กฎหมายเกี่ยวกับภาษีทรัพย์สินดิจิตอล

List of Contents

ถ้าให้พูดถึงการลงทุนที่ร้อนแรงที่สุดในปีนี้ คงหนีไม่พ้นสกุลเงินดิจิทัลและเป็นที่ทราบกันดีว่าบิตคอยน์เป็น สกุลดิจิทัลแรกของโลก ที่เกิดจากเทคโนโลยี Blockchain  โดยถือว่าเป็นการเปลี่ยนรูปแบบการแลกเปลี่ยนไปเลย โดยที่เราไม่ต้องมีตัวกลางในการแลกเปลี่ยน 

ข้อดีของ Blockchain คือจะตัดตัวกลางออกและผู้ที่จะยืนยันธุรกรรมคือคนในเครือข่ายด้วยกันเองนั่นเอง ซึ่งมีความโปร่งใสและปลอดภัยมากกว่าระบบเดิม โดยระบบเดิมเมื่อผู้ยืนยันมีข้อผิดพลาดเพียงที่เดียว ธุรกรรมนั้นๆ ก็จะพลาดทันที แต่ระบบ Blockchain ซึ่งเหมือนกับมีผู้ตรวจสอบเป็นล้านๆ ราย ความผิดพลาดย่อมเกิดขึ้นน้อยมากหากเทียบกับระบบเดิม 

ซึ่งในปีนี้ตลาดของคริปโต มีมูลค่าเติบโตสูงมาก ทำให้ผู้คนหันมาสนใจกันเยอะ และหลายคนก็ได้กำไรไปมาก กับการซื้อขายเช่นกัน และทำให้หลายคนเริ่มพูดถึงเรื่องของภาษีว่า ต้องเสียภาษาเท่าไหร่อย่างไรซึ่งวันนี้เราจะมาเรียนรู้ไปด้วยกันครับ 

จากที่มีการประกาศเป็นกฎหมายเกี่ยวกับภาษีทรัพย์สินดิจิตอล (อ้างอิงจาก พระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 19) พ.ศ. 2561) เพื่อกำหนดว่านักลงทุนต้องเสียภาษีอย่างไรบ้าง ซึ่งสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

1. Cryptocurrency ไม่ใช่ ‘สกุลเงิน’ แต่เป็น ‘ทรัพย์สินดิจิตอล’

ทรัพย์สินดิจิตอลที่อยู่ในเกณฑ์ต้องเสียภาษีตามกฎหมายนี้ ได้แก่ Cryptocurrency (คริปโทเคอร์เรนซี) และ Digital Token (โทเคนดิจิทัล) ซึ่งในที่นี้ขออนุญาตเรียกทรัพย์สินดิจิตอลรวมๆ ว่า coin

Crytocurrency คือ coin ที่เกิดขึ้นมาเพื่อใช้เป็นตัวกลางแลกเปลี่ยนเสมือนเป็นเงิน 

2. กำไรจากการขาย coin ให้หักภาษี 15%

หากขาย coin แล้วได้กำไรเนื่องจากขายได้ราคามากกว่าต้นทุนที่ซื้อมา ก่อนนักลงทุนจะได้รับเงิน ผู้ขายจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% จากกำไรด้วยก่อนจะจ่ายเงินให้ลูกค้าที่เป็นนักลงทุน ( มาตรา 40(4)(ฌ),50(2)(ฉ) ประมวลรัษฎากร)

3. ผลประโยชน์ที่จ่ายจากการถือ coin ให้หักภาษี 15%

หาก coin ที่ถือไว้มีสิทธิได้รับผลประโยชน์หรือส่วนแบ่งกำไรให้แก่ผู้ถือ เช่น ถ้า coin นั้นจะได้รับเงินปันผลจากผู้ออก coin ถ้ากิจการนั้นมีกำไรโดยแบ่งจ่ายให้ตามสัดส่วนจำนวน coin ที่ถืออยู่ กรณีนี้ผู้ออก coin จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% จากส่วนแบ่งกำไรหรือผลประโยชน์นั้นด้วยก่อนจะจ่ายเงินให้ลูกค้าที่เป็นผู้ถือ coin (มาตรา 40(4)(ซ),50(2)(ฉ) ประมวลรัษฎากร)

4. ถูกหักภาษี 15% ไปแล้ว ต้องนำมายื่นภาษีประจำปีด้วยอยู่ดี

รายได้จาก coin เหล่านี้แม้จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ไปแล้ว นักลงทุนก็ยังต้องนำมายื่นภาษีประจำปีด้วยอยู่ดี เนื่องจากไม่มีกฎหมายให้สิทธิ์ไม่ต้องยื่นภาษี (ซึ่งในส่วนนี้จะแตกต่างกับรายได้จากการลงทุนในรูปของดอกเบี้ยหรือเงินปันผลอย่างชัดเจนที่สามารถปล่อยให้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายโดยไม่ต้องนำมายื่นภาษีอีกก็ได้ ดังนั้น การหักภาษีทรัพย์สินดิจิตอล ณ ที่จ่าย 15% จึงเป็นเพียงการชำระภาษีล่วงหน้าเท่านั้น ยังไม่ใช่ภาษีสุดท้าย

5. รายได้จาก coin หักค่าใช้จ่ายไม่ได้เลย

เนื่องจาก coin เหล่านี้ถูกกำหนดให้เป็น เงินได้ประเภทที่ 4 ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับพวกดอกเบี้ยและเงินปันผลซึ่งหักต้นทุน ค่าใช้จ่าย ใดๆ ไม่ได้อยู่แล้ว จึงทำให้รายได้จาก coin เหล่านี้หักต้นทุนค่าใช้จ่ายใดๆ ไม่ได้เลย (มีเพียงกรณีกำไรจากการขาย coin เท่านั้นที่ให้หักยกเว้นต้นทุนค่าซื้อ coin ได้) ดังนั้น ต้นทุนค่าใช้จ่ายอื่นๆ แม้ว่าจะมีต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าเครื่องขุด ค่าไฟฟ้า ค่าเช่า ก็ไม่สามารถนำมาใช้เพื่อทำให้เสียภาษีถูกลงได้

6. การขุดเหรียญเสียภาษีหรือไม่เสีย?

ถ้ามีอุปกรณ์เครื่องขุดจำนวนมาก แนะนำให้ทำการขายสินทรัพย์ดิจิทัลในนามนิติบุคคลกับศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาติเพื่อให้สามารถนำบัญชีค่าใช้จ่ายไม่ว่าจะค่าไฟ ค่าอุปกรณ์ ค่าจ้าง มาหักภาษีและคิดคำนวนกำไรได้เหมือนบริษัททั่วไป ซึ่งจะทำได้ง่ายเเละไม่ซับซ้อนอะไร แต่ในกรณีที่เป็นบุคคลธรรมดาความยุ่งยากจะบังเกิดทันทีซึ่งตรงจุดนี้ยังไม่มีความชัดเจนใดๆ ใน พรบ. สินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งตรงนี้ข้อมูลที่ได้รับจากนักฎหมาย “คาดว่า” รายได้ที่ได้จากการขุดน่าจะเข้าข่ายเงินที่ได้จากการแข่งขันที่สามารถหักภาษีเหมา 60% ได้ ซึ่งอีก 40% นั้นจะถูกคำนวนเป็นรายได้บุคคลธรรมดา โดยสรรพกรน่าจะคำนวนจากราคาที่เราขายเหรียญเพราะถ้าคำนวนจากเวลาที่นักขุด ขุดเหรียญได้ละก็น่าจะเป็นงานที่ยากลำบากพอสมควร

กระแสการลงทุนในยุคนี้ถือว่ามาแรงมากๆ หากใครกำลังสนใจการลงทุน สิ่งที่ควรคำนึงถึงเลยคือ การเลือกโบรกเกอร์ ที่มีคุณสมบัติที่ตอบโจทย์นักลงทุน ยกตัวอย่างเช่น ต้องเป็นโบรกที่สามารถเทรดได้หลากหลายตลาด, มีการฝากเงินที่รวดเร็ว, ค่า Commission ต่ำ เป็นต้น

ซึ่งทางเราขอแนะนำเว็บไซต์ที่เราได้ไปทดลองใช้อย่างโบรกเกอร์ Awonar ที่สามารถลงทุนได้ในทุกตลาด ไม่ว่าจะเป็นหุ้นต่างประเทศ (Stock), กองทุนรวม (ETF), สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity), สกุลเงินต่างประเทศ (Currency) รวมไปถึงสกุลเงินดิจิตอล (Cryptocurrency) จากที่เราได้กล่าวมาข้างต้น ซึ่งถือได้ว่า การฝากเงินเข้าเพื่อเทรดนั้นมีระยะเวลาในการแปลงสกุลเงินที่รวดเร็ว, สะดวกและครบถ้วนในที่เดียวเลยครับ แถมยังมีเครดิตฟรี $50 อีกด้วย

Solana

ทำความรู้จัก Solana บล็อกเชนที่ทำธุรกรรมได้เร็วที่สุด

Solana อาจกลายเป็น Visa ของโลกคริปโต เนื่องจากสามารถทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้เพียงเสี้ยววินาที และยังมี Smart Contract ซึ่งเป็นโปรแกรมที่จะมีความซับซ้อนขึ้น

แคนาดา

เว็บเทรดคริปโตในแคนาดาถูกฟ้อง! เหตุไม่เปิดเผยค่าธรรมเนียมต่อนักลงทุน

กระดานเทรดสองแห่งในแคนาดากำลังถูกฟ้องร้องดำเนินคดีแบบกลุ่ม หลังถูกกล่าวหาว่า กระดานเทรดของพวกเขามีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหลายล้านดอลลาร์ แม้จะอ้างไว้ว่าไม่มีค่าธรรมเนียม จากรายงาน มีการอ้างถึงการฟ้องร้องว่า เว็บเทรดคริปโต Wealthsimple Technologies และ

stellar

Stellar Blockchain คืออะไร ?

เนื่องจากการโอนเงินต่างประเทศต้องใช้เวลาในการทำธุรกรรม 3-7 วันทำการ ดังนั้น การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการในเรื่องนี้จึงถือเป็นเรื่องที่ดี ซึ่ง Stellar คือคำตอบ