Table of Contents
Table of Contents

Cup and Handle Pattern คืออะไร? วิธีหาจุดเข้าและเป้าทำกำไร

Cup and Handle Pattern คืออะไร แผนภาพแสดงรูปแบบถ้วยและด้ามจับบนกราฟเทคนิค

Cup and Handle Pattern คือ รูปแบบกราฟเทคนิคทางราคาสินทรัพย์ที่มีลักษณะคล้าย “ถ้วยและด้ามจับ” จัดอยู่ในกลุ่มรูปแบบการไปต่อของเทรนด์เดิม (Continuation Pattern) ในฝั่งขาขึ้น (Bullish) โดยรูปแบบนี้สะท้อนถึงการพักตัวของราคาชั่วคราว ก่อนที่จะปรับตัวขึ้นต่อตามแรงซื้อที่เข้ามาสะสมครับ

รูปแบบนี้ได้รับการคิดค้นและทำให้เป็นที่นิยมโดย William J. O’Neil นักลงทุนระดับตำนานและผู้ก่อตั้ง Investor’s Business Daily การเข้าใจกลไกของรูปแบบนี้จะช่วยให้นักเทรดสามารถหาจังหวะการทำกำไร (Take Profit) และวางแผนจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ตามโครงสร้างราคาได้อย่างมีระบบครับ

Cup and Handle Pattern คืออะไร? โครงสร้างและกลไกราคาที่ควรรู้

Cup and Handle Pattern คือ รูปแบบราคาทางเทคนิคที่เกิดขึ้นเมื่อราคาสินทรัพย์ปรับตัวลดลงชะลอตัวลงจนทำจุดต่ำสุด แล้วค่อย ๆ ฟื้นตัวกลับขึ้นมาจนถึงระดับแนวต้านเดิม ก่อตัวเป็นรูปตัว U ที่เรียกว่า “ตัวถ้วย (Cup)” จากนั้นราคาจะมีการย่อตัวลงสั้น ๆ ในช่วงแคบ ๆ เกิดเป็น “ด้ามจับ (Handle)” ก่อนที่จะเกิดแรงซื้อดันราคาพุ่งทะลุแนวต้าน (Neckline) ขึ้นไปครับ

Cup and Handle Pattern Target วิธีวัดระยะเป้าหมายราคาจากความลึกของถ้วย
Cup and Handle Pattern คืออะไร? วิธีหาจุดเข้าและเป้าทำกำไร 2

ส่วนประกอบสำคัญของถ้วย (Cup) และหูจับ (Handle)

โครงสร้างของ Cup and Handle ที่สมบูรณ์ตามหลักวิเคราะห์ทางเทคนิคประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ได้แก่:

  1. ส่วนตัวถ้วย (Cup): ต้องมีลักษณะโค้งมนคล้ายตัว “U” ซึ่งสะท้อนถึงการปรับฐานอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ควรเป็นรูปตัว “V” ที่แหลมชันเกินไป เนื่องจากรูปตัว U แสดงถึงการสะสมแรงซื้อที่มั่นคงกว่า ความลึกของถ้วยควรอยู่ที่ประมาณ 30% ถึง 50% ของเทรนด์ขาขึ้นก่อนหน้า
  2. ส่วนด้ามจับ (Handle): เกิดขึ้นหลังจากราคาฟื้นตัวขึ้นมาแตะแนวต้านเดิม แล้วย่อตัวลงพักฐานในทิศทางเฉียงลงหรือแกว่งตัวออกข้าง (Sideway) โดยความลึกของด้ามจับควรอยู่ในช่วงประมาณ 33%–50% ของความลึกถ้วยทั้งหมด หากย่อลึกลงมาเกินกว่าครึ่งถ้วย (50%) จะถือว่ารูปแบบนี้มีโอกาสล้มเหลวสูงครับ

พฤติกรรม Volume ในแต่ละเฟสของการเกิด Cup and Handle

การสังเกตปริมาณการซื้อขาย (Volume) ในแต่ละช่วง ถือเป็นหัวใจสำคัญในการยืนยันความแม่นยำของรูปแบบนี้:

  • ช่วงก้นถ้วย: ปริมาณการซื้อขายจะค่อย ๆ แห้งเหือดลง (Volume แห้ง) แสดงถึงแรงขายที่เริ่มหมดไป
  • ช่วงขอบถ้วยขวา: ปริมาณการซื้อขายจะเริ่มเพิ่มขึ้นตามแรงซื้อที่ดันราคากลับขึ้นมา
  • ช่วงด้ามจับ: ปริมาณการซื้อขายจะลดลงอีกครั้งในขณะที่ราคาย่อตัวพักฐาน
  • ช่วง Breakout: ปริมาณการซื้อขายต้องเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น (Volume Spikes) เพื่อยืนยันว่าแรงซื้อเข้ามาหนุนการทะลุแนวต้านอย่างจริงจัง

วิธีวัดเป้าหมายทำกำไรด้วย Cup and Handle Pattern Target

การตั้งเป้าหมายทำกำไร (Target Price) ของ แพทเทิร์นนี้ ใช้เทคนิคการวัดระยะความลึกของถ้วย (Measuring Technique) ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานที่ยอมรับในระดับสากล

สูตรการคำนวณระยะเป้าหมาย (Measuring Technique) จากความลึกถ้วย

สูตรคำนวณระยะเป้าหมายราคาทำได้ง่าย ๆ ดังนี้:

Cup and Handle Pattern Target = ราคาแนวต้าน (Neckline) + ความลึกของถ้วย (Cup Depth)

ความลึกของถ้วย (Cup Depth): คำนวณจาก ราคาขอบถ้วย (Neckline) – ราคาต่ำสุดก้นถ้วย (Cup Bottom)

ตัวอย่างการคำนวณ: หากแนวต้าน Neckline อยู่ที่ $100 และก้นถ้วยต่ำสุดอยู่ที่ $70 ความลึกของถ้วยคือ $30 ($100 – $70) ดังนั้นเป้าหมายทำกำไรขั้นต่ำหลังจาก Breakout ราคา $100 ขึ้นไป จะอยู่ที่ $130 ($100 + $30)

การตั้งจุด Take Profit และ Stop Loss อย่างมีประสิทธิภาพ (Risk-Reward Ratio)

การเทรดด้วยรูปแบบนี้ให้มีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องกำหนดจุดตัดขาดทุนและเป้าหมายทำกำไรที่ชัดเจนเพื่อรักษา Money Management ให้คุ้มค่า:

  • จุด Take Profit (TP): ตั้งไว้ที่ระยะเป้าหมายจากการคำนวณความลึกถ้วย หรือแบ่งทำกำไรทีละส่วนตามแนวต้านสำคัญถัดไป
  • จุด Stop Loss (SL): ตั้งไว้บริเวณ ใต้จุดต่ำสุดของด้ามจับ (Bottom of Handle) หรือใต้เส้น Neckline เล็กน้อย หากราคาย้อนกลับลงหลุดจุดต่ำสุดของด้ามจับ ให้มองว่าโครงสร้างกราฟนี้ล้มเหลวทันที

เปรียบเทียบความแม่นยำระหว่าง Conservative Target vs Aggressive Target

รูปแบบเป้าหมายราคาวิธีคำนวณข้อดีข้อควรระวัง
Conservative Target (เป้าหมายแบบเซฟ)วัดความลึกเฉพาะส่วนด้ามจับ (Handle Depth) แล้วบวกเพิ่มจากจุด Breakoutมีอัตราการชนเป้าหมายสูง (Win Rate สูง) ปิดทำกำไรได้ไวระยะกำไร (Reward) สั้นกว่า อาจเสียโอกาสทำกำไรคำใหญ่
Aggressive Target (เป้าหมายตามมาตรฐาน)วัดความลึกของถ้วยทั้งใบ (Full Cup Depth) แล้วบวกเพิ่มจากจุด Breakoutให้ Risk-Reward Ratio คุ้มค่า รันเทรนด์ทำกำไรได้เต็มคำต้องใช้ระยะเวลาในการรันเทรนด์นานกว่า และอาจเจอย่อตัวระหว่างทาง

เทคนิคการเข้าเทรด Cup and Handle Pattern ในตลาดจริง

การเข้าเทรดด้วยรูปแบบถ้วยและด้ามจับ สามารถทำได้ 2 รูปแบบหลักตามสไตล์การเทรดและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ครับ:

จุดเข้าซื้อเมื่อเกิด Breakout บริเวณแนวต้าน (Neckline)

  • กลยุทธ์: เข้าซื้อทันทีเมื่อราคาปิดแท่งเทียนเหนือเส้นแนวต้าน Neckline พร้อมกับ Volume ที่พุ่งสูงขึ้น
  • ข้อดี: ได้ราคาเข้าเทรดเร็ว ไม่ตกขบวนหากราคาพุ่งขึ้นรุนแรงทันที
  • ข้อเสีย: เสี่ยงต่อการเจอสัญญาณหลอก (False Breakout) หากแรงซื้อไม่มากพอ

สัญญาณ Pullback และ Re-test เพื่อยืนยันเทรนด์

  • กลยุทธ์: รอให้ราคา Breakout ทะลุ Neckline ขึ้นไปก่อน จากนั้นย่อตัวกลับลงมาทดสอบแนวต้านเดิมที่เปลี่ยนเป็นแนวรับ (Re-test) แล้วเกิดแท่งเทียนกลับตัวฝั่งซื้อ Price Action ค่อยกดเข้าซื้อ
  • ข้อดี: ปลอดภัยสูง กรองสัญญาณหลอกได้ดี และวางจุด Stop Loss ได้แคบลง
  • ข้อเสีย: อาจไม่ได้ไม้ออเดอร์ หากราคาพุ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ โดยไม่ย่อกลับมา Re-test

Inverted Cup and Handle คืออะไร? กราฟรูปถ้วยหงายสำหรับวางกลยุทธ์ฝั่ง Short

Inverted Cup and Handle (ถ้วยคว่ำ) คือ รูปแบบตรงข้ามของ Cup and Handle โดยเป็นรูปแบบการไปต่อของเทรนด์ขาลง (Bearish Continuation Pattern)

  • ลักษณะโครงสร้าง: ราคาเกิดการฟื้นตัวแบบถ้วยโค้งคว่ำ (รูปตัว U คว่ำ) แล้วเกิดด้ามจับเด้งขึ้นสั้น ๆ บริเวณแนวรับด้านล่าง
  • กลยุทธ์การเทรด: รอให้ราคาหลุดแนวรับ (Support Neckline) ลงมา เพื่อเปิดสถานะ Sell / Short โดยตั้งเป้าหมายราคาด้วยการวัดความลึกถ้วยคว่ำลงไปข้างล่าง และวาง Stop Loss ไว้เหนือจุดสูงสุดของด้ามจับครับ

ข้อควรระวังและสัญญาณหลอก (False Breakout)

แม้ว่ารูปแบบถ้วยและด้ามจับนี้จะมีประสิทธิภาพสูง แต่ในการเทรด Forex หรือหุ้น อาจเกิดกรณีรูปแบบล้มเหลว (Pattern Failure) ได้เช่นกัน

ปัจจัยที่ทำให้รูปแบบถ้วยและด้ามจับล้มเหลว

  1. ถ้วยเป็นรูปตัว V แหลมเกินไป: แสดงถึงการผันผวนของราคาที่รุนแรงและขาดการสะสมกำลังที่มั่นคง
  2. ด้ามจับย่อลึกเกินไป: หากด้ามจับย่อตัวลงมาเกิน 50% ของความลึกถ้วย แรงซื้อฝั่งขึ้นถือว่าอ่อนแอลงอย่างมาก
  3. ไม่มี Volume ยืนยัน: การ Breakout ทะลุแนวต้านแต่ปริมาณซื้อขายเบาบาง มักนำไปสู่ False Breakout ที่ราคาร่วงกลับเข้ามาในกรอบ
  4. เทรดสวนเทรนด์หลัก: รูปแบบนี้ควรเกิดในสภาวะที่เป็นเทรนด์ขาขึ้นมาก่อน หากเกิดช่วงท้ายเทรนด์ขาลง หรือสภาวะตลาดไม่มีเทรนด์ ความแม่นยำจะลดลงอย่างมาก

