Heikin Ashi (อ่านว่า เฮกิน อาชิ) คือ เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ถูกพัฒนายกระดับมาจากกราฟแท่งเทียนปกติ (Japanese Candlestick) โดยใช้สูตรคำนวณราคาเฉลี่ยเพื่อเรียบเนียนความผันผวนของราคา (Price Noise) ทำให้เทรดเดอร์สามารถมองเห็นแนวโน้ม (Trend) และทิศทางของตลาดได้อย่างชัดเจนและแม่นยำยิ่งขึ้น
สำหรับนักเทรดที่ประสบปัญหาโดนสัญญาณหลอก (False Signal) ในช่วงที่ตลาดแกว่งตัว เครื่องมือนี้จะเข้ามาช่วยกรองความผันผวนระยะสั้นออกไป บทความนี้จะพาท่านไปเจาะลึกกลไกการทำงาน ความแตกต่างจากกราฟปกติ กลยุทธ์ที่นำไปใช้ได้จริง พร้อมขั้นตอนการตั้งค่าใช้งานบนโปรแกรม MetaTrader 5 (MT5) แบบจับมือทำครับ
หมายเหตุ: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลสำหรับการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่การชี้แนะหรือแนะนำลงทุนครับ
Heikin Ashi คืออะไร? ทำความเข้าใจเครื่องมืออ่านเทรนด์
Heikin Ashi เป็นคำในภาษาญี่ปุ่น โดยคำว่า “Heikin” แปลว่า “เฉลี่ย” (Average) และคำว่า “Ashi” แปลว่า “แท่งเทียน” (Bar) เมื่อนำมารวมกันจึงหมายถึง “แท่งเทียนราคาเฉลี่ย” ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้นักวิเคราะห์ทางเทคนิคตัดความผันผวนรบกวนในระยะสั้นออกไป และโฟกัสเฉพาะทิศทางหลักของราคาเท่านั้น
สูตรการคำนวณราคาเฉลี่ยของ Heikin Ashi
ต่างจากกราฟแท่งเทียนทั่วไปที่ดึงราคาจริง ณ ขณะนั้นมาพล็อต กราฟประเภทนี้ใช้สูตรคณิตศาสตร์ในการคำนวณราคาเฉลี่ยของแต่ละแท่งเทียนดังนี้:
- ราคาปิด (Close): (Close – C_HA) = (Open + High + Low + Close) / 4 ของแท่งปัจจุบัน
- ราคาเปิด (Open): (Open – O_HA) = ((Open_HA ก่อนหน้า + Close_HA ก่อนหน้า) / 2) (จุดกึ่งกลางของแท่งก่อนหน้า)
- ราคาสูงสุด (High): (High – H_HA) = ค่าสูงสุดระหว่าง ราคาสูงสุดจริง (High), ราคาเปิด (O_HA) และราคาปิด (C_HA)
- ราคาต่ำสุด (Low): = ค่าต่ำสุดระหว่าง ราคาต่ำสุดจริง (Low), ราคาเปิด (O_HA) และราคาปิด (C_HA)
กระบวนการนี้ทำให้ราคาเกิดความเรียบเนียน (Smoothing Effect) และทำให้แท่งเทียนเปลี่ยนสีอย่างเป็นระบบตามแนวโน้มต่อเนื่อง
ตัวอย่างเช่น หากแท่งเทียนก่อนหน้ามีราคาเปิดที่ 1.2000 และราคาปิดที่ 1.2050 ราคาเปิดของแท่งถัดไปจะเท่ากับ (1.2000 + 1.2050) / 2 = 1.2025
ลักษณะสำคัญของแท่งเทียนชนิดนี้
การอ่านรูปแบบแท่งเทียนชนิดนี้มีจุดสังเกตง่าย ๆ ที่แตกต่างจากแท่งเทียนปกติ ดังนี้:
- แท่งสีเขียวไร้ไส้ล่าง (Strong Bullish): แสดงถึงแรงซื้อที่แข็งแกร่งมาก ตลาดอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นชัดเจน
- แท่งสีแดงไร้ไส้บน (Strong Bearish): แสดงถึงแรงขายที่แข็งแกร่งมาก ตลาดอยู่ในแนวโน้มขาลงชัดเจน
- แท่งลำตัวสั้นมีไส้ทั้งบนและล่าง (Doji / Consolidation): แสดงถึงภาวะตลาดเริ่มลังเล ชะลอตัว หรือมีโอกาสเกิดการกลับตัวของเทรนด์
🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere: ราคาเปิดและราคาปิดที่เห็นบนแท่งเทียนชนิดนี้ไม่ใช่ราคาซื้อขายจริงในขณะนั้น แต่เป็นราคาเฉลี่ย ห้ามใช้ระดับราคาบนเครื่องมือนี้ในการตั้งจุดส่งคำสั่งซื้อขายล่วงหน้า (Pending Orders เช่น Buy Limit, Sell Limit) เด็ดขาด เพราะระดับราคาจะไม่ตรงกับราคาในกระดานจริงครับ
กราฟ Heikin Ashi ต่างจากกราฟแท่งเทียนปกติอย่างไร?
