (Swing Low) ไปยังจุด A (Swing High)
- ระบุจุด B โดยราคาย่อตัวลงมาอย่างลึกที่ระดับ Fibonacci Retracement 78.6% ของเส้น XA
- ระบุจุด C โดยราคาดีดตัวกลับขึ้นไปที่ระดับ Fibonacci Retracement 38.2%–88.6% ของเส้น AB
- ระบุจุด D โดยราคาปรับตัวลงต่ำกว่าจุด X ไปอยู่ที่ระดับ Fibonacci Extension 127.2%–161.8% ของเส้น XA พิจารณาเปิดออเดอร์ Buy และวาง Stop Loss ไว้ใต้จุด D เล็กน้อย
Bearish Butterfly Pattern
ระบุจุด D โดยราคาปรับตัวขึ้นสูงกว่าจุด X ไปอยู่ที่ระดับ Fibonacci Extension 127.2%–161.8% ของเส้น XA พิจารณาเปิดออเดอร์ Sell และวาง Stop Loss ไว้เหนือจุด D เล็กน้อย
ระบุจุด X (Swing High) ไปยังจุด A (Swing Low)
ระบุจุด B โดยราคาปรับตัวขึ้นไปอย่างลึกที่ระดับ Fibonacci Retracement 78.6% ของเส้น XA
ระบุจุด C โดยราคาย่อตัวลงมาที่ระดับ Fibonacci Retracement 38.2%–88.6% ของเส้น AB
รูปแบบ Crab Pattern

Crab Pattern คือ รูปแบบ Harmonic Pattern ที่มักก่อตัวช่วงปลายเทรนด์ใหญ่ จุดเด่นคือจุด D ขยายตัวไปเกินจุด X โดยอยู่ที่ระดับ Fibonacci Extension 161.8% ของขา XA ซึ่งสะท้อนภาวะที่แรงของเทรนด์เดิมอาจเริ่มหมดลงครับ
วิธีการใช้งาน Crab Harmonic Pattern ในการเทรด Forex
Bullish Crab Pattern
- ระบุจุด X (Swing Low) → A (Swing High) โดยสังเกตจากแนวโน้มตลาดปัจจุบันว่าเป็น “แนวโน้มขาลง” หรือไม่
- ระบุจุด B โดยราคาย่อตัวลงจากจุด A มาอยู่ที่ระดับ Fibonacci Retracement 38.2%–61.8% ของเส้น XA
- ระบุจุด C โดยตำแหน่งจะอยู่บริเวณที่ราคาดีดตัวกลับขึ้นไป ซึ่งอยู่ในระดับ Fibonacci Retracement 38.2%–88.6% ของเส้น AB ก่อนราคาจะกลับตัวไปในทิศทางขาลงครั้งสุดท้าย (ไปยังจุด D)
- ระบุจุด D โดยตำแหน่งจะอยู่บริเวณที่ราคาขยับตัวลงไปและต้องอยู่ต่ำกว่าจุด X มากที่สุด ซึ่งอยู่ในระดับ Fibonacci Extension 161.8% ของเส้น XA และ Fibonacci Extension 224%–361.8% ของเส้น BC สามารถพิจารณาเปิดออเดอร์ Buy ได้ในบริเวณนี้ และวาง Stop Loss ต่ำกว่าจุด D เล็กน้อยเพื่อจำกัดความเสี่ยง
Bearish Crab Pattern
1. ระบุจุด X (Swing High) → A (Swing Low) โดยสังเกตจากแนวโน้มตลาดปัจจุบันว่าเป็น “แนวโน้มขาขึ้น” หรือไม่
2. ระบุจุด B โดยราคาดีดตัวขึ้นจากจุด A มาอยู่ที่ระดับ Fibonacci Retracement 38.2%–61.8% ของเส้น XA
3. ระบุจุด C โดยตำแหน่งจะอยู่บริเวณที่ราคาย่อตัวกลับลงไป ซึ่งอยู่ในระดับ Fibonacci Retracement 38.2%–88.6% ของเส้น AB ก่อนราคาจะกลับตัวไปในทิศทางขาขึ้นครั้งสุดท้าย (ไปยังจุด D)
4. ระบุจุด D โดยตำแหน่งจะอยู่บริเวณที่ราคาขยับตัวขึ้นไปและต้องสูงกว่าจุด X ซึ่งอยู่ในระดับ Fibonacci Extension 161.8% ของเส้น XA และ Fibonacci Extension 224%–361.8% ของเส้น BC สามารถพิจารณาเปิดออเดอร์ Sell ได้ในบริเวณนี้ และวาง Stop Loss เหนือจุด D เล็กน้อยเพื่อจำกัดความเสี่ยง
รูปแบบ Shark Pattern

Shark Pattern คืออะไร ?
Shark Pattern เป็นรูปแบบแพทเทิร์นสมดุลใหม่ที่มีโครงสร้างจุดอ้างอิงแตกต่างจากรูปแบบอื่น โดยเพิ่มจุด O เข้ามาเป็นจุดเริ่มต้น ทำให้มีโครงสร้างเป็น O → X → A → B → C โดยโซนกลับตัว (PRZ) จะเปลี่ยนไปอยู่ที่ จุด C แทนจุด D ซึ่งจุด C จะทะลุผ่านจุด X และวัดระดับสัดส่วนเทียบกับเส้น OX และ AB
วิธีใช้ Shark Pattern ในการเทรด Forex
Bullish Shark Pattern
- ระบุจุด O (Swing Low ล่าสุด) แล้วลากไปยังจุด X (Swing High) และจุด A (Swing Low)
- ระบุจุด B โดยราคาดีดตัวสูงกว่าจุด X อยู่ที่ระดับ Fibonacci Extension 113.0%–161.8% ของเส้น OX
- ระบุจุด C โดยราคาปรับตัวลงต่ำกว่าจุด O และจุด A โดยอยู่ที่ระดับ Fibonacci Extension 161.8%–224.0% ของเส้น AB หรือระดับ Fibonacci Retracement 88.6%–113.0% ของเส้น OX พิจารณาเปิดออเดอร์ Buy และวาง Stop Loss ไว้ใต้จุด C
Bearish Shark Pattern
1. ระบุจุด O (Swing High ล่าสุด) แล้วลากไปยังจุด X (Swing Low) และจุด A (Swing High)
2. ระบุจุด B โดยราคาย่อตัวต่ำกว่าจุด X อยู่ที่ระดับ Fibonacci Extension 113.0%–161.8% ของเส้น OX
3. ระบุจุด C โดยราคาปรับตัวขึ้นสูงกว่าจุด O และจุด A โดยอยู่ที่ระดับ Fibonacci Extension 161.8%–224.0% ของเส้น AB หรือระดับ Fibonacci Retracement 88.6%–113.0% ของเส้น OX พิจารณาเปิดออเดอร์ Sell และวาง Stop Loss ไว้เหนือจุด C
รูปแบบ Cypher Pattern

Cypher Pattern คืออะไร ?
Cypher Pattern เป็นรูปแบบ Harmonic Pattern สมัยใหม่ คิดค้นโดย Darren Oglesbee จุดเด่นของ Cypher คือ จุด C จะขยายตัวออกไปเกินจุด A (อยู่ที่ระดับ 127.2%–141.4% ของขา XA) แต่จุด D จะย่อตัวกลับเข้ามาอยู่ภายในโครงสร้างที่ระดับ Fibonacci Retracement 78.6% ของระยะ XC
วิธีใช้ Cypher Pattern ในการเทรด Forex
Bullish Cypher Pattern
- ระบุจุด X (Swing Low) ไปยังจุด A (Swing High)
- ระบุจุด B โดยราคาย่อตัวลงมาที่ระดับ Fibonacci Retracement 38.2%–61.8% ของเส้น XA
- ระบุจุด C โดยราคาปรับตัวขึ้นทะลุจุด A ไปที่ระดับ Fibonacci Extension 127.2%–141.4% ของเส้น XA
- ระบุจุด D โดยราคาย่อตัวลงมาที่ระดับ Fibonacci Retracement 78.6% ของเส้น XC พิจารณาเปิดออเดอร์ Buy และวาง Stop Loss ไว้ใต้จุด X เล็กน้อย
Bearish Cypher Pattern
1. ระบุจุด X (Swing High) ไปยังจุด A (Swing Low)
2. ระบุจุด B โดยราคาปรับตัวขึ้นไปอย่างลึกที่ระดับ Fibonacci Retracement 78.6% ของเส้น XA
3. ระบุจุด C โดยราคาย่อตัวลงมาที่ระดับ Fibonacci Retracement 38.2%–88.6% ของเส้น AB
4. ระบุจุด D โดยราคาปรับตัวขึ้นสูงกว่าจุด X ไปอยู่ที่ระดับ Fibonacci Extension 127.2%–161.8% ของเส้น XA พิจารณาเปิดออเดอร์ Sell และวาง Stop Loss ไว้เหนือจุด D เล็กน้อย
ข้อควรระวังในการเทรด Forex ด้วย Harmonic Pattern
เพราะ Harmonic Pattern คือ เครื่องมือที่ต้องอาศัยการตีความจุด Swing High/Low เทรดเดอร์จึงควรทราบข้อควรระวังต่อไปนี้ก่อนใช้งานจริงครับ
- สภาวะตลาด: Harmonic Pattern มักทำงานได้ดีกว่าในตลาดที่มีแนวโน้ม (Trending Market) ที่ชัดเจน และไม่เหมาะกับการเทรดช่วงตลาด Sideway แคบ ๆ (ช่วงที่ราคาแกว่งตัวในกรอบแคบโดยไม่มีทิศทางชัดเจน) หรือผันผวนสูง
