อัปเดตรายการหุ้นกู้ออกใหม่ตลอดทั้งปี 2026 สำหรับประชาชนและนักลงทุนทั่วไป
สรุปทุกรายละเอียดสำคัญ ดูง่าย เข้าใจไว ตรวจสอบดอกเบี้ยและเงื่อนไขได้ครบจบในที่เดียว
“อย่าให้โอกาสลงทุนดีๆ หลุดมือไป !” หุ้นกู้ดอกเบี้ยสูงออกใหม่ทุกสัปดาห์ แต่ถ้าไม่ติดตาม คุณอาจพลาดโอกาสในการลงทุนไปแบบไม่รู้ตัว ทีมงาน Gotradehere จึงได้รวบรวมหุ้นกู้ออกใหม่ทั้งหมดในปี 2026 สำหรับประชาชนและนักลงทุนทั่วไป อัปเดตฟรีตลอดทั้งปี ! ติดตามรายละเอียดแบบครบถ้วนได้ในบทความนี้ครับ
——————–🐣——————–
หุ้นกู้ (Corporate Bond / Debenture) คืออะไร ?

หุ้นกู้ (Corporate Bond หรือ Debenture) คือ ตราสารหนี้ประเภทหนึ่งที่ออกโดยบริษัทเอกชน โดยมีจุดประสงค์เพื่อระดมทุนไปใช้สำหรับกิจการหรือนโยบายต่าง ๆ ที่บริษัทกำหนด โดยบริษัทผู้ออกหุ้นกู้จะมีสถานะเป็นลูกหนี้ และผู้ลงทุนที่ซื้อหุ้นกู้จะมีสถานะเป็นเจ้าหนี้
ซึ่งบริษัทผู้ออกหุ้นกู้จะจ่ายผลตอบแทนแก่นักลงทุนในรูปแบบ “การจ่ายดอกเบี้ย” ตามที่สัญญากำหนด เช่น ทุก ๆ 3 เดือน หรือ ทุก ๆ 6 เดือน เป็นต้น และจะคืนเงินต้นทั้งหมดเมื่อครบกำหนดอายุหุ้นกู้ครับ
🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere : คุณควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับหุ้นกู้ให้ละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุน เนื่องจากหุ้นกู้มีรายละเอียดยิบย่อยที่สำคัญและไม่ควรมองข้าม เช่น ประเภทหุ้นกู้ ประกันหุ้นกู้ หรือลำดับการชำระหนี้คืน เป็นต้น
หากคุณต้องการศึกษาเพิ่มเติม เราได้รวบรวมทุกหัวข้อสำคัญเกี่ยวกับหุ้นกู้ให้คุณได้ศึกษาเพิ่มเติมในบทความด้านล่างนี้ครับ
——————–🐣——————–
ภาพรวมและแนวโน้มหุ้นกู้ออกใหม่ ปี 2569
ภาพรวมหุ้นกู้และแนวโน้มการออกหุ้นกู้ออกใหม่ประจำปี 2569 โดยเราสามารถสรุปออกมาเป็นประเด็นสำคัญได้ ดังนี้
- แนวโน้มการออกหุ้นกู้ใหม่ในปี 2569 : ThaiBMA คาดการณ์ไว้ว่ามูลค่าหุ้นกู้ในปีนี้ จะมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 8.8 – 9 แสนล้านบาท ซึ่งมีความใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า โดยส่วนใหญ่คาดว่าเป็นหุ้นกู้จากกลุ่มบริษัท Investment-Grade (กลุ่มบริษัทที่มีเครดิตดี)
- ปัจจัยเชิงเศรษฐกิจ : ทาง ThaiBMA คาดการณ์ไว้ว่า GDP ของประเทศจะโตเพียง 1.5% เท่านั้น ซึ่งจัดอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อตลาดตราสารหนี้ในแง่ของการผิดนัดชำระที่อาจเพิ่มสูงกว่าเดิม จากปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อผลประกอบการของบริษัทเอกชน
- แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย : คณะกรรมการนโยบายการเงิน มีแนวโน้มตรึงหรือลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ส่งผลให้ต้นทุนสำหรับการออกหุ้นกู้ของบริษัทเอกชนลดลงและช่วยหนุนการออกหุ้นกู้ได้ในระยะนี้ แต่อย่างไรก็ตาม แรงซื้อจากนักลงทุนอาจไม่เพิ่มขึ้นทันทีหากเศรษฐกิจโดยรวมยังอ่อนแอและส่งผลต่อสภาพคล่องของตลาดรองได้
- กลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะออกหุ้นกู้มากที่สุด : คาดการณ์ไว้ว่าเป็นบริษัทในกลุ่มพลังงาน, การเงิน และอสังหาริมทรัพย์
แต่อย่างไรก็ตาม ข้อมูลในส่วนนี้เป็นการนำเสนอภาพรวมและแนวโน้มหุ้นกู้ออกใหม่ ปี 2569 ซึ่งอ้างอิงจากข้อมูล ณ ช่วงเวลาที่จัดทำ แนวโน้มดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามภาวะเศรษฐกิจและสภาวะตลาดในอนาคต
แหล่งที่มาของข้อมูล : Infoquest / กรุงเทพธุรกิจ
รวมรายละเอียดหุ้นกู้ออกใหม่ แยกตามเดือน ปี 2569
![]() | ![]() |
| อ่านรายละเอียดหุ้นกู้ออกใหม่ มกราคม 69 | อ่านรายละเอียดหุ้นกู้ออกใหม่ กุมภาพันธ์ 69 |
![]() | ![]() |
| อ่านรายละเอียดหุ้นกู้ออกใหม่ มีนาคม 69 | อ่านรายละเอียดหุ้นกู้ออกใหม่ เมษายน 69 |
![]() | ![]() |
| อ่านรายละเอียดหุ้นกู้ออกใหม่ พฤษภาคม 69 | อ่านรายละเอียดหุ้นกู้ออกใหม่ มิถุนายน 69 |
![]() | ![]() |
| อ่านรายละเอียดหุ้นกู้ออกใหม่ กรกฎาคม 69 | อ่านรายละเอียดหุ้นกู้ออกใหม่ สิงหาคม 69 |
![]() | ![]() |
| อ่านรายละเอียดหุ้นกู้ออกใหม่ กันยายน 69 | อ่านรายละเอียดหุ้นกู้ออกใหม่ ตุลาคม 69 |
![]() | ![]() |
| อ่านรายละเอียดหุ้นกู้ออกใหม่ พฤศจิกายน 69 | อ่านรายละเอียดหุ้นกู้ออกใหม่ ธันวาคม 69 |
หมายเหตุ : ทางทีมงานจะอัปเดตรายละเอียดหุ้นกู้ออกใหม่ภายในสัปดาห์แรกของแต่เดือน
ข้อมูลสำคัญที่ควรรู้ก่อนซื้อหุ้นกู้ออกใหม่
สำหรับนักลงทุนแล้ว ก่อนตัดสินใจเลือกลงทุนหุ้นกู้ออกใหม่ ควรทำความเข้าใจและพิจารณาข้อมูลสำคัญในหนังสือชี้ชวนก่อนเสมอ โดยข้อมูลที่คุณควรดูเป็นอันดับต้น ๆ บนหนังสือชี้ชวน มีดังนี้
- อายุหุ้นกู้ คือ ระยะเวลาที่ถือครองจนถึงวันครบกำหนด ยิ่งหุ้นกู้มีอายุนาน ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนยิ่งสูงตาม เนื่องจากนักลงทุนไม่สามารถคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดในอนาคตได้ ดังนั้น ควรเลือกหุ้นกู้ให้เหมาะกับระยะเวลาที่สามารถถือและจำนวนเงินลงทุนที่ใช้ไป
- ประเภทหุ้นกู้ : เนื่องจากหุ้นกู้มีหลายประเภทและแต่ละประเภทมีคุณสมบัติไม่เหมือนกัน คุณควรตรวจสอบประเภทหุ้นกู้ก่อนตัดสินใจลงทุน เพราะสามารถบ่งบอกระดับความเสี่ยงได้เช่นกัน
- อัตราดอกเบี้ย และการจ่ายดอก : ผลตอบแทนที่นักลงทุนจะได้รับในแต่ละรอบ ช่วยให้คุณสามารถคำนวณผลตอบแทนที่จะได้รับทั้งหมดก่อนตัดสินใจลงทุนได้
- อันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) : ตัวชี้วัดที่สามารถบ่งบอกความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัท ช่วยให้คุณสามารถประเมินความเสี่ยงในการลงทุนได้
- หุ้นกู้มีประกัน / ไม่มีประกัน : เป็นหลักประกันอย่างหนึ่งที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงกรณีบริษัทมีปัญหา
- สิทธิ์การไถ่ถอน : เงื่อนไขการไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนครบกำหนด ซึ่งอาจเป็นสิทธิ์ของบริษัทหรือผู้ลงทุน ซึ่งส่งผลต่อระยะเวลาในการถือครองจริงและผลตอบแทนที่ได้รับอาจเปลี่ยนไปครับ
หุ้นกู้ออกใหม่ มีความเสี่ยงอะไรบ้าง ?
- ความเสี่ยงด้านเครดิตและการผิดนัดชำระ : ผู้ออกหุ้นกู้มักเป็นบริษัทที่ต้องการขยายธุรกิจหรือนำไปจ่ายหนี้หุ้นกู้เดิม หากบริษัทมีพื้นฐานอ่อนแออาจส่งผลให้ผิดนัดชำระได้ โดยเฉพาะกับหุ้นกู้ High Yield ที่ให้ผลตอบแทนสูงแต่ก็แลกมาด้วยความเสี่ยงที่สูงเช่นกัน
- ความเสี่ยงด้านดอกเบี้ย : หากอัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น มูลค่าของหุ้นกู้ตัวเก่าจะลดลงเพราะหุ้นกู้ออกใหม่จะให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า ส่งผลให้นักลงทุนอาจขาดทุนได้ในกรณีที่ขายก่อนกำหนด
- ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง : ในกรณีที่นักลงทุนมีความจำเป็นจะต้องใช้เงินจำนวนหนึ่ง จึงตัดสินใจขายหุ้นกู้ในตลาดรอง อาจเกิดปัญหาด้านสภาพคล่องการซื้อขาย โดยเฉพาะกับกลุ่มบริษัทขนาดกลางหรือกลุ่มธุรกิจที่มีความผันผวน
🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere : นอกจากความเสี่ยงดังกล่าวแล้ว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจส่งผลต่อการลงทุนในกลุ่มสินทรัพย์อย่างหุ้นกู้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นแล้ว คุณจะต้องไม่ลืมวางแผนการเงินรวมถึงประเมินความเสี่ยงให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนครับ
ซื้อหุ้นกู้ออกใหม่ได้ที่ไหนบ้าง ?
สำหรับประชาชนและนักลงทุนทั่วไปสามารถเข้าถึงการซื้อขายหุ้นกู้ได้ผ่านช่องทางหลัก 2 ช่องทาง คือ
ช่องทางธนาคาร อาทิเช่น
- ธนาคารกสิกรไทย ผ่านแอพพลิเคชัน K PLUS หรือ K-My Invest
- ธนาคารไทยพาณิชย์ ผ่านแอพพลิเคชัน SCB EASY App
- ธนาคารกรุงเทพ
- ธนาคารกรุงไทย
ช่องทางบริษัทหลักทรัพย์
- บริษัทหลักทรัพย์ บลูเบลล์ จำกัด
- บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
- บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน)
- บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด
🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere : ขั้นตอนแรกสุดสำหรับการเริ่มต้นซื้อหุ้นกู้ออกใหม่คือ ผู้ลงทุนจำเป็นจะต้องเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์และอย่าลืมตรวจสอบรายละเอียดและช่องทางการเปิดจองหุ้นกู้ออกใหม่ได้ที่ ThaiBMA หรือ SEC
ซื้อขายหุ้นกู้ต้องเสียภาษีไหม ?
การซื้อขายหุ้นกู้ในประเทศไทยจำเป็นต้องเสียภาษี โดยคิดภาษีจากการซื้อขายได้ 2 กรณี ดังนี้
- ภาษีจากดอกเบี้ยหุ้นกู้ : ดอกเบี้ยที่ได้รับจากหุ้นกู้จัดเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 4 โดยจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% อัตโนมัติจากผู้ออกหรือตัวแทนจำหน่ายหุ้นกู้
- ภาษีจากการขายในตลาดรอง : กำไรที่ได้รับจากการขายหุ้นกู้ในตลาดรองจะถูกจัดเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 8 และจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% อัตโนมัติจากบริษัทหลักทรัพย์หรือธนาคารตัวแทนจำหน่ายที่ทำหน้าที่ซื้อขาย
และนักลงทุนต้องไม่ลืมบันทึกใบรับรองการหักภาษี 50 ทวิ ทุกฉบับที่ได้รับจากการซื้อขายหุ้นกู้หรือได้รับจากดอกเบี้ยหุ้นกู้ทุกครั้ง เพื่อใช้ยื่นภาษีประจำปีผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากรครับ
ช่องทางสำหรับการติดตามข่าวสารเรื่องหุ้นกู้สำหรับมือใหม่
สำหรับช่องทางหลักที่นักลงทุนสามารถติดตามรายละเอียดการจำหน่ายหุ้นกู้ออกใหม่ใน ปี 2569 มีดังนี้
- ThaiBMA.or.th : เว็บไซต์สมาคมตราสารหนี้ประเทศไทย ใช้สำหรับตรวจสอบข้อมูลและรายละเอียดหุ้นกู้ เครดิตความน่าเชื่อถือ รวมถึง Yield Curve
- Market.sec.or.th : เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ใช้ตรวจสอบตราสารหนี้ออกใหม่ อ่านหนังสือชี้ชวน หรือตรวจสอบรายงานทางการเงินของบริษัท ครับ
สรุปภาพรวมหุ้นกู้ออกใหม่ ปี 2026
ภาพรวมตลาดหุ้นกู้ในปี 2026 ยังคงเป็นที่น่าจับตามองสำหรับนักลงทุนที่มองหาสินทรัพย์ปลอดภัย ด้วยจุดเด่นอย่างการได้รับผลตอบแทนสม่ำเสมอในรูปแบบดอกเบี้ย รวมถึงแนวโน้มของหุ้นกู้จากกลุ่มบริษัท Investment-Grade ที่อาจเพิ่มสูงขึ้นและอาจมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 8.80 – 9.0 แสนล้านบาท ซึ่งค่อนข้างใกล้เคียงกับปี 2025 ที่มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 8.81 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหุ้นกู้จะมีความเสี่ยงในการลงทุนต่ำ แต่นักลงทุนจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลและรายละเอียดของหนังสือชี้ชวนให้รอบคอบ รวมถึงการประเมินความเสี่ยงและวางแผนการเงินให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนครับ









