เทรดหุ้น แอพไหนดี? คำถามยอดฮิตสำหรับมือใหม่ หรือ First Jobber ที่อยากเริ่มต้นลงทุน เราขอแนะนำ 6 แอพยอดฮิตปี 2026 ที่มือใหม่ใช้ง่าย มืออาชีพเลือกใช้ ติดตามรีวิวฉบับละเอียดได้ในบทความนี้ครับ
การเทรดหุ้นยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในปี 2025 จนมาถึงปี 2026 โดยมีทั้งกลุ่มนักลงทุนหน้าใหม่และมืออาชีพที่ตัดสินใจเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์กลุ่มหุ้นมากขึ้น แต่ก็ยังคงเจอคำถามอย่าง “เทรดหุ้นแอพไหนดี?” เป็นจำนวนมาก ดังนั้น ทีมงาน Gotradehere ขอนำเสนอ 6 แอพเทรดหุ้นฮิตที่คนไทยเลือกใช้ จะมีแอพไหนบ้าง? ติดตามต่อได้ในบทความนี้เลยครับ
——————–🐣——————–
เริ่มต้นวางเป้าหมายก่อนเลือกแอพเทรดหุ้น
สำคัญมาก! ก่อนเลือกแอพเทรดหุ้น อย่าเพิ่งดูว่าแอพไหนคนใช้เยอะ แอพไหนดัง หรือแอพไหนมีฟังก์ชันการใช้งานที่ครอบคลุมกว่า แต่นักลงทุนควรเริ่มจาก “การวางเป้าหมายการลงทุนของตนเอง” เนื่องจากแอพเทรดหุ้นแต่ละตัว ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานสำหรับเทรดเดอร์ทุกกลุ่ม หากเลือกแอพไม่ตรงกับเป้าหมายของคุณ อาจส่งผลเสียต่อเงินลงทุนได้ หรือคุณอาจจะลองพิจารณาจากหัวข้อด้านล่างนี้ดูก่อน เพื่อให้คุณสามารถมองเห็นเป้าหมายหรือสไตล์การลงทุนของตนเองได้มากขึ้นครับ
มือใหม่เพิ่งเริ่มต้นลงทุนหุ้น
หากคุณเป็นมือใหม่ที่อยากลองเริ่มต้นลงทุนในสินทรัพย์กลุ่มหุ้น ไม่ว่าจะเป็นหุ้นไทยหรือหุ้นต่างประเทศ สิ่งสำคัญที่คุณควรคำนึงถึง คือ แอพเทรดควรมีสินทรัพย์ที่หลากหลายและครอบคลุมความต้องการของคุณ สามารถเริ่มต้นลงทุนได้ด้วยจำนวนเงินที่ไม่สูง และสำคัญที่สุด คือ ขั้นตอนการสมัครไม่ควรซับซ้อนและมี UI การใช้งานที่เข้าใจง่าย
คุณเป็นนักลงทุนแบบมีเป้าหมายระยะยาว
หากคุณวางเป้าหมายการลงทุนในระยะยาว เรื่องสำคัญที่สุดที่คุณควรคำนึงถึง คือ แอพรองรับการลงทุนแบบ DCA สามารถซื้อขายหุ้นเป็นเศษส่วนได้ มีฟังก์ชันแสดงข้อมูลหุ้นที่ครบถ้วนใช้งานง่าย และต้องไม่ลืมที่จะตรวจสอบค่าธรรมเนียมการใช้งานที่อาจมีการเรียกเก็บเพิ่มเติมด้วย
คุณเป็นนักลงทุนสายเทรดสั้น/เทรดรายวัน
หากคุณต้องการลงทุนเพื่อเก็งกำไรจากการซื้อขายในระยะสั้น เรื่องสำคัญที่สุดที่คุณควรคำนึงถึง คือ ความเสถียรของแอพพลิเคชันและค่าธรรมเนียมต่อการลงทุน เนื่องจากอาจส่งผลต่อต้นทุนในการลงทุนของตัวคุณเอง หากระบบของแอพล่าช้า อาจทำให้คุณพลาดโอกาสในการลงทุนได้เช่นกันครับ
🐔คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere : นักลงทุนต้องไม่ลืมว่าการลงทุนในกลุ่มสินทรัพย์อย่างหุ้น จำเป็นต้องเสียภาษีเมื่อมีการขายหุ้นด้วยเช่นกัน ดังนั้น คุณจำเป็นจะต้องวางแผนการเสียภาษีด้วยเช่นกัน โดยคุณสามารถอ่านรายละเอียดเรื่องภาษีขายหุ้นได้ที่นี่
วิธีเลือกแอพพลิเคชันสำหรับเทรดหุ้นที่ใช้ได้กับทุกคน
เช็กลิสต์สำคัญที่ไม่ว่าคุณจะมีเป้าหมายการลงทุนแบบไหน ก็ควรคำนึงถึงเสมอก่อนเลือกแอพพลิเคชันสำหรับเริ่มเทรดหุ้น โดยมีหัวข้อสำคัญที่นักลงทุนทุกควรพิจารณา ดังนี้
ผลิตภัณฑ์พื้นฐานที่รองรับ
คุณควรตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่ทางแอพพลิเคชันรองรับก่อนเสมอว่ามีหุ้นครบตามที่ต้องการลงทุนหรือไม่ หรือรองรับรูปแบบการเทรดครบไหม เช่น Option/DCA หรือ ETF เป็นต้น
⭐️ ใครควรให้ความสำคัญในหัวข้อนี้? : นักลงทุนทุกรูปแบบควรให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นอันดับต้น ๆ
ค่าธรรมเนียมการใช้งาน
ค่าธรรมเนียมการใช้งานแอพพลิเคชันเทรดหุ้นมีให้เห็นกันในทุก ๆ แอพ อยู่ที่ว่าแอพไหนเก็บมากกว่าหรือเก็บน้อยกว่า ซึ่งส่งผลต่อต้นทุน รวมถึงผลกำไรที่นักลงทุนจะได้รับด้วย โดยค่าธรรมเนียมที่พบได้บ่อย ได้แก่ ค่า Commission การซื้อขาย, ค่าธรรมเนียมจากการเลือกเปลี่ยนสกุลเงิน, ค่าธรรมเนียมการดูแลบัญชี หรือแม้แต่ค่าธรรมเนียมการฝาก-ถอน
⭐️ใครควรให้ความสำคัญในหัวข้อนี้? : นักลงทุนสายเทรดสั้น/นักลงทุนระยะยาว
ความเสถียรและความรวดเร็วของระบบ
ความเสถียรและความรวดเร็วของระบบมีผลต่อการลงทุน หากระบบไม่สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว อาจทำให้คุณพลาดการได้รับราคาหุ้นที่ดีที่สุด รวมถึงสร้างความไม่พอใจในการใช้งานในระยะยาวได้
⭐️ ใครควรให้ความสำคัญในหัวข้อนี้? : นักลงทุนสายเทรดสั้น
ฟีเจอร์สำคัญที่ควรมี
- รองรับการใช้งานคำสั่งการซื้อขายที่หลากหลาย
- รองรับการใช้งานกราฟ&เครื่องมือวิเคราะห์
- เครื่องมือบริหารความเสี่ยงและจัดการพอร์ตการลงทุน
- ข้อมูลพื้นฐานหรือการให้บริการด้านข่าวสาร
⭐️ ใครควรให้ความสำคัญในหัวข้อนี้? : ขึ้นอยู่กับความต้องการในการใช้งานของแต่ละคน
การออกแบบ UX/UI และความยากง่ายในการใช้งาน
ความยากง่ายในการใช้งานแอพพลิเคชันค่อนข้างสำคัญ หากแอพมีการออกแบบ UX/UI ที่ใช้งานยาก และไม่เหมาะกับนักลงทุน อาจทำให้ต้องใช้เวลาในการปรับตัวหรือศึกษาวิธีการใช้งานนานกว่าปกติ ซึ่งค่อนข้างสำคัญมากสำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่กำลังมองหาแอพเทรดหุ้น
⭐️ ใครควรให้ความสำคัญในหัวข้อนี้? : เทรดเดอร์มือใหม่
ความน่าเชื่อถือ&การกำกับดูแล
นักลงทุนควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแอพพลิเคชันเทรดหุ้นทุกครั้งก่อนตัดสินใจเปิดบัญชี เพื่อป้องกันการถูกโกงหรือถูกเอาเปรียบโดยบริษัทหลักทรัพย์ที่ไม่ได้มีการจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อีกทั้งยังช่วยให้คุณสามารถร้องเรียนกรณีที่ถูกเอาเปรียบได้เช่นกัน
⭐️ใครควรให้ความสำคัญในหัวข้อนี้? : นักลงทุนทุกรูปแบบควรให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ
เทรดหุ้น แอพไหนดี? แนะนำ 6 แอพยอดนิยมสำหรับคนไทย
ทางทีมงาน Gotradehere ได้รวบรวม 6 แอพพลิเคชันยอดนิยม สำหรับคนไทย ปี 2026 โดยมี 6 แอพพลิเคชันเทรดหุ้นที่ได้รับความสนใจ ดังต่อไปนี้
- Dime
- Webull
- Innovest X
- Liberator
- Streaming
- KS TRADE+

——————–🐣——————–
แนะนำแอพเทรดหุ้น : Dime

Dime เป็นแอพพลิเคชันการเงินการลงทุนจากบริษัท KKP Dime ภายใต้การกำกับดูแลจาก ก.ล.ต. (SEC) หมายเลข ลก-0007-02 ที่ให้บริการครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นเงินฝาก หุ้น กองทุน และสินทรัพย์อื่น ๆ ถือเป็นอีกหนึ่งแอพที่ใช้งานง่ายเหมาะสำหรับมือใหม่
- Website : Dime
ค่าธรรมเนียมการใช้งาน Dime
- ค่าคอมมิชชัน : เรียกเก็บที่อัตรา 0.15% ของมูลค่าหลักทรัพย์ที่ซื้อขาย โดยไม่มีค่าคอมมิชชันขั้นต่ำ
- ค่าธรรมเนียมตลาดหลักทรัพย์ : เรียกเก็บที่อัตรา 0.005% ของมูลค่าหลักทรัพย์ที่ซื้อขาย
- ค่าธรรมเนียมการกำกับดูแล : เรียกเก็บที่อัตรา 0.001% ของมูลค่าหลักทรัพย์ที่ซื้อขาย
- ค่าธรรมเนียมการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ : เรียกเก็บที่อัตรา 0.001% ของมูลค่าหลักทรัพย์ที่ซื้อขาย
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) : เรียกเก็บที่อัตรา 7% เพิ่มเติมจากค่าคอมมิชชันและค่าธรรมเนียมข้างต้นทั้งหมด
ทั้งนี้ แคุณสามารถตรวจสอบค่าธรรมเนียมการใช้งานแอพพลิเคชัน Dime โดยรายละเอียดได้ที่: ค่าธรรมเนียมการใช้งานแอพพลิเคชัน Dime
ผลิตภัณฑ์ที่ Dime รองรับ
- หุ้นสหรัฐอเมริกา
- ออปชันหุ้นสหรัฐฯ
- ทองคำ
- หุ้นไทย
- หุ้นกู้
- กองทุนรวม
ฟีเจอร์ที่โดดเด่นของ Dime
- DCA Order : รองรับการออมอัตโนมัติสำหรับหุ้นและกองทุน (DCA) ไม่ต้องเฝ้าจอ
- Stock Screener : เครื่องมือค้นหาหุ้นแบบเรียลไทม์และสามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการ
- Technical Chart : รองรับการใช้งานกราฟเทคนิคคอลที่ครบถ้วน
- Conditional Order : รองรับ GTC (Good Till Cancelled) สามารถตั้งราคาซื้อ-ขายล่วงหน้าได้นาน 90 วัน
- Asset Tracker : ติดตามพอร์ต, มีข่าวสารและคลังความรู้, บทควิเคราะห์ หรือติดตามพอร์ตนักลงทุนดัง
Dime ใช้เงินลงทุนขั้นต่ำเท่าไหร่?
- เริ่มต้นเพียง 50 บาท
ปัญหาที่พบจากการใช้งาน Dime จากผู้ใช้จริง
จากการทดลองใช้จริง มักพบปัญหาด้านการฝาก-ถอนที่ค่อนข้างล่าช้าในบางครั้ง และพบปัญหาด้านการส่งคำสั่งซื้อขายที่ล่าช้าโดยเฉพาะช่วงตลาดผันผวน
สรุปแอพ Dime เหมาะกับใคร?
Dime ค่อนข้างตอบโจทย์นักลงทุนมือใหม่ที่มีเงินลงทุนไม่มาก มีเป้าหมายที่เน้นการออมและการเทรดควบคู่กันไป ด้วยจุดเด่นอย่างค่าธรรมเนียมการเทรดที่ค่อนข้างต่ำ และมีโปรโมชันไม่คิดค่าธรรมเนียมในการซื้อขายครั้งแรกของเดือน
แนะนำแอพเทรดหุ้น : Webull

Webull เป็นแอพเทรดหุ้นที่โดดเด่นด้านเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค จากบริษัท Webull Corporation และได้รับการกำกับดูแลจาก ก.ล.ต. (SEC) หมายเลข ลก-0161-01 และ ส1-0161-01 โดยในปัจจุบัน Webull กำลังเร่งทำการตลาดในประเทศไทย จึงเป็นอีกหนึ่งแอพเทรดหุ้นที่น่าจับตามองครับ
- Website : Webull
ค่าธรรมเนียมการใช้งาน Webull
ค่า Commission สำหรับหุ้นสหรัฐฯ และ ETFs
- Webull : 0.10% ของมูลค่าการซื้อขาย สำหรับการซื้อขายในช่วง 04.00-20.00 EST และ 0.15% ของมูลค่าการซื้อขาย สำหรับการซื้อขายในช่วง 20.00-04.00 EST
- FINRA Fee : $0.000195/หุ้น (สูงสุด $9.79)
- SEC Fee
ค่า Commission สำหรับ US Options
- Webull : $0.55 ต่อสัญญาการซื้อขาย
- FINRA : $0.00329/สัญญา
- Options Exchanges : $0.02375/สัญญา
- OCC : $0.025/สัญญา
- SEC Fee
ค่า Commission สำหรับหุ้นไทย
- Webull : 0.04% ของมูลค่าการซื้อขาย
- ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย : 0.005% ของมูลค่าซื้อขาย
- ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) : 0.001% ของมูลค่าซื้อขาย
- ก.ล.ต. : 0.001% ของมูลค่าซื้อขาย
ทั้งนี้ นอกจากค่าธรรมเนียมดังกล่าวแล้ว ยังมีค่าธรรมเนียมจากสินทรัพย์อื่น ๆ เพิ่มเติม โดยคุณสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: ค่าธรรมเนียม Webull
ผลิตภัณฑ์ที่ Webull รองรับ
- หุ้นสหรัฐอเมริกา
- ออปชันหุ้นสหรัฐฯ
- ETFs หุ้นอเมริกา
- หุ้นไทย
- หุ้นจีนและหุ้นฮ่องกง
ฟีเจอร์ที่โดดเด่นของ Webull
- Technical Chart : รองรับเครื่องมือวิเคราะห์ขั้นสูง ไม่ใช่แค่เครื่องมือพื้นฐาน เช่น อินดิเคเตอร์ครบ, เครื่องมือสำหรับตีเส้นแนวรับแนวต้าน, Replay Mode หรือ Order Book สูงสุด 50 ระดับการซื้อ-ขาย
- Conditional Orders : รองรับฟังก์ชันการตั้งค่าคำสั่งซื้อขายที่ครบถ้วน
- DCA Order : รองรับการออมอัตโนมัติสำหรับหุ้นและกองทุน (DCA) ไม่ต้องเฝ้าจอ
- Stock Screener : เครื่องมือค้นหาและคัดกรองหุ้นตามความต้องการของผู้ใช้
- Paper Trading : ทดลองเทรดผ่านพอร์ตจำลองฟรี
- รองรับการติดตามพอร์ตนักลงทุนดังระดับโลก อัปเดตข่าวสารสำคัญภายในแอพ
Webull ใช้เงินลงทุนขั้นต่ำเท่าไหร่?
- เริ่มต้นเพียง $1
ปัญหาที่พบจากการใช้งาน Webull จากผู้ใช้จริง
จากการตรวจสอบโดยทีมงาน Gotradehere พบว่าปัญหาหลักที่ผู้ใช้งานพบ คือ ปัญหาด้านการถอนเงินที่ล่าช้า และพบว่าแอพค่อนข้างช้าในช่วงตลาดผันผวน นอกจากนี้ มีนักลงทุนบางรายกล่าวว่า Support จากทางโบรกให้คำตอบที่ไม่ค่อยตรงกับคำถามสักเท่าไหร่
สรุปแอพ Webull เหมาะกับใคร?
