10 คำศัพท์ที่นักเทรดคริปโตควรรู้!

List of Contents

คำศัพท์

ปัจจุบันหลายคนให้ความสนใจในการลงทุนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการเงินดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็น Forex, Stock หรือ Cryptocurrency ซึ่งในโลกการเงินดิจิทัล เราควรต้องศึกษาข้อมูลอยู่เสมอ โดยวันนี้เรามี 10 คำศัพท์ ควรรู้มาให้ดูกัน จะมี คำศัพท์ ไหนบ้าง? ไปดูกันเลยครับ!

1. ROI (Return on Investment) หมายถึง ผลตอบแทนจากการลงทุน ซึ่งสิ่งนี้จะมีวิธีการคำนวณหาผลตอบแทนจากการลงทุน เมื่อเอาไปเปรียบเทียบกับต้นทุนเดิม ซึ่ง ROI สามารถใช้ได้กับทุกตลาดการลงทุน

วิธีคำนวณ ROI = (มูลค่าปัจจุบัน – ต้นทุนเดิม) / ต้นทุนเดิม

โดยเมื่อค่า ROI มากกว่า 0 แสดงว่าคุณได้กำไร ROI เท่ากับ 0 แสดงว่าเท่าทุน และ ROI น้อยกว่า 0 แสดงว่าคุณกำลังขาดทุนนั่นเอง แต่ถึงแม้ว่า จะคำนวณ ROI ออกมาแล้วได้ค่าสูง และได้ผลตอบแทนเยอะ แต่อย่าลืมประเมินอัตราดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายความเสี่ยง รวมถึงระยะเวลา และสภาพคล่องประกอบกันไปด้วย จะทำให้เราเห็นภาพรวมของผลตอบแทนจากการลงทุนอย่างแท้จริง

2. ATH (All-Time High) หมายถึง สถิติสูงที่สุด หรือเรียกง่าย ๆ ว่า ช่วงเวลาที่มูลค่าสูงที่สุดในการเทรด ซึ่งสถิติของ All-Time High สามารถเกิดขึ้นมาใหม่ และถูกทำลายได้ตลอดเวลา และ ATH จะเกิดขึ้นเมื่อระดับของราคาเหรียญที่คนส่วนใหญ่มองว่าแพงเกิน กลายมาเป็นราคาที่ทุกคนในตลาดรับได้และไม่แพง เมื่อเทียบกับความนิยมของเหรียญนั้น ๆ ซึ่งแรงซื้อของทุกคนในตลาดจะช่วยดันให้ราคาสูงขึ้นจนชนะแรงขาย และทำให้เกิด All-Time High ใหม่ได้นั่นเอง

3. ATL (All-Time Low) มีความหมายตรงกันข้ามกับ All-Time High โดยสิ้นเชิง เพราะ ATL เป็นสถิติที่ต่ำที่สุด และเป็นมูลค่าที่ต่ำที่สุดนั่นเองครับ

4. HODL เกิดจากการสะกดคำว่า HOLD ผิดนั่นเอง โดยมีที่มาจากกระทู้คำถาม ‘I AM HODLING’ ในฟอรัม Bitcoin Talk เมื่อปี 2013 ทำให้คำว่า HODL กลายเป็นศัพท์ที่นักเทรดใช้กันในปัจจุบัน ซึ่ง HODL หมายถึง พฤติกรรมของนักลงทุนที่ลงทุนในระยะยาว โดยไม่สนว่าราคาของเหรียญจะปรับตัวขึ้นหรือลง จะมีความผันผวนแค่ไหน และยังใช้กับนักลงทุนใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบซื้อแล้วถือยาว เหมือนการตลาดแบบดั้งเดิม หรือใช้กับนักลงทุนที่ติดดอยก็ได้

5. BUIDL เป็นศัพท์ที่ต่อเนื่องมาจาก HODL หมายถึง การที่นักลงทุนเชื่อว่า Cryptocurrency เป็นอุตสาหกรรมที่จะเติบโตขึ้น จนกลายเป็นโครงสร้างที่อาจรองรับ และเข้าถึงการใช้ชีวิตของผู้คนได้ในอนาคต มากกว่าการซื้อ-ขายที่จะสร้างกำไรและเงินเข้ากระเป๋าเพียงอย่างเดียว

6. Yield Farming เป็นอีกทางนึงในการสร้างกำไรในโลกของ Cryptocurrency โดย Yield Farming เป็นการเปิดให้คนในระบบเข้ามาหยิบยืมเหรียญของเรา เพื่อไปทำการซื้อขายเป็นสภาพคล่อง โดยเราก็จะได้รับผลตอบแทนกลับมาเป็นค่าธรรมเนียม ดอกเบี้ย วิธีนี้จะช่วยให้เรามี Passive Income เข้ากระเป๋าโดยไม่ต้องเล่นเองเลย

7. Whale เป็นศัพท์แสลงที่นักเทรดรู้จักกันหลายคนในวงการการเงินดิจิทัล ซึ่ง Whale หรือ วาฬ เป็นคำที่ใช้เรียกนักลงทุนรายใหญ่ที่มีเงินทุนมหาศาล ซึ่งการที่นักลงทุนเงินหนา สามารถทุบราคา เทราคา และทำให้ราคาพุ่งขึ้นได้ไม่ยาก ซึ่งการซื้อขายของวาฬ ย่อมมีผลต่อราคาของเหรียญในตลาด

8. Mining เมื่อไหร่ก็ตามที่ในเครือข่าย มีธุรกรรมชุดใหม่เกิดขึ้น ธุรกรรมชุดนั้นจะถูกประกาศเข้าไปในเครือข่ายในรูปแบบของการเข้ารหัส โดยนักขุด (Miner) ที่อยู่ในระบบ Blockchian จะต้องแข่งขันเพื่อถอดรหัสตัวเลขที่ได้จากการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ และการถอดรหัสนี้ เรียกว่า การขุด (Mining) เป็นการช่วยยืนยันธุรกรรมใหม่นั้นใน Blockchian และเป็นการสร้างเหรียญใหม่ในวงการเงินดิจิทัลนั่นเอง

9. Fomo (Fear of Missing Out) คือ การกลัวที่จะพลาดโอกาสในการทำกำไร หลายคนอาจจะคุ้นกันในคำว่า “กลัวตกรถ” จุดน่าสนใจคือ เมื่อไหร่ก็ตามที่นักลงทุนเริ่มทำการซื้อขายกันแบบเล่นเก้าอี้ดนตรี ให้เพื่อน ๆ รู้ไว้เลยว่า นี่เป็นสัญญาณของระยะท้าย ๆ ของตลาดกระทิงแล้ว

10. Fork หมายถึง การกระจายตัวของของสายโซ่ Blockchian ที่เกิดจากการพัฒนาโปรเจ็กต์ใหม่หรือระบบใหม่ขององค์กรเดิม หรือเงินดิจิทัลที่มีอยู่แล้วนั่นเอง ซึ่งส่วนใหญ่เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ผู้ที่ถือเหรียญหลัก (เหรียญเดิม) ก็จะได้เหรียญ Fork ไปครอบครองแบบฟรี ๆ ก่อนใคร ถือเป็นการตลาดให้กับเหรียญรูปแบบหนึ่งเลยทีเดียว

เห็นไหมครับว่า การรู้เกี่ยวกับคำศัพท์ต่าง ๆ ในตลาดคริปโตฯ จะช่วยให้นักเทรดเข้าใจในเรื่องการลงทุนในคริปโตมากขึ้น แต่อย่าลืมศึกษาด้านอื่น ๆ เพิ่มเติมด้วยนะครับ จะได้ช่วยเพิ่มทักษะใหม่ ๆ ให้นักลงทุน และขอฝากเอาไว้ว่า การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนนะครับ

———————————————————————————————————————————————————————————————

อ่านบทความเพิ่มเติม: Knowledge

stellar

Stellar Blockchain คืออะไร ?

เนื่องจากการโอนเงินต่างประเทศต้องใช้เวลาในการทำธุรกรรม 3-7 วันทำการ ดังนั้น การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการในเรื่องนี้จึงถือเป็นเรื่องที่ดี ซึ่ง Stellar คือคำตอบ

twitter

ลุ้น! Elon Musk อาจเข้าซื้อกิจการของ Twitter อีกครั้ง

หลายคนกำลังจับตาดูการเคลื่อนไหวของ Elon Musk ที่อาจจะเปลี่ยนใจเข้าซื้อกิจการของ Twitter อีกครั้ง ซึ่งเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ได้มีการยื่นเอกสารต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งสหรัฐอเมริกา (SEC) ในราคา

nasdaq

Nasdaq เตรียมเปิดศูนย์ซื้อขายคริปโตเป็นของตัวเอง

ตลาดหลักทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของประเทศสหรัฐอเมริกา Nasdaq ออกมาประกาศว่า จะมีการเปิดตัวศูนย์บริการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นของตัวเอง! โดยเหตุผลที่ Nasdaq ต้องเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการให้บริการซื้อขายคริปโต เพราะทางตลาดหลักทรัพย์อ้างว่า ต้องการที่จะซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนสถาบัน