NFT Bubble : หรือจะถึงจุดจบของ NFT แล้ว ?

List of Contents

NFT Bubble

หลายคนอาจจะสงสัยว่า NFT Bubble เกิดขึ้นจริงไหม ? เพราะในช่วงนี้เราคงเห็นได้ชัดว่า ตลาดคริปโตปรับตัวลงค่อนข้างหนักและมีความผันผวนสูง อย่าง Bitcoin ที่เคยราคาสูงถึง 69,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ แต่สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาร่วงลงไปแตะ 18,900 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ จนทำให้คนกังวลกันว่า หรือนี่จะเป็นจุดจบของตลาดคริปโตแล้ว พอเกิดแบบนี้ขึ้นเลยทำให้คนเริ่มคิดว่าแล้วทาง NFT ล่ะ ? จะได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง ? วันนี้เรามีคำตอบให้ครับ

NFT คืออะไร ?

NFT หรือ Non-Fungible Tokens ถ้าหากแปลตรงตัวเลยก็คือ โทเค็นที่ไม่สามารถเปลี่ยนได้และมีลักษณะเฉพาะตัว โดยเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่อาจมาในรูปแบบศิลปะ, ดนตรี, ไอเทมในเกม หรือคลิปสั้น ๆ ก็ได้เช่นกัน NFT จะถูกซื้อขายแลกเปลี่ยนทางออนไลน์โดยใช้สกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ซึ่งจะถูกเข้ารหัสด้วยซอฟต์แวร์พื้นฐานเดียวกันกับการเข้ารหัสลับจำนวนมาก เรียกได้ว่าเป็นการทำธุรกรรมที่มีความปลอดภัยสูงแล้วก็แฮ็กยากมากนั่นเองครับ 

ที่สำคัญ NFT กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในปี 2021 ที่ผ่านมา NFT ก็มีมูลค่าสูงถึง 41 พันล้านดอลลาร์เลยทีเดียว ซึ่งก็ถือว่าขยับมาใกล้แตะราคารวมของอุตสาหรกรรมศิลปะทั่วโลกเลย (ราคาเกือบสูงเท่าตลาดศิลปะในชีวิตจริง) เพราะที่จริงแล้ว NFT ได้ถูกเปิดตัวตั้งแต่ปี 2014 เลยครับ เรียกได้ว่าใช้เวลากว่า 7 ปีถึงจะพีคเลยก็ว่าได้ 

NFT แตกต่างจาก Cryptocurrency อย่างไรบ้าง ? 

NFT โดยทั่วไปถูกสร้างขึ้นมาโดยการเขียนโปรแกรมแบบเดียวกับที่ใช้เขียนสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) อย่าง Bitcoin หรือ Ethereum เลยครับ แต่จุดเดียวที่เหมือนกันก็คือ วิธีการสร้าง

ทาง Cryptocurrency ถือเป็นประเภท Fungible หรือหมายความว่าสามารถใช้ในการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนกันได้ แถมทุกเหรียญยังมีมูลค่าเท่ากัน (เช่น Bitcoin ทุกเหรียญจะราคาเท่ากันหมด) นอกจากนี้การใช้งาน Crypto ในการแลกเปลี่ยนยังเป็นวิธีการหรือธุรกรรมบนบล็อคเชนที่เชื่อถือได้ และมีความปลอดภัยสูงมาก

ส่วนฝั่ง NFT นั้นแตกต่างกัน เพราะแต่ละอันมีลายเซ็นดิจิทัลที่แตกต่างกัน 1 NFT ไม่ได้มีมูลค่าเท่ากับอีกชิ้น (ด้วยเหตุนี้จึงมีคำนิยามว่า โทเค็นที่ไม่สามารถแลกเปลี่ยนได้) เนื่องจากโทเคนเหล่านี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนกันนั่นเองครับ

แล้ว NFT ทำงานอย่างไร ?

NFT จะอยู่บน Blockchain ซึ่งเป็นบัญชีแยกประเภทแบบสาธารณะในการบันทึกธุรกรรม (เป็น Blockchain แบบพื้นฐานเหมือนในระบบของ Cryptocurrency) เพราะโดยส่วนใหญ่ NFT มักถูกเก็บไว้บน Ethereum Blockchain อันที่จริง Blockchain อื่นก็สนับสนุน NFT ด้วยนะครับ มีหลายตัวเลย แต่ทาง Ethereum Blockchain จะเป็นที่นิยมที่สุดนั่นเอง 

โดยทั่วไปแล้ว NFT เหมือนกับของสะสมครับ ไม่ว่าจะเป็นงานกราฟิก, งานภาพวาด, วิดีโอ, อวาทาร์ในเกม, ดีไซน์ของรองเท้าผ้าใบ แต่ต่างกันที่ของสะสมเหล่านี้จะได้เป็นไฟล์ดิจิทัลแทน การจะเป็นเจ้าของ NFT สามารถเป็นได้เพียงผู้เดียวครับ หรืออาจจะมีการตกลงขายเพื่อเปลี่ยนเจ้าของก็ได้ 


NFT Bubble คืออะไร ? 