Webull ค่อนข้างตอบโจทย์นักลงทุนมืออาชีพมากกว่ามือใหม่ เนื่องจากฟีเจอร์ส่วนใหญ่ค่อนข้างเป็นเครื่องมือทางเทคนิคเชิงลึก ซึ่งอาจเกินความจำเป็นสำหรับนักลงทุนมือใหม่ แต่ไม่ใช่ว่านักลงทุนมือใหม่ไม่สามารถใช้งานได้นะครับ แต่อาจจะต้องศึกษารายละเอียดอื่น ๆ เพิ่มเติมก่อนตัดสินใจเปิดบัญชีครับ
แนะนำแอพเทรดหุ้น : Innovest X

Innovest X เป็นแอพเทรดหุ้นและการลงทุนแบบครบวงจร ภายใต้บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม SCBX Group ของเมืองไทย และได้รับการกำกับดูแลจาก ก.ล.ต. ด้วยหมายเลขใบอนุญาต ลก-0042-01 ถือเป็นอีกหนึ่งแอพเทรดหุ้นที่มีความน่าเชื่อถือสูง
- Website : Innovest X
ค่าธรรมเนียมการใช้งาน Innovest X
ค่า Commission สำหรับหุ้นไทย
- 0.10%-0.25% ขึ้นอยู่กับมูลค่าการซื้อขายต่อวันและช่องทางการซื้อขาย
- SET Trading Fee ที่ร้อยละ 0.005 ของมูลค่าซื้อขายต่อวัน
- TSD Clearing Fee ที่ร้อยละ 0.001 ของมูลค่าซื้อขายต่อวัน
- Regulatory Fee ที่ร้อยละ 0.001 ของมูลค่าซื้อขาย
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ของค่าธรรมเนียมทั้งหมด
ค่า Commission สำหรับหุ้นต่างประเทศ (หุ้นสหรัฐฯ)
- $0.08/หุ้น ขั้นต่ำ $4.99
- SEC Fee 0.00278% มูลค่าการซื้อขาย
- ADR Fee ในบางกรณี
ทั้งนี้ คุณสามารถตรวจสอบค่าธรรมเนียมการซื้อขายหุ้นต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่: ค่าธรรมเนียมการซื้อขายหุ้นต่างประเทศกับ Innovest X
ผลิตภัณฑ์ที่ Innovest X รองรับ
- หุ้นไทย
- หุ้นต่างประเทศ เช่น หุ้นสหรัฐฯ, หุ้นฮ่องกง, หุ้นญี่ปุ่น หรือหุ้นจีน
- กองทุน
- ตราสารหนี้
- สินทรัพย์ดิจิทัล
ฟีเจอร์ที่โดดเด่นของ Innovest X
- Global Investment Access : เข้าถึงหุ้นไทยและต่างประเทศกว่า 23 ประเทศ 31 ตลาดทั่วโลก
- Technical Chart : รองรับเครื่องมือวิเคราะห์ขั้นสูง เช่น Portfolio Analytics, อินดิเคเตอร์ขั้นสูง หรือ Heatmap แสดงภาพรวมตลาด
- Conditional Order : รองรับคำสั่งซื้อขายครบถ้วน
- Powerful Insights : รวบรวมข้อมูลสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการลงทุนของคุณให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น Economic Calendar, Stock Insights, บทวิเคราะห์ หรือ Market Dashboard
- Invest Ideas : กลยุทธ์และคำแนะนำจาก InnovestX สำหรับนักลงทุน พร้อมไอเดียการลงทุนตามเทรนด์สำคัญ หรือตามเป้าหมายของนักลงทุน
- INVX Point : สะสมคะแนนจากทุกการซื้อ-ขาย และทุกสินทรัพย์ เพื่อนำไปแลกเป็นค่าธรรมเนียม หรือส่วนลดกองทุนผ่านแอป InnovestX
Innovest X ใช้เงินลงทุนขั้นต่ำเท่าไหร่?
- ไม่กำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำ แต่กำหนดการซื้อขายขั้นต่ำอยู่ที่ 1 หุ้นต่อครั้ง
ปัญหาที่พบจากการใช้งาน Innovest X จากผู้ใช้จริง
จากการตรวจสอบพบว่า ปัญหาที่นักลงทุนส่วนใหญ่พบคือ “การไม่สามารถเข้าสู่ระบบ Innovest X ได้” จากการไม่ได้รับ OTP ในอีเมลเพื่อ Login เข้าสู่ระบบ นอกจากนี้ ยังพบปัญหาด้านการส่งคำสั่งซื้อขายผิดพลาดในช่วงตลาดผันผวน แนะนำให้นักลงทุนแคปหน้าจอก่อนกด Confirm ทุกครั้ง เพราะระบบไม่มี Auto-Capture เพื่อให้มีหลักฐานสำหรับส่งเรื่องแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ได้
แหล่งที่มา: ปัญหาด้านการส่งคำสั่งซื้อขายผิดพลาด
สรุปแอพ Innovest X เหมาะกับใคร?
Innovest X ค่อนข้างตอบโจทย์นักลงทุนมือใหม่ไปจนถึงนักลงทุนระดับกลางมากกว่านักลงทุนมืออาชีพที่ต้องการฟีเจอร์หรือเครื่องมือวิเคราะห์เชิงลึก และเน้นการลงทุนแบบระยะสั้นหรือรายวัน เนื่องจากฟีเจอร์สำหรับใช้เพื่อวิเคราะห์ทางเทคนิคมีเฉพาะเครื่องมือพื้นฐาน ยังขาดเครื่องมือขั้นสูงบางอย่างครับ
แนะนำแอพเทรดหุ้น : Liberator

Liberator เป็นโบรกเกอร์หลักทรัพย์ดิจิทัลจากประเทศไทยที่รองรับการเทรดหุ้นไทย TFEX หุ้นสหรัฐ ไปจนถึงกองทุนรวม โดยได้รับการกำกับดูแลจาก ก.ล.ต. เลขที่ ลก-0151-01
- Website : Liberator
ค่าธรรมเนียมการใช้งาน Liberator
ค่า Commission สำหรับหุ้นไทย
- เริ่มต้นที่ 0.0499% จากนั้น ลดลงตามปริมาณการซื้อขายจริง
- ยังไม่รวมส่วนค่าธรรมเนียมตลาด, ภาษี และค่าธรรมเนียมชำระราคาและส่งมอบ คุณสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ : All Rate and Payment Liberator
ค่า Commission สำหรับหุ้นสหรัฐฯ
- 0.10% ของมูลค่าการซื้อขาย ขั้นต่ำเพียง $0.01
- ยังไม่รวมส่วนค่าธรรมเนียมตลาด, ภาษี และค่าธรรมเนียมชำระราคาและส่งมอบ
ทั้งนี้ คุณสามารถอ่านรายละเอียดค่าธรรมเนียมของสินทรัพย์อื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่: ค่าธรรมเนียมการใช้งาน Liberator
ผลิตภัณฑ์ที่ Liberator รองรับ
- หุ้นไทย
- หุ้นสหรัฐฯ
- ETFs
- กองทุนรวม
ฟีเจอร์ที่โดดเด่นของ Liberator
- Technical Chart : รองรับเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่หลากหลาย
- Conditional Order : รองรับคำสั่งซื้อขายครบถ้วน
- Workspace Customization : จัด Layout การเทรดตามสไตล์และความต้องการของแต่ละบุคคล
- LIB Content : ให้บริการบทวิเคราะห์และคลังความรู้ที่ครบถ้วน
- Promotion : รองรับการให้บริการโปรโมชันรายเดือน
Liberator ใช้เงินลงทุนขั้นต่ำเท่าไหร่?
- สามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่ 1 บาท
ปัญหาที่พบจากการใช้งาน Liberator จากผู้ใช้จริง
จากการตรวจสอบพบว่า ปัญหาที่นักลงทุนส่วนใหญ่พบ ได้แก่ ปัญหา Log Out อัตโนมัติ เนื่องจากเวลาของ Session ค่อนข้างหมดไว (หากไม่ Active ประมาณ 5-10 นาที จะถูก Log Out อัตโนมัติ) จึงอาจสร้างความไม่สะดวกแก่ตัวนักลงทุนได้
สรุปแอพ Liberator เหมาะกับใคร?
Liberator ค่อนข้างตอบโจทย์กับนักลงทุนมือใหม่ไปจนถึงนักลงทุนที่พอมีประสบการณ์มาบ้างแล้ว ด้วยจุดเด่นอย่างค่าคอมที่ค่อนข้างถูกและมีโปรโมชันรองรับ แต่อาจไม่เหมาะกับสาย Day Trade หรือ Swing Trade เนื่องจากปัญหา Session การเข้าสู่ระบบที่เจอ อาจสร้างความไม่สะดวกในการใช้งานได้
แนะนำแอพเทรดหุ้น : Streaming

Streaming เป็นแพลตฟอร์มสำหรับซื้อขายหุ้นไทยที่ถูกพัฒนาโดย SetTrade ได้รับการกำกับดูแลทางอ้อมผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.). เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมสูง
- Website : Streaming
ค่าธรรมเนียมการใช้งาน Streaming
- ค่าคอมมิชชันการซื้อขายขึ้นกับอยู่กับโบรกเกอร์ที่นักลงทุนเลือกเปิดบัญชีด้วย
ผลิตภัณฑ์ที่ Streaming รองรับ
- หุ้นไทย
- TFEX
- DW/DR
- กองทุนรวม
- ETFs
ฟีเจอร์ที่โดดเด่นของ Streaming
- DCA Order : การลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน เพื่อใช้ในการออมหุ้นอย่างมีวินัยและสม่ำเสมอ
- Stock Screener : การคัดกรองหุ้นเด่นที่น่าสนใจให้กับคุณ
- Technical Chart : การวิเคราะห์ทางเทคนิคด้วยตัวเองอย่างสะดวกและรวดเร็ว
- Conditional Order : การเทรดอนุพันธ์และหุ้น โดยไม่ต้องเฝ้าหน้าจอ
- Sense : มีข้อมูลที่เกี่ยวกับการลงทุนให้คุณได้ติดตามอย่างครอบคลุม
Streaming ใช้เงินลงทุนขั้นต่ำเท่าไหร่?
- ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์ที่นักลงทุนเลือกเปิดบัญชีด้วย
ปัญหาที่พบจากการใช้งาน Streaming จากผู้ใช้จริง
ปัญหาที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่พบ คือ ระบบมีความล่าช้าในช่วงตลาดเปิด โดยเฉพาะกับการให้ข้อมูลแบบ Real Time นอกจากนี้ Streaming จะไม่รองรับ iOS ต่ำกว่า 12 หรือ Android ต่ำกว่า 5 ต้องอัปเดตหรือใช้ Browser แทน
สรุปแอพ Streaming เหมาะกับใคร?
Streaming ค่อนข้างตอบโจทย์นักลงทุนตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงมืออาชีพ เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการเทรดหุ้นโดยเฉพาะ ทำให้ฟีเจอร์ส่วนใหญ่สามารถรองรับความต้องการของนักลงทุนได้อย่างครบถ้วน แต่อาจจะยังไม่เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ เนื่องจากแอพ Streaming ปกติจะใช้สำหรับดูกราฟ–เทรดหุ้นไทยเป็นหลัก
แนะนำแอพเทรดหุ้น : KS TRADE+

KS TRADE+ เป็นแอพเทรดหุ้นจากหลักทรัพย์กสิกรไทย ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการลงทุนหุ้นไทย ด้วยฟังก์ชันการให้ราคาแบบ Real Time การส่งบทวิเคราะห์จากทาง KS การเปรียบเทียบรายละเอียดหุ้นแบบทันใจ หรือการที่สามารถซื้อขายได้ทันที นับว่า All-In-One ในแอพพลิเคชันเดียว โดยได้รับการกำกับดูแลจาก ก.ล.ต. เลขที่ ลก-0021-01
- Website : KS TRADE+
ค่าธรรมเนียมการใช้งาน KS TRADE+
ค่า Commission สำหรับหุ้นไทย
- เริ่มต้นที่ 0.15% และลดลงเรื่อย ๆ ตามมูลค่าซื้อขายจริงต่อวัน
- รวมค่าธรรมเนียมอื่น ๆ อีก ดังนี้
- SET Fee 0.005%
- Clearing Fee 0.001%
- Regulatory Fee 0.001%
- VAT 7%
นอกจากนี้ KS TRADE+ ยังรองรับการเทรดหุ้นต่างประเทศด้วยเช่นกัน โดยคุณสามารถตรวจสอบค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมได้ที่: ค่าธรรมเนียมการซื้อขายหุ้นต่างประเทศ KS TRADE+
ผลิตภัณฑ์ที่ KS TRADE+ รองรับ
- หุ้นไทย
- หุ้นต่างประเทศ
- TFEX
- กองทุนรวม
- ตราสารหนี้
ฟีเจอร์ที่โดดเด่นของ KS TRADE+
- Markets : ติดตามราคาหุ้นแบบ Real-Time ย้อนหลัง 30 ปี รวมถึงยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับกราฟอีกด้วย
- Graph&Charts : ครอบคลุมกราฟทางเทคนิค ไม่ว่าจะเป็น EMA, MACD, Candlestick และ Trend Lind เป็นต้น
- Fundamental : สามารถติดตามข้อมูลพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียนได้ ไม่ว่าจะเป็นงบการเงินหรือรายได้ย้อนหลัง 5 ปี
- Scan : ระบบสแกนหุ้นที่สามารถสแกนได้ทั้งพื้นฐานและเทคนิคพร้อมกัน
- Notification Alert : ระบบการแจ้งเตือนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ เช่น ราคา, ปริมาณการซื้อขาย และสรุปภาวะตลาดประจำวัน เป็นต้น
KS TRADE+ ใช้เงินลงทุนขั้นต่ำเท่าไหร่?
