การเลือกลงทุนในตลาดหุ้น ไม่ว่าจะเป็นหุ้นไทยหรือหุ้นต่างประเทศ แพลตฟอร์มในการซื้อขายถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อต้นทุน ประสิทธิภาพ และความสะดวกสบายในการใช้งาน แอพเทรดหุ้น ในปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลาย แต่ละแอพพลิเคชันต่างมีจุดเด่นและฟีเจอร์เฉพาะตัวที่ออกแบบมาตอบโจทย์นักลงทุนแต่ละกลุ่มแตกต่างกัน บทความนี้เปรียบเทียบ 6 แอพเทรดหุ้นยอดนิยมในไทย ได้แก่ Dime, Webull, InnovestX, Liberator, Streaming และ KS TRADE+ ทั้งค่าธรรมเนียม ตลาดที่รองรับ และกลุ่มผู้ใช้ที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้คุณเลือกแอพที่ตรงกับสไตล์การลงทุนของตนเอง
⚠️ ข้อควรระวัง: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
เกณฑ์สำคัญในการเลือกแอพเทรดหุ้นให้เหมาะกับคุณ
ก่อนเลือกใช้แอพพลิเคชันเทรดหุ้น นักลงทุนควรกำหนดเป้าหมายและสไตล์การลงทุนของตนเอง เพื่อพิจารณาปัจจัยสำคัญดังต่อไปนี้:
ผลิตภัณฑ์ที่รองรับ: ตรวจสอบว่าแอพพลิเคชันมีหุ้นและสินทรัพย์ในตลาดที่คุณต้องการเทรดหรือไม่ เช่น หุ้นไทย (SET/MAI), หุ้นสหรัฐฯ (NYSE/NASDAQ), ETFs, ออปชัน หรือกองทุนรวม
โครงสร้างค่าธรรมเนียม: พิจารณาค่าคอมมิชชัน (Commission), ค่าธรรมเนียมตลาด (Regulatory & Market Fees) และอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อควบคุมต้นทุนการซื้อขายไม่ให้กระทบผลตอบแทน
ความเสถียรและอินเทอร์เฟซ (UX/UI): เลือกแอพที่ส่งคำสั่งได้รวดเร็ว ระบบเสถียรในช่วงตลาดผันผวน และหน้าจอใช้งานเข้าใจง่ายสำหรับมือใหม่
ความน่าเชื่อถือและการกำกับดูแล: โบรกเกอร์ผู้ให้บริการต้องได้รับการกำกับดูแลจากหน่วยงานรัฐ เช่น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งผู้ลงทุนตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับอนุญาตได้ที่ระบบ SEC Check First ของ ก.ล.ต.
🐔คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere : มือใหม่ควรเริ่มต้นด้วยแอพพลิเคชันที่มีอินเทอร์เฟซใช้งานง่าย ไม่มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ และเปิดโอกาสให้ทดลองลงทุนด้วยจำนวนเงินน้อย ๆ เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับระบบซื้อขาย
สรุปเปรียบเทียบ 6 แอพเทรดหุ้นยอดนิยม
| แอพพลิเคชัน | ตลาดที่รองรับ | ขั้นต่ำการลงทุน | ค่าคอมมิชชัน (หุ้นไทย) | ค่าคอมมิชชัน (หุ้นสหรัฐฯ) | จุดเด่นสำคัญ | กลุ่มผู้ใช้งานที่เหมาะสม |
| Dime | หุ้นไทย / หุ้นสหรัฐฯ / กองทุน / ทองคำ | 50 บาท / $1 | 0.15% + VAT | 0.15% (ฟรี 1 รายการแรก/เดือน) | ซื้อหุ้นเป็นเศษส่วน (Fractional Shares), สะดวกสำหรับมือใหม่ | มือใหม่ / สายสะสมออมหุ้น (DCA) |
| Webull | หุ้นไทย / หุ้นสหรัฐฯ / ETFs / ออปชัน | $1 | 0.04% + ค่าธรรมเนียม | 0.10% – 0.15% | เครื่องมือวิเคราะห์เทคนิคขั้นสูง, Order Book 50 ระดับ | นักลงทุนสายเทรด / สายวิเคราะห์กราฟ |