NFTs Bubble gonna explode

หลายคนอาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่อง Dot-Com Crash หรือ Dot-Com Crisis กันมาบ้างแล้ว เพราะในครั้งนั้นเป็นวิกฤตตลาดหุ้นที่เกิดจากฟองสบู่โลกอินเทอร์เน็ตที่ราคาหุ้นสูงมากในช่วงแรก แต่ว่าผลการเติบโตไม่ได้เป็นไปอย่างที่คาดหวังจนทำให้หลายบริษัทที่เกี่ยวกับโลกอินเทอร์เน็ตในอเมริกาต้องล้มละลาย รวมทั้งตลาดหุ้นล้มจนทำให้เกิดภาวะถดถอยขึ้น และนี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับตลาด NFT ในทุกวันนี้ครับ

ตลาด NFT เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพราะมียอดขาย NFT กว่า 5.2 ล้านรายการ รวมเป็นมูลค่า 162 ล้านดอลลาร์ในช่วง 2560 ถึงปลายปี 2563 และนับจากต้นปี 2564 จนถึงช่วงปลายปี 2564 ยอดรวมเพิ่มขึ้นเป็น 41 ล้าน NFT มูลค่า 25.8 พันล้านดอลลาร์

ปัจจุบันมีการสร้างและขาย NFT หลายล้านรายการทั่วโลกเลยครับ และด้วยค่านิยมของ NFT ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากแบบนี้ดันไปคล้ายกับลักษณะเดียวกันกับ Dot-Com Crisis ในช่วงปลายยุค 90 ที่ผ่านมา และถ้าหากว่าความนิยมนั้นสวนทางกับการเติบโตของ NFT ก็อาจจะเกิดเหตุการณ์เดียวกันขึ้นก็เป็นได้ เพราะมีท่าทีว่าฟองสบู่ของ NFT นั้นเริ่มจะเปราะบางและอาจจะแตกได้ในไม่ช้า 

จะเป็นอย่างไรหาก NFT Bubble แตกจริง ? 

ย้อนไปในวิกฤต Dot-Com Crisis แม้ว่าจะมีหลายบริษัทที่ล้มหายตายจากไป แต่ก็เปรียบเสมือนการปฏิวัติขนาดย่อมด้วยเช่นกัน เพราะบริษัทที่รอดจากวิกฤตครั้งนั้นก็คือ Amazon, eBay, Microsoft, Google และ Apple พอเอ่ยชื่อบริษัทเหล่านี้มาก็พอนึกออกใช่ไหมครับ เพราะแปลว่าบริษัทที่ยังคงรอดจากวิกฤตนั้นก้าวหน้ามาเป็นเบอร์ต้น ๆ ของวงการเทคโนโลยีได้ เนื่องจากบริษัทเหล่านี้สามารถปรับตัวและโครงสร้างของพวกเขาแข็งแกร่งขึ้นได้นั่นเอง ฉะนั้นแล้ว หากเกิดฟองสบู่ NFT แตก ก็จะต้องมีโครงการหรือ Project หลายอันที่จะล้มหายตายจากไปบ้าง แต่ก็จะยังเหลือ Project ที่มีพื้นฐานแข็งแรงมากพอและพร้อมที่จะปฏิวัติรวมถึงพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นเพื่อเติบโตไปได้อีกนั่นเอง

ผลกระทบจากตลาด Crypto ล่ม

คงจะปฏิเสธกันไม่ได้เลยนะครับว่าช่วงเดือนที่ผ่านมาได้เกิดความผันผวนขึ้นกับตลาดคริปโตเป็นอย่างมาก เพราะราคาหลายเหรียญร่วงลงเป็นแถบ ทั้งปัจจัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น นโยบาย FED เพิ่มอัตราดอกเบี้ยที่ทำให้ทุกตลาดราคาผันผวน หรือมหกรรมเหรียญ Luna ที่ราคาดิ่ง รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ ก็ทำให้ราคาเหรียญ Crypto อันดับหนึ่งของโลกอย่าง Bitcoin นั้นร่วงลงแตะหลักหมื่นดอลลาร์ในรอบหลายปี เลยอาจจะมีคนสงสัยว่า แล้วแบบนี้ตลาด NFT จะได้รับผลกระทบจากตรงนี้บ้างมั้ย ตอบได้เลยว่า ได้รับแน่นอนครับ

เพราะตลาด NFT ซื้อขายโดยสกุลเงินดิจิทัลหรือ Cryptocurrency เมื่อราคาเหรียญลดลงก็ทำให้การซื้อขายลดลงด้วย แถมบางเจ้าก็อาจจะเลิกขายงานของตนเองใน NFT ก่อน เพราะราคาเหรียญลดลงอย่างมาก และต่อให้เจ้าของผลงานขึ้นราคา คนที่ถือเหรียญก็มีอาจกำลังซื้อน้อยลงครับ


