Table of Contents
Table of Contents

Stochastic Oscillator คืออะไร? ตัวช่วยให้เทรดเป็นเรื่องง่าย

Stochastic Oscillator คืออะไร? ตัวช่วยให้เทรดเป็นเรื่องง่าย

stochastic oscillator คือ อินดิเคเตอร์วัดแนวโน้มและโมเมนตัมของราคา ที่ช่วยหาจังหวะซื้อขายได้ง่ายขึ้น พร้อมสรุปวิธีอ่านค่าและการใช้งานจริงแบบเข้าใจง่ายในบทความนี้ครับ

Stochastic Oscillator เป็นอีกหนึ่งอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคที่เทรดเดอร์นิยมใช้กัน เพราะมีจุดเด่นในเรื่องด้านการใช้งานที่ง่าย, ไม่ซับซ้อน และยังช่วยประเมินจังหวะเข้าออกออเดอร์ได้อีกด้วย โดยในบทความนี้ทีมงาน Gotradehere จะพาทุกท่านไปรู้จักกับอินดิเคเตอร์ Stochastic Oscillator ตั้งแต่วิธีอ่านค่า หลักการทำงาน ไปจนถึงตัวอย่างการใช้งานเบื้องต้น เพื่อช่วยให้เทรดเดอร์สามารถวิเคราะห์ตลาดและเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ


หมายเหตุ: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ของสินทรัพย์อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน โดยบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลสำหรับการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่การชี้แนะหรือแนะนำลงทุนครับ


Stochastic Oscillator (STO) คือ อินดิเคเตอร์ประเภทโมเมนตัม (Momentum Indicator) ที่ช่วยให้เทรดเดอร์วิเคราะห์การเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์ โดยใช้การเปรียบเทียบราคาปัจจุบันกับกรอบราคาสูงสุดและต่ำสุดในช่วงเวลาที่กำหนด ซึ่งมีลักษณะการทำงานคล้ายกับ RSI Indicator และประกอบด้วยเส้นหลัก 2 เส้น ที่มีค่าระหว่าง 0-100

นอกจากนี้ อินดิเคเตอร์นี้ยังสามารถใช้วิเคราะห์สภาวะการซื้อมากเกินไป (Overbought) และการขายมากเกินไป (Oversold) ช่วยให้เทรดเดอร์สังเกตจังหวะกลับตัวของราคา หรือใช้ประกอบการวิเคราะห์จุดเข้าออกออเดอร์ได้ครับ


องค์ประกอบของ Stochastic Oscillator
Stochastic Oscillator คืออะไร? ตัวช่วยให้เทรดเป็นเรื่องง่าย 10

อินดิเคเตอร์ Stochastic Oscillator ประกอบด้วยเส้นหลัก 2 เส้น ซึ่งใช้สำหรับวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์และช่วยหาจังหวะเข้าออกออเดอร์ ได้แก่

  • เส้น %K เป็นเส้นหลักที่ใช้แสดงการเคลื่อนไหวของราคาในปัจจุบัน โดยมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของราคา ทำให้เส้นมีการเคลื่อนไหวค่อนข้างรวดเร็ว จึงมักถูกเรียกว่า ‘เส้นเร็ว’ (Fast Line)
  • เส้น %D เป็นเส้นค่าเฉลี่ยของ %K ที่ช่วยกรองสัญญาณรบกวน ทำให้เทรดเดอร์สามารถมองเห็นแนวโน้มและสัญญาณซื้อ-ขายได้ชัดเจนมากขึ้น จึงมักถูกเรียกว่า ‘เส้นช้า’ (Slow Line)


ในการใช้งานอินดิเคเตอร์ Stochastic Oscillator เทรดเดอร์ไม่จำเป็นต้องคำนวณค่าด้วยตัวเอง เนื่องจากแพลตฟอร์มเทรดส่วนใหญ่มีการคำนวณให้อัตโนมัติอยู่แล้ว แต่ในบทความนี้ทางทีมงาน Gotradehere จะพาไปดูวิธีคำนวณเพื่อช่วยให้เข้าใจหลักการทำงานของอินดิเคเตอร์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้นครับ

โดยเราจะเริ่มจากเส้น %K ซึ่งเป็นเส้นหลักที่ใช้สะท้อนการเคลื่อนไหวของราคาปิดล่าสุด เมื่อเทียบกับกรอบราคาสูงสุดและต่ำสุดในช่วงเวลาที่กำหนด มีสูตรการคำนวณ ดังนี้

%K = (Current Close – Lowest Low) / (Highest High – Lowest Low) X 100

เมื่อแทนค่าด้วย

  • %K = ค่าของเส้น Stochastic %K
  • Current Close = ราคาปิดล่าสุด
  • Lowest Low = ราคาต่ำสุดในช่วงเวลาที่กำหนด
  • Highest High = ราคาสูงสุดในช่วงเวลาที่กำหนด

ต่อมาคือเส้น %D ซึ่งเป็นเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (SMA) ของเส้น %K โดยมักใช้ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ช่วงเวลา เพื่อช่วยลดสัญญาณรบกวนและทำให้มองเห็นแนวโน้มได้ชัดเจนมากขึ้น

%D = 3-day SMA of %K

แม้ว่า Stochastic Oscillator จะมีสูตรคำนวณที่ไม่ซับซ้อน แต่สิ่งสำคัญคือการอ่านค่าและตีความสัญญาณให้เหมาะสม ซึ่งในหัวข้อถัดไปเราจะพาไปดูวิธีอ่านค่า Stochastic Oscillator แบบเข้าใจง่ายกันครับ


วิธีการตั้งค่า Stochastic Oscillator
Stochastic Oscillator คืออะไร? ตัวช่วยให้เทรดเป็นเรื่องง่าย 11

โดยปกติแล้วการตั้งค่าเริ่มต้นของ Stochastic Oscillator บน TradingView และ MT5 จะอยู่ที่ 14, 1, 3 ซึ่งประกอบด้วยค่า %K Length, %K Smoothing และ %D Smoothing โดยค่าพื้นฐานนี้ค่อนข้างดูสัญญาณยาก เทรดเดอร์หลายคนจึงมักปรับค่าอินดิเคเตอร์ให้เหมาะกับสไตล์การเทรดของตัวเอง จนเกิดเป็นค่าที่นิยมใช้งานในแต่ละรูปแบบการเทรด ดังนี้

  • การเทรดระยะสั้น (Scalping) มักนิยมตั้งค่า Stochastic Oscillator อยู่ที่ 5,3,3 เพื่อให้สัญญาณตอบสนองเร็ว เหมาะกับการเก็งกำไรระยะสั้น แต่มีโอกาสเกิดสัญญาณหลอกได้มากขึ้นเช่นกันครับ
  • การเทรดระยะกลาง (Day Trade) มักนิยมตั้งค่า Stochastic Oscillator อยู่ที่ 14,3,3 หรือ 21,7,7 ซึ่งถือว่าเป็นค่าที่สมดุลระหว่างความไวในการให้สัญญาณและการลดการเกิดสัญญาณหลอกเพียงเล็กน้อย เหมาะกับการเทรดทั่วไปครับ
  • การเทรดระยะยาว (Swing Trade) มักนิยมตั้งค่า Stochastic Oscillator อยู่ที่ 21,14,14 เพื่อช่วยลดสัญญาณหลอกมากขึ้น และเหมาะกับการดูแนวโน้มในกรอบเวลาที่ยาวขึ้นได้ชัดเจนกว่าเดิม


ทั้งนี้ ไม่มีค่าการตั้งค่าใดที่ดีที่สุด เทรดเดอร์ควรเลือกปรับค่าให้เหมาะกับสินทรัพย์, ช่วงเวลา และสไตล์การเทรดของตัวเอง เพื่อให้สามารถใช้งาน Stochastic Oscillator ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ

🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere: ค่า %K Smoothing เป็นค่าที่ใช้ปรับความเรียบของเส้น %K โดยหากตั้งค่าน้อย เส้น %K จะตอบสนองต่อราคาได้เร็ว ทำให้เกิดสัญญาณตัดกันบ่อยและเหมาะกับการเทรดระยะสั้น แต่หากตั้งค่ามากขึ้น เส้น %K จะมีความนิ่งและเรียบมากขึ้น ช่วยลดสัญญาณหลอกได้ แต่อาจจะให้สัญญาณช้าลง

ขณะที่ค่า %D Smoothing เป็นค่าที่ใช้คำนวณเส้นค่าเฉลี่ย %D ซึ่งหากตั้งค่าน้อย เส้น %D จะตอบสนองต่อราคาได้เร็วขึ้น แต่หากตั้งค่ามาก เส้น %D จะเคลื่อนไหวช้าลง เพื่อช่วยกรองสัญญาณรบกวนและทำให้ภาพรวมของแนวโน้มชัดเจนมากขึ้นครับ


  • ใช้งานง่าย และไม่ซับซ้อน
  • ช่วยหาจังหวะเข้าออกออเดอร์จากการตัดกันของเส้น %K และ %D
  • ช่วยวิเคราะห์โมเมนตัม, แนวโน้ม และสัญญาณกลับตัวของราคาผ่านสภาวะ Overbought / Oversold รวมถึงสัญญาณ Divergence
  • นำไปประยุกต์ใช้ได้กับสินทรัพย์หลากหลายประเภท
  • สามารถใช้งานร่วมกับอินดิเคเตอร์หรือเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคอื่น ๆ เพื่อช่วยยืนยันสัญญาณได้
  • อาจให้สัญญาณช้ากว่าอินดิเคเตอร์บางประเภท
  • มีโอกาสเกิดสัญญาณหลอกได้ โดยเฉพาะในช่วงตลาด Sideway หรือช่วงที่ราคาผันผวนสูง
  • ไม่ควรใช้เพียงอินดิเคเตอร์เดียวในการตัดสินใจเทรด เนื่องจากอินดิเคเตอร์อาจให้สัญญาณคลาดเคลื่อนได้ในบางสภาวะตลาด ควรใช้ร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์อื่นเพื่อเพิ่มความแม่นยำ


Stochastic Oscillator เป็นอินดิเคเตอร์ที่ช่วยวัดโมเมนตัมของราคา เพื่อให้เทรดเดอร์สามารถประเมินแนวโน้มและหาจังหวะเข้าออกออเดอร์ได้ง่ายขึ้น โดยอินดิเคเตอร์ตัวนี้สามารถให้สัญญาณสำคัญได้หลายรูปแบบ ได้แก่ สัญญาณ Overbought & Oversold, สัญญาณ Divergence และสัญญาณจากการตัดกันของเส้น %K และ %D ซึ่งแต่ละสัญญาณสามารถนำไปใช้วิเคราะห์แนวโน้มและเพิ่มโอกาสในการทำกำไรได้แตกต่างกันครับ

Stochastic Oscillator บอก Overbought/Oversold และแนวโน้มราคา

เทรดเดอร์สามารถใช้ Stochastic Oscillator เพื่อช่วยวิเคราะห์โมเมนตัม, แนวโน้มระยะสั้น และหาจังหวะเข้าออกออเดอร์ ผ่านการดูการตัดกันของเส้น %K และ %D ร่วมกับสภาวะ Overbought และ Oversold ได้ ดังนี้

  • เมื่อเส้น %K ตัดขึ้นเหนือเส้น %D ในบริเวณ Oversold (ต่ำกว่า 20) อาจเป็นสัญญาณว่าแรงขายเริ่มอ่อนตัวลง และราคามีโอกาสปรับตัวขึ้น เทรดเดอร์สามารถพิจารณาเปิดออเดอร์ Buy ได้ครับ
  • เมื่อเส้น %K ตัดลงใต้เส้น %D ในบริเวณ Overbought (สูงกว่า 80) อาจเป็นสัญญาณว่าแรงซื้อเริ่มอ่อนตัวลง และราคามีโอกาสปรับตัวลดลง เทรดเดอร์สามารถพิจารณาเปิดออเดอร์ Sell ได้ครับ


นอกจากนี้ หากเส้น %K เคลื่อนตัวอยู่เหนือเส้น %D ต่อเนื่อง มักสะท้อนถึงโมเมนตัมขาขึ้น ขณะที่หากเส้น %K เคลื่อนตัวต่ำกว่าเส้น %D ต่อเนื่อง มักสะท้อนถึงโมเมนตัมขาลงในระยะสั้น

Stochastic Oscillator บอก Overbought/Oversold และแนวโน้มราคา
Stochastic Oscillator คืออะไร? ตัวช่วยให้เทรดเป็นเรื่องง่าย 12


Stochastic Oscillator บอกสัญญาณ Divergence

นอกจากการใช้ Stochastic Oscillator เพื่อดูสภาวะ Overbought/Oversold และแนวโน้มราคาแล้ว เทรดเดอร์ยังสามารถใช้วิเคราะห์โอกาสการกลับตัวของราคา ผ่านสัญญาณ Divergence ได้จากการสังเกตทิศทางของราคาและค่า %K ดังนี้

  • หากราคาทำ Higher High แต่ค่า %K กลับปรับตัวลดลงหรือไม่สามารถทำจุดสูงใหม่ได้ อาจสะท้อนว่าแรงซื้อเริ่มอ่อนตัวลง และมีโอกาสที่ราคาจะกลับตัวเป็นขาลง ซึ่งเรียกสัญญาณนี้ว่า Bearish Divergence
  • หากราคาทำ Lower Low แต่ค่า %K กลับปรับตัวสูงขึ้นหรือไม่ทำจุดต่ำใหม่ อาจสะท้อนว่าแรงขายเริ่มอ่อนตัวลง และมีโอกาสที่ราคาจะกลับตัวเป็นขาขึ้น ซึ่งเรียกสัญญาณนี้ว่า Bullish Divergence


Stochastic Oscillator บอกสัญญาณ Divergence
Stochastic Oscillator คืออะไร? ตัวช่วยให้เทรดเป็นเรื่องง่าย 13


Stochastic Oscillator ควรใช้ร่วมกับอินดิเคเตอร์อื่นเพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรและลดโอกาสเกิดสัญญาณหลอก เนื่องจากอินดิเคเตอร์ประเภทนี้ตอบสนองต่อราคาได้ค่อนข้างเร็ว จึงอาจให้สัญญาณหลอกได้ในบางช่วงที่ตลาดผันผวน

ดังนั้น การใช้ร่วมกับอินดิเคเตอร์ตัวอื่นจะช่วยยืนยันแนวโน้ม, โมเมนตัม และจังหวะเข้าออกออเดอร์ได้ชัดเจนมากขึ้น โดยในบทความนี้ทางทีมงานจะยกตัวอย่างการใช้งานร่วมกับ Moving Average เพื่อให้เทรดเดอร์เข้าใจมากยิ่งขึ้นครับ

Stochastic Oscillator ใช้ร่วมกับ Moving Average

Moving Average (MA) เป็นอินดิเคเตอร์ที่ใช้วิเคราะห์แนวโน้มของราคา เทรดเดอร์สามารถใช้ร่วมกับ Stochastic Oscillator เพื่อช่วยยืนยันแนวโน้มและกรองสัญญาณหลอก โดยสามารถนำมาวิเคราะห์ร่วมได้ ดังนี้

  • หากราคาเคลื่อนตัวอยู่เหนือเส้น Moving Average และ Stochastic Oscillator เกิดสัญญาณตัดขึ้นของเส้น %K เหนือเส้น %D ในบริเวณ Oversold อาจช่วยยืนยันแนวโน้มขาขึ้น เทรดเดอร์สามารถพิจารณาเปิดออเดอร์ Buy ได้ครับ
  • หากราคาเคลื่อนตัวอยู่ต่ำกว่าเส้น Moving Average และ Stochastic Oscillator เกิดสัญญาณตัดลงของเส้น %K ต่ำกว่าเส้น %D ในบริเวณ Overbought อาจช่วยยืนยันแนวโน้มขาลง เทรดเดอร์สามารถพิจารณาเปิดออเดอร์ Sell ได้ครับ


Stochastic Oscillator ใช้ร่วมกับ Moving Average
Stochastic Oscillator คืออะไร? ตัวช่วยให้เทรดเป็นเรื่องง่าย 14

จากภาพตัวอย่างเทรดเดอร์จะเห็นได้ว่าราคาเคลื่อนตัวอยู่ต่ำกว่าเส้น Moving Average ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มขาลง ขณะเดียวกัน Stochastic Oscillator เคลื่อนตัวเข้าสู่บริเวณ Overbought และเส้น %K ตัดลงต่ำกว่าเส้น %D (วงกลมสีแดง) ก่อนที่ราคาจะปรับตัวลดลงต่อเนื่องตามลูกศรที่แสดงบนกราฟ

ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นการใช้ MA เพื่อช่วยยืนยันแนวโน้มหลัก และใช้ Stochastic Oscillator เพื่อหาจังหวะเข้าออเดอร์ Sell ตามเทรนด์ครับ

ดังนั้น การใช้ Stochastic Oscillator ร่วมกับ Moving Average จะช่วยให้เทรดเดอร์เห็นทั้งโมเมนตัมระยะสั้นและแนวโน้มหลักของราคาได้ชัดเจนมากขึ้น รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงจากสัญญาณหลอกก่อนเข้าออเดอร์ด้วยครับ

🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere: เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากข้อจำกัดการใช้งาน Stochastic Oscillator ควรใช้งานร่วมกับอินดิเคเตอร์หรือเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคอื่น ๆ ประกอบกัน โดยเราได้รวบรวมคู่มืออินดิเคเตอร์กว่า 10 ชนิด เพื่อใช้เป็นแนวทางศึกษาเพิ่มเติมในบทความด้านล่างนี้ครับ


เทรดเดอร์สามารถใช้งาน Stochastic Oscillator ใน TradingView ได้ทั้งบนเว็บไซต์และแอปพลิเคชันมือถือ โดยทีมงาน Gotradehere ได้รวบรวมวิธีเรียกใช้งาน Stochastic Oscillator ทั้ง 2 ช่องทางไว้ให้ ดังนี้

การใช้งาน Stochastic Oscillator ใน TradingView บนเว็บไซต์
Stochastic Oscillator คืออะไร? ตัวช่วยให้เทรดเป็นเรื่องง่าย 15

การใช้งาน Stochastic Oscillator ใน TradingView บนเว็บไซต์

สามารถเพิ่มอินดิเคเตอร์ได้โดยไปที่เมนู Indicators แล้วค้นหาคำว่า Stochastic จะมีให้เลือกทั้งของ TradingView เอง และของเทรดเดอร์รายอื่นที่สร้างขึ้นมา ซึ่งสามารถเลือกใช้งานได้ตามสไตล์การวิเคราะห์ของตัวเองครับ

การใช้งาน Stochastic Oscillator ใน TradingView บน Mobile
Stochastic Oscillator คืออะไร? ตัวช่วยให้เทรดเป็นเรื่องง่าย 16

การใช้งาน Stochastic Oscillator ใน TradingView บน Mobile

สามารถเข้าไปที่เมนู Indicators แล้วค้นหาคำว่า Stochastic ได้เช่นเดียวกัน โดยมีให้เลือกใช้งานหลากหลายรูปแบบตามแผนการลงทุน


Stochastic Oscillator ใน MT5 ใช้งานได้ทั้งบนเดสก์ท็อปและแอปพลิเคชันมือถือ โดยทีมงาน Gotradehere ได้รวบรวมวิธีเรียกใช้งาน Stochastic Oscillator ทั้ง 2 ช่องทางไว้ให้ ดังนี้

การใช้งาน Stochastic Oscillator ใน MT5 บนเดสก์ท็อป
Stochastic Oscillator คืออะไร? ตัวช่วยให้เทรดเป็นเรื่องง่าย 17

การใช้งาน Stochastic Oscillator ใน MT5 บนเดสก์ท็อป

สามารถเพิ่มอินดิเคเตอร์ได้โดยไปที่เมนู Insert เลือก Indicators จากนั้นเลือก Oscillators และคลิก Stochastic Oscillator โดยเทรดเดอร์สามารถตั้งค่าตามสไตล์การวิเคราะห์ของตัวเองได้ครับ

การใช้งาน Stochastic Oscillator ใน MT5 บน Mobile
Stochastic Oscillator คืออะไร? ตัวช่วยให้เทรดเป็นเรื่องง่าย 18

การใช้งาน Stochastic Oscillator ใน MT5 บน Mobile

สามารถเข้าไปที่เมนู Indicators จากนั้นเลือกหมวด Oscillator และเลือก Stochastic Oscillator ได้เช่นเดียวกัน โดยสามารถตั้งค่าได้ตามแผนการลงทุนและสไตล์การเทรดของตัวเองครับ


Stochastic Oscillator ดูยังไง?

