Table of Contents
Table of Contents

Moving Average คืออะไร? อินดิเคเตอร์ใช้ง่าย มือใหม่เริ่มได้

Moving Average คืออะไร? อินดิเคเตอร์ใช้ง่าย มือใหม่เริ่มได้

Moving Average คือ อินดิเคเตอร์พื้นฐานที่ช่วยดูแนวโน้ม, หาจุดเข้าออก และแนวรับแนวต้าน โดยบทความนี้พาคุณไปรู้จักกับ MA พร้อมวิธีใช้งานเข้าใจง่ายสำหรับมือใหม่

ปัจจุบันการลงทุนการเงินได้รับความนิยมมากขึ้น ทำให้เทรดเดอร์จำเป็นต้องมีเครื่องมือช่วยวิเคราะห์ราคา เพื่อหาจังหวะเข้าออกออเดอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหนึ่งในอินดิเคเตอร์พื้นฐานที่นิยมใช้ คือ Moving Average (MA) ซึ่งในบทความนี้ทางทีมงาน Gotradehere จะพาคุณไปทำความรู้จักกับอินดิเคเตอร์ MA พร้อมวิธีใช้งานแบบเข้าใจง่ายที่เทรดเดอร์มือใหม่ก็สามารถใช้ได้ครับ



Moving Average (MA) คือ อินดิเคเตอร์ทางเทคนิคที่คำนวณจากค่าเฉลี่ยของราคาสินทรัพย์ย้อนหลังตามระยะเวลาที่กำหนด โดยแสดงผลเป็นเส้นโค้งราบเรียบบนกราฟเพื่อช่วยลดความผันผวนของราคา (Price Noise) ทำให้เทรดเดอร์สามารถมองเห็นแนวโน้มหลัก (Trend), จุดเข้า-ออกออเดอร์, และระดับแนวรับแนวต้านแบบเคลื่อนที่ (Dynamic Support/Resistance) ได้อย่างชัดเจน

คำว่า MA คือ ตัวย่อภาษาอังกฤษที่เทรดเดอร์นิยมใช้เรียก Moving Average ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคพื้นฐานที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในทุกตลาดการเงิน เช่น Forex, หุ้น, คริปโทเคอร์เรนซี และสินค้าโภคภัณฑ์


ประเภทของ Moving Average
Moving Average คืออะไร? อินดิเคเตอร์ใช้ง่าย มือใหม่เริ่มได้ 12

Moving Average มีหลายประเภท ซึ่งแต่ละแบบมีวิธีคำนวณที่แตกต่างกัน เพื่อให้เทรดเดอร์สามารถเลือกใช้งานให้เหมาะกับสภาวะตลาดหรือสไตล์การเทรดของตัวเอง ต่อไปนี้คือประเภท MA ที่นิยมใช้มากที่สุด

Simple Moving Average (SMA)

Simple Moving Average คือ รูปแบบพื้นฐานของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ ที่คำนวณจากราคาปิดย้อนหลังในช่วงระยะเวลาที่กำหนด โดยให้น้ำหนักของข้อมูลแต่ละวันเท่ากัน เช่น หากต้องการดู SMA 30 วัน จะนำราคาปิดย้อนหลัง 30 วันมาบวกกัน แล้วหารด้วย 30 ส่งผลให้เส้น SMA มีความเรียบและเสถียร จึงเหมาะสำหรับการวิเคราะห์แนวโน้มในระยะยาว

Exponential Moving Average (EMA)

Exponential Moving Average คือ เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ ที่ให้น้ำหนักกับราคาล่าสุดมากกว่าราคาย้อนหลัง ทำให้เส้นส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงของราคาได้รวดเร็วกว่า SMA จึงเหมาะสำหรับการวิเคราะห์แนวโน้มระยะสั้น หรือใช้หาจังหวะเข้าออกออเดอร์ในระยะสั้นได้ครับ

EMA กับ SMA ต่างกันไหม? สรุปข้อแตกต่างที่เทรดเดอร์ต้องรู้

หากถามว่า EMA กับ SMA ต่างกันไหม? คำตอบคือ มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญในเรื่องของกลไกการคำนวณและความเร็วในการตอบสนองต่อราคา แม้ว่าทั้งคู่จะเป็นเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เหมือนกันก็ตาม

ในการใช้งานจริง Simple Moving Average (SMA) จะให้น้ำหนักกับราคาปิดย้อนหลังทุกวันเท่า ๆ กัน ทำให้เส้นมีความราบเรียบและเสถียรมากกว่า เหมาะสำหรับการวิเคราะห์ภาพรวมแนวโน้มระยะยาว ในขณะที่ Exponential Moving Average (EMA) จะให้น้ำหนักกับราคาปิดล่าสุดมากกว่าราคาย้อนหลัง ส่งผลให้เส้น EMA ไวต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาในปัจจุบันอย่างรวดเร็ว จึงเหมาะสำหรับการเทรดระยะสั้นหรือการหาจังหวะเข้า-ออกออเดอร์ที่ต้องการความรวดเร็วครับ

เพื่อช่วยให้เทรดเดอร์เข้าใจเปรียบเทียบได้ง่ายขึ้น ทางทีมงานได้สรุปข้อแตกต่างระหว่าง SMA และ EMA ไว้ดังตารางต่อไปนี้:

คุณสมบัติSimple Moving Average (SMA)Exponential Moving Average (EMA)
การให้น้ำหนักราคาให้น้ำหนักทุกวันเท่ากันให้น้ำหนักกับราคาล่าสุดมากกว่า
ความไวต่อราคาช้ากว่า มีความเรียบเสถียรสูงรวดเร็ว ตอบสนองต่อราคาไว
ความเสี่ยงสัญญาณหลอกต่ำกว่า แต่สัญญาณอาจมาช้าสูงกว่า อาจเจอ Fakeout ได้บ่อย
เหมาะสำหรับการวิเคราะห์แนวโน้มระยะยาว (Swing/Position Trading)การเทรดระยะสั้น (Scalping/Day Trading)
การตั้งค่าที่นิยมSMA 50, SMA 100, SMA 200EMA 5, EMA 10, EMA 20

หมายเหตุ: Scalping คือการเทรดเก็งกำไรรอบสั้นมากภายในไม่กี่นาที, Day Trading คือการเปิดและปิดออเดอร์ภายในวันเดียว, Swing Trading คือการถือออเดอร์ต่อเนื่องหลายวันถึงหลายสัปดาห์ และ Position Trading คือการถือออเดอร์ระยะยาวเป็นเดือนหรือเป็นปีครับ

🐔 เส้น MA กับ EMA ต่างกันอย่างไร
เส้น MA หรือ SMA แตกต่างจาก EMA ในเรื่องการตอบสนองต่อราคา โดยเส้น EMA จะให้น้ำหนักกับราคาล่าสุดมากกว่า จึงส่งสัญญาณได้รวดเร็วกว่า SMA เช่น เมื่อราคามีแนวโน้มขาขึ้น เส้น EMA มักปรับตัวขึ้นก่อน ในทางกลับกัน เมื่อราคาปรับตัวลง EMA ก็จะปรับลงเร็วกว่าเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม เทรดเดอร์ควรเลือกใช้ประเภทของ Moving Average ให้เหมาะกับกลยุทธ์ของตัวเอง เนื่องจากสัญญาณที่เร็วขึ้นอาจทำให้เกิดสัญญาณหลอกได้มากขึ้นเช่นกัน ขณะที่เส้นที่ตอบสนองช้ากว่าอาจเหมาะกับการวิเคราะห์แนวโน้มในระยะยาวมากกว่าครับ


สูตรคำนวณ Simple Moving Average

การคำนวณค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบง่าย (SMA) คือ การนำราคาปิดย้อนหลังในช่วงเวลาที่กำหนดมาบวกกัน แล้วหารด้วยจำนวนข้อมูลทั้งหมด มีสูตรดังนี้

SMA = (A1 + A2 + A3 + … + An) / n

โดยที่

  • A = ราคาปิดในแต่ละช่วงเวลา
  • n = จำนวนช่วงเวลาทั้งหมด


ตัวอย่างการคำนวณ Simple Moving Average (SMA)

ข้อมูลราคาปิดของ Apple Inc (AAPL) ณ วันที่ 20-26 มิ.ย. 2014 (เป็นราคาที่ปรับตามการแตกพาร์แล้ว ข้อมูลจาก Yahoo Finance) ใช้เป็นตัวอย่างประกอบการคำนวณเท่านั้นครับ

วันที่ราคาปิดของ AAPL
26 มิถุนายน$22.72
25 มิถุนายน$22.59
24 มิถุนายน$22.57
23 มิถุนายน$22.71
20 มิถุนายน$22.73

Moving Average (MA) 5 วัน คำนวณโดยนำราคาทั้งหมดมารวมกัน และหารด้วยจำนวนวัน

(22.72 + 22.59 + 22.57 + 22.71 + 22.73) / 5 = 22.66

จะได้ค่า Moving Average คือ 22.66 ค่า SMA ที่ได้ช่วยลดความผันผวนของราคารายวัน ทำให้มองเห็นแนวโน้มโดยรวมได้ชัดเจนขึ้น


สูตรคำนวณ Exponential Moving Average

EMA ให้น้ำหนักกับราคาล่าสุดมากกว่าราคาย้อนหลัง โดยใช้ตัวคูณ (Multiplier) ในการคำนวณ ซึ่งช่วยให้เส้น EMA ส่งสัญญาณต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาได้รวดเร็วกว่า SMA มีสูตรดังนี้

EMAₜ = (Pₜ × k) + (EMAₜ₋₁ × (1 − k))

โดยที่

  • EMAₜ = ค่า EMA ปัจจุบัน
  • Pₜ = ราคาปิดปัจจุบัน
  • EMAₜ₋₁ = ค่า EMA ก่อนหน้า
  • k = 2/(n + 1)
  • n = จำนวนช่วงเวลา


การเรียนรู้ วิธีใช้ Moving Average ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เทรดเดอร์สามารถนำเส้น MA ไปประยุกต์ใช้วิเคราะห์กราฟราคาได้ 3 รูปแบบหลัก ดังนี้:

Moving Average ตัวช่วยดูแนวโน้มราคา

MA สามารถใช้ดูแนวโน้มของตลาดได้ว่าเป็นขาขึ้น, ขาลง หรือ Sideways (ราคาแกว่งตัวในกรอบแคบ ไม่มีทิศทางชัดเจน) โดยสามารถดูจากความชันของเส้น MA และจากการใช้เส้น MA หลายเส้นเพื่อดูจุดตัด (Crossover)

ดูแนวโน้มราคาจากความชัน

เทรดเดอร์สามารถใช้ได้ทั้งเส้น SMA และ EMA โดยเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสไตล์การเทรดของตัวเอง

  • หากเส้น MA มีความชันขึ้นและเส้นอยู่ใต้แท่งเทียนราคา ถือว่าเป็นการส่งสัญญาณแนวโน้มขาขึ้น
  • หากเส้น MA มีความชันลงและเส้นอยู่เหนือแท่งเทียนราคา ถือว่าเป็นการส่งสัญญาณแนวโน้มขาลง
  • หากเส้น MA เคลื่อนที่ในแนวระนาบและเส้นอยู่ระหว่างแท่งเทียนราคา ถือเป็นการส่งสัญญาณว่าราคาอยู่ในช่วง Sideways

Moving Average ตัวช่วยดูแนวโน้มราคาจากความชัน
Moving Average คืออะไร? อินดิเคเตอร์ใช้ง่าย มือใหม่เริ่มได้ 13


ดูแนวโน้มราคาจากการตัดกันของเส้น (Crossover)

  • หากเส้น MA ระยะสั้น (เช่น MA7 เส้นสีขาว) ตัดขึ้นเหนือเส้น MA ระยะยาว (เช่น MA99 เส้นสีน้ำเงิน) ถือว่าเป็นการส่งสัญญาณขาขึ้น
  • หากเส้น MA ระยะสั้น (เช่น MA7 เส้นสีขาว) ตัดลงใต้เส้น MA ระยะยาว (เช่น MA99 เส้นสีน้ำเงิน) ถือว่าเป็นการส่งสัญญาณขาลง

Moving Average ตัวช่วยดูแนวโน้มราคาจากการตัดกันของเส้น
Moving Average คืออะไร? อินดิเคเตอร์ใช้ง่าย มือใหม่เริ่มได้ 14

Moving Average (MA) ใช้หาจุดเข้าออกออเดอร์

Moving Average (MA) สามารถใช้หาจุดเข้าออกออเดอร์ได้ โดยอาศัยสัญญาณจากการตัดกันของเส้น (Crossover)

  • หากเส้น MA ระยะสั้น (เช่น MA7 เส้นสีขาว) ตัดขึ้นเหนือเส้น MA ระยะยาว (เช่น MA99 เส้นสีน้ำเงิน) ถือว่าเป็นการส่งสัญญาณขาขึ้น สามารถพิจารณาเปิดออเดอร์ Buy
  • หากเส้น MA ระยะสั้น (เช่น MA7 เส้นสีขาว) ตัดลงใต้เส้น MA ระยะยาว (เช่น MA99 เส้นสีน้ำเงิน) ถือว่าเป็นการส่งสัญญาณขาลง สามารถพิจารณาเปิดออเดอร์ Sell

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าสัญญาณจะดูชัดเจนเพียงใด เทรดเดอร์ควรกำหนดจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) และขนาดความเสี่ยงต่อออเดอร์ล่วงหน้าทุกครั้ง เพราะไม่มีสัญญาณใดถูกต้องเสมอไปครับ

Moving Average ใช้หาจุดเข้าออกออเดอร์
Moving Average คืออะไร? อินดิเคเตอร์ใช้ง่าย มือใหม่เริ่มได้ 15


Moving Average (MA) ใช้เป็นแนวรับและแนวต้าน

Moving Average สามารถใช้เป็นแนวรับและแนวต้านได้ โดยเมื่อราคาวิ่งขึ้นหรือลงมาทดสอบเส้น MA มักเป็นบริเวณที่ราคาอาจเกิดการชะลอหรือกลับตัว ส่งผลให้เทรดเดอร์นิยมใช้เส้น MA เพื่อช่วยหาจุดเข้าออกออเดอร์

  • แนวรับ (Support) คือ บริเวณที่ราคาปรับตัวลงมาแล้วมีแรงซื้อเข้ามา ทำให้ราคามีโอกาสหยุดลงหรือดีดตัวขึ้น
  • แนวต้าน (Resistance) คือ บริเวณที่ราคาปรับตัวขึ้นไปแล้วมีแรงขายเข้ามา ทำให้ราคามีโอกาสหยุดขึ้นหรือปรับตัวลง

Moving Average ใช้เป็นแนวรับและแนวต้าน
Moving Average คืออะไร? อินดิเคเตอร์ใช้ง่าย มือใหม่เริ่มได้ 16


Moving Average คือเครื่องมือที่ตั้งค่าช่วงเวลาได้ตามต้องการ โดยการเลือกใช้ขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรดของแต่ละบุคคล เนื่องจากเส้น MA ที่ใช้ช่วงเวลา (Period) ต่างกัน มักจะให้สัญญาณราคาที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น เทรดเดอร์ควรเลือกค่า MA ให้เหมาะสมกับกลยุทธ์ของตนเอง โดยตัวอย่างค่าที่นิยมใช้มีดังนี้

  • ลงทุนระยะสั้น นิยมใช้ MA 5-10 ซึ่งเหมาะสำหรับการเทรดแบบ Day Trading หรืออาจใช้ MA 20-25 เพื่อช่วยลดสัญญาณรบกวนและเห็นแนวโน้มชัดขึ้น
  • ลงทุนระยะกลาง นิยมใช้ MA 50-100 ช่วยให้เห็นแนวโน้มภาพรวมได้ดีและเหมาะกับการเทรดตามเทรนด์
  • ลงทุนระยะยาว นิยมใช้ MA 200 สำหรับการดูแนวโน้มหลักของตลาด

โดยทั่วไป Moving Average ที่มีค่าช่วงเวลา (Period) สั้นจะให้สัญญาณเร็วแต่มีโอกาสเกิดสัญญาณหลอกสูง ขณะที่ MA ที่มีค่าช่วงเวลายาวจะให้สัญญาณช้ากว่าแต่มีโอกาสเกิดสัญญาณหลอกต่ำครับ

🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere: จำนวนวันที่ใช้กันอย่างแพร่หลายสำหรับ Moving Average จะมาจากจำนวนวันในรอบสัปดาห์, เดือน และไตรมาส

  • เส้น MA 5 เปรียบเสมือนการคิดเฉลี่ยย้อนหลัง 5 วันทำการ หรือ 1 สัปดาห์
  • เส้น MA 10 เปรียบเสมือนการคิดเฉลี่ยย้อนหลัง 10 วันทำการ หรือ 2 สัปดาห์ หรือประมาณครึ่งเดือน
  • เส้น MA 25 เปรียบเสมือนการคิดเฉลี่ยย้อนหลัง 25 วันทำการ หรือประมาณ 1 เดือน
  • เส้น MA 50 เปรียบเสมือนการคิดเฉลี่ยย้อนหลัง 50 วันทำการ หรือประมาณ 2 เดือน
  • เส้น MA 75 เปรียบเสมือนการคิดเฉลี่ยย้อนหลัง 75 วันทำการ หรือประมาณ 3 เดือน หรือ 1 ไตรมาส
  • เส้น MA 200 เปรียบเสมือนการคิดเฉลี่ยย้อนหลัง 200 วันทำการ หรือประมาณ 3 ไตรมาส 


Moving Average คือเครื่องมือที่ช่วยให้มองเห็นแนวโน้มได้ง่าย แต่ก็มีข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนนำไปใช้งานจริง ดังนี้ครับ

  • ช่วยให้มองเห็นแนวโน้มของราคาได้ชัดเจนขึ้น
  • ช่วยให้เห็นทิศทางของตลาดได้ง่าย ทั้งขาขึ้น, ขาลง และ Sideways
  • ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ทุกระดับ
  • สัญญาณอาจมาช้า
  • ในช่วงตลาดผันผวนหรือ Sideways อาจเกิดสัญญาณหลอกได้บ่อย
  • การตั้งค่าช่วงเวลา (Period) ไม่เหมาะสม อาจทำให้สัญญาณผิดพลาดได้
  • ควรใช้ร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์อื่น ไม่แนะนำให้ใช้เพียงตัวเดียว


Moving Average ควรใช้ร่วมกับอินดิเคเตอร์อื่นเพื่อช่วยเพิ่มความแม่นยำและลดสัญญาณหลอก โดยสามารถใช้ร่วมกับอินดิเคเตอร์ได้หลากหลายประเภท แต่ละตัวจะช่วยยืนยันสัญญาณในมุมที่แตกต่างกัน ทั้งด้านแนวโน้ม, โมเมนตัม และความผันผวนของราคา ตัวอย่างอินดิเคเตอร์ยอดนิยม 2 ตัวที่นิยมใช้ร่วมกับ MA ได้แก่ MACD และ RSI

Moving Average คือเครื่องมือที่ตามหลังราคา (Lagging Indicator) หมายความว่าเส้นจะตอบสนองหลังจากราคาเคลื่อนไหวไปแล้วครับ

MA ใช้ร่วมกับ MACD

Moving Average Convergence Divergence (MACD) เป็นอินดิเคเตอร์ที่พัฒนาจากเส้น EMA จึงสามารถใช้ร่วมกับ MA เพื่อช่วยยืนยันสัญญาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถนำมาวิเคราะห์ร่วม ดังนี้

  • หาก MACD ตัดขึ้นพร้อมกับเส้น MA จะเป็นการช่วยยืนยันแนวโน้มขาขึ้น และเทรดเดอร์สามารถใช้เป็นสัญญาณในการพิจารณาเปิดออเดอร์ Buy ได้
  • หาก MACD ตัดลงพร้อมกับเส้น MA จะเป็นการช่วยยืนยันแนวโน้มขาลง และเทรดเดอร์สามารถใช้เป็นสัญญาณในการพิจารณาเปิดออเดอร์ Sell ได้

MA ใช้ร่วมกับ MACD
Moving Average คืออะไร? อินดิเคเตอร์ใช้ง่าย มือใหม่เริ่มได้ 17



MA ใช้ร่วมกับ RSI

Relative Strength Index (RSI) เป็นอินดิเคเตอร์ที่ใช้วัดโมเมนตัมของราคา จึงสามารถใช้ร่วมกับ MA เพื่อช่วยยืนยันสัญญาณเข้าออกออเดอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถนำมาวิเคราะห์ร่วมได้ ดังนี้

  • หากราคาอยู่เหนือเส้น MA และ RSI อยู่เหนือระดับ 50 จะช่วยยืนยันแนวโน้มขาขึ้น และหาก RSI อยู่ในโซน Oversold (ต่ำกว่า 30) ขณะที่ราคาก็ยังอยู่ใกล้เส้น MA อาจเป็นสัญญาณการกลับตัวขึ้น เทรดเดอร์สามารถพิจารณาเปิดออเดอร์ Buy
  • หากราคาอยู่ใต้เส้น MA และ RSI อยู่ต่ำกว่าระดับ 50 จะช่วยยืนยันแนวโน้มขาลง และหาก RSI อยู่ในโซน Overbought (สูงกว่า 70) ขณะที่ราคาก็ยังอยู่ใกล้เส้น MA อาจเป็นสัญญาณการกลับตัวลง เทรดเดอร์สามารถพิจารณาเปิดออเดอร์ Sell

MA ใช้ร่วมกับ RSI
Moving Average คืออะไร? อินดิเคเตอร์ใช้ง่าย มือใหม่เริ่มได้ 18


🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere: เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากข้อจำกัดการใช้งาน Moving Average คุณควรใช้งานร่วมกับอินดิเคเตอร์หรือเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคอื่น ๆ โดยเราได้รวบรวมคู่มืออินดิเคเตอร์กว่า 10 ชนิด ให้คุณได้ศึกษาเพิ่มเติมในบทความด้านล่างนี้ครับ 


เทรดเดอร์สามารถใช้งาน Moving Average ใน TradingView ได้ทั้งบนเว็บไซต์และแอปพลิเคชันมือถือ โดยทีมงาน Gotradehere ได้รวบรวมวิธีเรียกใช้งาน Moving Average ทั้ง 2 ช่องทางไว้ให้ ดังนี้

การใช้งาน Moving Average ใน TradingView บนเว็บไซต์
Moving Average คืออะไร? อินดิเคเตอร์ใช้ง่าย มือใหม่เริ่มได้ 19

การใช้งาน Moving Average ใน TradingView บนเว็บไซต์

สามารถเพิ่มอินดิเคเตอร์ได้โดยไปที่เมนู Indicators แล้วค้นหา Moving Average จะมีให้เลือกทั้ง Simple Moving Average (SMA) และ Exponential Moving Average (EMA) เลือกใช้งานได้ตามสไตล์การวิเคราะห์ของตัวเองครับ

การใช้งาน Moving Average ใน TradingView บน Mobile
Moving Average คืออะไร? อินดิเคเตอร์ใช้ง่าย มือใหม่เริ่มได้ 20

การใช้งาน Moving Average ใน TradingView บน Mobile

สามารถเข้าไปที่เมนู Indicators แล้วค้นหา Moving Average ได้เช่นเดียวกัน โดยมี MA ให้เลือกใช้งานหลากหลายรูปแบบตามแผนการลงทุน


Moving Average ใน MT5 ใช้งานได้ทั้งบนเดสก์ท็อปและแอปพลิเคชันมือถือ โดยทีมงาน Gotradehere ได้รวบรวมวิธีเรียกใช้งาน Moving Average ทั้ง 2 ช่องทางไว้ให้ ดังนี้

การใช้งาน Moving Average ใน MT5
Moving Average คืออะไร? อินดิเคเตอร์ใช้ง่าย มือใหม่เริ่มได้ 21

การใช้งาน Moving Average ใน MT5 บนเดสก์ท็อป

สามารถเพิ่มอินดิเคเตอร์ได้โดยไปที่เมนู Insert เลือก Indicators จากนั้นเลือก Trend และคลิก Moving Average มีให้เลือกใช้งานทั้ง Simple Moving Average (SMA) และ Exponential Moving Average (EMA) เลือกใช้งานได้ตามสไตล์การวิเคราะห์ของตัวเองครับ