ข้อแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่างกราฟทั้งสองประเภทคือเรื่องของ ราคาที่นำมาแสดงผล โดยกราฟแท่งเทียนปกติ (Japanese Candlestick) จะอ้างอิงราคาจริง ณ วินาทีนั้นๆ (Actual Real-time Price) ในขณะที่กราฟประเภทนี้จะประมวลผลผ่านค่าเฉลี่ยทางคณิตศาสตร์
ข้อแตกต่างด้านราคาเปิด-ปิด (Actual Price vs Average Price)
แท่งเทียนปกติจะเปิดแท่งใหม่ ณ ราคาปิดของแท่งก่อนหน้า ทำให้เห็นช่องว่างราคา (Gap) หรือเห็นแท่งสลับสีเขียว-แดงบ่อยครั้งในสภาวะที่ตลาดผันผวน แต่สำหรับกราฟประเภทนี้ แท่งใหม่จะเริ่มต้นจากกึ่งกลางของแท่งก่อนหน้าเสมอ ทำให้ลักษณะกราฟดูต่อเนื่อง สบายตา และไม่เกิดแท่งสลับสีบ่อยโดยไม่จำเป็น
| คุณลักษณะ | กราฟแท่งเทียนปกติ | กราฟ Heikin Ashi |
| จุดประสงค์หลัก | แสดงการเคลื่อนไหวราคาจริงและรูปแบบ Price Action | ลด Noise และเน้นการระบุทิศทางแนวโน้ม (Trend) |
| การแสดงผลราคา | ราคาจริง ณ เรียลไทม์ (Open, High, Low, Close) | ราคาเฉลี่ยที่ผ่านคำนวณสูตร Smoothing |
| ความเร็วของสัญญาณ | รวดเร็ว ตอบสนองต่อราคา ณ ปัจจุบันทันที | มีความล่าช้าเล็กน้อย (Lagging Effect) เนื่องจากเป็นค่าเฉลี่ย |
| ความสบายตาของกราฟ | มี Noise สูง สลับสีเขียว-แดงบ่อยในช่วงแกว่งตัว | เรียบเนียน แสดงสีต่อเนื่องตามเทรนด์ |
| สไตล์การเทรดที่เหมาะ | Scalping, Price Action, Pattern Trading | Trend Following, Swing Trading |
Heikin Ashi Strategy: กลยุทธ์การเทรดตามเทรนด์ให้แม่นยำ
การใช้เครื่องมือนี้เพียงอย่างเดียวอาจทำให้เกิดสัญญาณล่าช้าในการเข้าเทรด การนำกลยุทธ์นี้ไปประยุกต์ร่วมกับตัวชี้วัดเทรนด์หลัก เช่น เส้นเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) อาจช่วยเพิ่มโอกาสแม่นยำในการเข้าเทรดได้มากขึ้น
วิธีใช้ Heikin Ashi เทรดตามเทรนด์ทำอย่างไร?
กลยุทธ์เบื้องต้นในการเข้าเทรดด้วยเครื่องมือนี้ มีหลักการรักษาวินัยตามรูปแบบแท่งเทียนดังนี้:
- สัญญาณ Buy (ฝั่งซื้อ): รอให้เกิดแท่งเทียนสีเขียวที่มีลำตัวยาวขึ้นเรื่อยๆ และ ไม่มีไส้ล่าง ซึ่งแสดงว่าฝั่งซื้อควบคุมตลาดได้อย่างสมบูรณ์ ถือสถานะฝั่ง Buy ไว้เรื่อยๆ ตราบใดที่แท่งเทียนยังคงเป็นสีเขียว
- สัญญาณ Sell (ฝั่งขาย): รอให้เกิดแท่งเทียนสีแดงที่มีลำตัวยาวขึ้นเรื่อยๆ และ ไม่มีไส้บน ซึ่งแสดงว่าฝั่งขายควบคุมตลาดได้อย่างสมบูรณ์ ถือสถานะฝั่ง Sell ไว้เรื่อยๆ ตราบใดที่แท่งเทียนยังคงเป็นสีแดง
- สัญญาณ Exit (ปิดสถานะ): เมื่อพบแท่งเทียนเริ่มเปลี่ยนสี หรือเกิดแท่งที่มีลำตัวขนาดเล็กแต่มีไส้ทั้งด้านบนและด้านล่าง (Doji) เป็นสัญญาณเตือนว่าเทรนด์เริ่มหมดแรง ควรพิจารณา ล็อกกำไร (Take Profit)
การใช้ Heikin Ashi ร่วมกับ EMA 200 เพื่อกรอง False Signal
เพื่อป้องกันการเข้าเทรดผิดฝั่งในช่วงตลาด Sideway การเพิ่มเส้น Exponential Moving Average (EMA 200) เข้าไปในกราฟจะช่วยระบุเทรนด์หลักได้ดีขึ้น:
- ตั้งค่า Indicator: ใส่ EMA 200 บนกราฟที่เปิดไว้
- เงื่อนไข Buy: ราคาต้องอยู่เหนือเส้น EMA 200 เท่านั้น และเข้าซื้อเมื่อเกิดแท่ง Heikin Ashi สีเขียวไร้ไส้ล่าง
- เงื่อนไข Sell: ราคาต้องอยู่ใต้เส้น EMA 200 เท่านั้น และเข้าขายเมื่อเกิดแท่งเทียนสีแดงไร้ไส้บน
นอกจากนี้ การนำ RSI มาใช้ร่วมกันเพื่อดูสภาวะ Overbought/Oversold ยังช่วยเพิ่มความแม่นยำในการหาจุดกลับตัวเพิ่มเติมได้อีกด้วย
ข้อควรระวังและจุดอ่อนของกลยุทธ์ (Lagging Factor)
เนื่องจากเครื่องมือนี้ใช้ราคาเฉลี่ย ข้อเสียเปรียบสำคัญคือความล่าช้า (Lagging Indicator) ทำให้จุดเข้าเทรดอาจช้ากว่ากราฟแท่งเทียนปกติเล็กน้อย และไม่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเทรดในช่วงที่มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ (เช่น ข่าว Non-Farm Payroll) เพราะราคาจริงอาจสะบัดไปไกลแล้ว แต่กราฟดังกล่าวยังคงปรับตัวตามไม่ทัน
วิธีเปิดใช้งานและตั้งค่า Heikin Ashi MT5
โปรแกรม MetaTrader 5 (MT5) มี Indicator ตัวนี้ติดตั้งมาให้เป็นมาตรฐานเรียบร้อยแล้ว เทรดเดอร์สามารถเปิดใช้งานอินดิเคเตอร์ตัวนี้ได้ง่าย ๆ ตามขั้นตอนดังนี้:
ขั้นตอนการเปิด Indicator บนโปรแกรม MT5
- เปิดโปรแกรม MT5 ขึ้นมา
- ไปที่เมนูด้านบน เลือก Insert > Indicators > Custom > Heikin Ashi (หรือดึงจากหน้าต่าง Navigator ฝั่งซ้ายมือ)
- หน้าต่างการตั้งค่าจะปรากฏขึ้น สามารถกด OK เพื่อใช้อุปกรณ์มาตรฐานได้ทันที
วิธีปรับแต่งสีและซ่อนแท่งเทียนเดิมเพื่อกราฟที่สบายตา
เมื่อนำอินดิเคเตอร์ตัวนี้มาใส่ กราฟแท่งเทียนปกติเดิมจะยังซ้อนทับอยู่ทำให้มองยาก ให้ปรับแต่งหน้าต่างกราฟดังนี้:
- คลิกขวาที่พื้นที่ว่างบนกราฟ เลือก Properties (หรือกด F8)
- ไปที่แถบ Show แล้วติ๊กออกที่ช่อง Show Bar Chart / Candlesticks หรือเปลี่ยนชนิดกราฟให้เป็น Line Chart
- ไปที่แถบ Colors ปรับสีของ Bar Up, Bar Down, Bull Candle, Bear Candle ให้เป็น None หรือสีเดียวกับ Background กราฟ
- กราฟเดิมจะถูกซ่อนไว้ เหลือเพียงแท่งเทียนชนิดนี้ที่อ่านง่ายและสบายตา
คำถามที่พบบ่อย
Heikin Ashi ใช้กับ Timeframe ไหนได้ผลดีที่สุด?
