“ Parabolic SAR คืออะไร? อินดิเคเตอร์จุดไข่ปลาที่ช่วยจับแนวโน้มและสัญญาณกลับตัวของตลาด” บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจการใช้งาน Parabolic SAR เพิ่มมากขึ้น เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจเทรดมากยิ่งขึ้นครับ
Parabolic SAR คือ อินดิเคเตอร์ที่ช่วยบอกทิศทางแนวโน้มและจุดกลับตัวของราคาในตลาดการเงินได้อย่างชัดเจน แต่จริง ๆ แล้ว Parabolic SAR สามารถนำไปใช้งานได้มากกว่านั้น โดยเฉพาะเทคนิคการหาจุดเข้าออกออเดอร์และดูความผันผวนของราคาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งทางเราได้รวบรวมเทคนิคสำคัญที่คุณไม่ควรพลาดไว้ให้ศึกษาเพิ่มเติมในบทความนี้ครับ
—————🐣—————
Parabolic SAR คืออะไร?
Parabolic SAR คือ อินดิเคเตอร์ที่แสดงผลออกมาในรูปแบบ “จุดไข่ปลา” เรียงต่อกันเป็นเส้น ซึ่งความถี่ของจุดไข่ปลานั้นสามารถบอกความผันผวนของราคาได้ และทิศทางของจุดไข่ปลาสามารถบอกแนวโน้มของราคาตลาดได้ครับ
นอกจากนี้ Parabolic SAR ยังเป็นอินดิเคเตอร์ที่ถูกคิดค้นจาก J. Welles Wilder เทรดเดอร์ที่เป็นที่ยอมรับในวงการ ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่สร้างอินดิเคเตอร์ยอดนิยมหลายตัว เช่น RSI, ATR และ ADX โดย Parabolic SAR ถูกนำเสนอครั้งแรกในหนังสือ New Concepts in Technical Trading Systems เมื่อปี 1978 ซึ่งคำว่า “Parabolic” มาจากการเคลื่อนไหวที่เป็นทรงโค้ง ส่วน “SAR” ย่อมาจาก Stop and Reverse หรือการหยุดและกลับตัว โดยจะช่วยให้เทรดเดอร์สามารถหาสัญญาณเข้าออกออเดอร์ได้ครับ
🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere : Parabolic SAR จะมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อเป็นการเทรดตามแนวโน้มหรือที่เรียกว่า ตลาดกำลังเป็นเทรนด์ (Trend) แต่ถ้าตลาดอยู่ในช่วง Sideway จำเป็นต้องใช้อินดิเคเตอร์ (Indicator) ตัวอื่นเข้ามาช่วยวิเคราะห์ เพื่อความแม่นยำมากขึ้นครับ
วิธีการใช้ Parabolic SAR ใช้ยังไง?
Parabolic SAR มีความสามารถหลัก ๆ อยู่ 4 อย่าง ได้แก่ ดูความผันผวนราคา, วิเคราะห์แนวโน้ม, หาสัญญาณจุดกลับตัวและหาสัญญาณซื้อขาย ซึ่งมีวิธีดู Parabolic Sar ตามรายละเอียดดังนี้
ใช้ Parabolic SAR ดูความผันผวนของราคา
สำหรับการใช้ Parabolic SAR เพื่อดูความผันผวนของราคา ณ สภาวะตลาดตอนนั้น โดยจะดูจากความถี่ในการเรียงตัวของจุดไข่ปลาเป็นหลัก ซึ่งการดูความผันผวนของราคาจาก Parabolic SAR ถือเป็นวิธีการที่ง่ายที่ใช้

- จุดไข่ปลาเรียงตัวชิดกัน หมายความว่า กราฟราคามีการแกว่งตัวน้อยหรือความผันผวนน้อย
- จุดไข่ปลาเรียงตัวห่างกัน หมายความว่า กราฟราคามีการแกว่งตัวมาก หรือความผันผวนมาก
ใช้ Parabolic SAR ดูแนวโน้มของราคา
สำหรับการใช้ Parabolic SAR เพื่อดูแนวโน้มของราคา โดยจะดูที่ตำแหน่งของจุดไข่ปลา Parabolic SAR โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

- หากจุดไข่ปลาอยู่บนกราฟราคา หมายความว่า ตลาดมีแนวโน้มที่กำลังจะเป็นขาลง (Downtrend)
- หากจุดไข่ปลาอยู่ล่างกราฟราคา หมายความว่า ตลาดมีแนวโน้มที่กำลังจะเป็นขาขึ้น (Uptrend)
ใช้ Parabolic SAR ดูสัญญาณกลับตัว
สำหรับการใช้ Parabolic SAR เพื่อดูสัญญาณกลับตัวของราคา โดยจะดูจากระยะห่างของจุดไข่ปลาและแท่งเทียน โดยมีรายละเอียดดังนี้

- หากจุดไข่ปลาอยู่ห่างจากแท่งเทียน หมายความว่า ราคายังคงอยู่ในแนวโน้มเดิม
- หากจุดไข่ปลาอยู่ใกล้แท่งเทียน หมายความว่า มีสัญญาณการกลับตัวของราคาหรือเปลี่ยนแนวโน้ม
ใช้ Parabolic SAR หาสัญญาณการซื้อขาย
สำหรับการใช้ Parabolic SAR เพื่อหาสัญญาณการซื้อขาย โดยเทรดเดอร์จำเป็นต้องดูสัญญาณกลับตัวควบคู่กันด้วยและเทรดเดอร์ควรเปิดออเดอร์เมื่อจุดไข่ปลาเรียงกัน 3 จุด ขึ้นไปแล้วเท่านั้น เพื่อเป็นการยืนยันแนวโน้มก่อนเปิดออเดอร์

- เปิดออเดอร์ Buy เมื่อจุดไข่ปลาวิ่งเข้าใกล้แท่งเทียน (สัญญาณกลับตัว) จากบนลงล่าง และสร้างจุดไข่ปลา 3 จุดเรียงกันขึ้นไปแล้วเท่านั้น เพื่อเป็นการยืนยันแนวโน้มขาขึ้น
- เปิดออเดอร์ Sell เมื่อจุดไข่ปลาวิ่งเข้าใกล้แท่งเทียน (สัญญาณกลับตัว) จากล่างขึ้นบน และสร้างจุดไข่ปลา 3 จุดเรียงกันขึ้นไปแล้วเท่านั้น เพื่อเป็นการยืนยันแนวโน้มขาลง
🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere : ทุกครั้งเมื่อเทรดเดอร์ทำการเทรด เทรดเดอร์ควรตั้ง Stop Loss (SL) และ Take Profit (TP) ตามความระดับความเสี่ยงที่แต่ละบุคคลยอมรับได้ โดยเทรดเดอร์อาจใช้แนวรับและแนวต้านเข้ามาพิจารณาร่วมด้วย เพื่อประกอบการตัดสินใจในการตั้ง SL และ TP ครับ
—————🐣—————
Parabolic SAR ตั้งค่า อย่างไรให้แม่นยำที่สุด?
การตั้งค่าที่ดีที่สุดสำหรับ Parabolic SAR คือ ค่าดั้งเดิมที่ทางโปรแกรมเทรด หรือ Metatrader ตั้งไว้ โดยอินดิเคเตอร์ Parabolic SAR มีให้ใช้งานทั้งใน MT4, MT5 และ TradingViews ซึ่งคุณอาจทดลองใช้ Parabolic Sar ในบัญชี DEMO ก่อน เพื่อลองปรับค่าให้เหมาะสมกับกลยุทธ์การเทรดและ Tim Frame รวมถึงประเภทของสินทรัพย์ที่เทรดเดอร์เลือกเทรดด้วยครับ

โดยค่าที่เทรดเดอร์สามารถทำการเปลี่ยนแปลงได้นั้น คือ ค่า AF ซึ่งอยู่หัวข้อที่ชื่อว่า “Step” โดยค่านี้เป็นการเปลี่ยนแปลงเพื่อเร่งความเร็วของ Parabolic SAR ให้ใกล้เคียงกับราคามากที่สุด แต่ต้องไม่เกิน 0.2 หรือค่า Maximum ครับ
- ค่า AF สูง = Parabolic SAR จะใกล้กับราคามากกว่า
- ค่า AF ต่ำ = Parabolic SAR จะใกล้กับราคาน้อยกว่า
ซึ่งค่า AF (Acceleration Factor) คือ ปัจจัยเร่งความเร็ว โดยคุณสามารถกำหนด AF ให้มากขึ้น เพื่อเร่งความเร็วของสัญญาณ Parabolic SAR ให้ใกล้เคียงกับราคามากที่สุด แต่ Wilder ซึ่งเป็นผู้คิดค้นอินดิเคเตอร์ตัวนี้แนะนำให้ใช้ค่า AF ที่ 0.018-0.02
🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere : หากเทรดเดอร์ตั้งค่า AF สูงมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งพบกับสัญญาณหลอกในการกลับตัวของราคามากเท่านั้นครับ
วิธีเรียกใช้งาน Parabolic SAR บนโปรแกรมเทรด
เทรดเดอร์ไม่จำเป็นต้องคำนวณค่าต่าง ๆ ของ Parabolic SAR ด้วยตนเอง เนื่องจากสามารถเรียกใช้อินดิเคเตอร์นี้ผ่านโปรแกรมเทรดได้โดยตรง ซึ่งระบบจะทำการคำนวณค่าให้โดยอัตโนมัติ ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถนำไปใช้งานได้อย่างสะดวกและรวดเร็วครับ
วิธีตั้งค่าการใช้งาน Parabolic SAR ใน TradingView

- ไปที่เว็บไซต์ TradingView แล้วเลือกสินทรัพย์ที่ต้องการ
- ไปที่เมนู “อินดิเคเตอร์” จากนั้นค้นหาอินดิเคเตอร์ Parabolic Sar
- เลือกอินดิเคเตอร์ที่คุณต้องการและปรับแต่งการใช้งานให้เหมาะกับตนเองมากที่สุด
วิธีตั้งค่าการใช้งาน Parabolic SAR ใน MT5

- เปิดโปรแกรม MetaTrader 5 หรือสามารถดาวน์โหลดได้ผ่านเว็บไซต์ MetaTrader5.com
- ไปที่คำสั่ง Insert เลือกเมนู “Indicator”
- เลือกคำสั่ง Trendbเลื่อนลงมาที่ “Parabolic SAR”
- จากนั้นตั้งค่า Indicator ให้เรียบร้อยก่อนใช้งาน แล้วกด “OK”
—————🐣—————
ตัวอย่างการนำ Parabolic SAR ไปใช้ในการเข้าเทรดจริง

ทางทีมงาน Gotradehere ขอยกตัวอย่างการนำอินดิเคเตอร์ Parabolic SAR มาใช้ประกอบการตัดสินใจเข้าเทรด โดยจากตัวอย่างกราฟ หากพิจารณาเปิดออเดอร์ Buy ของ BTC/USDT ที่บริเวณราคา 90,624.24 ตามสัญญาณการกลับตัวของราคา (กรอบสีเหลือง) และสัญญาณการเปลี่ยนแนวโน้มเป็นแนวโน้มขาขึ้น จากจุดไข่ปลาด้านบนที่เข้าใกล้กราฟราคาและยืนยันแนวโน้มจากจุดไข่ปลา 3 จุด หลังจากจุดไข่ปลาเปลี่ยนมาอยู่ใต้ราคา หลังจากนั้น เทรดเดอร์สามารถใช้สัญญาณการกลับตัวของราคา (กรอบสีแดง) และสัญญาณการเปลี่ยนแนวโน้มเป็นแนวโน้มขาลง จากจุดไข่ปลาด้านล่างเข้าใกล้กราฟราคาและยืนยันแนวโน้มจากจุดไข่ปลา 3 จุด หลังจากจุดไข่ปลาเปลี่ยนขึ้นมาอยู่เหนือราคา เทรดเดอร์สามารถใช้สัญญาณเหล่านี้เป็นจังหวะในการพิจารณาปิดออเดอร์ได้ครับ
อย่างไรก็ตาม การใช้ Parabolic SAR เพียงตัวเดียวอาจทำให้เกิดสัญญาณหลอกได้ โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาตลาดเคลื่อนไหวแบบ Sideway ดังนั้น เทรดเดอร์ควรใช้ Parabolic SAR ร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์อื่น ๆ เพื่อช่วยยืนยันสัญญาณก่อนตัดสินใจเข้าเทรดครับ
—————🐣—————
Parabolic SAR ใช้คู่กับ อินดิเคเตอร์ตัวอื่น ๆ
Parabolic SAR คือ อินดิเคเตอร์ที่ใช้งานได้ดีในช่วงที่ตลาดเป็นแนวโน้ม แต่หากตลาดอยู่ในสภาวะ Sideway จำเป็นต้องนำอินดิเคเตอร์ตัวอื่น ๆ เข้ามาช่วยวิเคราะห์ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์แนวโน้ม นอกจากนี้ การเพิ่มโอกาสในการทำกำไรไม่ว่าจะเป็นตลาดใดก็ตาม ควรใช้อินดิเคเตอร์อย่างน้อย 2 ตัวขึ้นไปในการวิเคราะห์ เพื่อช่วยยืนยันสัญญาณและเพิ่มประสิทธิภาพในการเทรด
ทั้งนี้ Parabolic SAR สามารถใช้งานร่วมกับอินดิเคเตอร์ตัวอื่น ๆ เช่น Stochastic, Moving Average (MA), MACD, RSI, Bollinger Band, Fibonacci Retracement และ Ichimoku เพื่อช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์แนวโน้มและลดโอกาสเกิดสัญญาณหลอกครับ
สำหรับบทความนี้ ทางทีมงาน Gotradehere ขอยกตัวอย่างการใช้งาน Parabolic SAR ร่วมกับ MACD เพื่ออธิบายแนวทางการประยุกต์ใช้งานให้เข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้นครับ
การใช้ Parabolic SAR ร่วมกับ MACD
MACD (Moving Average Convergence Divergence) เป็นอินดิเคเตอร์ที่ใช้วัดทิศทางและแนวโน้มราคา โดยอินดิเคเตอร์นี้ให้สัญญาณจากการตัดกันของเส้น MACD และ Signal Line เพื่อช่วยบอกสัญญาณเข้าออกออเดอร์ ทั้งนี้เมื่อใช้ MACD ร่วมกับ Parabolic SAR จะช่วยยืนยันแนวโน้มและจังหวะเข้าออกออเดอร์ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น พร้อมลดโอกาสที่จะเกิดสัญญาณหลอก ซึ่งสามารถวิเคราะห์ร่วมกันได้ ดังนี้

- หาก MACD ตัดขึ้นเหนือเส้น Signal Line (วงกลมสีเหลือง) และ จุด Parabolic SAR อยู่ใต้กราฟราคา (สี่เหลี่ยมสีเหลือง) ถือว่าเป็นสัญญาณของแนวโน้มขาขึ้น เทรดเดอร์สามารถใช้สัญญาณนี้ในการพิจารณาเปิดออเดอร์ Buy ได้
- หาก MACD ตัดลงใต้เส้น Signal Line (วงกลมสีแดง) และ จุด Parabolic SAR อยู่เหนือกราฟราคา (สี่เหลี่ยมสีแดง) ถือว่าเป็นสัญญาณของแนวโน้มขาลง เทรดเดอร์สามารถใช้สัญญาณนี้ในการพิจารณาเปิดออเดอร์ Sell ได้
อย่างไรก็ตาม หากจุด Parabolic SAR มีการสลับตำแหน่ง แต่ MACD ยังไม่ให้สัญญาณยืนยัน สัญญาณลักษณะนี้อาจเป็นสัญญาณว่าตลาดอยู่ในช่วงผันผวนหรืออยู่ในภาวะ Sideway ดังนั้น เทรดเดอร์ควรรอให้ทั้งสองอินดิเคเตอร์ให้สัญญาณไปในทิศทางเดียวกันก่อนพิจารณาเปิดออเดอร์ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากสัญญาณหลอกครับ
ข้อดีและข้อจำกัดของ Parabolic SAR
ข้อดี Parabolic SAR
- Parabolic SAR ใช้ได้ดีในช่วงที่ตลาดเป็นเทรนด์
- Parabolic SAR เหมาะกับสายเทรดสั้นอย่าง Day Trading และ Scalping
- Parabolic SAR สามารถบอกแนวโน้มของราคาได้
- Parabolic SAR สามารถดูความผันผวนของราคาได้โดยความถี่ของจุดไข่ปลา
- Parabolic SAR สามารถใช้บอกสัญญาณการเข้าซื้อขายและการกลับตัว
- วิธีการใช้ Parabolic SAR ในการวิเคราะห์ตลาดค่อนข้างเข้าใจง่ายกับเทรดเดอร์มือใหม่
ข้อจำกัด Parabolic SAR
- Parabolic SAR ใช้ดีเฉพาะช่วงที่ตลาดเป็นเทรนด์
- เมื่อตลาดอยู่ในสภาวะ Sideway การใช้ Parabolic Sar ตัวเดียว มักเจอกับสัญญาณหลอกค่อนข้างมาก
- การตั้งค่า AF ที่สูงเกินไป อาจทำให้เกิดสัญญาณกลับตัวหลอก
——————–🐣——————–
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Parabolic SAR
Parabolic SAR ควรใช้คู่กับอะไรดี?
อินดิเคเตอร์ที่ควรใช้คู่กับ Parabolic SAR ได้แก่ Stochastic, Moving Average (MA), MACD, RSI, Bollinger Band, Fibonacci Retracement และ Ichimoku\
Parabolic SAR ควรใช้ตอนไหน?
Parabolic SAR ใช้ได้ดีที่สุดในช่วงที่ตลาดเป็นแนวโน้มเท่านั้น หากตลาดอยู่ในสภาวะ Sideway จำเป็นต้องนำอินดิเคเตอร์ตัวอื่น ๆ เข้ามาช่วยวิเคราะห์
สรุปเกี่ยวกับ Parabolic SAR
Parabolic SAR คือ อินดิเคเตอร์ที่ทำงานได้ดีภายใต้การเคลื่อนที่ของราคา ซึ่งมีความสามารถในการบอกแนวโน้ม, ดูความผันผวนของราคา, ดูสัญญาณการกลับตัว และหาสัญญาณเข้าซื้อขาย แต่ข้อจำกัดสำคัญของ Parabolic SAR คือ หากอยู่ในช่วงที่ตลาด Sideway ควรใช้อินดิเคเตอร์ตัวอื่นร่วมด้วย เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์ นอกจากนี้ การใช้อินดิเคเตอร์ 2 ตัวขึ้นไปในการเทรด เพื่อยืนยันสัญญาณเข้าซื้อขาย จะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรที่มากขึ้นอีกด้วย อย่างไรก็ตาม การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาเกี่ยวกับปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องให้ดีก่อนเริ่มลงทุนครับ

