สิ่งที่อาจเกิดขึ้นกับตลาด NFT

things may happen with NFT market

1. ตลาดเติบโต และมีเสถียรภาพอย่างช้า ๆ
ในช่วงปี 1990 คนส่วนใหญ่มีมุมมองว่า ระบบอินเทอร์เน็ตนั้นไม่น่าจะเริ่มต้นได้ แล้วดูในยุคปัจจุบันสิครับ แทบจะทุกคนที่ขาดอินเทอร์เน็ตไม่ได้ สำหรับตลาด NFT ก็เหมือนกัน เพราะในตอนนี้ยังมีหลายคนที่อาจมองว่า NFT ไม่จำเป็น แต่เชื่อมั้ยครับถ้ามีคนหันมาให้ความสนใจตลาด NFT มากขึ้นจนเติบโตมากขึ้น ตลาด NFT นั้นก็ยังไปได้อีกไกลและอาจกลายมาเป็นอุตสาหกรรมศิลปะในโลกออนไลน์อันดับหนึ่งก็ได้เชียวนะครับ

2. NFT กลายเป็นสินทรัพย์หลักในโลกเสมือนจริงหรือ Metaverse
นักลงทุนบางคนไม่เพียงแต่เชื่อว่าตลาด NFT จะอยู่รอด แต่จะเติบโตขึ้นและมีความสำคัญมากขึ้นอีกด้วยครับ นี่เป็นเพราะพวกเขาคาดหวังว่า ชีวิตของเราจะกลายเป็นภาพเสมือนจริงมากขึ้นในปีอนาคต แทนที่จะเพียงแค่ซื้อภาพถ่าย วิดีโอ และทรัพย์สินดิจิทัลสำหรับเกม เราอาจจะซื้ออสังหาริมทรัพย์และหุ้นอย่างมีประสิทธิภาพใน Metaverse ได้ในเร็ว ๆ นี้ก็ได้ ใครจะไปรู้

3. NFT มุ่งเน้นด้านวิดีโอเกม
ในปัจจุบันบางบริษัทได้นำเสนอสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นส่วนหนึ่งของเกมบล็อกเชนเช่น Ember Sword แต่ยังไม่เปิดตัวในชุมชนเกมที่กว้างขึ้น ซึ่งจะทำให้การเล่นเกมเป็นตลาดขนาดใหญ่ และสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง NFT สามารถเข้ากับโลกเสมือนจริงได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยให้ผู้เล่นมีโอกาสซื้อทรัพย์สินที่ไม่ซ้ำใคร

4. ตลาดทรุดตัว และอาจจะล่มสลาย
คงเป็น Worst Case ที่สุดสำหรับตลาด NFT เพราะยังมีผู้เชี่ยวชาญบางคนยังคงสงสัยเกี่ยวกับอนาคตของ NFT อยู่ครับ แถมยังเชื่อว่า ในที่สุดฟองสบู่อาจจะแตกออก ซึ่งรวมถึงคริปโตด้วย เพราะคิดว่าปัจจุบันไฟล์ต่าง ๆ สามารถขายได้หลายล้านดอลลาร์และคนทำเงินได้มาก แต่ก็ยังคงแตกต่างกับศิลปะที่เราสามารถจับต้องได้อยู่ดี เมื่อความนิยมลดลง ก็อาจทำให้เกิดการล่มสลายของตลาด NFT ได้

Source : Fintechnews

stellar

Stellar Blockchain คืออะไร ?

เนื่องจากการโอนเงินต่างประเทศต้องใช้เวลาในการทำธุรกรรม 3-7 วันทำการ ดังนั้น การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการในเรื่องนี้จึงถือเป็นเรื่องที่ดี ซึ่ง Stellar คือคำตอบ

twitter

ลุ้น! Elon Musk อาจเข้าซื้อกิจการของ Twitter อีกครั้ง

หลายคนกำลังจับตาดูการเคลื่อนไหวของ Elon Musk ที่อาจจะเปลี่ยนใจเข้าซื้อกิจการของ Twitter อีกครั้ง ซึ่งเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ได้มีการยื่นเอกสารต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งสหรัฐอเมริกา (SEC) ในราคา

nasdaq

Nasdaq เตรียมเปิดศูนย์ซื้อขายคริปโตเป็นของตัวเอง

ตลาดหลักทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของประเทศสหรัฐอเมริกา Nasdaq ออกมาประกาศว่า จะมีการเปิดตัวศูนย์บริการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นของตัวเอง! โดยเหตุผลที่ Nasdaq ต้องเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการให้บริการซื้อขายคริปโต เพราะทางตลาดหลักทรัพย์อ้างว่า ต้องการที่จะซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนสถาบัน