สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า Slippage หรือเคยเจอกับเหตุการณ์ที่กดเปิดออเดอร์ในราคาหนึ่ง แต่ระบบกลับส่งคำสั่งซื้อขายได้ในอีกราคาหนึ่งแทน ซึ่งเราจะเรียกเหตุการณ์นี้ว่า Slippage
ในวันนี้ทีมงาน Gotradehere จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Slippage คืออะไร มีสาเหตุมาจากอะไร พร้อมวิธีตั้งรับและป้องกันเพื่อไม่ให้พอร์ตของคุณต้องขาดทุนโดยไม่จำเป็นครับ
หมายเหตุ: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลสำหรับการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่การชี้แนะหรือแนะนำลงทุนครับ
Slippage คือ อะไร?
Slippage คือ ค่าความคลาดเคลื่อนระหว่างราคาในจุดที่ระบบเกิดสัญญาณซื้อหรือขาย (Buy/Sell Order) กับราคาที่เราสามารถซื้อหรือขายได้จริง (Executed Price) ในตลาดการเงิน โดยความคลาดเคลื่อนนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกสินทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็น Forex, หุ้น, คริปโทเคอร์เรนซี หรือสินค้าโภคภัณฑ์
สาเหตุหลักของการเกิด Slippage มาจากหลายปัจจัย เช่น สภาพคล่องของสินทรัพย์ที่ต่ำลง (Low Liquidity), สภาวะตลาดเกิดความผิดปกติ หรือมีข่าวสารสำคัญระหว่างวัน ทำให้ราคาผันผวนรุนแรง ทั้งนี้ ในตลาดการเงินและการเทรด (Slippage Forex) สามารถแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ดังนี้:
- Slippage แบบบวก (Positive Slippage): เกิดขึ้นเมื่อส่งคำสั่งแล้วได้ราคาที่ดีกว่าที่คาดไว้ ส่งผลให้เทรดเดอร์ได้รับผลตอบแทนหรือกำไรเพิ่มขึ้น
- Slippage แบบลบ (Negative Slippage): เกิดขึ้นเมื่อส่งคำสั่งแล้วได้ราคาที่แย่กว่าที่คาดไว้ ส่งผลให้มีต้นทุนสูงขึ้นหรือเกิดผลขาดทุนเพิ่มขึ้น
Slippage เกิดขึ้นได้อย่างไร?
แม้ Slippage จะเกิดขึ้นได้ในทุกตลาด แต่การเทรดในตลาด Forex มักจะเห็นปรากฏการณ์นี้ชัดเจนที่สุดเนื่องจากเป็นตลาดที่มีการซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมงและมีความไวต่อข่าวสารสูง โดยคำถามที่ว่า Slippage เกิดจากอะไร หรือเกิดตอนไหน สามารถสรุป 2 สาเหตุหลักได้ดังนี้ครับ:
Slippage เกิดจากการเปิดออเดอร์ในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวน
ช่วงเวลาก่อนและหลังการประกาศข่าวสารเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ข่าวตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Non Farm Payrolls), การประชุมอัตราดอกเบี้ยของเฟด (FOMC) หรือดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ตลาดมักจะมีความผันผวนสูงมาก ราคาของคู่เงินจะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วในเสี้ยววินาที ทำให้คำสั่งซื้อขายที่ส่งไปเกิดการดีเลย์ และระบบไม่สามารถจับคู่สัญญา (Match) ในราคาที่คุณต้องการได้ทัน จึงเกิด Slippage ขึ้น
Slippage เกิดจากการเปิดออเดอร์ในช่วงเวลาที่ตลาดใกล้เปิดและปิดทำการ
