สร้างผลกำไรแบบทวีคูณ ด้วยการเทรดแบบ Margin และ Future

List of Contents

หลายคนที่เข้ามาอ่านบทความนี้ คงผ่านการซื้อขายในตลาดคริปโตมาบ้างแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เราก็จะซื้อไว้แล้วรอขายกันเมื่อราคาสูงขึ้น ซึ่งกำไรที่ได้ ก็ได้ตามส่วนต่างของราคาที่เพิ่มขึ้น 

แต่รู้หรือไม่เราสามารถสร้างกำไรให้มากขึ้น แต่ใช้ทุนเท่าเดิมได้อีกด้วย นั่นคือการเทรดแบบ margin และ future นั่นเอง ซึ่งเราพาไปทำความรู้จักกับวิธีการลงทุนรูปแบบดังกล่าว ว่ามีข้อดีและความเสี่ยงอย่างไร

Margin คือการกู้ยืมเงินลงทุนเพิ่มจาก Exchange

หลักการ คือ ทางแพลตฟอร์มเทรด จะเป็นผู้ที่ปล่อยเงินกู้ให้กับเรา โดยการกู้ในที่นี้เราไม่ต้องเดินทางไปที่ออฟฟิตของ exchange แต่อย่างใด และไม่ต้องหาเอกสารอะไรให้ยุ่งยาก เพียงแค่เรามีบัญชีที่ทำการยืนยันตัวแล้ว และมีเหรียญ crypto จำนวนหนึ่ง ก็สามารถนำไปค้ำประกันเพื่อกู้ได้เลย

และเหรียญที่นำไปค้ำ ยังสามารถไปเทรดได้อีกด้วย ซึ่งเราควรเทรด margin ในกรณีที่เรามองเห็นโอกาสแล้วว่าสินทรัพย์นั้นๆมีโอกาสที่จะปรับตัวสูงขึ้น โดยการปล่อยกู้อาจจะมีกำหนดระยะเวลา หรือไม่มีกำหนดเวลาจะยกเลิกตามคำขอของผู้กู้ก็ได้

เช่นหากมีเงินในพอร์ต 1 ล้านบาทก็จะสามารถ ซื้อ Bitcoin ได้เพียง 1 BTC แต่ถ้าขอวงเงิน Margin 5 เท่า เงินในพอร์ตก็จะเพิ่มเป็น 5 ล้านบาท สามารถ ซื้อ Bitcoin ได้เพิ่มเป็น 5 BTC นั่นหมายความว่าเมื่อราคา Bitcoin สูงขึ้น เราก็จะได้กำไรเพิ่มขึ้นอีก 5 เท่าเลย 

Futures คือ ตลาดสำหรับซื้อขายสัญญาล่วงหน้า แต่ก็ยังอ้างอิงกับราคาเหรียญคริปโตในตลาด spot โดยปกติในแบบ spot จะมีแค่การ ซื้อถูกเพื่อขายในราคาแพงอย่างเดียว แต่ใน Futures เราจะสามารถขายแพงแล้วซื้อถูกได้ด้วย ซึ่งก็จะมีเรื่องของ leverage มาด้วย ก็ให้ความรู้สึกเหมือนเรากู้ยืมเงินเช่นกัน 

Indian trader checking stock trading data analysis concept working in office with financial graph on computer monitors

ความแตกต่างระหว่าง Margin และ Futures

 คำสั่งซื้อ margin จะถูกจับคู่กับตลาด Spot นั้นหมายความว่า Margin order ทั้งหมดคือ Spot order เป็นการซื้อขายสินทรัพย์แบบจริงๆ ในขณะที่การซื้อขาย Futures เทรดเดอร์จะสั่งซื้อหรือขายสัญญาในเฉพาะตลาดอนุพันธ์ 

และจุดเด่นของ Future คือการเทรดในช่วงขาลงได้ด้วย ซึ่ง Margin ทำไม่ได้ และ margin จะยืมได้จำนวนน้อยกว่า Future ซึ่งทำให้คนเทรดประเภท margin จะเป็นการถือเหรียญในระยะยาวมากกว่าระยะสั้น ตรงข้ามกับ Future ที่ส่วนมากจะถือสั้นมากกว่าถือยาว 

สรุปการซื้อขายมาร์จิ้นและฟิวเจอร์สต่างกันที่ตลาดที่เล่น และประสบการณ์ของผู้ใช้งาน 

ข้อดี

  1. สามารถทำกำไรได้มากกว่า spot ในขณะที่เงินทุนเท่าเดิม
  2. มีโอกาสทำกำไรได้เร็วกว่า spot

ข้อเสีย

  1. มีความเสี่ยงสูง ไม่เหมาะสำหรับมือใหม่ที่พึ่งเข้ามาในตลาด

กระแสการลงทุนในยุคนี้ถือว่ามาแรงมากๆ หากใครกำลังสนใจการลงทุน สิ่งที่ควรคำนึงถึงเลยคือ การเลือกโบรกเกอร์ ที่มีคุณสมบัติที่ตอบโจทย์นักลงทุน ยกตัวอย่างเช่น ต้องเป็นโบรกที่สามารถเทรดได้หลากหลายตลาด, มีการฝากเงินที่รวดเร็ว, ค่า Commission ต่ำ เป็นต้น

ซึ่งทางเราขอแนะนำเว็บไซต์ที่เราได้ไปทดลองใช้อย่างโบรกเกอร์ Awonar ที่สามารถลงทุนได้ในทุกตลาด ไม่ว่าจะเป็นหุ้นต่างประเทศ (Stock), กองทุนรวม (ETF), สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity), สกุลเงินต่างประเทศ (Currency) รวมไปถึงสกุลเงินดิจิตอล (Cryptocurrency) จากที่เราได้กล่าวมาข้างต้น ซึ่งถือได้ว่า การฝากเงินเข้าเพื่อเทรดนั้นมีระยะเวลาในการแปลงสกุลเงินที่รวดเร็ว, สะดวกและครบถ้วนในที่เดียวเลยครับ แถมยังมีเครดิตฟรี $50 อีกด้วย

stellar

Stellar Blockchain คืออะไร ?

เนื่องจากการโอนเงินต่างประเทศต้องใช้เวลาในการทำธุรกรรม 3-7 วันทำการ ดังนั้น การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการในเรื่องนี้จึงถือเป็นเรื่องที่ดี ซึ่ง Stellar คือคำตอบ

twitter

ลุ้น! Elon Musk อาจเข้าซื้อกิจการของ Twitter อีกครั้ง

หลายคนกำลังจับตาดูการเคลื่อนไหวของ Elon Musk ที่อาจจะเปลี่ยนใจเข้าซื้อกิจการของ Twitter อีกครั้ง ซึ่งเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ได้มีการยื่นเอกสารต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งสหรัฐอเมริกา (SEC) ในราคา

nasdaq

Nasdaq เตรียมเปิดศูนย์ซื้อขายคริปโตเป็นของตัวเอง

ตลาดหลักทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของประเทศสหรัฐอเมริกา Nasdaq ออกมาประกาศว่า จะมีการเปิดตัวศูนย์บริการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นของตัวเอง! โดยเหตุผลที่ Nasdaq ต้องเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการให้บริการซื้อขายคริปโต เพราะทางตลาดหลักทรัพย์อ้างว่า ต้องการที่จะซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนสถาบัน