การใช้ AI วิเคราะห์หุ้น คือ การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลหุ้นในปริมาณมาก เช่น ข้อมูลงบการเงิน, ตัวเลขราคาหุ้นย้อนหลัง, แนวโน้มราคา, อัตราส่วนทางการเงิน หรือแม้แต่ภาพรวมธุรกิจ เพื่อช่วยคัดกรองหุ้นหรือจัดการพอร์ตการลงทุนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
แล้วเราจะมีวิธีใช้ AI วิเคราะห์หุ้นยังไงให้แม่นยำและตอบโจทย์แผนการลงทุนของคุณมากที่สุด ติดตามเคล็ดลับแบบละเอียดได้ในบทความนี้เลยครับ
มีวิธีใช้ AI วิเคราะห์หุ้นได้จริงไหม?
นักลงทุนสามารถนำเอา AI เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์หุ้นได้จริงครับ แต่นักลงทุนต้องเข้าใจก่อนว่า AI เป็นเพียงเครื่องมือเสริมที่ช่วยซัพพอร์ตการลงทุนของคุณเท่านั้น เพราะ AI เองก็มีข้อจำกัดในการทำงานเช่นกัน ขอยกตัวอย่าง Case Study จากผู้เชี่ยวชาญที่กล่าวถึงการใช้ AI เพื่อการวิเคราะห์หุ้น ดังนี้ครับ
CASE ที่1: Alejandro Lopez-Lira ศาสตราจารย์ด้านการเงินแห่งมหาวิทยาลัย Florida ทำการวิจัยเกี่ยวกับวิธีใช้ ChatGPT วิเคราะห์หุ้น พบว่า โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) สามารถคาดการณ์ทิศทางราคาหุ้นได้ โดย ChatGPT สามารถทำความเข้าใจเกี่ยวกับข่าวทางการเงิน และผลกระทบที่อาจส่งผลต่อราคาหุ้นในอนาคต โดยสามารถสรุปสาระสำคัญจากการศึกษาได้ดังนี้
- ความแม่นยำค่อนข้างสูง: ทดลองนำเอาข่าวที่ AI ไม่เคยเห็นมาก่อนมาวิเคราะห์ ซึ่ง AI สามารถคาดการณ์ทิศทางราคาได้ค่อนข้างแม่นยำมาก
- สามารถนำมาใช้เพื่อวิเคราะห์ข่าวกับหุ้นได้ดี: สามารถใช้ข่าวที่ประกาศออกมาเพื่อวิเคราะห์ว่า ข่าวแต่ละตัวเป็นบวก, เป็นลบ หรือเป็นกลางต่อราคาหุ้น
อย่างไรก็ตาม ทางนักวิจัยพบข้อจำกัดจากการใช้งาน คือ บางครั้ง AI อาจจะตีความศัพท์เทคนิคเฉพาะทางผิด หรือเชื่อมโยงเหตุการณ์ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลยมาเป็นเหตุผลในการวิเคราะห์ ทำให้การตัดสินใจอาจผิดพลาดได้
CASE ที่2: คุณ Joo Parn (JP) ตั้งกระทู้เรื่อง ‘GPT‑4 สามารถยกระดับแผนการลงทุนหุ้นของคุณได้หรือไม่’ โดยได้ทำการทดลองว่า AI สามารถอ่านกราฟและช่วยดูแนวโน้ม รวมถึงอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคได้จริงไหม ผ่านการวิเคราะห์หุ้น DBS

โดยคำตอบที่ได้รับกลับมาจาก ChatGPT คือ แนวโน้มราคาของ DBS นั้นค่อนข้างแข็งแกร่ง รวมทั้งบอกถึงเหตุผลพื้นฐานบางประการที่ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นอีกด้วย สอดคล้องกับผลประกอบการ Q3’22 และ Q4’22 ของ DBS อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารายได้รวมสำหรับ 9M’21 จะลดลงเพียง 3% YoY แต่เมื่อมองย้อนกลับไปที่ยอดรวมของปี FY’20 เทียบกับ FY’21 รายได้รวมจะถือว่า ‘ฟื้นตัวได้ในระดับหนึ่ง’ ครับ


ทำไมจึงควรพิจารณาใช้ AI วิเคราะห์หุ้น?
