Table of Contents
Table of Contents

RSI คืออะไร? สอนใช้ RSI Indicator ของเก่าแต่ยังคงเก๋าอยู่

RSI คืออะไร? สอนใช้ RSI Indicator ของเก่าแต่ยังคงเก๋าอยู่

RSI คืออะไร? สุดยอดอินดิเคเตอร์สุดคลาสสิก ที่เทรดเดอร์ทั่วโลกยังคงนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย สรุปทุกเทคนิคที่จะช่วยให้คุณใช้งานอินดิเคเตอร์ได้อย่างมืออาชีพ!!

RSI หรือเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ใช้วัดโมเมนตัมของราคา เพื่อวัดแรงซื้อหรือแรงขายในตลาด และช่วยให้วิเคราะห์ทิศทางและแนวโน้มการกลับตัวได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น ซึ่งในบทความนี้ เราขอแนะนำสุดยอดเทคนิคการใช้งาน การตั้งค่า รวมถึงวิธีการวิเคราะห์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งาน RSI Indicator ได้อย่างชำนาญมากยิ่งขึ้น


RSI คืออะไร?

RSI (Relative Strength Index) คือ อินดิเคเตอร์วิเคราะห์ทางเทคนิคประเภท Momentum Indicator ถูกพัฒนาโดย J. Welles Wilder โดย RSI จะมีค่าตั้งแต่ 0-100 เพื่อใช้วัดแรงซื้อและแรงขายในตลาด และบอกสภาวะของตลาดว่าอยู่ในภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) หรือภาวะขายมากเกินไป (Oversold) เพื่อให้เทรดเดอร์สามารถวิเคราะห์แนวโน้มทิศทางราคา รวมถึงโอกาสในการกลับตัวในอนาคต 

RSI ตีความและอ่านค่ายังไง? 

RSI มีค่าตั้งแต่ 0-100 โดยแต่ละค่าจะบ่งบอกถึงความแข็งแกร่งและแรงซื้อหรือแรงขาย ณ ช่วงเวลานั้น โดยเทรดเดอร์สามารถอ่านและตีความค่า RSI ได้ดังนี้

  • กรณี RSI มีค่ามากกว่า 70 ตีความได้ว่า ตลาดอยู่ในภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought)  
  • กรณี RSI มีค่าน้อยกว่า 30 ตีความได้ว่า ตลาดอยู่ในภาวะขายมากเกินไป (Oversold)

นอกจากนี้ กรณีที่ค่า RSI อยู่ระหว่าง 30-70 สามารถตีความได้หลายรูปแบบ เช่น กรณีอินดิเคเตอร์แสดงผลอยู่ระหว่าง 40-60 อาจหมายถึงแรงซื้อหรือแรงขายค่อนข้างสมดุลหรือใกล้เคียงกัน ซึ่งสามารถสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดปัจจุบันเป็นแบบ Sideway หรือกรณีอินดิเคเตอร์แสดงผลอยู่ระหว่าง 50-70 อาจตีความได้ว่า ตลาดกำลังเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้น เพราะมีแรงซื้อมากกว่าแรงขาย เป็นต้น


Overbought คืออะไร?

Overbought หรือสภาวะตลาดที่มีการซื้อมากเกินไป คือ การที่ราคามีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างรุนแรงจากแรงซื้อ ทำให้เทรดเดอร์จำนวนมากในตลาดเริ่มขายทำกำไร ส่งผลให้ราคาอาจมีการพักตัวหรือกลับตัวลงได้ในอนาคต

Oversold คืออะไร? 

Oversold หรือสภาวะตลาดที่มีการขายมากเกินไป คือ การที่ราคามีการปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงจากแรงขาย ทำให้ราคาอยู่ในระดับที่น่าสนใจสำหรับเทรดเดอร์ จึงเริ่มมีแรงซื้อเข้ามาแทนที่ และส่งผลให้ราคาอาจมีการดีดตัวกลับขึ้นมาได้ในอนาคต

RSI Indicator คำนวณยังไง?

สูตรคำนวณ RSI คือ การวัดค่าเฉลี่ยของช่วงที่ราคามีการปรับตัวขึ้น เปรียบเทียบกับช่วงที่ราคามีการปรับตัวลง ภายในเวลาที่กำหนด (Period) โดยแสดงผลออกมาเป็นดัชนี 0-100 โดยมีสูตรการคำนวณ ดังนี้

RSI = 100 – [100 ÷ (1 + RS)]

โดยที่ RSI สามารถคำนวณได้จาก ‘ค่าเฉลี่ยของการปรับขึ้น​ของราคา (Average Gain)’ หารด้วย ‘ค่าเฉลี่ยของการปรับลงของราคา (Average Loss)’ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วเทรดเดอร์จะนิยมใช้ค่าพื้นฐานอยู่ที่ 14 Period สำหรับใช้ในการคำนวณครับ

เทคนิคตั้งค่า RSI Indicator ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

การตั้งค่า RSI Indicator จะให้ความสำคัญกับเรื่องของสไตล์การเทรดและ Time Frame ที่เทรดเดอร์เลือกใช้ครับ โดยเราสามารถแบ่งการตั้งค่า Period เบื้องต้นได้ ดังนี้ 

  • ใช้ค่ามาตรฐาน 14 Period: เหมาะสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ที่เริ่มต้นใช้งาน เพราะมักจะให้สัญญาณที่สมดุลระหว่างความไวและความแม่นยำ
  • ใช้ค่า 5-9 Period: เหมาะสำหรับเทรดเดอร์สายเทรดสั้น ไม่ว่าจะเป็น Scalping หรือ Day Trade โดยมีจุดเด่นที่ให้สัญญาณไว แต่โอกาสเจอสัญญาณหลอกค่อนข้างเยอะ แนะนำให้ลองตั้งค่า Overbought&Oversold ให้อยู่ในระดับ 80/20 หรือ 75/25 จะช่วยลดสัญญาณหลอกได้ดีเมื่อใช้ TF แบบ 5 นาที
  • ใช้ค่า 20 Period ขึ้นไป: เหมาะสำหรับเทรดเดอร์สายเทรดยาว โดยการใช้ Period ที่เยอะ จะช่วยในเรื่องของการกรองสัญญาณหลอก แต่มีข้อเสียในเรื่องของความไวในการให้สัญญาณ 

ทั้งนี้ การตั้งค่า RSI ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ได้อยู่ที่การหาตัวเลขที่ดีที่สุด แต่คือการปรับ Period และโซน Overbought/Oversold ให้สอดคล้องกับ Time Frame หรือแนวโน้มตลาด โดยคุณอาจใช้หลักการจำง่าย ๆ คือ ‘Period น้อย ให้สัญญาณไว แต่แม่นยำไม่มาก’ และ ‘Period มาก ให้สัญญาณช้า แต่กรองสัญญาณหลอกได้ดีกว่า’ 


RSI 6 12 24 คือการตั้งค่าอะไร?

RSI 6 12 24 คือ การตั้งค่า Period ของอินดิเคเตอร์จำนวน 3 ค่า ให้แสดงผลในกราฟเดียว โดยอ้างอิงข้อมูลย้อนหลัง 6 แท่ง, 12 แท่ง และ 24 แท่ง ตามลำดับ โดยวิธีนี้มีจุดเด่น คือ การมองภาพรวมกราฟราคาในหลายมิติ ทั้งแนวโน้มระยะสั้นและแนวโน้มหลัก ซึ่งจะช่วยให้คุณกรองสัญญาณหลอกและวิเคราะห์ได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น โดยทั้ง 3 เส้น มีหน้าที่ของตัวมันเอง ดังนี้

  • RSI 6 Period: ใช้ข้อมูลย้อนหลัง 6 แท่ง จับจังหวะเข้า-ออก ในระยะสั้น
  • RSI 12 Period: ใช้ข้อมูลย้อนหลัง 12 แท่ง ดูแรงซื้อ-ขาย ในระยะกลาง
  • RSI 24 Period: ใช้ข้อมูลย้อนหลัง 24 แท่ง ดูภาพรวมแนวโน้มหลัก

RSI 7 vs RSI 14 คืออะไร แบบไหนดีกว่ากัน?

RSI 7 และ RSI 14 คือ การตั้งค่าอินดิเคเตอร์ด้วย Period ที่แตกต่างกัน โดยการตั้งค่าทั้งสองให้จุดเด่นที่แตกต่างกันไป ดังนี้

  • RSI แบบ 7 Period: เป็นการนำเอาข้อมูลย้อนหลัง 7 แท่งมาคำนวณ จะให้สัญญาณที่ค่อนข้างไวกว่า เหมาะกับเทรดเดอร์สายเทรดสั้น ใช้ Time Frame ขนาดเล็ก เน้นการเข้า-ออกออเดอร์ไว ซึ่งมีข้อเสีย คือ มีโอกาสเกิดสัญญาณหลอกสูงกว่า
  • RSI แบบ 14 Period: เป็นการนำเอาข้อมูลย้อนหลัง 14 แท่งมาคำนวณ จะให้สัญญาณที่ค่อนข้างล่าช้า แต่แม่นยำกว่าแบบ 7 Period เหมาะกับเทรดเดอร์ทั่วไปที่เน้นดูกราฟใน Time Frame ขนาดกลาง-ใหญ่

วิธีเรียกใช้งาน RSI Indicator บนแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 

วิธีเรียกใช้งาน RSI Indicator บนแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 
RSI คืออะไร? สอนใช้ RSI Indicator ของเก่าแต่ยังคงเก๋าอยู่ 8
  • เปิดโปรแกรม MetaTrader 5 หรือสามารถดาวน์โหลดได้ผ่านเว็บไซต์ MetaTrader5.com
  • ไปที่คำสั่ง Insert เลือกเมนู ‘Indicator’ 
  • เลือกคำสั่ง Oscillator เลื่อนลงมาที่ ‘Relative Strength Index’
  • จากนั้น ตั้งค่า Indicator ให้เรียบร้อยก่อนใช้งาน แล้วกด ‘OK’

สุดยอด! เทคนิคการใช้งาน RSI สำหรับวิเคราะห์กราฟจริง

RSI Indicator เป็นอีกหนึ่งอินดิเคเตอร์สุดคลาสสิกที่อยู่คู่กับเทรดเดอร์มาอย่างยาวนาน เนื่องจากใช้งานง่าย สารพัดประโยชน์ และปรับใช้งานได้กับทุกสไตล์การเทรด ทำให้ RSI ถือเป็นอีกหนึ่งอินดิเคเตอร์ยอดนิยมสำหรับใครหลายคน โดยทางทีมงานได้สรุปเทคนิคการใช้งาน RSI ที่คุณควรรู้มาไว้แล้ว ดังนี้

  • เทคนิคการวิเคราะห์ด้วย Overbought และ Oversold
  • เทคนิคการยืนยันแนวโน้มตลาด
  • เทคนิคการวิเคราะห์ด้วย RSI Divergence
  • เทคนิคการยืนยันสัญญาณ Breakout

เทคนิคการวิเคราะห์ด้วย Overbought และ Oversold

เทคนิคการใช้งาน Overbought และ Oversold บน RSI Indicator มีหลักการง่าย ๆ คือ รอให้กราฟเคลื่อนที่เหนือระดับ Overbought (RSI>70) หรือ Oversold (RSI<30) จากนั้น ใช้งานร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคอื่น ๆ ยืนยันสัญญาณการกลับตัว เช่น Price Action หรือสัญญาณ Breakout เพื่อลดความเสี่ยงและวางแผนการเทรดได้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้คุณเข้าใจมากยิ่งขึ้น สามารถศึกษาเพิ่มเติมจากตัวอย่างด้านล่างได้เลยครับ

เทคนิคการวิเคราะห์ RSI ด้วย Overbought
RSI คืออะไร? สอนใช้ RSI Indicator ของเก่าแต่ยังคงเก๋าอยู่ 9
เทคนิคการวิเคราะห์ RSI ด้วย Oversold
RSI คืออะไร? สอนใช้ RSI Indicator ของเก่าแต่ยังคงเก๋าอยู่ 10

เทคนิคการยืนยันแนวโน้มตลาด

RSI ไม่ได้มีดีแค่การอ่านค่าด้วย Overbought และ Oversold แต่ยังสามารถใช้เส้น RSI 50 เพื่อยืนยันแนวโน้มหรือเทรนด์ในปัจจุบันได้ด้วยเช่นกัน โดยเทคนิคสำคัญสำหรับการใช้ RSI เพื่อยืนยันแนวโน้ม มีดังนี้

  • ให้ใช้เส้น RSI 50 เป็นจุดวิเคราะห์แนวโน้มตลาด
    • กรณี RSI อยู่เหนือเส้น 50 ตีความได้ว่า ตลาดเริ่มเอนเอียงไปในทิศทางขาขึ้น
    • กรณี RSI อยู่ใต้เส้น 50 ตีความได้ว่า ตลาดเริ่มเอนเอียงไปในทิศทางขาลง
  • ตรวจสอบว่า RSI สามารถทำ Higher High / Higher Low หรือ Lower High / Lower Low ได้เหมือนกราฟราคาไหม เพื่อเป็นการยืนยันแนวโน้ม

เทคนิคการยืนยันแนวโน้มตลาดด้วย RSI
RSI คืออะไร? สอนใช้ RSI Indicator ของเก่าแต่ยังคงเก๋าอยู่ 11


เทคนิคการวิเคราะห์ด้วย RSI Divergence

RSI Divergence คืออะไร? 

RSI Divergence คือ สภาวะที่ทิศทางการเคลื่อนที่ของราคาไม่สัมพันธ์กับทิศทางการเคลื่อนที่ของ RSI Indicator ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแรงซื้อและแรงขายเริ่มเปลี่ยนไป แม้ว่าราคาจะยังเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดิม ซึ่งอาจส่งผลให้ราคากลับตัวได้ในอนาคต โดย RSI Divergence แบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่ 

  • RSI Bullish Divergence
  • RSI Bearish Divergence

ตัวอย่าง RSI Bullish Divergence

ตัวอย่าง RSI Bullish Divergence
RSI คืออะไร? สอนใช้ RSI Indicator ของเก่าแต่ยังคงเก๋าอยู่ 12

ตัวอย่าง RSI Bearish Divergence

ตัวอย่าง RSI Bearish Divergence
RSI คืออะไร? สอนใช้ RSI Indicator ของเก่าแต่ยังคงเก๋าอยู่ 13

RSI Divergence ที่เกิดในบริเวณโซน Overbought / Oversold ถือว่าค่อนข้างน่าเชื่อถือ เนื่องจากโซนดังกล่าวเป็นจุดที่แรงซื้อหรือแรงขายเริ่มอ่อนแรงลง ทำให้อินดิเคเตอร์แสดงผลแตกต่างจากทิศทางราคาจริงครับ 


เทคนิคการยืนยันสัญญาณ Breakout

การยืนยันสัญญาณ Breakout มีหลักการคล้ายกับการยืนยันแนวโน้มด้วย RSI Indicator โดยเราจะใช้ค่า RSI 50 เข้ามาช่วยวิเคราะห์ตามหลักการ ดังนี้

  • ตีเส้นแนวรับแนวต้านเพื่อดูสัญญาณการเกิด Breakout ในแต่ละทิศทาง
  • หากราคาทะลุแนวต้านและ RSI ทะลุขึ้นเหนือระดับ 50 อาจเป็นสัญญาณยืนยัน Breakout ในทิศทางขาขึ้น
  • หากราคาทะลุแนวรับและ RSI ทะลุลงใต้ระดับ 50 อาจเป็นสัญญาณยืนยัน Breakout ในทิศทางขาลง
  • ตรวจสอบ Volume หรือเครื่องมือวิเคราะห์อื่น ๆ เพื่อสนับสนุนว่ามีการ Breakout จริง

เทคนิคการยืนยันสัญญาณ Breakout ด้วย RSI Indicator
RSI คืออะไร? สอนใช้ RSI Indicator ของเก่าแต่ยังคงเก๋าอยู่ 14

