อัตราเงินเฟ้อกับการล่มสลายของ Crypto

List of Contents

อัตราเงินเฟ้อ

Bitcoin มักจะถูกเรียกว่า ‘เครื่องมือป้องกันอัตราเงินเฟ้อ’ ภายใต้แนวคิดที่ว่า Bitcoin มีอุปทานคงที่และมีจำกัดเพียง 21 ล้านเหรียญ พร้อมทั้ง Bitcoin ไม่ได้ถูกควบคุมจากบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือที่เรียกกันว่า Decentralization ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบจากนโยบายทางเศรษฐกิจและอยู่เหนือเงินเฟ้อ


ภาพรวมของสินทรัพย์ดิจิทัล

หัวใจสำคัญของ Bitcoin คือ จำนวนเหรียญที่มีอยู่อย่างจำกัดเพียง 21 ล้านเหรียญ ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ Bitcoin มีความแตกต่างจากสกุลเงิน Fiat อย่าง USD หรือ EUR ที่ธนาคารสามารถเพิ่มปริมาณได้

สิ่งนี้อาจเป็นสัญญาณของความเป็นไปได้ที่จะใช้ Bitcoin หรือสินทรัพย์ดิจิทัล และเหรียญคริปโตฯ อื่น ๆ เพื่อป้องกันภาวะอัตราเงินเฟ้อ และมีชื่อเล่นว่า ‘ทองคำดิจิทัล (Digital Gold)’ อย่างน้อยก็ในทางทฤษฎี เพราะในช่วงการระบาดใหญ่ของ Covid-19 นั้น Bitcoin ดูเหมือนจะทำให้เกิด Crisis Stock และแม้จะมีการพัฒนาเศรษฐกิจมหภาคที่ผันผวน แต่ก็มีรายงานว่า นักลงทุนในคริปโตฯ สามารถทำกำไรได้กว่า 162.7 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2564 ซึ่งมากกว่าปีก่อนหน้าถึง 4 เท่า ถือเป็นผลตอบแทนที่มีมูลค่ามหาศาลเลยทีเดียว แม้จะอยู่ในช่วงเวลาของความไม่แน่นอน เนื่องจากเป็นปีจุดสูงสุดของการระบาด Covid-19

Bitcoin กับทองคำ

Bitcoin มักจะถูกนำมาเปรียบเทียบกับทองคำว่า เป็นเครื่องเก็บมูลค่าที่มีประสิทธิภาพ (Store of Value) แต่ความสัมพันธ์ระหว่าง Bitcoin และทองคำ (XAU) ยังคงใกล้เคียงกับศูนย์ และกลายเป็นลบมากขึ้นภายใน 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งหมายความว่า ราคาของ Bitcoin ไม่ได้เคลื่อนไหวควบคู่ไปกับทองคำ

ยกตัวอย่าง ในช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคม 2562 ขณะที่ราคาของทองคำลดลงเพียง 0.56% เมื่อเทียบเป็นรายปี แต่ราคาของ Bitcoin กลับลดลงถึง 41%

อัตราเงินเฟ้อ

แม้การเปรียบเทียบ Bitcoin กับทองคำจะน่าดึงดูด แต่ก็ต้องดูถึงเรื่องความเหมือน และความแตกต่าง ซึ่งความเหมือนของทั้งสอง คือ อุปทานที่จำกัด โดยยังมีทองคำที่ยังไม่ได้ถูกขุดขึ้นมาราว 54,000 ตัน ขณะที่เหรียญ Bitcoin ถูกกำหนดไว้ที่ 21 ล้านเหรียญ ซึ่งช่วง 20 ปีที่ผ่านมา อุปทานของทองคำเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอัตรา 1.7% ต่อปี ส่วนอุปทานของ Bitcoin เพิ่มขึ้นเฉลี่ยอัตรา 3% ต่อปี 

อีกทั้ง Bitcoin ยังคงแตกต่างจากทองคำด้วยคุณสมบัติที่ Bitcoin มีการกระจายอำนาจ และไม่ได้ถูกควบคุมโดยบุคคลใดบุคคลหนึ่ง สิ่งนี้จึงทำให้ Bitcoin สามารถจัดเก็บได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ทำให้ Bitcoin ขาดคุณสมบัติในการป้องกันอัตราเงินเฟ้อก็คือ “ความผันผวน” ในช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอน โดยนักลงทุนมักจะมองหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่า เช่น พันธบัตรรัฐบาล เป็นต้น

อัตราเงินเฟ้อ

การล่มสลายของสินทรัพย์ดิจิทัล?