การใช้ AI วิเคราะห์หุ้นไม่ใช่แค่เทรนด์ที่หลายคนคล้อยตาม แต่เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพและช่วยให้นักลงทุนมือใหม่เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ โดยจะช่วยยกระดับการลงทุนของคุณได้ ดังนี้
- ช่วยให้การประมวลผลข้อมูลหุ้นจำนวนมากเป็นเรื่องง่าย ไม่ว่าจะเป็น ราคาหุ้นย้อนหลัง, ปริมาณการซื้อขาย หรือแม้แต่อัตราส่วนทางการเงิน
- AI ทำงานตามการประมวลผลของข้อมูลและสถิติ จึงช่วยให้กระบวนการวิเคราะห์มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดปัญหาการตัดสินใจโดยใช้อารมณ์
- ความสามารถในการวิเคราะห์แนวโน้ม จากการนำชุดข้อมูลมาคำนวณและประมวลผลทางสถิติ อีกทั้ง ยังมีความรวดเร็วในการวิเคราะห์ข้อมูลสูง
เครื่องมือ AI วิเคราะห์หุ้นตัวไหนดี? ใช้ง่ายไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
เนื่องจากเครื่องมือ AI มีค่อนข้างหลากหลายให้นักลงทุนเลือกใช้ มีทั้งแบบเฉพาะทางหรือใช้งานได้ทั่วไป แบบใช้งานได้ฟรีหรือมีค่าใช้จ่าย เราจึงขอแนะนำ 2 เครื่องมือที่สามารถใช้งานได้จริง และไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ดังนี้

ChatGPT คือ AI Chatbot ที่มีโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ถูกพัฒนาโดย OpenAI ซึ่งออกแบบมาให้สามารถตอบคำถามและสามารถคุยกับมนุษย์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
โดย ChatGPT มีความสามารถหลัก ๆ ดังนี้
- ตอบคำถามและเสนอแนะไอเดีย
- วิเคราะห์ เปรียบเทียบ และสรุปชุดข้อมูล
- ให้คำแนะนำด้านการเขียนโค้ดได้
สามารถใช้งานได้ฟรี แต่จำกัดจำนวนข้อความการใช้งานในแต่ละวัน

Gemini คือ AI Chatbot ที่ถูกสร้างและพัฒนาจาก Google โดยพัฒนาให้เป็น Multimodal AI ซึ่งสามารถประมวลผลข้อมูลได้หลายรูปแบบพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น ข้อความ, ภาพ, เสียง หรือวิดีโอ เป็นต้น
โดย Gemini มีความสามารถหลัก ๆ ดังนี้
- การทำงานร่วมกับ Google Workspace
- การรวบรวมข้อมูลและค้นหาข้อมูลเชิงลึก
- การแนะนำและเสนอไอเดีย
สามารถใช้งานได้ฟรี แต่ถ้าต้องการฟังก์ชันการใช้งานที่มากขึ้น จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
วิธีใช้ AI วิเคราะห์หุ้นให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
การใช้งาน AI ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ การเข้าใจระบบการทำงานของ AI โดยผู้ใช้งานควรรู้จักสิ่งที่เรียกว่า Prompt Engineering ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ข้อมูลหุ้นของคุณได้ตรงตามความต้องการมากที่สุดครับ
ทำความรู้จัก Prompt คืออะไร?
Prompt หรือ พรอมต์ คือ ชุดคำสั่งที่ส่งให้ AI ทำงานตามความต้องการของคุณ เปรียบเสมือนการบรีฟงาน หากผู้ใช้งานบรีฟงานละเอียดแค่ไหน ผลลัพธ์ที่ได้จาก AI ก็จะยิ่งตรงกับความต้องการของคุณมากเท่านั้น ซึ่งการบรีฟที่ดีไม่ได้แปลว่ายาวที่สุด แต่ต้องครอบคลุมสิ่งที่ AI จำเป็นต้องรู้
เทคนิคการเขียน Prompt AI ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
ส่วนประกอบของการเขียน Prompt ที่ดี ควรมีรายละเอียดสำคัญตามหลักการ R-T-C-F ดังนี้
- Role (กำหนดบทบาท): ระบุบทความว่าเราอยากให้ AI เป็นใคร เชี่ยวชาญด้านอะไร
- ตัวอย่างเช่น คุณคือ [ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัล] หรือ [ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูล]
- Task (กำหนดงานที่ต้องทำ): ระบุเนื้อหางานที่ต้องการให้ AI ทำ โดยเขียนให้ชัดเจนที่สุด
- ตัวอย่างเช่น [ช่วยสรุปรายละเอียดงบการเงินย้อนหลังจากไฟล์ที่แนบให้]
- Context (กำหนดบริบท/รายละเอียด): ระบุรายละเอียดหรือส่วนเสริมที่ช่วยให้ AI เข้าใจเนื้องานมากยิ่งขึ้น
- ตัวอย่างเช่น [สรุปงบการเงินย้อนหลัง 5 ปีโดยละเอียด สำหรับวิเคราะห์ความคุ้มค่าในการลงทุน]
- Format (กำหนดรูปแบบการตอบ): ระบุว่าต้องการให้ AI ส่งคำตอบให้แบบไหน
- ตัวอย่างเช่น [งบการเงินสรุปออกมาในรูปแบบตาราง ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย]
ยกตัวอย่างการสั่ง Prompt เบื้องต้น:
[Role] สวมบทบาทนักวิเคราะห์หุ้น [Task] ช่วยวิเคราะห์หุ้น [ชื่อหุ้น….] โดยเน้นงบการเงินล่าสุดและข่าวเด่นในรอบสัปดาห์นี้ [Context] สรุปออกเป็น 3 ข้อหลัก: จุดแข็ง, ความเสี่ยง และความเห็นสรุป โดยใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย
5 Prompt สำหรับใช้ AI วิเคราะห์หุ้นรายตัวและดูแนวโน้มอุตสาหกรรม
ทีมงาน Gotradehere ขอแนะนำ 5 Prompt AI สำหรับวิเคราะห์หุ้นรายตัว หรือดูแนวโน้มอุตสาหกรรมเพื่อค้นหาหุ้นที่น่าสนใจ สามารถเลือก Prompt ที่สนใจจากข้อมูลด้านล่างนี้ และนำไปปรับใช้งานให้เข้ากับกลยุทธ์หรือเป้าหมายการลงทุนของคุณได้เลยครับ
Prompt วิเคราะห์หุ้นด้วย AI ฉบับละเอียด
Prompt วิเคราะห์หุ้นด้วย AI สำหรับวิเคราะห์รายละเอียดเฉพาะเรื่อง
🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere: สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นเลือกลงทุนหุ้นกลุ่มไหนดี ลองอ่านบทความ ‘เจาะหุ้นน่าลงทุนตามเทรนด์โลก’ เพื่อหาไอเดียหรือเป้าหมายการลงทุนของคุณเพิ่มเติม โดยสามารถคลิกที่บทความด้านล่างนี้ได้เลยครับ
สำคัญ! ข้อควรระวังของการใช้ AI วิเคราะห์หุ้น
แม้ AI จะมีความสามารถในการรวบรวมและประมวลผลข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ AI ก็มีข้อจำกัดและจุดที่ควรระวังสำหรับการใช้งานที่ควรรู้ ดังนี้
- ข้อจำกัดด้านความสดใหม่ของข้อมูล: เนื่องจาก AI ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นปัจจุบันได้ (ส่วนใหญ่เป็นการอ้างอิงข้อมูลย้อนหลัง) จึงอาจพลาด Insight หรือเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นได้
- AI Hallucination: อาการที่ AI ตอบผิดแต่พูดเหมือนถูก หรือสร้างข้อมูลขึ้นมาเองใหม่เพื่อให้คำตอบ ทั้งที่ข้อมูลนั้นไม่ถูกต้องหรือไม่มีอยู่จริง
- ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน: ข้อมูลที่ได้มาเป็นเพียงข้อมูลที่วิเคราะห์และสรุปแนวโน้มผ่านตัวเลขหรือชุดข้อมูลที่มี ไม่ได้การันตีว่าราคาหุ้นจะขึ้นหรือจะลงในอนาคต
- มีโอกาสเกิด Bias จาก Prompt ที่ใช้งาน: ควรระวังการตั้ง Prompt ให้กับ AI หากมีการตั้งคำถามที่ชี้นำเกินไป AI จะมีการตอบกลับค่อนข้างลำเอียง เช่น หุ้นนี้น่าซื้อไหม? ซึ่ง AI มักมีแนวโน้มจะเห็นด้วยมากกว่าเป็นกลางแทน
ควรใช้ AI เป็น ‘เครื่องมือช่วยคิด’ ไม่ใช่ ‘ผู้ตัดสินใจแทน’ เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากข้อจำกัดของ AI
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีใช้ AI วิเคราะห์หุ้น
1 พอร์ตควรมีกี่หุ้น?
โดยทั่วไป 1 พอร์ตการลงทุนควรมีหุ้นประมาณ 5-10 หุ้น หรือปรับเพิ่มลดตามแผนการลงทุนของคุณเอง โดยคำนึงเสมอว่า ‘คุณจะสามารถควบคุมและติดตามพอร์ตการลงทุนได้จริง’ ครับ
ดูยังไงว่าหุ้นจะขึ้นหรือลง?
การจะดูว่าหุ้นขึ้นหรือลงนั้น ไม่มีสิ่งการันตีว่าจะเกิดขึ้นจริง 100% แต่นักลงทุนสามารถประเมินและคาดการณ์แนวโน้มได้จาก 3 ปัจจัยหลัก ดังนี้
- พื้นฐานบริษัท
- กระแสข่าวและเศรษฐกิจ
- กราฟพฤติกรรมราคา
หุ้น 7 นางฟ้ามีอะไรบ้าง?
หุ้น 7 นางฟ้า (Magnificent 7) คือ กลุ่มหุ้นเทคโนโลยีระดับแนวหน้าจากสหรัฐอเมริกา 7 บริษัท ซึ่งประกอบไปด้วย Apple, Microsoft, Alphabet, Amazon, Meta, NVIDIA และ Tesla
สรุปเกี่ยวกับวิธีใช้ AI วิเคราะห์หุ้น
การใช้งานเครื่องมือ AI ร่วมกับการวิเคราะห์หุ้น ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่นักลงทุนหลายคนเลือกใช้ เนื่องจาก AI มีความสามารถในการสรุป รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมาก ซึ่งหากนำมาประยุกต์ใช้กับชุดข้อมูลอย่างหุ้นแล้ว จะช่วยให้การวิเคราะห์หุ้นของคุณมีประสิทธิภาพและลดปัญหาการใช้อารมณ์ในการตัดสินใจได้ครับ
แต่อย่างไรก็ตาม การใช้ AI วิเคราะห์หุ้น ควรเป็นเพียงเครื่องมือเสริมสำหรับใช้ศึกษาและวิเคราะห์หุ้นเท่านั้น ไม่ใช่ตัวรับประกันผลการลงทุน เพราะ AI มีข้อจำกัดในการใช้งาน อาจเกิดความเสี่ยงที่ส่งผลต่อการลงทุนของคุณได้ครับ
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นเพียงบทความให้ความรู้ ไม่ใช่บทความเพื่อชี้แนะหรือชักชวนการลงทุนแต่อย่างใด เทรดเดอร์ควรศึกษารายละเอียดและวางแผนรับมือความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

















