2 ข้อควรรู้ก่อน ‘ลงทุนใน Crypto’ ช่วยป้องกันเงินคุณได้ 90%

List of Contents

ลงทุนใน Crypto

กลับมาพบกันอีกแล้วนะครับ ในบทความนี้ เราจะพาย้อนกลับไปดูสาเหตุของการขาดทุนกันบ้างว่า มันประเด็นหลัก ๆ ที่นักลงทุนชอบขาดทุนนั้นเกิดจากอะไร ทำไมเงินในพอร์ตพวกเขาถึงลดลงไม่หยุดสักที ผมจึงคัด 2 ประเด็นสำคัญ ที่นักลงทุนมือใหม่หลายท่านมองข้าม หรือนักลงทุนมือเก่าอาจจะหลงลืมมันไปบ้าง ซึ่งถือเป็นโอกาสดีที่เราจะได้ทบทวน 2 ข้อควรรู้ก่อน ลงทุนใน Crypto ครับ

ส่วนมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มศึกษาข้อมูลแล้วได้กดเข้ามาอ่านในบทความนี้ ก็เป็นสิ่งที่ดีไม่น้อยที่ท่านจะได้เตรียมตัวป้องกันเงินในพอร์ตตัวเองไว้ก่อนครับ เพราะปี 2564 ที่ผ่านมา เราจะเห็นว่า ราคาของ Crypto เพิ่มขึ้นสูงมาก ทำให้หลาย ๆ คนหันมาสนใจในการซื้อขาย Crypto มากขึ้น แต่พอมาปี 2565 นี้ แนวโน้มของราคา Crypto กลับวิ่งสวนทางต่างจากปีที่แล้วมาก เป็นเหตุที่ทำให้หลายคนสูญเสียเงินไม่น้อยเลยทีเดียวครับ

ดังนั้น ผมจึงได้เขียนบทความเกี่ยวกับวิธีป้องกันที่ทุกคนควรรู้ก่อน ลงทุนใน Crypto ถ้าพร้อมแล้วไปเริ่มกันเลยครับ

2 ข้อควรรู้ก่อน ลงทุนใน Crypto

ข้อควรรู้ก่อน ลงทุนใน Crypto
ข้อควรรู้ก่อน ลงทุนใน Crypto

ก่อนอื่นเลย คุณต้องเข้าใจความรู้พื้นฐานในเรื่องของสินทรัพย์ดิจิทัลว่า สินทรัพย์ดิจิทัลมีกี่ประเภท มีหลักการทำงานคร่าว ๆ อย่างไร รวมถึงต้องเข้าใจระบบนิเวศของสินทรัพย์ดิจิทัล อย่างเช่น Decentralized Finance (DeFi) และเข้าใจเทคโนโลยีที่เป็นเบื้องหลังอย่าง Blockchain ด้วยยิ่งดีเข้าไปอีก

เพราะความรู้พื้นฐานที่คุณได้เข้าใจนั้น จะเป็นการป้องกันความเสี่ยงได้ในระดับหนึ่ง ส่วน 2 ข้อควรรู้ก่อน ลงทุนใน Crypto นี้ ผมจะเน้นไปที่พฤติกรรมของนักลงทุนมากกว่า ถ้าคุณมั่นใจว่า คุณมีความรู้พื้นฐานในสินทรัพย์ดิจิทัลแล้ว ก็มาดูกันต่อได้เลยครับ

สิ่งแรกที่คุณต้องรู้ คือ โลกของการลงทุนใน Crypto นั้น มีการปั่นราคาอย่างรุนแรง หากคุณเคยลงทุนในหุ้นมาแล้วก็คงจะเข้าใจดี ซึ่งเป็นการที่เจ้าในตลาดนั้นสร้างมูลค่าขึ้นมา หรือที่เราเรียกว่า “การลากขึ้นไปเชือด” (Pump and Dump) นั่นเองครับ

1. รู้จักการปั่นราคา Crypto ก่อน ลงทุนใน Crypto

การปั่นราคา เหรียญ Crypto or Fake News
การปั่นราคา เหรียญ Crypto or Fake News

สามารถปั่นได้โดยเลือกสกุลเงินดิจิทัลที่มีสภาพคล่องต่ำ มีการซื้อขายน้อย พร้อมกับปั่นกระแสข่าวว่า เหรียญนี้มีโอกาสเติบโต มีโปรเจกต์นั่นนี่มากมาย หรือมีนักลงทุนรายใหญ่ (วาฬ) ให้ความสนใจ ก่อให้เกิดการสร้างมูลค่าแบบปลอม ๆ ขึ้นมาครับ

ทำให้คนที่ไม่รู้เรื่อง หรือมือใหม่อย่างเรา ๆ ที่ยังไม่ได้เอะใจไปหลงเชื่อ แล้วรีบช้อนซื้อเหรียญนี้เก็บไว้ เพราะถ้าไม่ซื้อเก็บไว้จะเสียโอกาสในการทำกำไร

แต่ในความเป็นจริง เมื่อนักลงทุนรายย่อยกระโดดเข้าไปซื้อเหรียญมากพอสมควรแล้ว คนที่ปั่นกระแสก็พึงพอใจระดับหนึ่ง พวกเขาเหล่านั้นจะเริ่มทำการเทขายเหรียญออกมา จนทำให้มูลค่าของเหรียญ Crypto นั้น ๆ ร่วงกลับมาที่ราคาที่ควรจะเป็นอีกครั้ง

ส่วนผู้ที่หลงเชื่ออีกหลายคน ก็เกิดการ “ติดดอย” ไปนั่นเองครับ จากที่กล่าวมานี้ เป็นข้อแรกที่เราควรเข้าใจ และควรระวังก่อนลงทุนใน Crypto ครับ

วิธีป้องกัน จากการปั่นราค

วิธีป้องกัน จากการปั่นราคา Crypto

แน่นอนว่าการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลล้วนมีความผันผวนด้านราคามาก ซึ่งเป็นผลมาจากความไม่แน่ใจในการทำงานของธุรกิจที่เป็นเบื้องหลังของสินทรัพย์ดิจิทัลตัวนั้น ๆ ทำให้เกิดความเสี่ยงสูง และเกิดการปั่นราคากันได้ง่าย ผมจึงได้นำวิธีป้องกันจากการปั่นราคา มาให้ทุกท่านได้นำไปเป็นเกราะป้องกันพอร์ตของตัวเอง ดังนี้ครับ

  1. ควรศึกษาข้อมูล ทำความเข้าใจโปรเจกต์ หรือการอ่าน Whitepaper ที่เป็นเป็นเอกสารการพัฒนาโปรเจกต์นั้นให้ดีก่อนลงทุนใน Crypto เพื่อช่วยให้เข้าใจในเทคโนโลยีที่กำลังจะลงทุน
  2. ควรติดตามข้อมูลข่าวสาร ความเคลื่อนไหวในแวดวงสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่เสมอ รวมถึงข่าวการหลอกลวง หรือชักชวนให้ลงทุนใน Crypto จากมิจฉาชีพ เพื่อให้รู้เท่าทัน
  3. ควรตรวจสอบข้อมูล ผู้ประกอบธุรกิจ หรือตรวจสอบข้อมูลเจ้าของโปรเจกต์เหรียญที่ได้รับอนุญาต ก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
  4. ที่สำคัญ คือ ควรแบ่งสัดส่วนเงินลงทุนให้เหมาะสม และกระจายความเสี่ยงในการลงทุนไปหลาย ๆ สินทรัพย์ ทั้งนี้ เงินที่นำมาลงทุนก็ควรเป็นเงินเย็น และพร้อมที่จะสูญเสียเงินต้น หรือรับผลขาดทุนให้ได้ครับ

2. การเชิดเงินหนี หรือเหตุการณ์ Rug Pull

เหตุการณ์ Rug Pull
เหตุการณ์ Rug Pull

Rug Pull เป็นอีกหนึ่งกรณีที่นักลงทุนล้วนไม่อยากเจอ มักจะเอาไว้เรียกเหตุการณ์ที่นักลงทุนถูกเจ้าของโปรเจกต์เทขายเหรียญแล้วเชิดเงินหนี หรือถูกเจ้าของแพลตฟอร์ม DeFi ปิดแพลตฟอร์มหนีครับ

ความหมายของคำว่า Rug Pull จริง ๆ แปลตรงตัวได้ว่า “การดึงพรม” เปรียบเสมือนเหตุการณ์ที่นักลงทุนล้มทั้งยืน! โดยหลักการที่ใช้หลอกนักลงทุน จะแบ่งได้เป็น 3 วิธี คือ

  1. การดึงสภาพคล่อง หรือการดึงเงินออกจากระบบ
  2. การเขียน Code เพื่อ Lock ไม่ให้นักลงทุนสามารถซื้อขายเหรียญได้
  3. การสแกมเงินใน Wallet ของนักลงทุน รวมถึงการเขียน Code เพื่อแฮ็กกระเป๋าเงินของนักลงทุน ซึ่งไม่ว่าคุณจะถูก Rug Pull ด้วยวิธีการใด ก็ไม่สามารถตามเงินกลับคืนมาได้ครับ