การใช้งาน Moving Average ใน MT5 บน Mobile
Moving Average คืออะไร? อินดิเคเตอร์ใช้ง่าย มือใหม่เริ่มได้ 22

การใช้งาน Moving Average ใน MT5 บน Mobile

สามารถเข้าไปที่เมนู Indicators จากนั้นเลือกหมวด Trend และเลือก Moving Average ได้เช่นเดียวกัน โดยสามารถตั้งค่า MA ได้ตามแผนการลงทุนและสไตล์การเทรดของตัวเองครับ


EMA ย่อมาจากอะไร?

EMA ย่อมาจาก Exponential Moving Average คือ ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ ที่ให้น้ำหนักกับราคาล่าสุดมากกว่า ซึ่ง EMA เหมาะกับการดูแนวโน้มระยะสั้น

การตั้งค่า Moving Average ใน MT5 ทำอย่างไร?

สามารถเพิ่มอินดิเคเตอร์ได้ที่เมนู Insert เลือก Indicators จากนั้นเลือก Trend และคลิก Moving Average แล้วตั้งค่าช่วงเวลาที่ต้องการ และเลือกประเภท (SMA หรือ EMA) ตามสไตล์การเทรดได้เลย

Moving Average เหมาะกับตลาดแบบไหน?

MA สามารถใช้วิเคราะห์ได้ทุกตลาดการเงิน แต่จะมีประสิทธิภาพมากในตลาดที่มีแนวโน้มชัดเจน (Trending) และอาจให้สัญญาณหลอกได้บ่อยในช่วงตลาด Sideways


Moving Average หรือ MA คือ เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคพื้นฐานที่ช่วยให้เทรดเดอร์เข้าใจทิศทางแนวโน้มของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ การทำความเข้าใจว่า EMA กับ SMA ต่างกันไหม จะช่วยให้เลือกใช้อินดิเคเตอร์ได้เหมาะกับสไตล์การเทรดของตนเอง และการฝึกฝน วิธีใช้ Moving Average ควบคู่กับเครื่องมือวิเคราะห์อื่น ๆ เช่น RSI หรือ MACD อาจช่วยลดสัญญาณหลอกได้ในบางสถานการณ์ แต่ไม่สามารถขจัดสัญญาณหลอกได้ทั้งหมดครับ

โดยประเภทของ Moving Average ที่นิยมใช้งาน ได้แก่ Simple Moving Average (SMA) และ Exponential Moving Average (EMA) ซึ่งสามารถนำมาใช้วิเคราะห์ในการเทรด ดังนี้

  • การใช้ Moving Average เพื่อดูแนวโน้มของราคา
  • การใช้ Moving Average หาจุดเข้าออกออเดอร์ จากการตัดกันของเส้นค่าเฉลี่ย (Crossover)
  • การใช้ Moving Average เป็นแนวรับและแนวต้าน

อย่างไรก็ตาม เทรดเดอร์ควรใช้ Moving Average ร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์อื่น ๆ รวมถึงศึกษาปัจจัยพื้นฐานของสินทรัพย์ เพื่อช่วยเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ราคาสินทรัพย์ก่อนตัดสินใจลงทุน

บทความนี้จัดทำโดยทีมงาน Gotradehere โดยใช้เครื่องมือ AI ช่วยร่างและตรวจสอบเนื้อหา ก่อนผ่านการตรวจทานและอนุมัติจากทีมงานมนุษย์ก่อนเผยแพร่


อ่านบทความเพิ่มเติม: Knowledge

อ่านรีวิวโบรกเกอร์อื่น ๆ ได้ที่: Review Broker

Table of Contents
TOP FOREX BROKERS
1
5/5

IUX

5/5
2
3/5
IC Markets
IC Markets-top-forex-brokers
IC Markets
4/5
3
4/5
FXGT.com
FXGT.com
4/5
4
3/5
Hantec Markets
Hantec Markets
3/5
5
4/5
Eightcap
Eightcap
3/5

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

– Advertisement –

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

FOLLOW US
บทความที่เกี่ยวข้อง

– Advertisement –