| InnovestX | หุ้นไทย / 23 ประเทศ 31 ตลาดทั่วโลก / กองทุน | 1 หุ้น | 0.10% – 0.25% | $0.08/หุ้น (ขั้นต่ำ $4.99) | ครอบคลุมสินทรัพย์หลากหลาย ตลาดต่างประเทศกว้างขวาง | นักลงทุนระดับกลาง / พอร์ตลงทุนกระจายทั่วโลก |
| Liberator | หุ้นไทย / หุ้นสหรัฐฯ / TFEX / กองทุน | 1 บาท | เริ่มต้น 0.0499% | 0.10% (ขั้นต่ำ $0.01) | ค่าธรรมเนียมถูกตามโครงสร้างอัตราก้าวหน้า | สายเทรดเน้น แอพเทรดหุ้น ค่าธรรมเนียมถูก |
| Streaming | หุ้นไทย / TFEX / DW / DR / ETFs | ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์ | ตามอัตราโบรกเกอร์ | ไม่รองรับ (เน้นหุ้นไทย) | แพลตฟอร์มมาตรฐานสูงสุดของตลาดหุ้นไทย | นักลงทุนหุ้นไทยทุกระดับ |
| KS TRADE+ | หุ้นไทย / หุ้นต่างประเทศ / TFEX / กองทุน | 1 หุ้น | เริ่มต้น 0.15% | ตามเงื่อนไขต่างประเทศ | บทวิเคราะห์เชิงลึกสแกนหุ้นพื้นฐานและเทคนิคอล | นักลงทุนที่ต้องการบทวิเคราะห์ครบวงจร |
ข้อมูลค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขในตาราง ณ เดือนตุลาคม 2026 อาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบกับเว็บไซต์ทางการของแต่ละแพลตฟอร์มก่อนเปิดบัญชี
หมายเหตุ: TFEX คือตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Thailand Futures Exchange), DW คือใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (Derivative Warrants), DR คือใบแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Depositary Receipt), DCA คือการทยอยลงทุนด้วยเงินจำนวนเท่ากันอย่างสม่ำเสมอ (Dollar-Cost Averaging) และ GTC คือคำสั่งที่มีผลจนกว่าจะถูกยกเลิก (Good Till Cancelled)
Dime: แอพเทรดหุ้นต่างประเทศและหุ้นไทย เริ่มต้นง่ายสำหรับมือใหม่

Dime เป็นแอพพลิเคชันการเงินและการลงทุนจาก บริษัทหลักทรัพย์ เคเคพี ไดม์ จำกัด ซึ่งได้รับใบอนุญาตเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ออกแบบมาเพื่อให้การออมและการลงทุนเป็นเรื่องง่าย
ข้อสังเกตจากผู้ใช้: การฝาก-ถอนเงินและส่งคำสั่งซื้อขายอาจมีความล่าช้าบ้างในบางช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนสูง
การซื้อขายหุ้นต่างประเทศ: Dime รองรับการซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ รวมถึงการซื้อหุ้นแบบเศษส่วน (Fractional Shares) ทำให้เริ่มต้นด้วยเงินจำนวนน้อยได้
โครงสร้างค่าธรรมเนียม: ฟรีค่าคอมมิชชันการซื้อขายหุ้นไทยหรือหุ้นสหรัฐฯ 1 รายการต่อเดือน รายการถัดไปคิดค่าคอมมิชชัน 0.01 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น สำหรับหุ้นราคาต่ำกว่า 6.67 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 0.15% ของมูลค่าซื้อขาย สำหรับหุ้นราคาตั้งแต่ 6.67 ดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป (บวกค่าธรรมเนียมอื่นและ VAT 7%)
ฟีเจอร์เด่น: ระบบ DCA อัตโนมัติ, Stock Screener ค้นหาหุ้นเรียลไทม์ และ Conditional Orders (GTC) ตั้งราคาซื้อขายล่วงหน้าได้สูงสุด 90 วัน
Webull: แอพเทรดหุ้นสหรัฐฯ และหุ้นไทย สายวิเคราะห์เทคนิคอล

Webull ดำเนินงานโดย บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับการกำกับดูแลจากสำนักงาน ก.ล.ต. โดดเด่นด้วยเครื่องมือสำหรับนักลงทุนระดับมืออาชีพ
ข้อสังเกตจากผู้ใช้: อินเทอร์เฟซมีฟังก์ชันซับซ้อน อาจต้องใช้เวลาทำความเข้าใจสำหรับมือใหม่ และการถอนเงินอาจใช้เวลาดำเนินการในบางช่วง
ฟีเจอร์วิเคราะห์เทคนิคอล: รองรับกราฟเทคนิคขั้นสูง พร้อมอินดิเคเตอร์ครบครัน, Order Book แสดงราคาเสนอซื้อขายล่วงหน้าได้ถึง 50 ระดับ และมีโหมด Paper Trading สำหรับทดลองเทรดฟรี
อัตราค่าธรรมเนียม: หุ้นไทยคิดค่าคอมมิชชัน 0.04% ของมูลค่าซื้อขาย ส่วนหุ้นสหรัฐฯ คิดค่าคอมมิชชัน 0.10% (ช่วงเวลา 04.00-20.00 EST) และ 0.15% (ช่วงเวลา 20.00-04.00 EST)
InnovestX: แอพลงทุนครบวงจร ครอบคลุมหุ้นไทยและตลาดโลก

InnovestX ให้บริการโดย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ในเครือ SCBX ได้รับการกำกับดูแลจากสำนักงาน ก.ล.ต. เป็นแพลตฟอร์มการลงทุนรวมทุกสินทรัพย์ในแอพเดียว
- การเข้าถึงตลาดต่างประเทศ: ตามข้อมูลบนเว็บไซต์ทางการของ InnovestX ผู้ใช้ลงทุนในหุ้นและ ETFs ต่างประเทศได้กว่า 23 ประเทศ 31 ตลาดทั่วโลก
- ฟีเจอร์วิเคราะห์และข่าวสาร: มีระบบ Portfolio Analytics, Economic Calendar, Stock Insights และบริการสะสม INVX Point จากทุกการซื้อขายเพื่อแลกส่วนลดค่าธรรมเนียม
- ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย: หุ้นไทย 0.10% – 0.25% ขึ้นอยู่กับปริมาณการซื้อขายต่อวัน หุ้นต่างประเทศ $0.08/หุ้น (ขั้นต่ำ $4.99 ต่อรายการ)
🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere: ควรตรวจสอบความถูกต้องของรายการสั่งซื้อก่อนยืนยันทุกครั้ง และแนะนำให้บันทึกหน้าจอคำสั่งซื้อขายไว้เพื่อใช้เป็นหลักฐานกรณีระบบขัดข้องช่วงตลาดผันผวน
Liberator: แอพเทรดหุ้นค่าธรรมเนียมถูก ตามโครงสร้างอัตราก้าวหน้า

Liberator เป็นแอพเทรดหุ้นที่รองรับหุ้นไทย หุ้นสหรัฐฯ TFEX และกองทุน
ข้อสังเกตจากผู้ใช้: ระบบรักษาความปลอดภัยกำหนดระยะเวลา Session สั้น หากไม่ได้ใช้งานประมาณ 5-10 นาที ระบบจะออกจากระบบ (Log Out) อัตโนมัติ
โครงสร้างค่าธรรมเนียม: หุ้นไทยเริ่มต้น 0.0499% ตามโครงสร้างอัตราก้าวหน้า ส่วนหุ้นสหรัฐฯ คิดค่าคอมมิชชัน 0.10% (ขั้นต่ำ 0.01 ดอลลาร์สหรัฐ)
ฟีเจอร์การใช้งาน: ปรับแต่งหน้าจอการใช้งาน (Workspace) ตามสไตล์ตนเอง รองรับกราฟเทคนิคอล และคำสั่งซื้อขายประเภท Conditional Order
Streaming (Settrade): แพลตฟอร์มมาตรฐานสำหรับเทรดหุ้นไทย

Streaming พัฒนาโดย บริษัท เซ็ทเทรด ดอทคอม จำกัด ภายใต้กลุ่มตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เป็นแพลตฟอร์มหลักที่โบรกเกอร์ในไทยเลือกใช้งาน
การรองรับระบบ: ต้องใช้งานผ่านอุปกรณ์ที่รองรับ iOS หรือ Android เวอร์ชันปัจจุบัน เพื่อการส่งคำสั่งและดูข้อมูลราคาเรียลไทม์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ฟีเจอร์ครอบคลุมตลาดไทย: รองรับการซื้อขายหุ้นไทย, TFEX, DW และ DR มีเครื่องมือ DCA Order, Stock Screener และระบบแจ้งเตือนข่าวสาร Sense
