Duration Bond คือ อายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ในการรับคืนเงินทุนและเป็นตัววัดความไวของราคาพันธบัตรต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยในตลาด ซึ่งจะแสดงค่าเป็นหน่วย “ปี” เพื่อบอกให้นักลงทุนทราบว่าหากอัตราดอกเบี้ยปรับตัวขึ้นหรือลดลง 1% ราคาของตราสารหนี้หรือกองทุนตราสารหนี้ในพอร์ตจะเปลี่ยนแปลงไปกี่เปอร์เซ็นต์ครับ
การเข้าใจ Duration Bond มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเทรดเดอร์และนักลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายและตลาดการเงินมีการผันผวนอยู่ตลอดเวลา ค่า Duration จึงเป็นเครื่องมือหลักที่ช่วยประเมินความเสี่ยงด้านราคา (Price Risk) และช่วยในการจัดพอร์ตเพื่อรับมือกับทิศทางดอกเบี้ยอย่างเหมาะสมครับ
⚠️ ข้อควรระวัง: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลสำหรับการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่การชี้แนะหรือแนะนำลงทุนครับ
Duration Bond คืออะไร?
Duration Bond หรือ Duration ตราสารหนี้ คือ ดรรชนีวัดระยะเวลาคืนทุนถ่วงน้ำหนักด้วยมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดทั้งหมดที่นักลงทุนจะได้รับจากตราสารหนี้ ทั้งในรูปของดอกเบี้ยงวด (Coupon Rate) และเงินต้นเมื่อครบกำหนดสัญญา พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็นตัววัดระดับความผันผวนของราคาตราสารหนี้เมื่อเทียบกับการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยในตลาดครับ
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยในกลุ่มนักลงทุนมือใหม่ คือ การสับสนระหว่าง Duration Bond กับ อายุคงเหลือของตราสารหนี้ (Maturity) แม้ทั้งสองค่าจะมีหน่วยเป็น “ปี” เหมือนกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญดังนี้ครับ
- Maturity (อายุคงเหลือตามสัญญา): คือ ระยะเวลาคงเหลือนับจากปัจจุบันจนถึงวันที่ตราสารหนี้ฉบับนั้นหมดอายุสัญญาและไถ่ถอนเงินต้นคืนเต็มจำนวน ซึ่งเป็นค่าที่คงที่และลดลงตามเวลาที่ผ่านไปเท่านั้นครับ
- Duration (ระยะเวลาคืนทุนเฉลี่ย): คือ อายุเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักด้วยกระแสเงินสดจริง เนื่องจากตราสารหนี้ส่วนใหญ่มักจะจ่ายดอกเบี้ยเป็นงวดๆ ก่อนครบกำหนดไถ่ถอน ทำให้นักลงทุนทยอยได้เงินทุนคืนกลับมาบางส่วนแล้ว ดังนั้น ค่า Duration ของตราสารหนี้ที่จ่ายดอกเบี้ยสม่ำเสมอจึงมีค่าน้อยกว่า Maturity เสมอครับ (ยกเว้น Zero Coupon Bond ที่ไม่มีการจ่ายดอกเบี้ยระหว่างทาง ทำให้ Duration เท่ากับ Maturity พอดีครับ)
ทำไมดอกเบี้ยขึ้น Bond ราคาลง? กลไกสัมพันธ์ที่นักลงทุนต้องรู้
กลไกความสัมพันธ์ระหว่างอัตราดอกเบี้ยในตลาดและราคาตราสารหนี้มีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้ามเสมอ (Inverse Relationship) (สามารถเรียนรู้กลไกความสัมพันธ์ระหว่างอัตราดอกเบี้ยและราคาตราสารหนี้เพิ่มเติมได้จาก ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET e-Learning)) เมื่ออัตราดอกเบี้ยนโยบายปรับตัวสูงขึ้น พันธบัตรหรือหุ้นกู้ใหม่ออกในตลาดจะให้อัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า ส่งผลให้ตราสารหนี้ฉบับเดิมที่จ่ายดอกเบี้ยต่ำกว่ากลายเป็นสินทรัพย์ที่ไม่น่าสนใจ ตลาดจึงต้องปรับลดราคาซื้อขายของตราสารหนี้ฉบับเดิมลงมา เพื่อให้อัตราผลตอบแทนจากการถือครอง (Yield) ปรับขึ้นไปเท่าเทียมกับตราสารหนี้ฉบับใหม่ในตลาดครับ