การใช้ Indicator ร่วมยืนยัน เช่น RSI และ Volume Profile

เพื่อเพิ่ม Win Rate ในการเข้าเทรด เทรดเดอร์ควรนำเครื่องมืออื่นมาวิเคราะห์ร่วมด้วย:

  • RSI Indicator: ควรอยู่ในระดับที่เกิน 50 ในช่วงย่อตัวของด้ามจับ เพื่อยืนยันว่า Momentum ฝั่งซื้อยังคุมตลาดอยู่ และไม่ควรอยู่ในภาวะ Overbought ที่แรงเกินไปจนเสี่ยงปรับฐาน
  • Candlestick Pattern: มองหาแท่งเทียนกลับตัวฝั่ง Bullish บริเวณฐานด้ามจับ เช่น Bullish Engulfing หรือ Hammer เพื่อหาจุดเข้าสะสมก่อนเกิด Breakout


คำถามที่พบบ่อย

Cup and Handle Pattern คืออะไร?

แพทเทิร์นนี้เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ช่วยให้เทรดเดอร์มองเห็นโครงสร้างราคาสินทรัพย์ที่มีรูปทรงคล้ายถ้วยและด้ามจับ มักเกิดขึ้นในสภาวะตลาดขาขึ้นเพื่อสะท้อนการพักตัวก่อนราคาจะทะลุแนวต้านพุ่งขึ้นต่อตามเทรนด์เดิมครับ

Cup and Handle Pattern อัตราสำเร็จเท่าไหร่?

จากการศึกษาสถิติของนักวิเคราะห์ชาร์ตหลายสำนัก พบว่ารูปแบบนี้มีแนวโน้มความแม่นยำที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับรูปแบบราคาอื่น โดยเฉพาะเมื่อมี Volume ยืนยันชัดเจน แต่ตัวเลขที่แท้จริงจะแตกต่างกันไปตามแต่ละแหล่งข้อมูลและเงื่อนไขตลาดครับ อย่างไรก็ตาม อัตราความแม่นยำนี้เป็นเพียงสถิติในอดีต ไม่ได้เป็นการรับประกันผลลัพธ์ในการเทรดครั้งต่อไปครับ

Inverted Cup and Handle คืออะไร?

Inverted Cup and Handle คือ รูปแบบถ้วยคว่ำซึ่งเป็นสัญญาณกลับตัวหรือไปต่อในฝั่งขาลง (Bearish Continuation) ใช้เป็นจังหวะในการเปิดสถานะ Sell หรือ Short เมื่อราคาหลุดแนวรับบริเวณฐานถ้วยลงมาครับ


สรุปเกี่ยวกับการใช้ Cup and Handle Pattern ในการเทรด

Cup and Handle Pattern เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ช่วยให้เทรดเดอร์มองเห็นโครงสร้างราคาการพักตัวและการสะสมกำลังได้อย่างชัดเจน การใช้สูตรคำนวณ Cup and Handle Pattern Target ร่วมกับการสังเกตพฤติกรรม Volume จะช่วยให้การหาจุดเข้าซื้อ วางจุด Stop Loss และ Take Profit ทำได้อย่างมีวินัยและลดอารมณ์ในการตัดสินใจเทรดลงได้ครับ

บทความนี้จัดทำโดยทีมงาน Gotradehere โดยใช้เครื่องมือ AI ช่วยร่างและตรวจสอบเนื้อหา ก่อนผ่านการตรวจทานและอนุมัติจากทีมงานมนุษย์ก่อนเผยแพร่


อ่านบทความเพิ่มเติม: Knowledge

อ่านรีวิวโบรกเกอร์อื่น ๆ ได้ที่: Review Broker

Table of Contents
TOP FOREX BROKERS
1
5/5

IUX

5/5
2
3/5
IC Markets
IC Markets-top-forex-brokers
IC Markets
4/5
3
4/5
FXGT.com
FXGT.com
4/5
4
3/5
Hantec Markets
Hantec Markets
3/5
5
4/5
Eightcap
Eightcap
3/5

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

– Advertisement –

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

FOLLOW US
บทความที่เกี่ยวข้อง

– Advertisement –