Table of Contents
Table of Contents

Free Float คืออะไร? สอนวิธีดูสัดส่วนหุ้นก่อนเลือกลงทุน

Free Float คืออะไร สัดส่วนหุ้นรายย่อยที่หมุนเวียนในตลาด

Free Float (ฟรีโฟลต) คือ สัดส่วนของหุ้นทั้งหมดของบริษัทที่ไม่ได้ถูกถือครองโดยผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือกลุ่มผู้บริหาร ซึ่งหมายถึงจำนวนหุ้นที่กระจายอยู่ในมือของผู้ถือหุ้นรายย่อยและสามารถซื้อขายหมุนเวียนในตลาดหลักทรัพย์ได้จริง

การเข้าใจค่า Free Float ถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักลงทุน เพราะเป็นตัวบ่งชี้ถึงสภาพคล่องและความผันผวนของราคาหุ้นในตลาด บทความนี้อธิบายกลไกของหุ้นหมุนเวียน ผลกระทบต่อการเทรด และวิธีคัดกรองหุ้นเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการถูกควบคุมราคาครับ

Free Float คืออะไร?

Free Float คือ ปริมาณหุ้นที่หมุนเวียนอยู่ในตลาดและพร้อมให้รายย่อยซื้อขายได้จริง โดยไม่นับรวมหุ้นที่ถือโดยกลุ่มผู้บริหารหรือพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่มักจะถือลงทุนระยะยาว

กลไกการนับหุ้นที่หมุนเวียนในตลาดจริง ๆ

ในโครงสร้างบริษัทจดทะเบียน มักจะมีกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ (Strategic Shareholder) เช่น เจ้าของเดิม ครอบครัวผู้ก่อตั้ง หรือบริษัทแม่ ที่ถือครองหุ้นเป็นจำนวนมากเพื่ออำนาจในการบริหารและไม่ได้ตั้งใจจะนำมาขายในกระดานเทรดปกติ เมื่อเรานำหุ้นทั้งหมดของบริษัทมาหักลบด้วยหุ้นในส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่เหล่านี้ออกไป จำนวนหุ้นที่เหลืออยู่บนกระดานที่ให้นักลงทุนรายย่อยซื้อขายเปลี่ยนมือกันนั่นแหละครับที่เรียกว่า Free Float

เกณฑ์ขั้นต่ำของตลาดหลักทรัพย์ที่ต้องรู้

เพื่อให้ตลาดมีสภาพคล่องและป้องกันการผูกขาดราคา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้กำหนดเกณฑ์เกี่ยวกับการกระจายหุ้น โดยบริษัทจดทะเบียนจะต้องรักษาสัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) ให้ไม่น้อยกว่า 15% ของทุนชำระแล้ว หากบริษัทใดมีสัดส่วนต่ำกว่านี้ก็อาจถูกดำเนินการตามขั้นตอนของตลาดหลักทรัพย์ต่อไป

ทำไม Free Float ถึงสำคัญสำหรับนักลงทุน?

สัดส่วน Free Float เป็นตัวกำหนดว่าหุ้นตัวนั้นจะซื้อขายง่ายหรือยาก และราคาจะแกว่งตัวแรงแค่ไหนเมื่อมีปัจจัยมากระทบ

ผลกระทบต่อสภาพคล่องในการซื้อขาย (Liquidity)

หุ้นที่มี Free Float สูง หมายความว่ามีจำนวนหุ้นหมุนเวียนในตลาดมาก ส่งผลให้มีปริมาณการเสนอซื้อ (Bid) และเสนอขาย (Offer) ที่หนาแน่น นักลงทุนสามารถซื้อหรือขายหุ้นในปริมาณมาก ๆ ได้ทันทีโดยที่ไม่ทำให้ราคาหุ้นบนกระดานเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ซึ่งถือเป็น [[สภาพคล่องในการลงทุน]][suggest] ที่ดี

ผลกระทบต่อความผันผวนของราคาหุ้น (Volatility)

ในทางตรงกันข้าม หากหุ้นมี Free Float ต่ำ จำนวนหุ้นที่หมุนเวียนในตลาดจะมีน้อยมาก เมื่อมีข่าวดีหรือข่าวร้ายเข้ามากระทบ เพียงแค่มีแรงซื้อหรือแรงขายเข้ามาในปริมาณไม่มากนัก ก็สามารถทำให้ราคาหุ้นพุ่งทะยานหรือร่วงลงอย่างรุนแรงได้ทันที

เปรียบเทียบผลกระทบของหุ้นที่มี Free Float สูง vs ต่ำ

ปัจจัยที่พิจารณาหุ้น Free Float ต่ำ (ระดับที่ใกล้เคียงหรือต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 15% ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนด) หุ้น Free Float สูง (ระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไปของหุ้นที่มีสภาพคล่องดีในตลาด) 
สภาพคล่อง (Liquidity)ต่ำ (ซื้อขายยาก อาจต้องรอคิวนาน)สูง (ซื้อขายง่าย จับคู่คำสั่งได้ไว)
ความผันผวน (Volatility)สูงมาก (ราคากระโดดหรือร่วงแรงได้ง่าย)ต่ำถึงปานกลาง (ราคามักเคลื่อนไหวตามพื้นฐาน)
โอกาสถูกปั่นราคา (Cornering)สูงมาก (ใช้เงินทุนไม่มากก็ดันราคาได้)ต่ำ (ต้องใช้เงินทุนมหาศาลในการควบคุมราคา)
เหมาะกับนักลงทุนสายเก็งกำไรที่รับความเสี่ยงสูงมากได้นักลงทุนระยะยาวและสายเน้นคุณค่า (VI)

ข้อควรระวังเมื่อดูสัดส่วน Free Float

การเลือกลงทุนโดยไม่พิจารณาสัดส่วนการกระจายหุ้น อาจทำให้นักลงทุนเผชิญกับความเสี่ยงจากการถูกปั่นราคา หรือติดอยู่ในหุ้นที่ไม่มีสภาพคล่องจนขายไม่ออก

ความเสี่ยงจากหุ้นสภาพคล่องต่ำและโอกาสถูกปั่นราคา (Cornering)

หุ้นที่มี Free Float ต่ำมาก ๆ มักตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มคนที่มีเงินทุนหนาในการทำ “Cornering the market” หรือการปั่นราคา โดยกลุ่มทุนเหล่านี้จะกว้านซื้อหุ้นที่หมุนเวียนอยู่น้อยนิดนั้นเก็บไว้จนหมด ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนหุ้นในตลาด (Supply shortage) จากนั้นก็ดันราคาให้สูงขึ้นเกินกว่ามูลค่าพื้นฐานไปมาก เมื่อนักลงทุนรายย่อยแห่เข้าไปซื้อตาม กลุ่มทุนก็จะเทขายทำกำไร ทำให้ราคาร่วงลงมาอย่างรวดเร็ว

ข้อจำกัดเมื่อหุ้นมีสัดส่วนรายย่อยถือเยอะเกินไป

แม้สภาพคล่องสูงจะดี แต่หากหุ้นมี Free Float สูงเกินไป (เช่น 80-90%) อาจสะท้อนว่าผู้ถือหุ้นใหญ่หรือเจ้าของเดิมได้เทขายหุ้นทิ้งไปเกือบหมดแล้ว ซึ่งมักจะส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่น เพราะแปลว่ากลุ่มผู้บริหารอาจไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับทิศทางของบริษัทอีกต่อไป นอกจากนี้ เมื่อขาดผู้ถือหุ้นใหญ่คอยพยุงราคาหรือกำหนดทิศทาง ราคาหุ้นก็มักจะเติบโตได้ยากในระยะยาว


คำถามที่พบบ่อย

Free Float ต่ำมีผลกับนักลงทุนยังไง?

Free Float ที่ต่ำทำให้หุ้นตัวนั้นมีสภาพคล่องน้อยและมีความผันผวนสูงมาก ราคาหุ้นสามารถถูกขับเคลื่อนด้วยแรงซื้อขายเพียงเล็กน้อย ส่งผลให้มีโอกาสถูกนักลงทุนรายใหญ่ควบคุมหรือปั่นราคาได้ง่าย หากคุณเข้าไปเก็งกำไรอาจเผชิญความเสี่ยงที่ขายหุ้นออกไม่ได้เมื่อต้องการ

สัดส่วน Free Float ที่ดีควรอยู่ที่เท่าไหร่?

ไม่มีตัวเลขที่ตายตัวหรือเกณฑ์ทางการกำหนดไว้ แต่จากมุมมองเชิงปฏิบัติของนักลงทุนส่วนใหญ่ในตลาด สัดส่วนที่มักถูกมองว่าสะท้อนสภาพคล่องที่ดีจะอยู่ในระดับปานกลางถึงสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 15% ของ SET อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ เช่น ขนาดของมูลค่าตลาด (Market Cap) และปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันประกอบด้วยเสมอ 

หุ้นที่มี Free Float ต่ำ เสี่ยงถูกเพิกถอนจากตลาดหรือไม่?

ใช่ครับ หากบริษัทจดทะเบียนมีสัดส่วน Free Float ต่ำกว่าเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนด (ปัจจุบันคือ 15%) และไม่สามารถแก้ไขให้กลับมาอยู่ในเกณฑ์ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด บริษัทอาจถูกขึ้นเครื่องหมายเตือน และอาจนำไปสู่การพิจารณาเพิกถอนหุ้นออกจากตลาดหลักทรัพย์ได้

Free Float คืออะไร?

สรุปง่าย ๆ คือ จำนวนหุ้นของบริษัทที่ไม่ได้อยู่ในมือของผู้ถือหุ้นใหญ่หรือกลุ่มผู้บริหารระดับสูง และเปิดให้นักลงทุนรายย่อยทั่วไปสามารถซื้อขายเปลี่ยนมือกันได้อย่างอิสระบนกระดานของตลาดหลักทรัพย์


สรุปความสำคัญของการใช้ Free Float คัดกรองหุ้น

การตรวจสอบค่า Free Float ถือเป็นด่านแรกที่ช่วยให้เรารู้ว่าหุ้นตัวนั้นมีสภาพคล่องเพียงพอ และมีความเสี่ยงต่อการถูกปั่นราคามากน้อยเพียงใด หากคุณเป็นนักลงทุนที่เน้นความปลอดภัยและต้องการซื้อขายได้สะดวก ควรหลีกเลี่ยงหุ้นที่มีการกระจายให้รายย่อยต่ำเกินไปครับ

สำหรับมือใหม่ที่ต้องการศึกษาแนวทางการหาบริษัทที่น่าสนใจเพิ่มเติม สามารถดูข้อมูลได้ที่ หุ้นไทยน่าลงทุน

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำโดยทีมงาน Gotradehere โดยมีการใช้เครื่องมือ AI ช่วยในการค้นคว้าและเรียบเรียงเนื้อหา และผ่านการตรวจทานจากผู้เชี่ยวชาญก่อนเผยแพร่ 


อ่านบทความเพิ่มเติม: Knowledge

อ่านรีวิวโบรกเกอร์อื่น ๆ ได้ที่: Review Broker

Table of Contents
TOP FOREX BROKERS
1
5/5

IUX

5/5
2
3/5
IC Markets
IC Markets-top-forex-brokers
IC Markets
4/5
3
4/5
FXGT.com
FXGT.com
4/5
4
3/5
Hantec Markets
Hantec Markets
3/5
5
4/5
Eightcap
Eightcap
3/5

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

– Advertisement –

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

FOLLOW US
บทความที่เกี่ยวข้อง

– Advertisement –