- ไม่กำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำ แต่กำหนดการซื้อขายขั้นต่ำอยู่ที่ 1 หุ้นต่อครั้ง
ปัญหาที่พบจากการใช้งาน KS TRADE+ จากผู้ใช้จริง
จากการตรวจสอบ พบว่า KS TRADE+ มักพบปัญหาเหมือนกับแอพพลิเคชันอื่น ๆ คือ แอพพลิเคชันค่อนข้างล่าช้าในช่วงตลาดผันผวน หรือช่วงเปิด-ปิดตลาด ส่งผลให้แอพพลิเคชันอาจโหลดช้ากว่าปกติ หรือเกิดข้อผิดพลาดในการส่งคำสั่งซื้อขายครับ
สรุปแอพ KS TRADE+ Application เหมาะกับใคร?
KS TRADE+ ค่อนข้างตอบโจทย์เทรดเดอร์ทุกระดับ ตั้งแต่นักลงทุนมือใหม่ไปจนถึงนักลงทุนมืออาชีพที่ต้องการความครบจบในแอพพลิเคชันเดียว เนื่องจาก KS TRADE+ รองรับฟังก์ชันการทำงานที่หลากหลาย สามารถฝาก-ถอนผ่าน K Bank ได้เลย ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ตัวนักลงทุนเป็นอย่างมาก
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเทรดหุ้น แอพไหนดี?
มีเงิน 1,000 บาทเล่นหุ้นได้ไหม?
มีเงิน 1,000 บาทก็สามารถเล่นหุ้นได้ แต่นักลงทุนจำเป็นต้องศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับราคาหุ้นที่ต้องการลงทุน รวมถึงจำนวนขั้นต่ำที่ทางแอพพลิเคชันอนุญาตให้ซื้อขายได้ครับ
เทรดหุ้นมือใหม่ แอพไหนดี?
เทรดหุ้นมือใหม่ แนะนำให้เลือกแอพพลิเคชันที่มีฟังก์ชันการทำงานที่ครบถ้วน ไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมแพงจนเกินไป และสำคัญ คือ ควรใช้งานง่าย โดยเราขอแนะนำเป็นแอพพลิเคชัน ดังนี้
- แอพ Dime
- แอพ Innovest X
- แอพ Liberator
มือใหม่เล่นหุ้น ต้องรู้อะไรบ้าง?
สิ่งสำคัญที่มือใหม่เล่นหุ้นควรรู้ คือ เป้าหมายการลงทุนและรูปแบบการลงทุนของตนเอง เนื่องจากเป็นสิ่งที่ช่วยกำหนดทิศทางและการเลือกแอพพลิเคชันให้เหมาะกับคุณมากที่สุด ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการเพิ่มความสามารถในการลงทุนของคุณให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นครับ
เทรดหุ้น ออนไลน์ มีข้อจำกัดหรือไม่?
การเทรดหุ้นออนไลน์มีข้อจำกัดที่เทรดเดอร์มือใหม่ควรระมัดระวัง คือ การเลือกหุ้นที่ไม่เหมาะสมกับตัวเอง อาจจะส่งผลต่อผลตอบแทนในระยะยาวได้ อีกทั้ง นักลงทุนควรศึกษาแอพพลิเคชันในการเทรดให้ละเอียดและรอบคอบก่อนตัดสินใจ
ลงทุนผ่านแอพเทรดหุ้น ได้เงินจริงไหม?
นักลงทุนสามารถรับเงินผ่านการซื้อขายหุ้นผ่านแอพพลิเคชันได้จริง หากคุณสามารถซื้อขายและทำกำไรได้สำเร็จ และที่สำคัญคุณควรลงทุนผ่านแอพที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายครับ
สรุปเกี่ยวกับเทรดหุ้นแอพไหนดี ปี 2026
จากที่กล่าวมาทั้งหมด สรุปได้ว่า 6 แอพพลิเคชันเทรดหุ้นที่เราคัดเลือกมา เป็นเพียงการให้คำแนะนำเท่านั้น ไม่ใช่การชักชวนให้ลงทุนแต่อย่างใด ซึ่งการเลือกแอพเทรดหุ้นที่ดีนั้น ควรเลือกจากเป้าหมายในการลงทุนของคุณ เพราะการลงทุนในหุ้นก็ถือว่ามีความเสี่ยงสูงเป็นอย่างมากครับ ดังนั้น คุณต้องเลือกแอพเทรดหุ้นที่มีความน่าเชื่อถือและมีความเหมาะสมต่อการใช้งานของคุณ จึงจะเรียกได้ว่าเป็นแอพเทรดหุ้นที่ดีครับ

