อินดิเคเตอร์ตัวนี้สามารถใช้งานได้ดีที่สุดกับ Timeframe ระยะกลางถึงยาว เช่น H4, D1 และ W1 เนื่องจากใน Timeframe ใหญ่ ความผันผวนรบกวนระยะสั้นจะน้อยลง ทำให้แท่งเทียนแสดงทิศทางเทรนด์ได้อย่างมีเสถียรภาพสูงสุด
เทรดสั้นแบบ Scalping ควรใช้ Heikin Ashi หรือไม่?
ไม่แนะนำสำหรับการเทรดสั้นแบบ Scalping บน Timeframe ต่ำกว่า M5 เนื่องจากกลไกการคำนวณราคาเฉลี่ยจะทำให้เกิดความล่าช้า (Lag) ส่งผลให้เทรดเดอร์เข้า-ออกออเดอร์ไม่ทันต่อราคาเรียลไทม์ในตลาด
ราคาที่เห็นบน Heikin Ashi สามารถใช้คำนวณ Stop Loss ได้ไหม?
ห้ามนำราคาเปิด-ปิดบน Heikin Ashi มาใช้คำนวณ Stop Loss หรือ Take Profit ตรงๆ การวาง Stop Loss ที่ถูกต้อง เทรดเดอร์จะต้องดูระดับราคาจริงจากกราฟแท่งเทียนปกติ หรือใช้แนวรับ-แนวต้านจากราคาจริงในการคำนวณเสมอ
สรุปเกี่ยวกับ Heikin Ashi เครื่องมือกรอง Noise ที่เทรดเดอร์ควรรู้
Heikin Ashi คืออินดิเคเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงในการกรองความผันผวนระยะสั้น ช่วยให้เทรดเดอร์ตัดอารมณ์ชั่วคราวออกจากการเทรด และโฟกัสการทำกำไรตามแนวโน้มได้อย่างเป็นระบบ แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องความล่าช้าของราคาเนื่องจากใช้ค่าเฉลี่ย แต่เมื่อนำมาใช้งานร่วมกับระบบกรองเทรนด์อย่าง Moving Average และการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม อาจกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนการบริหารพอร์ตการเทรดของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
หากคุณต้องการศึกษาแนวคิดการวิเคราะห์กราฟเทคนิคในรูปแบบอื่น ๆ เพิ่มเติม สามารถอ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ Technical Analysis Forex เพื่อเพิ่มพูนทักษะการเทรดครับ
⚠️ คำเตือนความเสี่ยง: การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นทั้งหมดได้ บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนส่วนบุคคล ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต การเทรด Forex และ CFD มีความเสี่ยงสูง และนักลงทุนรายย่อยส่วนใหญ่ขาดทุนจากการเทรดผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
บทความนี้จัดทำโดยทีมงาน Gotradehere โดยใช้เครื่องมือ AI ช่วยร่างและตรวจสอบเนื้อหา ก่อนผ่านการตรวจทานและอนุมัติจากทีมงานมนุษย์ก่อนเผยแพร่

