ช่วงเวลาสับเปลี่ยนเซสชันการเทรด หรือช่วงเวลาที่ตลาดใกล้เปิดและปิดทำการในแต่ละวัน เป็นช่วงที่ตลาดมีสภาพคล่องต่ำ (Low Market Liquidity) เนื่องจากมีปริมาณการซื้อขายในระบบน้อย เมื่อมีคำสั่งซื้อขายเข้ามาระบบจึงต้องไปจับคู่กับราคาถัดไปที่มีอยู่ในคิว ซึ่งอาจห่างจากราคาปัจจุบันพอสมควร ส่งผลให้เกิด Slippage ได้ง่ายเช่นกันครับ
ข้อดีและข้อเสียของ Slippage
หลายคนมักเข้าใจผิดว่า Slippage มีแต่ข้อเสียที่ทำให้ขาดทุนเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริง Slippage มีทั้งมุมที่เป็นประโยชน์และโทษ ขึ้นอยู่กับทิศทางราคาที่คลาดเคลื่อนไปครับ
| ข้อดีของ Slippage | ข้อเสียของ Slippage | |
| กลไกราคา | ได้ราคาซื้อที่ต่ำกว่า หรือราคาขายที่สูงกว่าราคาที่ส่งคำสั่ง | ได้ราคาซื้อที่สูงกว่า หรือราคาขายที่ต่ำกว่าราคาที่ส่งคำสั่ง |
| ผลกระทบ | ใช้ต้นทุนน้อยลง มีโอกาสได้รับกำไรมากขึ้น | ต้นทุนการลงทุนสูงขึ้น กำไรลดลง หรือเกิดผลขาดทุน |
| ตัวอย่างการส่ง Buy | สั่ง Buy EUR/USD ที่ 1.10000 แต่ได้ราคาจริง 1.09950 | สั่ง Buy EUR/USD ที่ 1.10000 แต่ได้ราคาจริง 1.10050 |
🐔 คำแนะนำจากทีมงาน Gotradehere: สำหรับเทรดเดอร์ที่ใช้กลยุทธ์การเทรดระยะสั้น เช่น Day Trade หรือ Scalping Slippage จะส่งผลกระทบอย่างมากเพราะต้องอาศัยความแม่นยำของจุดเข้าซื้อขายระดับ Pip การได้ราคาคลาดเคลื่อนไปเพียงเล็กน้อยอาจเปลี่ยนจากออเดอร์กำไรให้กลายเป็นขาดทุนได้ ดังนั้นจึงควรวางแผนการบริหารความเสี่ยงให้รัดกุมครับ
วิธีหลีกเลี่ยง Slippage ในการเทรด Forex
แม้ว่าเราจะไม่สามารถขจัด Slippage ออกไปได้แบบ 100% เนื่องจากเป็นกลไกตามธรรมชาติของตลาดที่มีความผันผวนสูง แต่เทรดเดอร์สามารถใช้วิธีหลีกเลี่ยง Slippage เพื่อควบคุมความเสี่ยงได้ดังนี้ครับ:
- หลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงที่มีการประกาศข่าวสำคัญ: ชะลอหรือเลี่ยงการเปิดออเดอร์ใหม่ช่วงที่มีข่าวเศรษฐกิจแรง ๆ เช่น Non-Farm, FOMC หรือการประกาศอัตราดอกเบี้ย โดยสามารถเช็กปฏิทินข่าวสารล่วงหน้าได้ผ่าน Forex Factory
- เลือกใช้คำสั่งซื้อขายประเภท Pending Order: การส่งคำสั่งแบบ Market Order มักจะเจอกับ Slippage ได้ง่าย การเปลี่ยนมาใช้คำสั่งซื้อขายล่วงหน้าประเภท Pending Order โดยเฉพาะ Limit Order จะช่วยให้ระบบจับคู่ออเดอร์เฉพาะในราคาที่กำหนดหรือดีกว่าเท่านั้น
- ตรวจสอบความเสถียรของสัญญาณอินเทอร์เน็ต: ความเร็วและ Latency ของระบบอินเทอร์เน็ตมีผลต่อความเร็วในการส่งออเดอร์ หากเชื่อมต่อช้า ข้อมูลอาจเลทจนเกิดราคาคลาดเคลื่อนได้ แนะนำให้ใช้อินเทอร์เน็ตแบบสาย LAN (Local Area Network) หรือพิจารณาใช้ VPS (Virtual Private Server) Forex สำหรับส่งคำสั่งซื้อขาย
- เลือกโบรกเกอร์ที่มีความน่าเชื่อถือสูง: ก่อนเปิดบัญชี ควรตรวจสอบสถานะใบอนุญาตของโบรกเกอร์กับเว็บไซต์ของหน่วยงานกำกับดูแลโดยตรง จากนั้นจึงพิจารณาโบรกเกอร์ที่มีสภาพคล่องสูงและมีเซิร์ฟเวอร์ส่งคำสั่งซื้อขายเร็ว (Low Execution Latency) ซึ่งจะช่วยลดโอกาสการเกิด Slippage ที่ผิดปกติได้ครับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Slippage
Slippage เกิดตอนไหนมากที่สุด?
