สรุป 3 ประเด็นสำคัญ ก่อนลงมือ Stake ETH เพื่อรับ Token stETH ว่า อันตรายแค่ไหน?

List of Contents

Stake ETH

ช่วงนี้ตลาดคริปโตเคอร์เรนซียังคงปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง เงินในพอร์ตหลายคนก็คงมีติดลบบ้างเหมือนกันกับผมใช่ไหมครับ? เราจะเห็นได้ว่า ช่วงนี้ตลาดยังเป็นเทรนด์ขาลงรอบใหญ่อยู่ ราคาเหรียญคริปโตอันดับ 1 อย่าง Bitcoin ได้หลุดแนวรับสำคัญ ลงมาแตะที่ระดับ $21,000 แล้ว ส่วนเหรียญ ETH ก็ถูกเทขายกว่า 15% เพราะนักลงทุนที่ถือ ETH เริ่มมีความกังวลจากการผูกมูลค่าของ Token stETH (Stake ETH) หลังจากที่เราได้เห็นข่าวในช่วงที่ผ่านมาไม่นานนี้ ทำให้นักลงทุนเริ่มมีความหวั่นไหวว่า มันอาจจะเกิดเหตุการณ์คล้ายกับเหรียญ Terra Luna ได้?

เหรียญ stETH กับการ Stake ETH มันเกี่ยวข้องกันอย่างไรล่ะ?

ผมขอเกริ่นคร่าว ๆ ว่า เหรียญ Token stETH นี้ ได้มีการผูกมูลค่าไว้กับเหรียญ Ethereum ทำให้มันมีมูลค่าเท่ากับ 1:1 เนื่องจากเหรียญ Ethereum ที่เรามองว่า เป็นน้ำมันในโลกดิจิทัล กำลังจะมีการพัฒนาเครือข่ายใหม่ ซึ่งคุณอาจจะเคยได้เห็นข่าวกันมาบ้างแล้วใช่ไหมครับว่า เหรียญ Ethereum นั้น จะมีการเปลี่ยนจากรูปแบบปัจจุบันไปสู่ Ethereum 2.0 ซึ่งเป็นกระบวนการเปลี่ยนผ่านเครือข่าย หรือที่บางคนเรียกว่า The Merge มันคือการเปลี่ยนจากระบบ Proof of Work (PoW) ไปสู่ Proof of Stake (PoS) นั่นเองครับ

Stake ETH in Proof of Stake

1. ทำความเข้าใจการ Stake ETH เพื่อรับ Token stETH ว่า ทำงานอย่างไร?

มาเริ่มทำความเข้าใจกันเลยครับ

Token stETH นั้น เป็นรูปแบบ Token ของเหรียญ Ethereum ที่แพลตฟอร์ม Lido Finance ได้นำมาเป็นรางวัลให้กับนักลงทุนที่ได้ทำการ Stake Ethereum ไว้ ถือเป็นผลตอบแทนจากการตรวจสอบธุรกรรมบนเครือข่าย Blockchain ที่นักลงทุนได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกันตรวจสอบ

ผมจะขยายความในการ Stake Ethereum ให้ทุกคนเข้าใจกันมากกว่านี้นะครับ การ Stake Ethereum หมายถึง การล็อกเหรียญในกระเป๋าเงินดิจิทัลของเราไว้ เพื่อที่จะนำเหรียญส่วนนั้นไปช่วยสนับสนุนการทำงานของเครือข่าย Blockchain โดยเราจะเรียกคนกลุ่มนี้ว่า Staker ซึ่งพวกเขาจะได้รับผลตอบแทนจากการนำเหรียญมา Stake โดยวิธีนี้เป็นกระบวนการที่ใช้ได้เฉพาะเหรียญที่รองรับ Blockchain แบบ Proof-of-Stake (PoS) เท่านั้นครับ

Stake Ethereum

จากที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้ เหรียญ Ethereum ก็เป็นหนึ่งใน Blockchain ที่มีระบบ PoS ซึ่งสามารถให้บริการทางการเงินแบบกระจายอำนาจได้ เราจะเห็นได้ว่า ในหลายปีที่ผ่านมา Ethereum มีการเติบโตอย่างชัดเจนมาก ๆ แต่ก็มีข้อจำกัดในเรื่องของความปลอดภัยบางอย่างด้วยเช่นกันครับ

นี่จึงเป็นสาเหตุที่ Ethereum กำลังเปลี่ยนจากเครือข่าย Proof-of-Work (PoW) ไปเป็นเครือข่าย Proof-of-Stake (PoS) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น หรือที่เราได้ยินกันบ่อย ๆ ว่า “Ethereum 2.0” และนักพัฒนาก็คาดไว้ว่า มันจะสามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ภายในสิ้นปี 2022 นี้ ด้วยครับ

2. ทำไมต้อง Stake ETH บนแพลตฟอร์ม Lido Finance?

ในหัวข้อนี้ ผมขอย้อนกลับไปพูดถึงแพลตฟอร์ม Lido Finance สักหน่อยนะครับ

สำหรับบางคนที่ยังไม่คุ้นเคยกับวงการ DeFi อาจจะยังนึกภาพไม่ออกว่า มันใช้ทำอะไร? ตัว Lido คือ แพลตฟอร์มการเงินแบบกระจายอำนาจรายใหญ่ที่ทำงานอยู่บน Blockchain Ethereum ซึ่งคอยให้นักลงทุนนำเหรียญ Ethereum มา Stake เพื่อช่วยกันตรวจสอบธุรกรรมบนเครือข่าย หรือช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับ Blockchain Ethereum และเราจะได้รับผลตอบแทนจากการสร้าง Passive Income แบบไม่ต้องเทรดนั่นเองครับ

ในการ Stake โดยปกติแล้ว เราจะต้องใช้เหรียญ Ethereum ถึง 32 ETH เพื่อเป็นผู้ตรวจสอบความถูกต้องของธุรกรรม Ethereum บน Beacon Chain ของ ETH 2.0 ซึ่งมันเป็นมูลค่าที่สูงเอามาก ๆ นอกจากนี้ ยังมีอีกวิธี คือ การเลือกที่จะนำเหรียญไป Stake ใน Pool ต่าง ๆ แต่วิธีนี้จะมีค่าธรรมเนียมครับ

Stake ETH on Lido Finance

กลับมาพูดถึงแพลตฟอร์ม Lido Finance กันครับ Lido จะอนุญาตให้เรา Stake Ethereum จำนวนเท่าไหร่ก็ได้ ส่วนขั้นตอนในการนำเหรียญ Ethereum มา Stake ในแพลตฟอร์ม Lido ก็สามารถทำได้ง่ายมาก ๆ ด้วย เพียงแค่เรา Connect Wallet เข้ากับแอป Lido แล้วระบุจำนวนเหรียญที่จะ Stake (ขั้นตอนการ Stake Ethereum บน Lido)

และที่สำคัญในการ Stake Ethereum กับ Lido เราไม่ต้องกังวลด้วยว่า เหรียญ ETH ของเราจะถูกล็อคไว้เป็นเวลานานเหมือนแพลตฟอร์ม Stake ตัวอื่น ๆ เพียงเท่านี้ เราก็จะได้รับผลตอบแทนเป็นเหรียญโทเค็น stETH แล้วครับ

3. Stake Ethereum ในแพลตฟอร์ม Lido มีความเสี่ยงอะไรบ้าง?

มาถึงประเด็นสุดท้ายของบทความกันแล้วนะครับ อย่างที่ผมได้พูดถึงการทำงานของ stETH รวมถึงหัวข้อ ทำไมถึงต้อง Staked Ethereum บนแพลตฟอร์ม Lido ไปแล้วนั้น ฟังดูเหมือนว่า การ Stake รูปแบบนี้มันปลอดภัย และน่าทึ่งมากใช่ไหมครับ (ผมเองก็คิดแบบนั้นเช่นกัน)

หากมันมีความปลอดภัย แล้วทำไมถึงเกิดเหตุการณ์แฮกเครือข่าย DeFi อยู่ล่ะ? อย่างที่เราทราบกันดีครับว่า การพัฒนาเครือข่าย Ethereum 2.0 ถึงแม้จะมีผู้สนับสนุน มีผู้ช่วยกันตรวจสอบธุรกรรมจำนวนมาก แต่ตอนนี้ มันก็มีความเป็นไปได้ว่า Ethereum 2.0 จะไม่สามารถใช้งานได้ตามแผนที่ผู้พัฒนาวางไว้ จนอาจจะต้องขอขยายเวลาให้เกิดความล่าช้าออกไป พออ่านมาถึงตรงนี้แล้ว คุณอาจคิดว่า “แล้วความเสี่ยงของ Lido มันเกี่ยวอะไรกับระบบ Ethereum 2.0 ใช่ไหมครับ”

นั่นเป็นเพราะความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการใช้ Smart Contract นั่นเอง ซึ่งหมายความว่า แพลตฟอร์มที่ให้บริการการเงินแบบกระจายอำนาจที่ถูกสร้างขึ้นบน Blockchain Ethereum นั้น อาจจะยังมีช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่แฮกเกอร์สามารถแฮกได้อยู่ครับ ด้วยช่องโหว่นี้ แพลตฟอร์ม DeFi จึงเสี่ยงต่อภัยคุกคามในด้านความปลอดภัยอยู่

Stake ETH Hacker

ดังนั้น แพลตฟอร์ม DeFi หรือแพลตฟอร์ม Lido ที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้ เขาจะควบคุมธุรกรรมโดยเสนอทางออกให้กับเรา ซึ่งบางทีก็ไม่มีการขออนุญาตจากผู้ใช้งานครับ เพราะการทำแบบนี้จะสามารถตรวจสอบความถูกต้อง และควบคุมการตรวจสอบได้อย่างรวดเร็วขึ้น

เมื่อทราบเช่นนี้แล้ว คุณคงมีความกังวัลไม่น้อยใช่ไหมครับว่า ถ้าเราจะนำ Ethereum ไป Stake มันจะไม่อันตรายเหรอ?

คุณอย่ากังวัลไปเลยครับ เพราะทางแพลตฟอร์ม Lido เขาได้รับการตรวจสอบจากผู้นำอุตสาหกรรมด้านความปลอดภัยทาง Blockchain จากทีมตรวจสอบระดับแนวหน้าอย่าง Quantstamp, MixBytes และ Sigmaprime แล้วครับ


สุดท้ายนี้ ก่อนจะลงทุนในตลาดไหน เราควรทำการศึกษาค้นคว้าให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งก่อน รวมถึงการลงทุนใน Cryptocurrency ด้วยเช่นกัน เพราะแต่ละตลาดล้วนมีเทคนิคที่สามารถแตกแขนงการลงทุนออกไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด อย่างที่เราได้อ่านกันไปข้างต้น คือ การลงทุนในแอป DeFi ที่ผมตั้งใจนำมาเสนอนี้ก็เป็นเพียงแขนงหนึ่งของ Cryptocurrency เท่านั้นครับ

หากคุณเป็นคนที่สนใจการลงทุนเหมือนกันกับผมแล้วล่ะก็ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คุณจะเข้ามาอ่านในบทความต่อไปที่ผมจะนำมาแชร์อีก ส่วนบทความการ Stake Ethereum ในแพลตฟอร์ม Lido ครั้งนี้ ผมขอจบไว้เพียงเท่านี้ ไว้พบกันใหม่บทความถัดไป สวัสดีครับ

Source : morioh

nasdaq

Nasdaq เตรียมเปิดศูนย์ซื้อขายคริปโตเป็นของตัวเอง

ตลาดหลักทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของประเทศสหรัฐอเมริกา Nasdaq ออกมาประกาศว่า จะมีการเปิดตัวศูนย์บริการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นของตัวเอง! โดยเหตุผลที่ Nasdaq ต้องเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการให้บริการซื้อขายคริปโต เพราะทางตลาดหลักทรัพย์อ้างว่า ต้องการที่จะซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนสถาบัน

binance

Binance จดทะเบียนและเปิดตัวสำนักงานในนิวซีแลนด์แล้ว!

Binance บริษัทซื้อขายคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้เข้าจดทะเบียนเป็นผู้ให้บริการทางการเงินในประเทศนิวซีแลนด์กับกระทรวงธุรกิจ นวัตกรรม และการจ้างงาน (MBIE) ของประเทศเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งยังได้รับอนุญาตให้ดำเนินการจัดตั้งสำนักงานในพื้นที่เรียบร้อยแล้ว CZ ที่เป็น