Cup and Handle Pattern คือ รูปแบบกราฟเทคนิคทางราคาสินทรัพย์ที่มีลักษณะคล้าย “ถ้วยและด้ามจับ” จัดอยู่ในกลุ่มรูปแบบการไปต่อของเทรนด์เดิม (Continuation Pattern) ในฝั่งขาขึ้น (Bullish) โดยรูปแบบนี้สะท้อนถึงการพักตัวของราคาชั่วคราว ก่อนที่จะปรับตัวขึ้นต่อตามแรงซื้อที่เข้ามาสะสมครับ
รูปแบบนี้ได้รับการคิดค้นและทำให้เป็นที่นิยมโดย William J. O’Neil นักลงทุนระดับตำนานและผู้ก่อตั้ง Investor’s Business Daily การเข้าใจกลไกของรูปแบบนี้จะช่วยให้นักเทรดสามารถหาจังหวะการทำกำไร (Take Profit) และวางแผนจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ตามโครงสร้างราคาได้อย่างมีระบบครับ
หมายเหตุ: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลสำหรับการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่การชี้แนะหรือแนะนำลงทุนครับ
Cup and Handle Pattern คืออะไร? โครงสร้างและกลไกราคาที่ควรรู้
Cup and Handle Pattern คือ รูปแบบราคาทางเทคนิคที่เกิดขึ้นเมื่อราคาสินทรัพย์ปรับตัวลดลงชะลอตัวลงจนทำจุดต่ำสุด แล้วค่อย ๆ ฟื้นตัวกลับขึ้นมาจนถึงระดับแนวต้านเดิม ก่อตัวเป็นรูปตัว U ที่เรียกว่า “ตัวถ้วย (Cup)” จากนั้นราคาจะมีการย่อตัวลงสั้น ๆ ในช่วงแคบ ๆ เกิดเป็น “ด้ามจับ (Handle)” ก่อนที่จะเกิดแรงซื้อดันราคาพุ่งทะลุแนวต้าน (Neckline) ขึ้นไปครับ

ส่วนประกอบสำคัญของถ้วย (Cup) และหูจับ (Handle)
โครงสร้างของ Cup and Handle ที่สมบูรณ์ตามหลักวิเคราะห์ทางเทคนิคประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ได้แก่:
- ส่วนตัวถ้วย (Cup): ต้องมีลักษณะโค้งมนคล้ายตัว “U” ซึ่งสะท้อนถึงการปรับฐานอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ควรเป็นรูปตัว “V” ที่แหลมชันเกินไป เนื่องจากรูปตัว U แสดงถึงการสะสมแรงซื้อที่มั่นคงกว่า ความลึกของถ้วยควรอยู่ที่ประมาณ 30% ถึง 50% ของเทรนด์ขาขึ้นก่อนหน้า
- ส่วนด้ามจับ (Handle): เกิดขึ้นหลังจากราคาฟื้นตัวขึ้นมาแตะแนวต้านเดิม แล้วย่อตัวลงพักฐานในทิศทางเฉียงลงหรือแกว่งตัวออกข้าง (Sideway) โดยความลึกของด้ามจับควรอยู่ในช่วงประมาณ 33%–50% ของความลึกถ้วยทั้งหมด หากย่อลึกลงมาเกินกว่าครึ่งถ้วย (50%) จะถือว่ารูปแบบนี้มีโอกาสล้มเหลวสูงครับ
พฤติกรรม Volume ในแต่ละเฟสของการเกิด Cup and Handle
การสังเกตปริมาณการซื้อขาย (Volume) ในแต่ละช่วง ถือเป็นหัวใจสำคัญในการยืนยันความแม่นยำของรูปแบบนี้:
- ช่วงก้นถ้วย: ปริมาณการซื้อขายจะค่อย ๆ แห้งเหือดลง (Volume แห้ง) แสดงถึงแรงขายที่เริ่มหมดไป
- ช่วงขอบถ้วยขวา: ปริมาณการซื้อขายจะเริ่มเพิ่มขึ้นตามแรงซื้อที่ดันราคากลับขึ้นมา
- ช่วงด้ามจับ: ปริมาณการซื้อขายจะลดลงอีกครั้งในขณะที่ราคาย่อตัวพักฐาน
- ช่วง Breakout: ปริมาณการซื้อขายต้องเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น (Volume Spikes) เพื่อยืนยันว่าแรงซื้อเข้ามาหนุนการทะลุแนวต้านอย่างจริงจัง
🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere: ระยะเวลาสะสมกำลังของทรงถ้วยมีผลต่อความแรงของราคาโดยตรง โดยทั่วไปถ้วยที่ใช้เวลาสร้างฐานตั้งแต่ 7 สัปดาห์ไปจนถึงหลายเดือน จะมีโครงสร้างที่แน่นและให้แรงส่งในการพุ่งทะลุแนวต้าน (Breakout) ที่สูงกว่าถ้วยที่เกิดในกรอบเวลาสั้นมากครับ
วิธีวัดเป้าหมายทำกำไรด้วย Cup and Handle Pattern Target
การตั้งเป้าหมายทำกำไร (Target Price) ของ แพทเทิร์นนี้ ใช้เทคนิคการวัดระยะความลึกของถ้วย (Measuring Technique) ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานที่ยอมรับในระดับสากล
สูตรการคำนวณระยะเป้าหมาย (Measuring Technique) จากความลึกถ้วย
สูตรคำนวณระยะเป้าหมายราคาทำได้ง่าย ๆ ดังนี้:
Cup and Handle Pattern Target = ราคาแนวต้าน (Neckline) + ความลึกของถ้วย (Cup Depth)
ความลึกของถ้วย (Cup Depth): คำนวณจาก ราคาขอบถ้วย (Neckline) – ราคาต่ำสุดก้นถ้วย (Cup Bottom)
ตัวอย่างการคำนวณ: หากแนวต้าน Neckline อยู่ที่ $100 และก้นถ้วยต่ำสุดอยู่ที่ $70 ความลึกของถ้วยคือ $30 ($100 – $70) ดังนั้นเป้าหมายทำกำไรขั้นต่ำหลังจาก Breakout ราคา $100 ขึ้นไป จะอยู่ที่ $130 ($100 + $30)
การตั้งจุด Take Profit และ Stop Loss อย่างมีประสิทธิภาพ (Risk-Reward Ratio)
การเทรดด้วยรูปแบบนี้ให้มีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องกำหนดจุดตัดขาดทุนและเป้าหมายทำกำไรที่ชัดเจนเพื่อรักษา Money Management ให้คุ้มค่า:
- จุด Take Profit (TP): ตั้งไว้ที่ระยะเป้าหมายจากการคำนวณความลึกถ้วย หรือแบ่งทำกำไรทีละส่วนตามแนวต้านสำคัญถัดไป
- จุด Stop Loss (SL): ตั้งไว้บริเวณ ใต้จุดต่ำสุดของด้ามจับ (Bottom of Handle) หรือใต้เส้น Neckline เล็กน้อย หากราคาย้อนกลับลงหลุดจุดต่ำสุดของด้ามจับ ให้มองว่าโครงสร้างกราฟนี้ล้มเหลวทันที
เปรียบเทียบความแม่นยำระหว่าง Conservative Target vs Aggressive Target
| รูปแบบเป้าหมายราคา | วิธีคำนวณ | ข้อดี | ข้อควรระวัง |
| Conservative Target (เป้าหมายแบบเซฟ) | วัดความลึกเฉพาะส่วนด้ามจับ (Handle Depth) แล้วบวกเพิ่มจากจุด Breakout | มีอัตราการชนเป้าหมายสูง (Win Rate สูง) ปิดทำกำไรได้ไว | ระยะกำไร (Reward) สั้นกว่า อาจเสียโอกาสทำกำไรคำใหญ่ |
| Aggressive Target (เป้าหมายตามมาตรฐาน) | วัดความลึกของถ้วยทั้งใบ (Full Cup Depth) แล้วบวกเพิ่มจากจุด Breakout | ให้ Risk-Reward Ratio คุ้มค่า รันเทรนด์ทำกำไรได้เต็มคำ | ต้องใช้ระยะเวลาในการรันเทรนด์นานกว่า และอาจเจอย่อตัวระหว่างทาง |
เทคนิคการเข้าเทรด Cup and Handle Pattern ในตลาดจริง
การเข้าเทรดด้วยรูปแบบถ้วยและด้ามจับ สามารถทำได้ 2 รูปแบบหลักตามสไตล์การเทรดและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ครับ:
จุดเข้าซื้อเมื่อเกิด Breakout บริเวณแนวต้าน (Neckline)
- กลยุทธ์: เข้าซื้อทันทีเมื่อราคาปิดแท่งเทียนเหนือเส้นแนวต้าน Neckline พร้อมกับ Volume ที่พุ่งสูงขึ้น
- ข้อดี: ได้ราคาเข้าเทรดเร็ว ไม่ตกขบวนหากราคาพุ่งขึ้นรุนแรงทันที
- ข้อเสีย: เสี่ยงต่อการเจอสัญญาณหลอก (False Breakout) หากแรงซื้อไม่มากพอ
สัญญาณ Pullback และ Re-test เพื่อยืนยันเทรนด์
- กลยุทธ์: รอให้ราคา Breakout ทะลุ Neckline ขึ้นไปก่อน จากนั้นย่อตัวกลับลงมาทดสอบแนวต้านเดิมที่เปลี่ยนเป็นแนวรับ (Re-test) แล้วเกิดแท่งเทียนกลับตัวฝั่งซื้อ Price Action ค่อยกดเข้าซื้อ
- ข้อดี: ปลอดภัยสูง กรองสัญญาณหลอกได้ดี และวางจุด Stop Loss ได้แคบลง
- ข้อเสีย: อาจไม่ได้ไม้ออเดอร์ หากราคาพุ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ โดยไม่ย่อกลับมา Re-test
Inverted Cup and Handle คืออะไร? กราฟรูปถ้วยหงายสำหรับวางกลยุทธ์ฝั่ง Short
Inverted Cup and Handle (ถ้วยคว่ำ) คือ รูปแบบตรงข้ามของ Cup and Handle โดยเป็นรูปแบบการไปต่อของเทรนด์ขาลง (Bearish Continuation Pattern)
- ลักษณะโครงสร้าง: ราคาเกิดการฟื้นตัวแบบถ้วยโค้งคว่ำ (รูปตัว U คว่ำ) แล้วเกิดด้ามจับเด้งขึ้นสั้น ๆ บริเวณแนวรับด้านล่าง
- กลยุทธ์การเทรด: รอให้ราคาหลุดแนวรับ (Support Neckline) ลงมา เพื่อเปิดสถานะ Sell / Short โดยตั้งเป้าหมายราคาด้วยการวัดความลึกถ้วยคว่ำลงไปข้างล่าง และวาง Stop Loss ไว้เหนือจุดสูงสุดของด้ามจับครับ
ข้อควรระวังและสัญญาณหลอก (False Breakout)
แม้ว่ารูปแบบถ้วยและด้ามจับนี้จะมีประสิทธิภาพสูง แต่ในการเทรด Forex หรือหุ้น อาจเกิดกรณีรูปแบบล้มเหลว (Pattern Failure) ได้เช่นกัน
ปัจจัยที่ทำให้รูปแบบถ้วยและด้ามจับล้มเหลว
- ถ้วยเป็นรูปตัว V แหลมเกินไป: แสดงถึงการผันผวนของราคาที่รุนแรงและขาดการสะสมกำลังที่มั่นคง
- ด้ามจับย่อลึกเกินไป: หากด้ามจับย่อตัวลงมาเกิน 50% ของความลึกถ้วย แรงซื้อฝั่งขึ้นถือว่าอ่อนแอลงอย่างมาก
- ไม่มี Volume ยืนยัน: การ Breakout ทะลุแนวต้านแต่ปริมาณซื้อขายเบาบาง มักนำไปสู่ False Breakout ที่ราคาร่วงกลับเข้ามาในกรอบ
- เทรดสวนเทรนด์หลัก: รูปแบบนี้ควรเกิดในสภาวะที่เป็นเทรนด์ขาขึ้นมาก่อน หากเกิดช่วงท้ายเทรนด์ขาลง หรือสภาวะตลาดไม่มีเทรนด์ ความแม่นยำจะลดลงอย่างมาก
การใช้ Indicator ร่วมยืนยัน เช่น RSI และ Volume Profile
เพื่อเพิ่ม Win Rate ในการเข้าเทรด เทรดเดอร์ควรนำเครื่องมืออื่นมาวิเคราะห์ร่วมด้วย:
- RSI Indicator: ควรอยู่ในระดับที่เกิน 50 ในช่วงย่อตัวของด้ามจับ เพื่อยืนยันว่า Momentum ฝั่งซื้อยังคุมตลาดอยู่ และไม่ควรอยู่ในภาวะ Overbought ที่แรงเกินไปจนเสี่ยงปรับฐาน
- Candlestick Pattern: มองหาแท่งเทียนกลับตัวฝั่ง Bullish บริเวณฐานด้ามจับ เช่น Bullish Engulfing หรือ Hammer เพื่อหาจุดเข้าสะสมก่อนเกิด Breakout
คำถามที่พบบ่อย
Cup and Handle Pattern คืออะไร?