- ไม่ใช่การรับประกัน 100%: สัดส่วน Fibonacci ช่วยเพิ่มความน่าจะเป็นในการเกิด Reversal แต่ไม่ได้การันตีการกลับตัวแน่นอน 100%
- อาศัยความชำนาญ: การวัดสัดส่วนที่คลาดเคลื่อนอาจทำให้ตีความ Pattern ผิดพลาดได้ มือใหม่ควรฝึกฝนบนบัญชีทดลองก่อน
- ควรใช้เครื่องมืออื่นยืนยัน: แนะนำให้ใช้วิเคราะห์ร่วมกับ Price Action (การอ่านพฤติกรรมราคาจากกราฟโดยตรง), Candlestick Reversal (รูปแบบแท่งเทียนที่บ่งชี้การกลับตัว) หรือ Indicator เพื่อยืนยันสัญญาณในโซน PRZ
- อิทธิพลของ Time Frame: Time Frame (กรอบเวลาของแท่งกราฟ) ขนาดใหญ่ เช่น H4 (กราฟ 4 ชั่วโมง) หรือ D1 (กราฟรายวัน) มักให้สัญญาณที่น่าเชื่อถือกว่า Time Frame ขนาดเล็ก เช่น M1 (กราฟ 1 นาที) หรือ M5 (กราฟ 5 นาที)
- ขนาดสถานะและ Leverage: ควรกำหนดความเสี่ยงต่อออเดอร์ (Risk per Trade) ให้อยู่ในสัดส่วนที่ยอมรับได้ของเงินทุน และระมัดระวังการใช้ Leverage เพราะขยายได้ทั้งกำไรและขาดทุน รวมถึงอาจทำให้เกิด Margin Call ได้ครับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Harmonic Pattern คือ
Harmonic Pattern มีกี่แบบ ?
Harmonic Pattern รูปแบบหลักที่นิยมใช้งานทั่วไปมี 6 รูปแบบ ได้แก่ Gartley Pattern, Bat Pattern, Butterfly Pattern, Crab Pattern, Shark Pattern และ Cypher Pattern ครับ
ความแม่นยำของ Harmonic Pattern เชื่อถือได้มากแค่ไหน ?
ความแม่นยำของ Harmonic Pattern ไม่มีค่าตายตัว แม้จะอ้างอิงอัตราส่วน Fibonacci แต่ไม่ได้รับประกันว่าราคาจะกลับตัวตามที่คาด ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ในการระบุจุด Swing High/Low และสภาวะตลาด ควรใช้อินดิเคเตอร์อื่นร่วมยืนยันสัญญาณเสมอครับ
สรุป Harmonic Pattern คือ
Harmonic Pattern คือ รูปแบบแพทเทิร์นราคาทางเทคนิคที่ใช้โครงสร้างเรขาคณิตผสานกับอัตราส่วน Fibonacci ในการค้นหาโซนกลับตัวของราคา (Potential Reversal Zone: PRZ) การเรียนรู้โครงสร้างหลักทั้ง 6 รูปแบบ อาจช่วยให้เทรดเดอร์ประเมินจังหวะเข้าออเดอร์และวางแผนบริหารความเสี่ยงได้อย่างเป็นระบบมากขึ้นครับ
อย่างไรก็ตาม การเทรดด้วย Harmonic Pattern ควรใช้การยืนยันสัญญาณร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์อื่น เช่น Price Action หรือ Indicator เพื่อลดความเสี่ยงจากสัญญาณหลอกในตลาดครับ
⚠️ ข้อควรระวัง: การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นทั้งหมดได้ บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลสำหรับการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนส่วนบุคคล ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต การเทรด Forex และ CFD มีความเสี่ยงสูง และนักลงทุนรายย่อยจำนวนมากอาจขาดทุนจากการเทรดผลิตภัณฑ์เหล่านี้ครับ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
บทความนี้จัดทำโดยทีมงาน Gotradehere โดยใช้เครื่องมือ AI ช่วยร่างและตรวจสอบเนื้อหา ก่อนผ่านการตรวจทานและอนุมัติจากทีมงานมนุษย์ก่อนเผยแพร่

