Slippage มักจะเกิดขึ้นมากที่สุดใน 2 ช่วงเวลา คือ 1) ช่วงที่มีการประกาศข่าวสารหรือตัวเลขทางเศรษฐกิจสำคัญที่มีความผันผวนสูง และ 2) ช่วงเวลาที่ตลาดใกล้เปิดหรือปิดทำการ ซึ่งเป็นช่วงที่มีสภาพคล่องในตลาดต่ำครับ
ลด Slippage ยังไงให้ได้ผลดีที่สุด?
วิธีลด Slippage ที่ได้ผลดีคือการหลีกเลี่ยงการเปิดออเดอร์แบบทันที (Market Order) ในช่วงข่าวออก ใช้คำสั่งประเภท Limit Order เข้ามาช่วยกำหนดราคาเปิดออเดอร์ รวมถึงเลือกใช้โบรกเกอร์ที่มีความน่าเชื่อถือและส่งคำสั่งได้รวดเร็วครับ
Slippage ทำให้ขาดทุนได้ไหม?
สามารถทำให้ขาดทุนได้ครับ ในกรณีที่เกิด Slippage แบบลบ (Negative Slippage) ซึ่งจะทำให้คำสั่งซื้อขายของคุณถูกจับคู่ในราคาที่แย่กว่าราคาที่คุณวิเคราะห์ไว้ ส่งผลให้มีต้นทุนเพิ่มขึ้นหรืออาจเลยจุด Stop Loss ที่ตั้งไว้ได้ครับ
สรุป Slippage คืออะไร และรับมืออย่างไร?
Slippage คือความคลาดเคลื่อนระหว่างราคาที่กดส่งคำสั่งซื้อขายกับราคาที่ได้รับการแมตช์จริง ซึ่งเกิดขึ้นได้ทั้งในทางบวก (ได้กำไรเพิ่ม) และทางลบ (เกิดผลขาดทุน) แม้ว่าจะเป็นปัจจัยตามธรรมชาติของตลาดการเงินที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ 100% แต่การวางแผนรับมือด้วยการหลีกเลี่ยงช่วงข่าวแรง การใช้ Pending Order และการคัดเลือกโบรกเกอร์ที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยให้คุณลดความเสี่ยงจาก Slippage และเทรดได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้นครับ
⚠️ คำเตือนความเสี่ยง: การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นทั้งหมดได้ บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนส่วนบุคคล ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต การเทรด Forex และ CFD มีความเสี่ยงสูง และนักลงทุนรายย่อยส่วนใหญ่ขาดทุนจากการเทรดผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
บทความนี้จัดทำโดยทีมงาน Gotradehere โดยใช้เครื่องมือ AI ช่วยร่างและตรวจสอบเนื้อหา ก่อนผ่านการตรวจทานและอนุมัติจากทีมงานมนุษย์ก่อนเผยแพร่

















