แพทเทิร์น กราฟ (Chart Pattern) คือ รูปแบบการเคลื่อนไหวของราคาที่สะสมตัวในอดีตและสะท้อนผ่านแท่งเทียน ช่วยให้เทรดเดอร์วิเคราะห์ทิศทางตลาดเพื่อจับจังหวะทำกำไรอย่างเป็นระบบ
การศึกษากลยุทธ์การเทรด Forex ไม่มีที่สิ้นสุดสำหรับเทรดเดอร์ ขึ้นอยู่กับความถนัดและกลยุทธ์ที่สร้างผลตอบแทนได้สม่ำเสมอ ซึ่ง Chart Pattern เป็นเครื่องมือทางเทคนิคที่ช่วยวิเคราะห์โครงสร้างพฤติกรรมราคา (Price Action) ช่วยเพิ่มโอกาสทำกำไรและลดความซับซ้อนของการใช้ Indicator หลายตัวพร้อมกัน
บทความนี้ Gotradehere สรุป 18 แพทเทิร์นกราฟกลับตัวและรูปแบบยอดนิยมที่พบบ่อยในการเทรดจริง พร้อมวิธีสังเกตจุดกลับตัวอย่างละเอียด เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการเทรดจริงได้อย่างมั่นใจ
หมายเหตุ: การซื้อขายสินทรัพย์ทางการเงินและ Forex มีความเสี่ยงสูงจากความผันผวนของตลาด ผู้ลงทุนควรบริหารเงินทุนและความเสี่ยงอย่างรอบคอบ และอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ครับ
Chart Pattern คืออะไร? (Chart Pattern Forex)

Chart Pattern คือ พฤติกรรมราคาสะสมในอดีตที่ถูกสะท้อนออกมาผ่านแท่งเทียน และมีการเรียงต่อกันเป็นแพทเทิร์นต่าง ๆ ซึ่งอาจแสดงแนวโน้มทิศทางของราคาในอนาคตที่แตกต่างกันไปตามรูปแบบนั้น ๆ ทั้งนี้ Chart Pattern มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Price Pattern เป็นเครื่องมือที่ใช้อ่านพฤติกรรมราคา (Price Action) ส่วน Elliott Wave เป็นทฤษฎีวิเคราะห์โครงสร้างคลื่นราคาอีกแนวทางหนึ่ง ซึ่งเทรดเดอร์บางส่วนนำมาใช้ร่วมกันครับ
🔻บทความที่เกี่ยวข้อง: สรุปครบจบ! Price Action คืออะไร? พร้อมตัวอย่าง
🔻บทความที่เกี่ยวข้อง: ทฤษฎี Elliott Wave คืออะไร? ทำความเข้าใจโครงสร้างคลื่นราคาเบื้องต้น
🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere: เราขอแนะนำให้คุณเข้าไปศึกษาข้อมูลพื้นฐานของ Chart Pattern ก่อนนะครับ เนื่องจากในบทความนี้ เรามุ่งเน้นไปที่การนำเสนอ Chart Pattern กลับตัวในรูปแบบต่าง ๆ ทำให้ไม่ได้เจาะลึกข้อมูลเหล่านั้นมากเพียงพอ แต่เราได้ทำสรุปไว้ในบทความข้างล่างนี้หมดแล้วครับ
Chart Pattern มีกี่รูปแบบ?

Chart Pattern สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 แบบหลัก ๆ ดังนี้
- รูปแบบการไปต่อ (Continuation Patterns)
- รูปแบบกลับตัว (Reversal Patterns)
- รูปแบบทวิภาคี (Bilateral Patterns)
รูปแบบ Continuation Patterns คืออะไร?
Continuation Chart Patterns คือ รูปแบบที่ให้สัญญาณการไปต่อของราคาในแนวโน้มเดิม
Chart Pattern แบบ Reversal Patterns คืออะไร?
Reversal Chart Patterns คือ รูปแบบที่ให้สัญญาณการกลับตัวของราคาจากแนวโน้มเดิม
Chart Pattern แบบ Bilateral Patterns คืออะไร?
Bilateral Chart Patterns คือ รูปแบบที่ให้สัญญาณว่า ราคาอาจเคลื่อนที่ไปยังทิศทางใดทิศทางหนึ่งได้ และแสดงถึงความผันผวนสูงในตลาดที่กำลังเกิดขึ้น
ข้อดีและข้อเสียของ Chart Pattern Forex
ข้อดี
- สามารถวิเคราะห์แนวโน้มราคาได้ด้วยตาเปล่า (หากคุณมีความเชี่ยวชาญมากพอ)
- หาจุดกลับตัวของราคาได้ดี
- ช่วยลดการพึ่งพาเครื่องมือทางเทคนิคได้
- ช่วยให้เข้าใจภาพรวมตลาด เข้าใจการเคลื่อนไหวของราคาได้แม่นยำยิ่งขึ้น
ข้อเสีย
- ต้องจดจำแพทเทิร์นต่าง ๆ ซึ่งมีความซับซ้อน
- อาจเป็นเทคนิคที่ใช้งานยากสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่
- การขึ้นหรือลงของราคาเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยในตลาด ดังนั้น การวิเคราะห์ด้วย Chart Pattern เพียงอย่างเดียว อาจเกิดความคลาดเคลื่อนได้
- อาจเกิดสัญญาณหลอกได้ จำเป็นต้องวิเคราะห์ปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย
🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere: สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ หรือผู้ที่ยังไม่มีความเชี่ยวชาญมากพอ ควรใช้ Chart Pattern วิเคราะห์ร่วมกับเทคนิคทาง Technical Analysis
ซึ่งทางทีมงาน Gotradehere ได้รวบรวม 5 วิธีวิเคราะห์ทางเทคนิคที่สามารถใช้ควบคู่กับ Chart Pattern ให้คุณได้ศึกษาเพิ่มเติม โดยคุณสามารถศึกษา และอ่านเพิ่มเติมได้ในบทความด้านล่างนี้ครับ
เปิด! 18 Chart Pattern กลับตัวและไปต่อ ที่พบบ่อยในการเทรด Forex
การเกิดของ แพทเทิร์น forex มีความหลากหลายตามสภาพคล่องและสภาวะตลาด โดย Gotradehere ได้คัดเลือก 18 รูปแบบกราฟที่พบบ่อยและให้สัญญาณการเคลื่อนไหวที่สำคัญ เพื่อให้เทรดเดอร์นำไปประกอบการวางแผนการเทรดได้อย่างเป็นระบบ
Chart Pattern ที่พบบ่อยมีกี่แบบ?

| Bullish Chart Pattern | Bearish Chart Pattern |
| Double Bottom | Double Top |
| Triple Bottom | Triple Top |
| Inverted Head and Shoulders | Head and Shoulders |
| Falling Wedge | Rising Wedge |
| Rounding Bottom | Rounding Top |
| Bump and Run Bottom | Bump and Run Reversal |
| Ascending Triangle | Descending Triangle |
| Bullish Symmetrical Triangle | Bearish Symmetrical Triangle |
| Bullish Flag | Bearish Flag |
หมายเหตุ: ตารางนี้สรุปแพทเทิร์นฝั่ง Bullish และ Bearish ทั้งหมดที่กล่าวถึงในบทความนี้ครับ
รูปแบบ Double Bottom

Double Bottom คืออะไร?
Double Bottom คือ รูปแบบ Bullish ที่ให้สัญญาณกลับตัวเป็นขาขึ้น โดยมีลักษณะคล้ายตัว W และทำจุดต่ำสุด 2 จุด ในราคาที่ใกล้กัน
วิธีดูรูปแบบ Double Bottom
- การให้สัญญาณ: มีโอกาสสูงที่จะกลับตัวเป็นขาขึ้น (Uptrend)
- วิธีสังเกต: คล้ายตัว W โดยราคาจะย่อตัวลงมาทดสอบแนวรับ 2 ครั้ง (เกิดจุดต่ำสุด 2 จุด) แต่ไม่สามารถทะลุลงไปได้ จากนั้นราคาจะ Rebound ขึ้นไปทดสอบแนวต้าน และสามารถทะลุผ่านไปได้
- วิการเปิดออเดอร์: อาจพิจารณาฝั่ง Buy ได้เมื่อราคายืนยันการทะลุ แต่ควรรอสัญญาณยืนยันก่อนเสมอครับ
ตัวอย่างรูปแบบ Double Bottom บนกราฟ

รูปแบบ Double Top

Double Top คืออะไร?
Double Top คือ รูปแบบ Bearish ที่ให้สัญญาณกลับตัวเป็นขาลง โดยมีลักษณะคล้ายตัว M และทำจุดสูงสุด 2 จุด ในราคาที่ใกล้กัน
วิธีดูรูปแบบ Double Top
- การให้สัญญาณ: มีโอกาสสูงที่จะกลับตัวเป็นขาลง (Downtrend)
- วิธีสังเกต: คล้ายตัว M โดยราคาจะขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 2 ครั้ง (เกิดจุดสูงสุด 2 จุด) แต่ไม่สามารถทะลุขึ้นไปได้ จากนั้นราคาจะย่อตัวลงมาทดสอบแนวรับอีกครั้ง และสามารถทะลุผ่านไปได้
- วิการเปิดออเดอร์: อาจพิจารณาฝั่ง Sell ได้เมื่อราคายืนยันการทะลุ แต่ควรรอสัญญาณยืนยันก่อนเสมอครับ
ตัวอย่างรูปแบบ Double Top บนกราฟ

รูปแบบ Triple Bottom

Triple Bottom คืออะไร?
Triple Bottom คือ รูปแบบ Bullish Chart Pattern ที่ให้สัญญาณกลับตัวเป็นขาขึ้น โดยมีลักษณะคล้ายกับ Double Bottom แต่ราคาจะแตะจุดต่ำสุดถึง 3 จุดในระดับใกล้เคียงกัน
วิธีดู Chart Pattern รูปแบบ Triple Bottom
- การให้สัญญาณ: มีโอกาสสูงที่จะกลับตัวเป็นขาขึ้น (Uptrend)
- วิธีสังเกต: มีลักษณะเหมือนกับ Double Bottom แต่ทำจุดต่ำสุด 3 จุด ก่อนเกิดการ Rebound ขึ้นไปทดสอบแนวต้าน และสามารถทะลุผ่านไปได้
- วิการเปิดออเดอร์: อาจพิจารณาฝั่ง Buy ได้เมื่อราคายืนยันการทะลุ แต่ควรรอสัญญาณยืนยันก่อนเสมอครับ
ตัวอย่าง Chart Pattern รูปแบบ Triple Bottom

รูปแบบ Triple Top

Triple Top คืออะไร?
Triple Top คือ รูปแบบ Bearish Chart Pattern ที่ให้สัญญาณกลับตัวเป็นขาลง โดยมีลักษณะคล้ายกับ Double Top แต่ราคาจะแตะจุดสูงสุดถึง 3 จุดในระดับใกล้เคียงกัน
วิธีดูรูปแบบ Triple Top
- การให้สัญญาณ: มีโอกาสสูงที่จะกลับตัวเป็นขาลง (Downtrend)
- วิธีสังเกต: มีลักษณะเหมือนกับ Double Top แต่ทำจุดสูงสุด 3 จุด ก่อนที่ราคาจะย่อตัวลงไปทดสอบแนวรับ และสามารถทะลุผ่านไปได้
- วิการเปิดออเดอร์: อาจพิจารณาฝั่ง Sell ได้เมื่อราคายืนยันการทะลุ แต่ควรรอสัญญาณยืนยันก่อนเสมอครับ
ตัวอย่าง Chart Pattern รูปแบบ Triple Top

รูปแบบ Inverted Head and Shoulders

Inverted Head and Shoulders คืออะไร?
Inverted Head and Shoulders คือ รูปแบบ Bullish Chart Pattern ซึ่งให้สัญญาณกลับตัวเป็นขาขึ้น และเป็นหนึ่งในแพทเทิร์นที่เทรดเดอร์ให้ความสำคัญ แต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและกรอบเวลาที่ใช้ ไม่สามารถรับประกันได้ครับ
วิธีดู Chart Pattern รูปแบบ Inverted Head and Shoulders
- การให้สัญญาณ: มีโอกาสสูงที่จะกลับตัวเป็นขาขึ้น (Uptrend)
- วิธีสังเกต: มีลักษณะเหมือนหัวคนที่มีไหล่ 2 ข้าง โดยราคามีการย่อตัวลงมาทดสอบแนวรับถึง 3 ครั้ง แต่ครั้งสุดท้ายไม่สามารถทะลุลงไปได้ จึงทำให้ราคาเกิดการ Rebound ขึ้นไปทดสอบแนวต้าน และทะลุผ่านไปได้ในที่สุด
- วิการเปิดออเดอร์: อาจพิจารณาฝั่ง Buy ได้เมื่อราคายืนยันการทะลุ แต่ควรรอสัญญาณยืนยันก่อนเสมอครับ
ตัวอย่างรูปแบบ Inverted Head and Shoulders บนกราฟ

รูปแบบ Head and Shoulders

Head and Shoulders คืออะไร?
Head and Shoulders คือ รูปแบบ Bearish ซึ่งให้สัญญาณกลับตัวเป็นขาลง และเป็นหนึ่งในแพทเทิร์นที่เทรดเดอร์ให้ความสำคัญ แต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและกรอบเวลาที่ใช้ ไม่สามารถรับประกันได้ครับ โดยมีลักษณะคล้ายกับ Inverted Head and Shoulders
วิธีดู Chart Pattern รูปแบบ Head and Shoulders
- การให้สัญญาณ: มีโอกาสสูงที่จะกลับตัวเป็นขาลง (Downtrend)
- วิธีสังเกต: มีลักษณะคล้ายกับ Inverted Head and Shoulders แต่กลับหัว โดยราคาจะขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 3 ครั้ง ซึ่งไม่สามารถทะลุขึ้นไปได้ จึงลงมาทดสอบแนวรับ และสามารถทะลุลงไปได้ในที่สุด
- วิการเปิดออเดอร์: อาจพิจารณาฝั่ง Sell ได้เมื่อราคายืนยันการทะลุ แต่ควรรอสัญญาณยืนยันก่อนเสมอครับ
ตัวอย่างรูปแบบ Head and Shoulders บนกราฟ

รูปแบบ Falling Wedge

Falling Wedge คืออะไร?
Falling Wedge คือ รูปแบบ Bullish Chart Pattern ที่ให้สัญญาณกลับตัวเป็นขาขึ้น โดยราคาจะเคลื่อนที่อยู่ในกรอบที่แคบลงเรื่อย ๆ พร้อมกับทำจุดสูงสุด (High) และจุดต่ำสุด (Low) ที่ต่ำลงอย่างต่อเนื่อง
วิธีดู Chart Pattern รูปแบบ Falling Wedge
- การให้สัญญาณ: มีโอกาสสูงที่จะกลับตัวเป็นขาขึ้น (Uptrend)
- วิธีสังเกต: ราคามีการเคลื่อนที่อยู่ในกรอบ โดยทำ High และ Low ต่ำลงเรื่อย ๆ ทั้งนี้ หากรูปแบบ Falling Wedge เกิดในแนวโน้มขาขึ้นอาจแสดงถึงการพักตัวเพื่อขึ้นไปต่อ
- วิการเปิดออเดอร์: อาจพิจารณาฝั่ง Buy ได้เมื่อราคายืนยันการทะลุ แต่ควรรอสัญญาณยืนยันก่อนเสมอครับ
ตัวอย่าง Chart Pattern รูปแบบ Falling Wedge

รูปแบบ Rising Wedge

Rising Wedge คืออะไร?
Rising Wedge คือ รูปแบบ Bearish Chart Pattern ที่ให้สัญญาณกลับตัวเป็นขาลง โดยมีลักษณะตรงข้ามกับ Falling Wedge
วิธีดู Chart Pattern รูปแบบ Rising Wedge
- การให้สัญญาณ: มีโอกาสสูงที่จะกลับตัวเป็นขาลง (Downtrend)
- วิธีสังเกต: ราคามีการเคลื่อนที่อยู่ในกรอบ โดยทำ High และ Low สูงขึ้นเรื่อย ๆ และมักเกิดร่วมกับ Bearish Divergence ซึ่งอาจบ่งชี้ว่าแรงซื้อเริ่มอ่อนกำลังลงก่อนกลับตัวเป็นแนวโน้มขาลง
- วิการเปิดออเดอร์: อาจพิจารณาฝั่ง Sell ได้เมื่อราคายืนยันการทะลุ แต่ควรรอสัญญาณยืนยันก่อนเสมอครับ
🔻บทความที่เกี่ยวข้อง: Divergence คืออะไร? สอนดูสัญญาณกลับตัวในตลาด
ตัวอย่าง Chart Pattern รูปแบบ Rising Wedge

รูปแบบ Rounding Bottom

Rounding Bottom คืออะไร?
Rounding Bottom คือ รูปแบบ Bullish Chart Pattern ที่ให้สัญญาณกลับตัวเป็นขาขึ้น โดยราคาจะมีการเคลื่อนที่แบบค่อย ๆ ลดลง ก่อนจะเริ่มปรับตัวสูงขึ้น ในลักษณะคล้ายตัว U หรือถ้วยชาม
วิธีดู Chart Pattern รูปแบบ Rounding Bottom
- การให้สัญญาณ: มีโอกาสสูงที่จะกลับตัวเป็นขาขึ้น (Uptrend)
- วิธีสังเกต: ราคามีการเคลื่อนที่ลดลงอย่างช้า ๆ ไปจนถึงจุดต่ำสุดของแนวโน้ม จากนั้นราคาจะเริ่มมีการเคลื่อนที่ในลักษณะ Sideway เพื่อเป็นฐาน แล้วค่อย ๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เป็นรูปตัว U
- วิการเปิดออเดอร์: อาจพิจารณาฝั่ง Buy ได้เมื่อราคายืนยันการทะลุ แต่ควรรอสัญญาณยืนยันก่อนเสมอครับ
ตัวอย่าง Chart Pattern รูปแบบ Rounding Bottom

รูปแบบ Rounding Top

Rounding Top คืออะไร?
Rounding Top คือ รูปแบบ Bearish Chart Pattern ที่ให้สัญญาณกลับตัวเป็นขาลง โดยราคาจะมีการเคลื่อนที่แบบค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ก่อนจะเริ่มกลับตัวลดลงในลักษณะคล้ายครึ่งวงกลม หรือถ้วยคว่ำลง
วิธีดู Chart Pattern รูปแบบ Rounding Top
- การให้สัญญาณ: มีโอกาสสูงที่จะกลับตัวเป็นขาลง (Downtrend)
- วิธีสังเกต: ราคามีการเคลื่อนที่เพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ ไปจนถึงจุดสูงสุดของแนวโน้ม จากนั้นราคาจะเริ่มมีการเคลื่อนที่ในลักษณะ Sideway เพื่อเป็นยอด ก่อนจะค่อย ๆ ปรับตัวลดลงเรื่อย ๆ เป็นรูปครึ่งวงกลม
- วิการเปิดออเดอร์: อาจพิจารณาฝั่ง Sell ได้เมื่อราคายืนยันการทะลุ แต่ควรรอสัญญาณยืนยันก่อนเสมอครับ
ตัวอย่าง Chart Pattern รูปแบบ Rounding Top