แพทเทิร์นนี้เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ช่วยให้เทรดเดอร์มองเห็นโครงสร้างราคาสินทรัพย์ที่มีรูปทรงคล้ายถ้วยและด้ามจับ มักเกิดขึ้นในสภาวะตลาดขาขึ้นเพื่อสะท้อนการพักตัวก่อนราคาจะทะลุแนวต้านพุ่งขึ้นต่อตามเทรนด์เดิมครับ
Cup and Handle Pattern อัตราสำเร็จเท่าไหร่?
จากการศึกษาสถิติของนักวิเคราะห์ชาร์ตหลายสำนัก พบว่ารูปแบบนี้มีแนวโน้มความแม่นยำที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับรูปแบบราคาอื่น โดยเฉพาะเมื่อมี Volume ยืนยันชัดเจน แต่ตัวเลขที่แท้จริงจะแตกต่างกันไปตามแต่ละแหล่งข้อมูลและเงื่อนไขตลาดครับ อย่างไรก็ตาม อัตราความแม่นยำนี้เป็นเพียงสถิติในอดีต ไม่ได้เป็นการรับประกันผลลัพธ์ในการเทรดครั้งต่อไปครับ
Inverted Cup and Handle คืออะไร?
Inverted Cup and Handle คือ รูปแบบถ้วยคว่ำซึ่งเป็นสัญญาณกลับตัวหรือไปต่อในฝั่งขาลง (Bearish Continuation) ใช้เป็นจังหวะในการเปิดสถานะ Sell หรือ Short เมื่อราคาหลุดแนวรับบริเวณฐานถ้วยลงมาครับ
สรุปเกี่ยวกับการใช้ Cup and Handle Pattern ในการเทรด
Cup and Handle Pattern เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ช่วยให้เทรดเดอร์มองเห็นโครงสร้างราคาการพักตัวและการสะสมกำลังได้อย่างชัดเจน การใช้สูตรคำนวณ Cup and Handle Pattern Target ร่วมกับการสังเกตพฤติกรรม Volume จะช่วยให้การหาจุดเข้าซื้อ วางจุด Stop Loss และ Take Profit ทำได้อย่างมีวินัยและลดอารมณ์ในการตัดสินใจเทรดลงได้ครับ
🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere: สำหรับนักเทรดที่ต้องการเพิ่มความแม่นยำ ควรนำรูปแบบถ้วยและด้ามจับไปใช้งานร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์ Price Action หรือ แท่งเทียน Patterns อื่น ๆ เพื่อคัดกรองสัญญาณหลอกก่อนเปิดออเดอร์จริงเสมอครับ
สำหรับมือใหม่ที่ต้องการศึกษาเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคเพิ่มเติม สามารถอ่านบทความที่เกี่ยวข้องได้ที่:
⚠️ คำเตือนความเสี่ยง: การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นทั้งหมดได้ บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนส่วนบุคคล ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต การเทรด Forex และ CFD มีความเสี่ยงสูง และนักลงทุนรายย่อยส่วนใหญ่ขาดทุนจากการเทรดผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
บทความนี้จัดทำโดยทีมงาน Gotradehere โดยใช้เครื่องมือ AI ช่วยร่างและตรวจสอบเนื้อหา ก่อนผ่านการตรวจทานและอนุมัติจากทีมงานมนุษย์ก่อนเผยแพร่

