โดยปี 2565 ช่วงระหว่างเดือนมกราคมถึงพฤษภาคมนั้น ราคาของ Bitcoin ค่อย ๆ ลดลงมา โดยมีราคาปิดเพียง 47,445 ดอลลาร์ ภายในสิ้นเดือนมีนาคม ก่อนที่จะตกลงไปอยู่ที่ 28,305 ดอลลาร์ ในวันที่ 11 พฤษภาคม นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2564 ที่ Bitcoin ปิดต่ำกว่า 30,000 ดอลลาร์ และเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ราคาของตลาดคริปโตฯ ลดลง รวมถึงราคาของ Bitcoin ที่ร่วงต่ำกว่า 23,000 ดอลลาร์ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 รวมถึง Ethereum ที่ลดลงกว่า 37% และ Luna ที่ลดลงถึง 99.9% เหตุการณ์นี้ทำให้ตลาดคริปโตฯ ราคาร่วงลงครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้หลายคนเกิดคำถามว่า ‘ถึงเวลาล่มสลายของคริปโตฯ แล้วหรือไม่?’

อัตราเงินเฟ้อ

แต่หากพิจารณาจากรูปด้านบน ทุกคนไม่ควรที่จะมองข้ามว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Bitcoin ยังคงอยู่ในแนวโน้มของการเติบโตแบบทวีคูณ แม้จะมีนักลงทุนที่สูญเงินไปกว่า 83% จากความผันผวนของตลาด แต่ถือว่า ยังพบได้น้อยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งหากยกตัวอย่างการล่มสลายของเหรียญ Luna ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์นี้ในโลกของคริปโตฯ และไม่ได้ส่งผลต่อตลาดคริปโตฯ มากนัก

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาให้ดี นักลงทุนสามารถพิจารณาราคาช่วงขาลงครั้งล่าสุดของเหรียญคริปโตฯ ได้ ซึ่งถือเป็นโอกาสในการลงทุน และทำให้นักลงทุนไม่พลาดทำกำไรในช่วงที่ตลาดเป็นขาขึ้นครั้งต่อไป

จริงอยู่ที่ Bitcoin สามารถนำมาใช้ในการทำธุรกรรมทางการเงินได้ แต่ปัจจุบันก็นับเป็นเพียง 2% ของธุรกรรมทางการเงินทั่วโลกเท่านั้น ทั้งนี้ บทบาทของสกุลเงินดิจิทัลอาจจะเป็นเหรียญอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ Bitcoin ก็ได้ ในการทำธุรกรรมทางการเงินในอนาคตอาจจะสามารถใช้ชำระค่าสินค้า โอนเงินระหว่างสถาบันการเงิน หรือกลายมาเป็นเงินทุนสำรองระหว่างประเทศเหมือนทองคำก็ได้เช่นกัน

——————————————————————————————————————————————

อ่านบทความเพิ่มเติม: Knowledge

อ่านรีวิวโบรกเกอร์อื่น ๆ ได้ที่: Review Broker

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม: News

Solana

ทำความรู้จัก Solana บล็อกเชนที่ทำธุรกรรมได้เร็วที่สุด

Solana อาจกลายเป็น Visa ของโลกคริปโต เนื่องจากสามารถทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้เพียงเสี้ยววินาที และยังมี Smart Contract ซึ่งเป็นโปรแกรมที่จะมีความซับซ้อนขึ้น

แคนาดา

เว็บเทรดคริปโตในแคนาดาถูกฟ้อง! เหตุไม่เปิดเผยค่าธรรมเนียมต่อนักลงทุน

กระดานเทรดสองแห่งในแคนาดากำลังถูกฟ้องร้องดำเนินคดีแบบกลุ่ม หลังถูกกล่าวหาว่า กระดานเทรดของพวกเขามีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหลายล้านดอลลาร์ แม้จะอ้างไว้ว่าไม่มีค่าธรรมเนียม จากรายงาน มีการอ้างถึงการฟ้องร้องว่า เว็บเทรดคริปโต Wealthsimple Technologies และ

stellar

Stellar Blockchain คืออะไร ?

เนื่องจากการโอนเงินต่างประเทศต้องใช้เวลาในการทำธุรกรรม 3-7 วันทำการ ดังนั้น การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการในเรื่องนี้จึงถือเป็นเรื่องที่ดี ซึ่ง Stellar คือคำตอบ