ข้อควรระวังของการใช้งาน RSI (Relative Strength Index)

  • การตั้งค่า Period ที่ไม่เหมาะกับสไตล์การเทรดหรือสภาวะของตลาด อาจทำให้เกิดผลเสียได้ เช่น ใช้ Period น้อย มีโอกาสพบสัญญาณหลอกสูง หรือใช้ Period เยอะ อาจทำให้พลาดโอกาสในการทำกำไร
  • เกิดสัญญาณหลอกได้บ่อยในช่วงตลาด Sideway เนื่องจากราคามักจะวิ่งขึ้นไปแตะโซน Overbought หรือ Oversold บ่อย และส่วนใหญ่มักเป็นสัญญาณหลอก
  • RSI Indicator ไม่ได้ให้สัญญาณการกลับตัว 100% หรือการกลับตัวทันที จำเป็นจะต้องวิเคราะห์ร่วมกับเครื่องมืออื่น ๆ เพื่อยืนยันสัญญาณและลดความเสี่ยงจากสัญญาณหลอก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ RSI Indicator

ตั้งค่า RSI ควรใช้กี่วัน?

RSI ควรใช้จำนวนวันตามรูปแบบและแนวทางการเทรดของตนเอง เช่น สายเทรดสั้นอาจใช้ค่า Period ระยะสั้น เช่น 4-7 วัน หรือสายเทรดยาวอาจใช้ Period ระยะยาว เช่น 20 วันขึ้นไป แต่ส่วนใหญ่เทรดเดอร์มักใช้งานแบบ 14 วัน ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานครับ

RSI ควรใช้คู่กับอะไร?

RSI ถือเป็นอีกหนึ่งอินดิเคเตอร์ที่สามารถประยุกต์และใช้งานร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์อื่น ๆ ได้อย่างหลากหลาย เช่น MACD, Price Action, Bollinger Bands หรือแนวรับ-แนวต้าน เป็นต้น

ค่า RSI ที่เหมาะสมควรอยู่ที่เท่าไร? 

ค่า RSI ที่เหมาะสมจะอยู่ที่ 0-100 โดยตั้งค่าไว้ที่ระดับ 70/30 ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานของ RSI แบบ 14 Period 

เส้น RSI ควรตั้งค่าเท่าไร? 

สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่สามารถตั้งค่ามาตรฐานได้ ดังนี้

  • Period = 14
  • Overbought = 70
  • Oversold = 30

สรุปเกี่ยวกับ RSI (Relative Strength Index)

RSI หรือ Relative Strength Index คือ อินดิเคเตอร์ทางเทคนิคที่ใช้วัดแรงซื้อและแรงขายในตลาด แลช่วยบ่งบอกสภาวะ Overbought หรือ Oversold ณ ช่วงเวลานั้น โดย RSI Indicator มีประโยชน์และช่วยให้การวิเคราะห์ทางเทคนิคของคุณมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น การวิเคราะห์การกลับตัวจากสภาวะตลาด, การวิเคราะห์การกลับตัวจากสัญญาณ Divergence หรือช่วยยืนยันสัญญาณการเกิด Breakout

ทั้งนี้ RSI ก็มีข้อจำกัดการทำงานเช่นกัน ดังนั้น คุณควรใช้เครื่องมือวิเคราะห์อื่น ๆ ร่วมกับ RSI เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และต้องไม่ลืมที่จะวางแผนรับมือความเสี่ยงจากปัจจัยอื่น ๆ ร่วมกับการเทรดทุกครั้งครับ


อ่านบทความเพิ่มเติม: Knowledge

อ่านรีวิวโบรกเกอร์อื่น ๆ ได้ที่: Review Broker

Table of Contents
TOP FOREX BROKERS
1
5/5

IUX

5/5
2
3/5
IC Markets
IC Markets-top-forex-brokers
IC Markets
4/5
3
4/5
FXGT.com
FXGT.com
4/5
4
3/5
Hantec Markets
Hantec Markets
3/5
5
4/5
Eightcap
Eightcap
3/5

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

– Advertisement –

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

FOLLOW US
บทความที่เกี่ยวข้อง

– Advertisement –