การนำ Duration Bond ไปใช้คำนวณผลกระทบต่อราคาตราสารหนี้ สามารถประเมินได้อย่างตรงไปตรงมาผ่านสมการประมาณการ โดยใช้ค่า Duration คูณกับเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย ตัวอย่างเช่น หากตราสารหนี้ฉบับหนึ่งมีค่า Duration อยู่ที่ 5 ปี และอัตราดอกเบี้ยในตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น 1% ราคาของตราสารหนี้ฉบับนั้นจะปรับตัวลดลงโดยประมาณ 5% ในทางกลับกัน หากอัตราดอกเบี้ยในตลาดปรับตัวลดลง 1% ราคาตราสารหนี้ฉบับดังกล่าวก็จะปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 5% เช่นกันครับ
ตราสารหนี้ที่มีค่า Duration แตกต่างกัน จะได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยในระดับที่ต่างกัน ซึ่งสามารถสรุปเปรียบเทียบผลกระทบเชิงราคาได้ตามตารางด้านล่างนี้ครับ
| Duration Bond (ปี) | อัตราดอกเบี้ยขึ้น +1% (ราคาปรับเปลี่ยน) | อัตราดอกเบี้ยลง -1% (ราคาปรับเปลี่ยน) |
| 2 ปี (ระยะสั้น) | ราคาลดลงประมาณ -2% | ราคาเพิ่มขึ้นประมาณ +2% |
| 5 ปี (ระยะกลาง) | ราคาลดลงประมาณ -5% | ราคาเพิ่มขึ้นประมาณ +5% |
| 10 ปี (ระยะยาว) | ราคาลดลงประมาณ -10% | ราคาเพิ่มขึ้นประมาณ +10% |
🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere: ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น นักลงทุนควรเน้นถือครองตราสารหนี้ระยะสั้นหรือกองทุนตราสารหนี้ที่มี Duration ต่ำเพื่อลดผลกระทบจากการขาดทุนทางราคา (Capital Loss) แต่ในทางตรงกันข้าม หากตลาดกำลังเข้าสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง การปรับพอร์ตเพิ่ม Duration ให้ยาวขึ้นจะช่วยสร้างโอกาสทำกำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Gain) ได้สูงสุดครับ
ประเภทของ Duration ตราสารหนี้
ในการวิเคราะห์ตราสารหนี้ในระดับมืออาชีพ ค่า Duration สามารถแบ่งออกเป็นประเภทหลักตามวัตถุประสงค์การใช้งานและสูตรในการคำนวณ (สามารถศึกษานิยามและประเภทของ Duration ตราสารหนี้เพิ่มเติมได้ที่ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA)) ซึ่งมีรายละเอียดที่นักลงทุนควรรู้ดังนี้ครับ
Macaulay Duration
Macaulay Duration คือ การคำนวณระยะเวลาเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของกระแสเงินสดทั้งหมดที่นักลงทุนจะได้รับตลอดอายุของตราสารหนี้ โดยคำนวณจากการนำมูลค่าปัจจุบัน (Present Value) ของกระแสเงินสดแต่ละงวดมาถ่วงน้ำหนักกับระยะเวลาที่ได้รับเงินนั้น แล้วหารด้วยราคาตลาดรวมของตราสารหนี้ ผลลัพธ์ที่ได้จะออกมาในหน่วยของ “ปี” เพื่อบอกว่านักลงทุนต้องใช้เวลากี่ปีในการได้รับเงินลงทุนคืนเฉลี่ยครับ
Modified Duration
Modified Duration คือ การนำค่า Macaulay Duration มาปรับปรุงสูตรทางคณิตศาสตร์เพิ่มเติม โดยหารด้วยผลรวมของ 1 บวกกับอัตราผลตอบแทนจนถึงวันครบกำหนดไถ่ถอน (Yield to Maturity: YTM) ต่องวดการจ่ายดอกเบี้ย ผลลัพธ์ที่ได้จะถูกแปลงจากหน่วย “ปี” มาเป็น “เปอร์เซ็นต์” เพื่อวัดความไวเชิงปริมาณว่า ราคาของตราสารหนี้จะเปลี่ยนแปลงไปกี่เปอร์เซ็นต์ เมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดเปลี่ยนแปลงไป 1% ครับ
Macaulay Duration ต่างจาก Modified Duration อย่างไร
เพื่อให้เห็นภาพการใช้งานจริงอย่างชัดเจน สามารถสรุปข้อแตกต่างสำคัญระหว่าง Macaulay Duration และ Modified Duration ได้ตามตารางเปรียบเทียบด้านล่างนี้ครับ
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Macaulay Duration | Modified Duration |
| หน่วยของค่าที่ได้ | หน่วยเป็น “ปี” (Years) | หน่วยเป็น “เปอร์เซ็นต์” (%) |
| เป้าหมายการใช้งาน | วัดระยะเวลาเฉลี่ยในการรับเงินทุนคืน | วัดเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงของราคาต่อดอกเบี้ย 1% |
| บริบทการวิเคราะห์ | ใช้ประเมินโครงสร้างอายุการถือครอง | ใช้บริหารความเสี่ยงด้านราคาและอัตราดอกเบี้ย |
Duration Bond วัดความเสี่ยงอย่างไรในการจัดพอร์ต?
การเลือกระดับ Duration Bond ที่เหมาะสมกับสภาวะตลาดการเงิน เป็นหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านราคาในพอร์ตตราสารหนี้ โดยนักลงทุนสามารถวางกลยุทธ์การลงทุนให้สอดคล้องกับทิศทางดอกเบี้ยได้ดังนี้ครับ
- สภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น: นักลงทุนควรเลือกตราสารหนี้ระยะสั้น หรือปรับพอร์ตการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ให้มีค่า Duration ต่ำ (Low Duration) เช่น ไม่เกิน 1–2 ปี เนื่องจากราคาของตราสารหนี้ที่มี Duration ต่ำจะลดลงเพียงเล็กน้อยเมื่อดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น ช่วยปกป้องเงินต้นของพอร์ตไม่ให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญครับ
- สภาวะดอกเบี้ยขาลง: นักลงทุนควรพิจารณาเพิ่มสัดส่วนตราสารหนี้ระยะยาว หรือเลือกลงทุนในกองทุนที่มีค่า Duration ยาว (High Duration) เช่น 7–10 ปีขึ้นไป เพราะเมื่อดอกเบี้ยตลาดปรับลดลง ตราสารหนี้ที่มี Duration ยาวจะปรับตัวสูงขึ้นในสัดส่วนที่มากกว่าอย่างชัดเจน ทำให้พอร์ตการลงทุนได้รับส่วนต่างราคาเพิ่มขึ้นสูงสุดครับ
แม้ Duration จะเป็นเครื่องมือประเมินความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ก็มีข้อควรระวังในการใช้งานจริง เนื่องจาก Duration เป็นการประเมินความสัมพันธ์ระหว่างดอกเบี้ยและราคาในรูปแบบเส้นตรง (Linear Approximation) ซึ่งในความเป็นจริง ความสัมพันธ์ระหว่างราคาพันธบัตรและอัตราดอกเบี้ยมีลักษณะเป็นเส้นโค้ง (Convexity) ดังนั้น หากอัตราดอกเบี้ยในตลาดเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ความแม่นยำของการประเมินราคาด้วยค่า Duration เพียงอย่างเดียวจะลดลง นักลงทุนจึงต้องใช้ค่า Convexity ควบคู่กันในการวิเคราะห์ตราสารหนี้ขั้นสูงครับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Duration Bond
Duration Bond บอกอะไรแก่นักลงทุน?
Duration Bond บอกสองสิ่งสำคัญแก่นักลงทุน คือ 1) ระยะเวลาเฉลี่ยที่นักลงทุนจะได้รับเงินทุนคืนจากการลงทุนในตราสารหนี้ และ 2) ระดับความไวหรือเปอร์เซ็นต์ความผันผวนของราคาตราสารหนี้ฉบับนั้น หากอัตราดอกเบี้ยในตลาดเปลี่ยนไป 1% ครับ
กองทุนตราสารหนี้ที่มี Duration ยาว เหมาะกับการลงทุนช่วงไหน?
กองทุนตราสารหนี้ที่มี Duration ยาว เหมาะกับการลงทุนในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับสูงสุดและกำลังจะปรับตัวลดลง (ดอกเบี้ยขาลง) รวมถึงช่วงที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัว เนื่องจากราคาของพันธบัตรในกองทุนจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก สร้างผลตอบแทนรวมจากส่วนต่างราคาเพิ่มเติมครับ
ทำไมหุ้นกู้ที่มี Coupon Rate สูง ถึงมีค่า Duration ต่ำกว่า?
หุ้นกู้ที่มีอัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋ว (Coupon Rate) สูง จะมีการจ่ายเงินสดคืนกลับมาให้นักลงทุนในสัดส่วนที่มากกว่าในทุกๆ งวดกระแสเงินสด การได้รับเงินคืนกลับมาเร็วกว่าและมากกว่าระหว่างทาง จึงช่วยลดระยะเวลาการคืนทุนเฉลี่ยลง ทำให้ค่า Duration ต่ำกว่าหุ้นกู้ที่จ่ายอัตราดอกเบี้ยต่ำในอายุสัญญาที่เท่ากันครับ
สรุป Duration Bond
Duration Bond คือ เครื่องมือพื้นฐานที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการวัดระดับความเสี่ยงด้านราคาและวิเคราะห์ความไวของตราสารหนี้ต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย การเข้าใจหลักการของ Duration ทั้งในแง่ของ Macaulay Duration และ Modified Duration รวมถึงกลยุทธ์การปรับเปลี่ยนความยาวของ Duration ในพอร์ตตามสภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นและขาลง จะช่วยให้นักลงทุนสามารถปกป้องเงินต้นและสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนใน ตราสารหนี้ คือ และ หุ้นกู้คืออะไร ได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกสภาวะตลาดครับ
สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาต่อเกี่ยวกับทิศทางผลตอบแทนของตลาดพันธบัตร สามารถอ่านคู่มือเพิ่มเติมได้ที่บทความ หุ้นกู้ bond yield ครับ
⚠️ ข้อควรระวัง: การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นทั้งหมดได้ บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนส่วนบุคคล ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต การลงทุนในตราสารหนี้และหุ้นกู้มีความเสี่ยงด้านราคาอันเนื่องมาจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย และความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร [VERIFY: ตัวเลขสถิติผลตอบแทนและอัตราการผิดนัดชำระหนี้ของตราสารหนี้จาก ThaiBMA] ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
บทความนี้จัดทำโดยทีมงาน Gotradehere โดยใช้เครื่องมือ AI ช่วยร่างและตรวจสอบเนื้อหา ก่อนผ่านการตรวจทานและอนุมัติจากทีมงานมนุษย์ก่อนเผยแพร่

















