การโอนเงินระหว่างประเทศในปัจจุบันกลายเป็นเรื่องใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นการฝากหรือถอนเงินจากโบรกเกอร์ การชำระค่าสินค้าและบริการ หรือการโอนเงินให้ครอบครัวในต่างประเทศ สิ่งสำคัญที่ต้องใช้ควบคู่กับเลขที่บัญชีคือรหัสทางการเงินสากล บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่า SWIFT Code คืออะไร มีกี่ตัว ดูตรงไหน พร้อมรวบรวมรหัสของธนาคารในไทยไว้อย่างครบถ้วน
หมายเหตุ: การโอนเงินระหว่างประเทศและการทำธุรกรรมทางการเงินมีความเสี่ยง ผู้โอนเงินควรตรวจสอบข้อมูลบัญชีและรหัสธนาคารปลายทางให้ถูกต้องก่อนทำรายการเสมอ
SWIFT Code คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรในการโอนเงินต่างประเทศ
SWIFT Code คือ รหัสประจำธนาคารและสถาบันการเงินทั่วโลก ย่อมาจาก Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication ทำหน้าที่เป็นรหัสระบุตัวตนทางธนาคารมาตรฐานสถาบันการเงินสากล (ISO 9362) เพื่อให้ระบบการเงินระหว่างประเทศรับส่งข้อมูลและคำสั่งโอนเงินได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย (อ้างอิง: Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication (EXTERNAL: [https://www.swift.com](https://www.swift.com)))
ในการโอนเงินข้ามประเทศ ระบบการเงินไม่ได้ใช้เพียงแค่ชื่อธนาคารภาษาอังกฤษหรือเลขที่บัญชี เนื่องจากอาจมีความซ้ำซ้อนหรือคลาดเคลื่อนได้ รหัสประจำธนาคารนี้จึงทำหน้าที่เป็นเหมือน “รหัสไปรษณีย์ทางการเงิน” ที่ระบุว่าเงินทุนนั้นจะต้องส่งไปยังธนาคารใด ประเทศใด และสาขาใดโดยเฉพาะ (อ้างอิง: Bank of Thailand – International Wire Transfer Guidelines (EXTERNAL: [https://www.bot.or.th](https://www.bot.or.th)))
ประโยชน์หลักของระบบรหัสสากลนี้ ได้แก่:
- ความแม่นยำสูง: ระบุธนาคารผู้รับปลายทางได้อย่างเฉพาะเจาะจง ลดโอกาสเงินโอนผิดธนาคาร
- ความปลอดภัยระดับสากล: เครือข่ายใช้ระบบส่งข้อความที่มีการเข้ารหัสความปลอดภัยสูง ได้รับการยอมรับจากสถาบันการเงินทั่วโลก
- ความรวดเร็วในการประมวลผล: ช่วยให้ระบบอัตโนมัติของธนาคารสามารถตรวจสอบและจับคู่คำสั่งโอนเงินระหว่างประเทศได้อย่างรวดเร็ว
💡 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere: เมื่อต้องถอนเงินจากโบรกเกอร์ หรือรับเงินโอนจากต่างประเทศ ควรตรวจสอบรหัสของธนาคารฝั่งผู้รับให้ตรงกับสาขาที่เปิดบัญชีเสมอ เพื่อป้องกันปัญหาเงินโอนล่าช้าหรือถูกตีกลับ
โครงสร้างของ SWIFT Code มีกี่ตัว และหมายถึงอะไรบ้าง
รหัสประจำธนาคารสากลนี้ประกอบด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษและตัวเลขรวมกันมีความยาว 8 หรือ 11 ตัวอักษร โดยแต่ละส่วนจะมีความหมายเฉพาะดังนี้:
| ตำแหน่งตัวอักษร | จำนวนตัว | ความหมาย | ตัวอย่าง (BKKBTHBK) |
| ตัวที่ 1 – 4 | 4 ตัว | รหัสธนาคาร (Bank Code) | BKKB = ธนาคารกรุงเทพ |
| ตัวที่ 5 – 6 | 2 ตัว | รหัสประเทศ (Country Code) | TH = ประเทศไทย |
| ตัวที่ 7 – 8 | 2 ตัว | รหัสเมือง/ที่ตั้ง (Location Code) | BK = กรุงเทพมหานคร |
| ตัวที่ 9 – 11 | 3 ตัว (ถ้ามี) | รหัสสาขา (Branch Code) | XXX หรือระบุสาขา (ถ้าเป็นสำนักงานใหญ่ใช้ XXX หรือเว้นไว้) |
สำหรับรหัสที่มีความยาว 8 ตัวอักษร จะหมายถึงสำนักงานใหญ่ของธนาคารนั้นๆ โดยอัตโนมัติ แต่หากมี 11 ตัวอักษร ตัวเลข 3 ตัวสุดท้ายจะเป็นการระบุสาขาย่อยของธนาคาร
รวม SWIFT Code ธนาคารในไทย (ทุกธนาคารพาณิชย์)
หากคุณกำลังทำรายการโอนเงินจากต่างประเทศมายังประเทศไทย หรือรับเงินถอนจากโบรกเกอร์ ตารางด้านล่างนี้ได้รวบรวมรหัสของธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินหลักในประเทศไทย อัปเดตล่าสุด:
| รายชื่อธนาคาร | ชื่อภาษาอังกฤษ | SWIFT Code | เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ |
| ธนาคารกรุงเทพ | Bangkok Bank Public Company Limited | BKKBTHBK | +66-2645-5555 |
| ธนาคารกสิกรไทย | Kasikornbank Public Company Limited | KASITHBK | +66-2222-0000 |
| ธนาคารไทยพาณิชย์ | Siam Commercial Bank Public Company Limited | SICOTHBK | +66-2544-1000 |
| ธนาคารกรุงไทย | Krung Thai Bank Public Company Limited | KRTHTHBK | +66-2255-2222 |
| ธนาคารทหารไทยธนชาต (ttb) | TMBThanachart Bank Public Company Limited | TMBKTHBK | +66-2299-1111 |
| ธนาคารกรุงศรีอยุธยา | Bank of Ayudhya Public Company Limited | AYUDTHBK | +66-2296-2000 |
| ธนาคารเกียรตินาคินภัทร | Kiatnakin Phatra Bank Public Company Limited | KKPBTHBK | +66-2165-5555 |
| ธนาคารออมสิน | Government Savings Bank | GSBATHBK | +66-2299-8012 |
| ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) | Bank for Agriculture and Agricultural Cooperatives | BAABTHBK | +66-2558-6555 |
| ธนาคารซิติแบงก์ | Citibank N.A. Bangkok Branch | CITITHBX | +66-2232-2484 |
| ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย | CIMB Thai Bank Public Company Limited | UBOBTHBK | +66-2626-7777 |
| ธนาคารยูโอบี | United Overseas Bank (Thai) Public Company Limited | UOVBTHBK | +66-2093-5071 |
SWIFT Code ดูตรงไหน และวิธีเช็กความถูกต้องก่อนโอนเงิน
ผู้ที่ต้องการทราบรหัสประจำธนาคารของตนเองเพื่อรับเงินโอนจากต่างประเทศ สามารถตรวจสอบได้จากช่องทางต่างๆ ดังนี้:
- เว็บไซต์ทางการของธนาคาร: ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งจะมีหน้าข้อมูลการรับเงินโอนต่างประเทศ ซึ่งระบุรหัสไว้อย่างชัดเจน
- ใบแจ้งยอดรายการบัญชี (Bank Statement): เอกสารแสดงรายการบัญชีธนาคารบางแห่งจะมีรหัสพิมพ์ไว้บริเวณหัวเอกสาร
- สอบถามผ่าน Call Center ของธนาคาร: สามารถโทรศัพท์สอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อขอรหัสที่ถูกต้องของสาขาที่เปิดบัญชีได้โดยตรง
- ตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ SWIFT.com: เครื่องมือค้นหาทางการของสถาบัน Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication (EXTERNAL:
[https://www.swift.com](https://www.swift.com)) เพื่อยืนยันความถูกต้องของรหัสธนาคารทั่วโลก
💡 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere: ก่อนกดยืนยันการโอนเงิน ควรตรวจสอบตัวอักษรทุกตัวในรหัสประจำธนาคารให้ถูกต้อง โดยเฉพาะตัวอักษร O กับเลข 0 หรือตัวอักษร I กับเลข 1 เพื่อป้องกันไม่ให้คำสั่งโอนเงินถูกปฏิเสธ
ความแตกต่างระหว่าง SWIFT Code กับ IBAN และ Routing Number
หลายคนที่ทำธุรกรรมโอนเงินต่างประเทศมักสับสนระหว่าง SWIFT Code, IBAN และ Routing Number เนื่องจากเป็นรหัสระบุทางการเงินเหมือนกัน แต่มีความแตกต่างและพื้นที่การใช้งานที่ต่างกันอย่างชัดเจน:
| ประเภททางการเงิน | ชื่อเต็ม | พื้นที่การใช้งานหลัก | หน้าที่และจุดประสงค์ |
| SWIFT Code / BIC | Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication | ทั่วโลก (รวมถึงประเทศไทย) | ระบุตัวตนของธนาคารสถาบันการเงิน |
| IBAN | International Bank Account Number | ยุโรป และบางประเทศในตะวันออกกลาง | ระบุเลขที่บัญชีธนาคารระดับสากล |
| Routing Number | ABA Routing Transit Number | สหรัฐอเมริกา | ระบุสถาบันการเงินภายในประเทศสหรัฐฯ |
ข้อควรจำคือ ประเทศไทยใช้ระบบ SWIFT Code ร่วมกับเลขที่บัญชีธนาคารทั่วไป ประเทศไทย ไม่ได้ใช้ระบบ IBAN ตามแนวทางปฏิบัติด้านการโอนเงินระหว่างประเทศของ Bank of Thailand – International Wire Transfer Guidelines (EXTERNAL: [https://www.bot.or.th](https://www.bot.or.th)) ดังนั้นหากกรอกแบบฟอร์มโอนเงินต่างประเทศจากต่างประเทศมาไทย แล้วมีช่อง IBAN ให้ระบุเลขที่บัญชีธนาคารในไทยลงในช่องนั้นได้เลย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ SWIFT Code
SWIFT Code กับ BIC Code คืออะไร ต่างกันหรือไม่
SWIFT Code และ BIC Code (Bank Identifier Code) คือสิ่งเดียวกัน ทั้งสองชื่อใช้เรียกโค้ดรหัสระบุตัวตนของธนาคารสากลชนิดเดียวกัน สามารถใช้แทนกันได้ในแบบฟอร์มโอนเงินระหว่างประเทศ (อ้างอิง: Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication (EXTERNAL: [https://www.swift.com](https://www.swift.com)))
โอนเงินต่างประเทศมาไทย ต้องใช้ SWIFT Code สาขาไหน
โดยทั่วไป หากโอนเงินมายังบัญชีธนาคารในประเทศไทย สามารถใช้รหัสของสำนักงานใหญ่ (ความยาว 8 ตัวอักษร) ได้เช่นกัน ระบบการโอนเงินจะส่งเงินเข้าธนาคารเป้าหมายและคัดแยกเข้าเลขที่บัญชีของผู้รับโดยอัตโนมัติ
SWIFT Code มีกี่ตัวอักษร
มีความยาวทั้งหมด 8 ตัวอักษร (สำหรับสำนักงานใหญ่) หรือ 11 ตัวอักษร (กรณีระบุสาขาย่อย) ประกอบด้วยรหัสธนาคาร รหัสประเทศ รหัสเมือง และรหัสสาขา
ข้อควรระวังในการใช้ SWIFT Code โอนเงินต่างประเทศ
การโอนเงินระหว่างประเทศผ่านระบบ SWIFT แม้จะมีความปลอดภัยสูง แต่มีข้อควรระวังสำคัญที่ผู้โอนและผู้รับเงินควรรู้:
- ตรวจสอบความถูกต้องของรหัส: การกรอกผิดพลาดอาจทำให้เงินโอนถูกส่งไปยังธนาคารอื่น หรือถูกตีกลับ ซึ่งอาจเสียค่าธรรมเนียมการโอนและใช้เวลาดำเนินการนานขึ้นหลายวัน
- ค่าธรรมเนียมการโอนเงินระหว่างประเทศ: การโอนเงินผ่านระบบอาจมีค่าธรรมเนียมจากธนาคารต้นทาง ธนาคารตัวกลาง (Intermediary Bank) และธนาคารปลายทาง ผู้โอนควรศึกษาเงื่อนไขค่าธรรมเนียมให้ชัดเจน
- ระยะเวลาการดำเนินงาน: โดยทั่วไปการโอนเงินระหว่างประเทศใช้เวลาประมาณ 1 – 5 วันทำการ ขึ้นอยู่กับเขตเวลาและกระบวนการตรวจสอบของธนาคารตัวกลาง
คำเตือนความเสี่ยงและข้อกำหนดข้อตกลง:
เนื้อหาในบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้และข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือการทำธุรกรรมทางการเงิน Gotradehere ไม่ใช่สถาบันการเงินและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมโอนเงินของธนาคารใดๆ ผู้ใช้บริการควรตรวจสอบเงื่อนไขและรายละเอียดจากธนาคารผู้ให้บริการโดยตรงก่อนทำธุรกรรมทุกครั้ง
การลงทุนและการทำธุรกรรมทางการเงินมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนและผู้โอนเงินควรทำความเข้าใจลักษณะ เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจทำรายการทุกครั้ง
⚠️ คำเตือนความเสี่ยง: การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นทั้งหมดได้ บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนส่วนบุคคล ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต การเทรด Forex และ CFD มีความเสี่ยงสูง และนักลงทุนรายย่อยส่วนใหญ่ขาดทุนจากการเทรดผลิตภัณฑ์เหล่านี้ [VERIFY: ตัวเลข % นักลงทุนรายย่อยที่ขาดทุนจาก Forex/CFD จาก regulator disclosure ปัจจุบัน] ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
บทความนี้จัดทำโดยทีมงาน Gotradehere โดยใช้เครื่องมือ AI ช่วยร่างและตรวจสอบเนื้อหา ก่อนผ่านการตรวจทานและอนุมัติจากทีมงานมนุษย์ก่อนเผยแพร่

















