PE คือ อะไร? ทำไมเราต้องรู้ก่อนเลือกซื้อหุ้น

List of Contents

การเลือกซื้อหุ้นสักหนึ่งตัวถือว่าเป็นอะไรที่ต้องตัดสินใจเยอะพอสมควร เพราะถ้าหากเราเลือกหุ้นไม่ดีแทนที่จะสามารถสร้างผลตอบแทนให้เราได้ กลับกลายเป็นว่าขาดทุนหนักกว่าเดิมได้ปันผลมาก็อาจจะไม่คุ้มที่จะถือหุ้นตัวนั้นต่อ

ซึ่งวันนี้เราจะพามาทำความรู้จักค่าๆหนึ่งที่หลายคนในแวดวงการลงทุนหุ้นใช้อยู่เป็นประจำในการตัดสินใจเลือกหุ้น นั่นคือค่าอัตราส่วนเปรียบเทียบระหว่างราคาตลาดของหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น หรือ PE นั่นเอง ค่า PE หรือชื่อเต็ม Price to Earning เป็นค่าที่เอาไว้สำหรับประมาณการจุดคุ้มทุนสำหรับนักลงทุน โดยจะมีวิธีคำนวณดังนี้ 

PE = ราคาต่อหุ้น / กำไรต่อหุ้น 

ตัวอย่างเช่น หุ้น A ราคา 10 บาท มีกำไรต่อหุ้น 1 บาท ดังนั้น P/E เท่ากับ 10 เท่า หรือเราจะได้ทุน 10 บาทคืนเมื่อ ถือหุ้น A ครบ 10 ปี นี่คือแนวคิดเบื้องต้นที่ทำให้คิดได้ว่า โดยปกติแล้วเราควรซื้อหุ้นที่ P/E ต่ำๆ และขายหุ้น P/E สูงออกไป แต่ใช่ว่าการซื้อ P/E ต่ำจะดีเสมอไป เพราะบริษัทสามารถเติบโตได้ครับ E ที่เห็นนั้นคืออดีต ดังนั้นหากคิดด้วยหลักเหตุผล สิ่งที่ทำให้คนซื้อเข้าไป คือความคาดหวังล้วนๆ คิดว่าธุรกิจจะดี มีกำไร (E) จะโตโต๊โต ปีละ 20 30% จนปีถัดๆไป P/E จะลดลงมาโดยปริยาย (แม้ส่วนมากไม่คิดเลข แค่คิดว่ามันจะดีๆ ก็รวมเข้าเคสนี้ครับ)

เราสามารถแบ่งหุ้นตามลักษณะ P/E ได้เป็น 2 กลุ่ม

1) หุ้นมูลค่า (Value Stocks)

หุ้นที่มีทรัพย์สิน ราคาต่ำกว่าความเป็นจริง หรือหุ้นที่ดูมูลค่าได้นั่นเอง แต่บางครั้งราคาก็ไม่ได้สะท้อนตาม value จริงๆเสมอไป อาจจะมีช่วงที่ราคาต่ำกว่าความเป็นจริงหรือสูงกว่าความเป็นจริงจากความไม่สมเหตุสมผลของคนนั่นเอง ตลาดมักจะมองว่ากลุ่ม value มี P/E ที่ไม่สูงจะมีค่า P/E ที่ไม่สูงมากอาจจะ 10x 20x แต่จริงๆแล้วก็คือมี EPS growth ที่ไม่สูงนัก 

2) หุ้นเติบโต (Growth Stocks)

เป็นหุ้นที่เกี่ยวกับอนาคต จะมีราคาแพง PE สูง เนื่องจาก คนคาดหวังในการเติบ เนื่องจากมีนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีต่างๆ ที่ค่อนข้างล้ำหน้า ดังนั้นเราจึงเห็นค่า PE สูง ๆ ในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีหรือกลุ่ม Healthcare ที่มีโปรเจคเปลี่ยนแปลงโลกในอนาคตต่าง ๆ เช่น Tesla มี P/E สูงถึง 367 เท่า เนื่องจากหลายคนมองว่าเป็นเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก มูลค่าตลาดมหาศาลรออยู่

แต่เราควรระวังเป็นอย่างมาก เนื่องจากหุ้นในกลุ่มนี้เล่นไปกับอนาคตจึงมีความคาดหวังที่ค่อนข้างสูงและอาจมีความไม่แน่นอนสูงเช่นกัน เช่น บริษัท A อาจวางแผนพัฒนา product ขึ้นมาซึ่งคาดการณ์ว่าจะเสร็จในปี 2025 แต่พอถึงเวลาจริงๆทำไม่ได้อย่างที่กล่าวไว้ อาจส่งผลทำให้นักลงทุนผิดหวังและเทขายอย่างรุนแรง 

การดูค่า PE ถือเป็นตัวช่วยสำคัญส่วนหนึ่งที่ทำให้เราสามารถเลือกหุ้นที่ดีได้ แต่เราก็ควรศึกษาปัจจัยอื่นๆ รวมถึงแนวโน้มการเติบโตของบริษัท และเศรษฐกิจด้วย ก่อนที่จะลงทุนในหุ้นในบริษัทนั้นๆ

Solana

ทำความรู้จัก Solana บล็อกเชนที่ทำธุรกรรมได้เร็วที่สุด

Solana อาจกลายเป็น Visa ของโลกคริปโต เนื่องจากสามารถทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้เพียงเสี้ยววินาที และยังมี Smart Contract ซึ่งเป็นโปรแกรมที่จะมีความซับซ้อนขึ้น

แคนาดา

เว็บเทรดคริปโตในแคนาดาถูกฟ้อง! เหตุไม่เปิดเผยค่าธรรมเนียมต่อนักลงทุน

กระดานเทรดสองแห่งในแคนาดากำลังถูกฟ้องร้องดำเนินคดีแบบกลุ่ม หลังถูกกล่าวหาว่า กระดานเทรดของพวกเขามีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหลายล้านดอลลาร์ แม้จะอ้างไว้ว่าไม่มีค่าธรรมเนียม จากรายงาน มีการอ้างถึงการฟ้องร้องว่า เว็บเทรดคริปโต Wealthsimple Technologies และ

stellar

Stellar Blockchain คืออะไร ?

เนื่องจากการโอนเงินต่างประเทศต้องใช้เวลาในการทำธุรกรรม 3-7 วันทำการ ดังนั้น การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการในเรื่องนี้จึงถือเป็นเรื่องที่ดี ซึ่ง Stellar คือคำตอบ