รูปแบบ Bump and Run Bottom

Bump and Run Bottom คืออะไร?
Bump and Run Bottom คือ รูปแบบ Bullish Chart Pattern ที่ให้สัญญาณกลับตัวเป็นขาขึ้น โดยรูปแบบราคาจะแบ่งตัวเองออกเป็น 3 ช่วง คือ ช่วงนำร่อง, ช่วงกระแทก และช่วงกลับตัว ลักษณะคล้ายการเด้งของลูกบอล
วิธีดู Chart Pattern รูปแบบ Bump and Run Bottom
- การให้สัญญาณ: มีโอกาสสูงที่จะกลับตัวเป็นขาขึ้น (Uptrend)
- วิธีสังเกต: การสังเกต Bullish Bump and Run Bottom จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้
- ช่วงนำร่อง: เกิดแนวโน้มขาลงอย่างต่อเนื่อง (Downtrend)
- ช่วงกระแทก: ราคาปรับตัวลงอย่างรุนแรง โดยกราฟจะมีความชันมากกว่าปกติเมื่อเทียบกับช่วงนำร่อง
- ช่วงกลับตัว: หลังจากราคาทำจุดต่ำสุดในช่วง Bump แล้ว จะเริ่มดีดตัวกลับขึ้นมา และเมื่อราคาทะลุเส้นแนวโน้มหลัก (เส้นนำร่อง) ขึ้นไปได้ ถือเป็นการยืนยันการกลับตัวของราคา
- วิการเปิดออเดอร์: อาจพิจารณาฝั่ง Buy ได้เมื่อราคายืนยันการทะลุ แต่ควรรอสัญญาณยืนยันก่อนเสมอครับ
ตัวอย่าง Chart Pattern รูปแบบ Bump and Run Bottom

รูปแบบ Bump and Run Reversal

Bump and Run Reversal คืออะไร?
Bump and Run Reversal คือ รูปแบบ Bearish Chart Pattern ที่ให้สัญญาณกลับตัวเป็นขาลง โดยมีลักษณะคล้ายกับแบบ Bullish Bump and Run Bottom เพียงแต่จะเกิดในช่วงแนวโน้มขาขึ้นก่อนแล้วจึงกลับตัวเป็นแนวโน้มขาลง
วิธีดู Chart Pattern รูปแบบ Bump and Run Reversal
- การให้สัญญาณ: มีโอกาสสูงที่จะกลับตัวเป็นขาลง (Downtrend)
- วิธีสังเกต: การสังเกต Bearish Bump and Run Reversal จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้
- ช่วงนำร่อง: เกิดแนวโน้มขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง (Uptrend)
- ช่วงกระแทก: ราคาปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง โดยกราฟจะมีความชันมากกว่าปกติเมื่อเทียบกับช่วงนำร่อง
- ช่วงกลับตัว: หลังจากราคาทำจุดสูงสุดในช่วง Bump แล้ว จะเริ่มกลับตัวลงมา และเมื่อราคาทะลุเส้นแนวโน้มหลัก (เส้นนำร่อง) ลงไปได้ ถือเป็นการยืนยันการกลับตัวของราคา
- วิการเปิดออเดอร์: อาจพิจารณาฝั่ง Sell ได้เมื่อราคายืนยันการทะลุ แต่ควรรอสัญญาณยืนยันก่อนเสมอครับ
ตัวอย่าง Chart Pattern รูปแบบ Bump and Run Reversal

รูปแบบ Ascending Triangle

Ascending Triangle คืออะไร?
Ascending Triangle คือ รูปแบบ Bullish Chart Pattern ที่ให้สัญญาณไปต่อในแนวโน้มขาขึ้น โดยมีลักษณะเหมือนกับรูปสามเหลี่ยมที่เกิดจากเส้น 2 เส้นที่วิ่งเข้าหากัน
วิธีดู Chart Pattern รูปแบบ Ascending Triangle
- การให้สัญญาณ: มีโอกาสสูงที่ราคาจะไปต่อในแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend)
- วิธีสังเกต: คล้ายกับรูปสามเหลี่ยมที่มีเส้นแนวต้านเป็นแนวนอน และมีเส้น Uptrend Line ตีขึ้นแบบทแยงมุม ซึ่งเมื่อราคาทะลุผ่านเส้นแนวต้านขึ้นไปได้ แสดงถึง สัญญาณไปต่อในแนวโน้มขาขึ้น
- วิการเปิดออเดอร์: อาจพิจารณาฝั่ง Buy ได้เมื่อราคายืนยันการทะลุ แต่ควรรอสัญญาณยืนยันก่อนเสมอครับ
ตัวอย่าง Chart Pattern รูปแบบ Ascending Triangle

รูปแบบ Descending Triangle

Descending Triangle คืออะไร?
Descending Triangle คือ รูปแบบ Bearish Chart Pattern ที่ให้สัญญาณไปต่อในแนวโน้มขาลง โดยมีลักษณะตรงข้ามกับ Ascending Triangle
วิธีดู Chart Pattern รูปแบบ Descending Triangle
- การให้สัญญาณ: มีโอกาสสูงที่ราคาจะไปต่อในแนวโน้มขาลง (Downtrend)
- วิธีสังเกต: คล้ายกับ Ascending Triangle แต่มีเส้นแนวรับเป็นแนวนอน และมีเส้น Downtrend Line ตีลงแบบทแยงมุม ซึ่งเมื่อราคาทะลุผ่านเส้นแนวรับลงไปได้ แสดงถึง สัญญาณไปต่อในแนวโน้มขาลง
- วิการเปิดออเดอร์: อาจพิจารณาฝั่ง Sell ได้เมื่อราคายืนยันการทะลุ แต่ควรรอสัญญาณยืนยันก่อนเสมอครับ
*หมายเหตุ: Descending Triangle มักสังเกตได้ชัดเจนในกรอบเวลา (Timeframe) ระดับ MN (รายเดือน) ขึ้นไป
ตัวอย่าง Chart Pattern รูปแบบ Descending Triangle

รูปแบบ Bullish Symmetrical Triangle

Bullish Symmetrical Triangle คืออะไร?
Bullish Symmetrical Triangle คือ รูปแบบ Bullish Chart Pattern ที่ให้สัญญาณไปต่อในแนวโน้มขาขึ้น โดยลักษณะจะคล้ายกับสามเหลี่ยมที่เกิดจากการบีบตัวเข้าหากัน
วิธีดู Chart Pattern รูปแบบ Bullish Symmetrical Triangle
- การให้สัญญาณ: มีโอกาสสูงที่ราคาจะไปต่อในแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend)
- วิธีสังเกต: ลักษณะคล้ายกับรูปสามเหลี่ยมสมมาตรที่เกิดจากเส้นแนวต้านที่ลาดลงและเส้นแนวรับที่ลาดขึ้นวิ่งเข้าหากัน ด้วยการสะสมของแรงซื้อ และแรงขาย จากนั้นราคาจะทะลุผ่านแนวต้านขึ้นไป
- วิการเปิดออเดอร์: อาจพิจารณาฝั่ง Buy ได้เมื่อราคายืนยันการทะลุ แต่ควรรอสัญญาณยืนยันก่อนเสมอครับ
ตัวอย่าง Chart Pattern รูปแบบ Bullish Symmetrical Triangle

รูปแบบ Bearish Symmetrical Triangle

Bearish Symmetrical Triangle คืออะไร?
Bearish Symmetrical Triangle คือ รูปแบบ Bearish Chart Pattern ที่ให้สัญญาณไปต่อในแนวโน้มขาลง โดยมีลักษณะคล้ายกับ Bullish Symmetrical Triangle
วิธีดู Chart Pattern รูปแบบ Bearish Symmetrical Triangle
- การให้สัญญาณ: มีโอกาสสูงที่ราคาจะไปต่อในแนวโน้มขาลง (Downtrend)
- วิธีสังเกต: คล้ายกับ Bullish Symmetrical Triangle มีลักษณะ บีบอัดกันอยู่ในกรอบที่แคบลงเรื่อย ๆ โดยทั้งเส้นแนวต้านและเส้นแนวรับต่างมีความชันในทิศทางตรงข้ามกันอย่างสมมาตร แต่ราคาจะสามารถทะลุผ่านแนวรับลงไปได้
- วิการเปิดออเดอร์: อาจพิจารณาฝั่ง Sell ได้เมื่อราคายืนยันการทะลุ แต่ควรรอสัญญาณยืนยันก่อนเสมอครับ
ตัวอย่าง Chart Pattern รูปแบบ Bearish Symmetrical Triangle

รูปแบบ Bullish Flag

Bullish Flag คืออะไร?
Bullish Flag คือ รูปแบบ Bullish Chart Pattern ที่ให้สัญญาณไปต่อในแนวโน้มขาขึ้น โดยราคาจะมีการวิ่งขึ้น และลงภายในกรอบ รวมถึงทำ High และ Low ต่ำลงเรื่อย ๆ
วิธีดู Chart Pattern รูปแบบ Bullish Flag
- การให้สัญญาณ: มีโอกาสสูงที่ราคาจะไปต่อในแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend)
- วิธีสังเกต: ราคาเคลื่อนที่แบบสวิงภายในกรอบ รวมถึงทำ High และ Low ต่ำลงเรื่อย ๆ จากนั้นราคาจะขึ้นไปทดสอบแนวต้าน และสามารถทะลุผ่านไปได้ในที่สุด
- วิการเปิดออเดอร์: อาจพิจารณาฝั่ง Buy ได้เมื่อราคายืนยันการทะลุ แต่ควรรอสัญญาณยืนยันก่อนเสมอครับ
ตัวอย่าง Chart Pattern รูปแบบ Bullish Flag

รูปแบบ Bearish Flag

Bearish Flag คืออะไร?
Bearish Flag คือ รูปแบบ Bearish Chart Pattern ที่ให้สัญญาณไปต่อในแนวโน้มขาลง โดยราคาจะมีการวิ่งขึ้นและลงภายในกรอบ รวมถึงทำ High และ Low สูงขึ้นเรื่อย ๆ
วิธีดู Chart Pattern รูปแบบ Bearish Flag
- การให้สัญญาณ: มีโอกาสสูงที่ราคาจะไปต่อในแนวโน้มขาลง (Downtrend)
- วิธีสังเกต: ราคาเคลื่อนที่แบบสวิงภายในกรอบ รวมถึงทำ High และ Low สูงขึ้นเรื่อย ๆ จากนั้นราคาจะลงมาทดสอบแนวรับ และสามารถทะลุผ่านไปได้ในที่สุด
- วิการเปิดออเดอร์: อาจพิจารณาฝั่ง Sell ได้เมื่อราคายืนยันการทะลุ แต่ควรรอสัญญาณยืนยันก่อนเสมอครับ
ตัวอย่าง Chart Pattern รูปแบบ Bearish Flag

สอนดู 3 รูปแบบ Chart Pattern กลับตัวสูง พบได้บ่อย
สำหรับผู้เริ่มต้นเทรด การจดจำครบทั้ง 18 รูปแบบพร้อมกันอาจมีความซับซ้อน ในทางปฏิบัติมี 3 กลุ่มแพทเทิร์นกลับตัวที่เทรดเดอร์มักพบบ่อยในตลาด Forex และมักใช้ประกอบการตัดสินใจเมื่อเกิดบริเวณแนวรับแนวต้านสำคัญ ได้แก่:
- Double Top & Double Bottom: รูปแบบตัว M และตัว W เป็นโครงสร้างการทดสอบระดับราคาสองครั้งที่ไม่ผ่านแนวต้านหรือแนวรับ บ่งชี้ว่าโมเมนตัมเดิมเริ่มหมดแรง จุดเข้าเทรดที่เทรดเดอร์มักพิจารณาคือจังหวะที่ราคาเบรกทะลุเส้น Neckline (เส้นแนวรับหรือแนวต้านที่ลากผ่านจุดสวิงระหว่างยอดหรือก้นของรูปแบบ ใช้ยืนยันว่าราคาทะลุกรอบ) หรือจังหวะ Pullback (การที่ราคาย่อกลับมาทดสอบระดับเดิมหลังทะลุ) กลับมาทดสอบเส้น Neckline
- Head and Shoulders & Inverted Head and Shoulders: โครงสร้าง 3 ยอดที่มีหัวตรงกลางสูงหรือต่ำกว่าไหล่ทั้งสองข้าง เป็นสัญญาณกลับตัวที่เทรดเดอร์ให้ความสำคัญ เนื่องจากสะท้อนการเปลี่ยนโครงสร้างราคา (Market Structure) อย่างชัดเจน
- Falling Wedge & Rising Wedge: รูปแบบลิ่มราคาที่มีกรอบแคบลงเรื่อย ๆ บ่งบอกถึงแรงขับเคลื่อนของเทรนด์เดิมที่อ่อนกำลังลง มักเกิดควบคู่กับสัญญาณ Divergence บนอินดิเคเตอร์ RSI (Relative Strength Index) หรือ MACD (Moving Average Convergence Divergence) ก่อนที่ราคาจะดีดทะลุกรอบในทิศทางตรงกันข้าม
ตัวอย่างสมมติ (ไม่ใช่การคาดการณ์ราคา): หากราคา EUR/USD ทำจุดต่ำสุดสองครั้งที่ระดับ 1.0800 และเส้น Neckline อยู่ที่ 1.0900 เทรดเดอร์ที่ใช้รูปแบบ Double Bottom อาจรอให้แท่งเทียนปิดเหนือ 1.0900 ก่อนพิจารณาเข้าเทรด และอาจวางจุดตัดขาดทุนไว้ใต้จุดต่ำสุดที่ 1.0800 เพื่อจำกัดความเสี่ยงต่อออเดอร์ได้ครับ
⚠️ คำเตือนความเสี่ยง: ทุกแพทเทิร์นอาจเกิดสัญญาณหลอกได้ ควรกำหนดจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ณ จุดที่รูปแบบสิ้นสุดลง และจำกัดความเสี่ยงต่อออเดอร์ให้อยู่ในระดับที่คุณรับได้ก่อนเข้าเทรดทุกครั้งครับ
🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere: ในการเทรดจริง ควรรอให้แท่งเทียนปิดยืนยันการทะลุผ่านเส้น Neckline หรือกรอบราคาอย่างสมบูรณ์ก่อนเปิดออเดอร์เสมอ การเข้าเทรดก่อนสัญญาณยืนยันอาจเสี่ยงต่อการเจอสัญญาณหลอก (False Breakout)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแท่งเทียน Chart Pattern
Chart Pattern คืออะไร?
Chart Pattern คือ พฤติกรรมราคาที่สะสมมาจากอดีต และสะท้อนออกมาผ่านการเรียงตัวของแท่งเทียนจนเกิดเป็นรูปแบบราคาเฉพาะ (Price Pattern) ช่วยให้เทรดเดอร์วิเคราะห์ทิศทางและแนวโน้มราคาในอนาคต
Chart Pattern มีกี่แบบ?
Chart Pattern แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ รูปแบบไปต่อ (Continuation Patterns), รูปแบบกลับตัว (Reversal Patterns) และรูปแบบทวิภาคี (Bilateral Patterns)
Chart Reversal Pattern คืออะไร?
Reversal Pattern คือ รูปแบบกราฟราคาที่ให้สัญญาณการกลับทิศทางจากแนวโน้มเดิม เช่น จากแนวโน้มขาขึ้นเปลี่ยนเป็นแนวโน้มขาลง หรือจากแนวโน้มขาลงเปลี่ยนเป็นแนวโน้มขาขึ้น
Chart Continuation Pattern คืออะไร?
Continuation Pattern คือ รูปแบบกราฟราคาที่ให้สัญญาณการพักตัวชั่วคราว ก่อนที่ราคาจะเคลื่อนที่ไปต่อในทิศทางเดียวกับแนวโน้มเดิม
Chart Pattern สัญญาณการกลับตัว มีอะไรบ้าง?
Chart Pattern ที่บอกสัญญาณการกลับตัวของราคา เป็นรูปแบบกราฟที่แสดงว่าแนวโน้มเดิมกำลังจะจบ และมีโอกาสเปลี่ยนทิศทาง โดยทีมงาน Gotradehere ได้รวบรวม 18 รูปแบบ ดังนี้
รูปแบบกลับตัว 12 รูปแบบ ได้แก่:
- Double Bottom
- Double Top
- Triple Bottom
- Triple Top
- Inverted Head and Shoulders
- Head and Shoulders
- Falling Wedge
- Rising Wedge
- Rounding Bottom
- Rounding Top
- Bump and Run Bottom
- Bump and Run Reversal
รูปแบบไปต่อ 6 รูปแบบ ได้แก่:
- Ascending Triangle
- Descending Triangle
- Bullish Symmetrical Triangle
- Bearish Symmetrical Triangle
- Bullish Flag
- Bearish Flag
สรุป Chart Pattern กลับตัว มีกี่แบบ?
Chart Pattern คือรูปแบบกราฟที่เทรดเดอร์จำนวนหนึ่งนิยมใช้ในการเทรดกราฟเปล่า เพราะช่วยให้เห็นโครงสร้างราคาได้ชัดเจนขึ้น แต่ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของผู้ใช้และสภาวะตลาด รวมถึงต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและการจดจำรูปแบบต่าง ๆ ดังนั้น เทรดเดอร์มือใหม่จึงควรใช้ Chart Pattern วิเคราะห์ร่วมกับเทคนิคอื่น ๆ เพื่อเพิ่มความแม่นยำ และสร้างโอกาสในการทำกำไรที่มากขึ้น
โดย Chart Pattern แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลัก ๆ ได้แก่ รูปแบบไปต่อ รูปแบบกลับตัว และรูปแบบทวิภาคี ซึ่งในแต่ละรูปแบบจะให้สัญญาณการไปต่อ หรือกลับตัวของราคาในทิศทางที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ เราได้ทำการรวบรวม Chart Pattern ที่เทรดเดอร์พบบ่อย ทั้งรูปแบบไปต่อและกลับตัว โดยมีทั้งหมด 18 รูปแบบ ดังนี้
- Double Bottom
- Double Top
- Triple Bottom
- Triple Top
- Inverted Head and Shoulders
- Head and Shoulders
- Falling Wedge
- Rising Wedge
- Rounding Bottom
- Rounding Top
- Bump and Run Bottom
- Bump and Run Reversal
- Ascending Triangle
- Descending Triangle
- Bullish Symmetrical Triangle
- Bearish Symmetrical Triangle
- Bullish Flag
- Bearish Flag
อย่างไรก็ตาม การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง และเทรดเดอร์ที่ดีไม่ควรเชื่อสัญญาณเทรดจากเทคนิคใดเทคนิคหนึ่ง แต่ควรใช้เครื่องมือ หรือเทคนิคอื่น ๆ วิเคราะห์ร่วมด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการเทรดของคุณ
⚠️ คำเตือนความเสี่ยง: การซื้อขายสัญญาส่วนต่าง (CFD), ผลิตภัณฑ์ฟอเร็กซ์ (Forex) และสินทรัพย์ที่มีอัตราทด (Leverage) มีความเสี่ยงสูงต่อเงินทุนของคุณ ราคาของสินทรัพย์อาจมีความผันผวนอย่างรุนแรงและอาจทำให้คุณสูญเสียเงินลงทุนมากกว่าเงินฝากเริ่มต้น ผลตอบแทนในอดีตมิได้เป็นสิ่งบ่งชี้ถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
เนื้อหาบนเว็บไซต์ Gotradehere จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและการศึกษาทางเทคนิคเท่านั้น มิได้ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน คำแนะนำด้านการลงทุน หรือการชักชวนให้ซื้อขายหลักทรัพย์หรือสินทรัพย์ดิจิทัลใด ๆ ทั้งสิ้น เทรดเดอร์และนักลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบ ประเมินระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และปรึกษาที่ปรึกษาทางการเงินที่ได้รับอนุญาตก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
เนื้อหาบางส่วนในบทความนี้อาจได้รับการสนับสนุนข้อมูลหรือการประมวลผลโดยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายใต้การควบคุม ตรวจสอบความถูกต้อง และเรียบเรียงโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญของ Gotradehere
