เงื่อนไขและค่าธรรมเนียม: อัตราค่าธรรมเนียมและเงินลงทุนขั้นต่ำขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของบริษัทหลักทรัพย์ที่คุณเปิดบัญชีใช้งาน
KS TRADE+: แอพเทรดหุ้นจากกสิกรไทย ครบเครื่องเรื่องบทวิเคราะห์

KS TRADE+ แอพพลิเคชันจาก บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ได้รับการกำกับดูแลจากสำนักงาน ก.ล.ต. ออกแบบมาเพื่อนักลงทุนที่ต้องการข้อมูลประกอบการตัดสินใจ
- ฟีเจอร์สแกนและบทวิเคราะห์: มีระบบ Scan คัดกรองหุ้นด้วยเงื่อนไขทางปัจจัยพื้นฐานและเทคนิคอลพร้อมกัน
- การทำรายการ: ทำรายการฝาก-ถอนเงินได้สะดวกรวดเร็วผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย (K PLUS)
- โครงสร้างค่าธรรมเนียม: ค่าคอมมิชชันหุ้นไทยเริ่มต้นที่ 0.15% และปรับลดลงตามมูลค่าการซื้อขายต่อวัน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแอพเทรดหุ้น
มีเงิน 1,000 บาท สามารถเริ่มต้นเล่นหุ้นได้ไหม?
สามารถเริ่มต้นได้ เนื่องจากแอพพลิเคชันยุคใหม่หลายแห่ง เช่น Dime หรือ Liberator อนุญาตให้เริ่มต้นลงทุนด้วยเงินเพียง 1 บาท ถึง 50 บาท รวมถึงการซื้อหุ้นต่างประเทศแบบเศษส่วน (Fractional Shares)
เทรดหุ้น แอพไหนดี มือใหม่ ควรเลือกอย่างไร?
ควรเลือกแอพพลิเคชันที่มีขั้นตอนสมัครไม่ซับซ้อน หน้าจอใช้งานเข้าใจง่าย ไม่มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ และมีเครื่องมือช่วยออมหุ้นอัตโนมัติ (DCA) เช่น Dime หรือ InnovestX
แอพเทรดหุ้น ต่างประเทศ ตัวไหนได้รับความนิยม?
สำหรับนักลงทุนไทย แอพพลิเคชันที่ได้รับความนิยมในการเทรดหุ้นต่างประเทศ ได้แก่ Dime (เน้นใช้งานง่าย สะสมหุ้นสหรัฐฯ), Webull (เน้นเครื่องมือวิเคราะห์กราฟเทคนิคอล) และ InnovestX (เน้นลงทุนได้หลากหลายตลาดทั่วโลก)
สรุปการเลือกแอพเทรดหุ้นให้ตอบโจทย์การลงทุน
การเลือก แอพเทรดหุ้น ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับเป้าหมาย สไตล์การเทรด และสินทรัพย์ที่คุณต้องการลงทุน
- มือใหม่ที่เน้นออมหุ้นสหรัฐฯ ทุนน้อย: Dime ตอบโจทย์ได้ดี
- สายเทรดที่เน้นวิเคราะห์กราฟ: Webull มีเครื่องมือเชิงลึก
- ต้องการกระจายลงทุนทั่วโลก: InnovestX ให้ตัวเลือกที่กว้างขวาง
- มองหาค่าธรรมเนียมประหยัด: Liberator
- เทรดหุ้นไทยเป็นหลัก: Streaming และ KS TRADE+ ยังคงเป็นแพลตฟอร์มมาตรฐานที่มีความน่าเชื่อถือสูง
นักลงทุนควรพิจารณาข้อดี ข้อจำกัด และโครงสร้างค่าธรรมเนียมของแต่ละแพลตฟอร์มก่อนตัดสินใจเปิดบัญชี เพื่อให้การลงทุนเป็นไปได้อย่างเหมาะสมกับเป้าหมายของตนเอง
⚠️ ข้อควรระวัง: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น มิใช่คำแนะนำทางการเงินหรือการชักชวนให้ลงทุน
บทความนี้จัดทำโดยทีมงาน Gotradehere โดยใช้เครื่องมือ AI ช่วยในการเรียบเรียงเนื้อหา และผ่านการตรวจสอบโดยทีมงานก่อนเผยแพร่

