เทรดเดอร์สามารถอ่านค่าตัวเลข Stochastic Oscillator ผ่านเส้น %K ตั้งแต่ 0-100 โดยทั่วไป หากค่า %K อยู่เหนือระดับ 80 หมายถึง สภาวะตลาดมีการซื้อมากเกินไปมีแนวโน้มที่แรงซื้อเริ่มชะลอตัวลง และเมื่อค่า %K น้อยกว่า 20 หมายถึง สภาวะตลาดมีการขายมากเกินไปซึ่งมีแนวโน้มที่แรงขายเริ่มอ่อนตัวลง

RSI ต่างจาก Stochastic อย่างไร?

RSI และ Stochastic เป็นอินดิเคเตอร์ประเภทโมเมนตัมเหมือนกันและสามารถแสดงสภาวะ Overbought และ Oversold ได้เหมือนกัน แต่มีจุดแตกต่างกันที่การอ่านค่าตัวเลขที่ไม่เหมือนกันครับ

Stochastic RSI คืออะไร?

คือ เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ผสมผสานระหว่างอินดิเคเตอร์ 2 ชนิด คือ Stochastic Oscillator และ Relative Strength Index (RSI) โดยมีค่าตั้งแต่ 0-1 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ของอินดิเคเตอร์ให้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น

Stochastic Oscillator (STO) คือ อินดิเคเตอร์ทางเทคนิคที่ใช้วัดโมเมนตัมและการแกว่งตัวของราคา เพื่อช่วยวิเคราะห์แนวโน้มและหาจุดกลับตัวของราคา โดยช่วยหาจังหวะเข้าออกออเดอร์ได้ค่อนข้างรวดเร็ว และเหมาะสำหรับการเทรดระยะสั้น

Stochastic Oscillator ประกอบด้วยเส้นสำคัญ 2 เส้น ได้แก่ %K และ %D ซึ่งใช้สำหรับวิเคราะห์สภาวะ Overbought/Oversold รวมถึงสัญญาณการกลับตัวของราคา

โดยสามารถนำมาใช้วิเคราะห์ในการเทรดได้ ดังนี้

  • การใช้ Stochastic Oscillator เพื่อดูสภาวะ Overbought และ Oversold รวมถึงหาจังหวะเข้าออกออเดอร์จากการตัดกันของเส้น %K และ %D
  • การใช้ Stochastic Oscillator เพื่อหาสัญญาณ Divergence

อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก Stochastic Oscillator เป็นอินดิเคเตอร์ที่ตอบสนองต่อราคาได้ค่อนข้างเร็ว จึงอาจเกิดสัญญาณหลอกได้ในบางช่วงที่ตลาดมีความผันผวน ดังนั้น เทรดเดอร์ควรใช้งานร่วมกับอินดิเคเตอร์ตัวอื่น รวมถึงศึกษาปัจจัยพื้นฐานของสินทรัพย์เพิ่มเติม เพื่อช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์และลดความเสี่ยงในการเทรด

ทั้งนี้ ข้อมูลในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นคำแนะนำในการลงทุน ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาความเสี่ยงอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ


อ่านบทความเพิ่มเติม: Knowledge

อ่านรีวิวโบรกเกอร์อื่น ๆ ได้ที่: Review Broker

Table of Contents
TOP FOREX BROKERS
1
5/5

IUX

5/5
2
3/5
IC Markets
IC Markets-top-forex-brokers
IC Markets
4/5
3
4/5
FXGT.com
FXGT.com
4/5
4
3/5
Hantec Markets
Hantec Markets
3/5
5
4/5
Eightcap
Eightcap
3/5

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

– Advertisement –

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

FOLLOW US
บทความที่เกี่ยวข้อง

– Advertisement –