วิธีป้องกัน จากการ Rug Pull Crypto

วิธีป้องกัน จากการ Rug Pull Crypto
วิธีป้องกัน จากการ Rug Pull Crypto

สำหรับวิธีป้องกันพอร์ตจากการ Rug Pull ที่เราสามารถสำรวจตัวเองง่าย ๆ ก่อนเข้าลงทุน ทำได้ดังนี้ครับ

  1. ดูจากสภาพคล่องในตลาด โดยโปรเจกต์ที่ดีควรมีสภาพคล่องที่สูงระดับหนึ่ง รวมถึงมีการเปิดเผยข้อมูลสภาพคล่องของเหรียญ หรือข้อมูลแพลตฟอร์มให้ผู้ลงทุนได้รับทราบด้วย
  2. ดูจากความน่าเชื่อถือของผู้พัฒนาว่า เจ้าของโปรเจกต์มีตัวตนหรือไม่ ผู้พัฒนาเคยทำอะไรมาบ้าง หรือเคยมีส่วนร่วมกับโปรเจกต์อื่น ๆ หรือไม่
  3. ดูจากความน่าเชื่อถือของ Community เช่น การสังเกตพฤติกรรมการพูดคุย การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของผู้ลงทุนในกลุ่ม การคุยกันอย่างสร้างสรรค์ หากมีผู้ลงทุนสงสัยเกี่ยวกับโปรเจกต์ เจ้าของโปรเจกต์ต้องสามารถให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ได้
  4. ดูความเหมาะสมของผลตอบแทน เช่น แพลตฟอร์ม DeFi บางโปรเจกต์อาจเสนออัตราผลตอบแทนในระดับที่สูงเกินจริง เพื่อจูงใจให้นักลงทุนนำเงินเข้ามาใส่ในแพลตฟอร์ม เช่น อัตราผลตอบแทนต่อปี (APY) 100% ซึ่งในความเป็นจริงนั้นเป็นไปได้ยากมากครับ
  5. สุดท้าย คือ ดูจากความน่าเชื่อถือของ Code ซึ่งอาจจะทำได้ยาก เพราะต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการเขียน Code ซึ่งผู้ลงทุนอาจใช้วิธีการเลือกลงทุนในเหรียญที่ได้รับการตรวจสอบ Code Audit จากบริษัทผู้ตรวจสอบ (Auditor) ที่น่าเชื่อถือก็ได้ครับ

การหลอกลวงด้วยวิธีการที่ยกมาข้างต้น ผู้ใช้งานจะต้องตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน เพราะไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใด สิ่งสำคัญที่สุด คือ “การหาข้อมูล” ครับ


อย่างไรก็ตาม หากคุณเป็นคนที่มีความสนใจในเรื่องเทคโนโลยี หรือการลงทุน ผมได้เขียนบทความไว้อีกมากมาย เพื่อให้ทุกคนได้เข้ามาอ่านใน Knowledge Blogs กันแบบฟรี ๆ แล้วพบกันใหม่ในบทความถัดไป ขอบคุณครับ

อ่านรีวิวโบรกเกอร์อื่น ๆ ได้ที่: Review Broker

ติดตามข่าวสารการลงทุนได้ที่: News

Solana

ทำความรู้จัก Solana บล็อกเชนที่ทำธุรกรรมได้เร็วที่สุด

Solana อาจกลายเป็น Visa ของโลกคริปโต เนื่องจากสามารถทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้เพียงเสี้ยววินาที และยังมี Smart Contract ซึ่งเป็นโปรแกรมที่จะมีความซับซ้อนขึ้น

แคนาดา

เว็บเทรดคริปโตในแคนาดาถูกฟ้อง! เหตุไม่เปิดเผยค่าธรรมเนียมต่อนักลงทุน

กระดานเทรดสองแห่งในแคนาดากำลังถูกฟ้องร้องดำเนินคดีแบบกลุ่ม หลังถูกกล่าวหาว่า กระดานเทรดของพวกเขามีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหลายล้านดอลลาร์ แม้จะอ้างไว้ว่าไม่มีค่าธรรมเนียม จากรายงาน มีการอ้างถึงการฟ้องร้องว่า เว็บเทรดคริปโต Wealthsimple Technologies และ

stellar

Stellar Blockchain คืออะไร ?

เนื่องจากการโอนเงินต่างประเทศต้องใช้เวลาในการทำธุรกรรม 3-7 วันทำการ ดังนั้น การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการในเรื่องนี้จึงถือเป็นเรื่องที่ดี ซึ่ง Stellar คือคำตอบ